ท.อ.อินเดียเตรียมฝูงเครื่องบินขับไล่เพื่อป้องกันพรมแดนทั้งสองด้าน (จีน-ปากีสถาน)

File:IAF Crest.svg

กองทัพอากาศอินเดีย [IAF] กองทัพอากาศที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ 4 ของโลกกำลังสร้าง “ฝูงบินโจมตีอเนกประสงค์ ” ในการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์สงครามสองด้านซึ่งมีความเป็นได้ที่จะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันกับจีนและปากีสถาน

ลัทธิยุทธศาสตร์สองด้านของนิวเดลีสามารถอธิบายได้ว่าเป็นการโจมตีโดยแยกจากกัน แต่ทว่าประสานร่วมกันบนแนวรบด้านตะวันตกจากปากีสถานและบนแนวรบด้านเหนือจากจีน 

กองทัพอากาศอินเดียได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 เมษายนในกรุงนิวเดลี โดยกล่าวว่าได้ให้การรับรองลัทธิแห่งการตอบโต้สถานการณ์สงครามสองด้านและกุญแจสำคัญก็คือ “ฝูงบินโจมตีอเนกประสงค์”

กองทัพอากาศอินเดียกล่าวว่า “สถานการณ์รบทางอากาศที่เป็นไปได้ในกรณีของสงครามสองแนวรบได้รับการจำลองสถานการณ์และดำเนินการฝึกซ้อม ขีดความสามารถในด้านนี้ซึ่งได้รับการรับรองโดยประสบผลสำเร็จ”

การประกาศนี้มีขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นการซ้อมรบทั่วอินเดียภายใต้รหัส “ไลฟ์ไวร์ (Lifewire)” ซึ่งกินเวลานานสามสัปดาห์ การซ้อมรบครั้งนี้ใช้ยุทโธปกรณ์มากกว่า 600 ชนิด ซึ่งรวมทั้งเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินยุทธวิธีการขนย้าย เครื่องบินขนส่ง เฮลิคอปเตอร์ และเรดาร์เตือนภัยทางอากาศ การฝึกซ้อมซึ่งแบ่งเป็นสองระยะเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคมและสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 4 เมษายน สถานการณ์นี้ถือเป็นการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของกองทัพอากาศอินเดีย โดยเกี่ยวข้องกับบัญชาการทั้งห้าแบบ การฝึกซ้อมนี้รวมเวลาชั่วโมงบินมากกว่า 8,000 ชั่วโมงเพื่อที่จะรักษาสภาพ “ปฏิบัติการระลอกคลื่นความเร็วสูง” ไว้

“ขอบเขตของการฝึกซ้อมครอบคลุมการปฏิบัติการทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ซึ่งรวมถึงการเลียนแบบการโจมตีทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์และทางกลยุทธ์ของ “ศัตรู” และการปกป้องทรัพย์สินของอินเดียเอง” พล.อ.ท. ดีซี คูมาเรีย รองผู้บัญชาการกองทัพอากาศอินเดีย กล่าว

เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำในเทือกเขาหิมาลัย เตาปฏิกรนิวเคลียร์ของพลเรือน ฐานทัพทหารและท่าเรือ ต่างก็รวมอยู่ในรายการที่ได้รับการปกป้องของอินเดีย ซึ่งหมายความว่าเป็นความสำคัญเร่งด่วนด้านการสอดส่องดูแล เครือข่ายไฟเบอร์ออปติคใหม่ของกองทัพอากาศอินเดียได้แสดงให้เห็นภาพที่เกิดขึ้นตามเวลาจริง เสียง และข้อมูลจากเรดาร์เตือนภัยทางอากาศ อากาศยานไร้นักบิน และเรดาร์ภาคพื้นดิน

อินเดียมีความสัมพันธ์ที่อยู่บนความกังวลกับประเทศเพื่อนบ้านเช่นปากีสถาน รวมทั้งข้อพิพาทกับจีนซึ่งยืนยาวมาเป็นเวลาหนึ่งศตวรรษ เกือบจะสองในสามของพรมแดนระหว่างอินเดียและจีนไม่ได้มีเส้นแบ่งตามแนวเทือกเขาหิมาลัย ทั้งสองประเทศรบกันในสงครามเต็มรูปแบบในปี 2505 และรบกันประปรายในปี 2510

“จีนสามารถ ‘ส่ง’ กองบินที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่อย่างน้อย 21 ลำเข้าสู้กับอินเดีย จากฐานทัพแปดแห่งในธิเบตและฐานทัพอากาศอื่นทางตอนเหนือของประเทศ เครื่องบินขับไล่ของจีนจำนวนมากกว่านี้ก็สามารถเข้ามาเสริมกำลังได้หากพวกเขาได้รับอนุญาตจากเมียนมาร์ [พม่า] [ให้บินข้ามและเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย] ในทำนองเดียวกัน ปากีสถานก็สามารถส่งกองบินที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่จำนวน 21 ถึง 25 ลำขึ้นสู้กับอินเดียได้” หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ของอินเดีย รายงาน

ฝูงบินโจมตีอเนกประสงค์มีเป้าหมายเพื่อต้านการรุกพร้อมกันสองด้าน

กองทัพอากาศอินเดียมีกองบินอยู่ 34 กอง ฝูงบินนี้อาจจะมีจำนวนเครื่องบินไม่เพียงพอต่อการต้านภัยร่วมที่มาพร้อมกันซึ่งนิวเดลีคาดว่าจะมาจากปากีสถานและจีน

File:Ilyushin Il-78MKI (RK-3452).jpg

ฝูงบินโจมตีอเนกประสงค์จะมีเครื่องบินรบและเครื่องบินสำหรับปฏิบัติการพิเศษโดยมีเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศคอยช่วยเหลือ ในกรณีนี้คือเครื่องบินอิลลูชิน ไอแอล-78 (Ilyushin Il-78MKI) ของรัสเซีย

“ฝูงบินนี้ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ที่กะกันไว้ซึ่งสามารถบินได้อย่างรวดเร็วจากพรมแดนฝั่งตะวันตกไปยังแนวรบด้านตะวันออกได้รวดเดียวโดยไม่ต้องหยุดพัก เป็นระยะทางประมาณ 2,000 กิโลเมตร [1,242 ไมล์] ห่างออกไป เพื่อจัดการกับภัยคุกคาม” เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศอินเดียกล่าวในการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

File:SU-30MKI-g4sp - edit 2(clipped).jpg

ซุคฮอย-30 เอ็มเคไอ

อาวุธเพื่อการสู้รบชั้นเยี่ยมของกองทัพอากาศอินเดีย รวมถึงเครื่องบินแบบเครื่องยนต์คู่ที่ถือกำเนิดในรัสเซีย ซุคฮอย-30 เอ็มเคไอ ซึ่งเป็นเครื่องบินรบรุ่นที่สี่ และเครื่องบินยุทธวิธีการขนย้าย เช่น เครื่องบินซี-130เจ ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา ประจำการอยู่บนฝั่งตะวันตกของอินเดียซึ่งอยู่ประจันหน้ากับปากีสถาน

ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เครื่องบินซุคฮอย-30 เอ็มเคไอ ได้ถูกส่งเข้าไปประจำการในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อพิจารณาถึงภัยคุกคามจากจีนในรัฐอรุณาจัลประเทศ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กองกำลังสัมพันธมิตรได้บินเข้าเสริมกำลังเหนือเส้นทางนี้

กองทัพอากาศอินเดียได้ทดสอบขีดความสามารถของตัวเองในการเคลื่อนย้ายเครื่องบินขับไล่และอากาศยานขนส่งที่อยู่ในแนวหน้าจากพรมแดนด้านตะวันตกไปยังแนวรบด้านตะวันออก กองทัพได้ใช้ระบบนำเครื่องบินลงจอดแบบก้าวหน้า [ALG] ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ALG คือคำอธิบายของอินเดียสำหรับพื้นผิวลงจอดซึ่งเป็นโคลนปรับระดับที่สหราชอาณาจักรสร้างขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต้านการรุกรานเข้าไปในพม่าของญี่ปุ่น

พล.อ.ท. คูมาเรีย กล่าวว่า “เครื่องบินทุกลำที่สามารถเติมน้ำมันบนอากาศได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้” เครื่องบินซุคฮอย-30 เอ็มเคไอ เครื่องบินมิราจ 2000 ของฝรั่งเศส และเครื่องบินจากัวร์ของสหราชอาณาจักรในฝูงบินขับไล่ของกองทัพอากาศอินเดียสามารถเติมน้ำมันกลางอากาศได้

File:Dassault Mirage 2000 2.jpg

Indian air force Mirage 2000 

เครื่องบินซี-130 เจ สามารถเติมน้ำมันบนอากาศได้ด้วยเช่นกัน ฝูงบินนี้จำเป็นต้องมีไว้จนกว่ากองทัพอากาศอินเดียจะได้เพิ่มสมรรถนะของตนจากกองบิน 34 กองที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็น 42 กองบินตามที่ได้รับคำสั่งมา ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาหนึ่งทศวรรษ

เครื่องบินขับไล่รุ่นเก่ากว่าที่อยู่ในรายการบัญชีของกองทัพอากาศอินเดีย เช่น มิก 29, มิก 27 และมิก 21 ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝูงบิน เนื่องจากเครื่องบินเหล่านี้ไม่สามารถบินข้ามฟากรวดเดียวจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งของอินเดียได้

รัฐสภาเตือนว่าสงครามสองด้านเป็นภัยคุกคาม

คณะกรรมาธิการสามัญประจำรัฐสภาอินเดียกล่าวในรายงานฉบับเดือนเมษายน ปี 2555 ว่า : “มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศเพื่อเผชิญกับความท้าทายใด ๆ ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของสงครามสองด้าน…. คณะกรรมาธิการอยากจะเน้นย้ำว่าอินเดียนั้นล้อมรอบโดยประเทศเพื่อนบ้านที่ดื้อรั้นและดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดสรรรายจ่ายให้เพียงพอต่อกิจการ [กองทัพ]”

ในการอภิปรายในรัฐสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายอรุน เจตลีย์ ผู้นำฝ่ายค้านในราชยสภา สภาสูงของรัฐสภาอินเดีย กล่าวว่า “อินเดียต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเต็มรูปแบบซึ่งยาวนานถึง 90 วัน… เราจะพิชิตปากีสถานได้อย่างไรและเราจะต้านจีนอย่างไร เราจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดด้วย”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เอ เค แอนโธนี ได้ของบประมาณเพิ่มอีก 12 พันล้าน [ดอลลาร์สหรัฐ] โดยกล่าวว่า : “ในช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาฉบับที่ 12 [ปี 2555-2560] เราจะสร้างหน่วยรบโจมตีขึ้นมาใหม่ โดยมีกองทหารสองกองซึ่งมีความเชี่ยวชาญสำหรับพื้นที่ระดับสูง [เทือกเขาหิมาลัย]”

แทนที่จะเป็นเช่นนั้น นิวเดลีได้ตัดงบประมาณกลาโหมของปีงบประมาณ 2555-2556 ที่ตั้งไว้ 38.6 พันล้าน [ดอลลาร์สหรัฐ] ลงเป็นจำนวน 2.4 พันล้าน [ดอลลาร์สหรัฐ]

ความร่วมมือระหว่างปากีสถานและจีนสร้างความวิตกกังวลต่ออินเดีย

การจำหน่ายยุทโธปกรณ์ของจีนให้แก่ปากีสถานอาจจะเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับนิวเดลี  จีนส่งออกอาวุธร้อยละ 55 ไปยังปากีสถาน ข้อมูลจากรายงานฉบับเดือนมีนาคม ปี 2556 ของสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม [เอสไอพีอาร์ไอ]

ความร่วมมือของจีนและปากีสถานซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายขีปนาวุธ เทคโนโลยีนิวเคลียร์และอวกาศไปยังปากีสถาน เป็นเรื่องวิตกกังวลสำหรับผู้กำหนดนโยบายอินเดีย ก่อนหน้านี้จีนได้ขายรถถัง เรือรบ และเครื่องบินขับไล่ให้แก่กรุงอิสลามาบัด

ท.อ.อินเดียมีประสบการณ์การรบทางอากาศกับ ท.อ.ปากีสถาน ในครั้งสงครมพรมแดนอินเดียและปากีสถาน  (1962–1971) ท.อ.อินเดียสูญเสียเครื่องบินรบไป 110 ลำ ขณะที่ปากีสถานสูญเสียไป 20 ลำ และสงครามประกาศอิสรภาพของบังคลาเทศ  ซึ่งท.อ.อินเดียอ้างว่ายิงเคื่องบินรบของปากีสถานตกไป 94 ลำ ขณะที่ไม่เปิดเผยความสูญเสียของฝ่ายตน

ที่มา wikipedia และ APF

About Yothin Manaboon

ที่ปรึกษา/วิทยากรอาวุโส บริษัท บริษัท ที. พี. ซี. เน็ตเวอร์ค จำกัด ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมาธิการศึกษาติดตามและตรวจสอบการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศที่มีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา การศึกษา ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยพายัพ รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความชำนาญ การบริหารยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ การบริหารจัดการสมัยใหม่ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การจัดการความรู้ การบริหารความเสี่ยง ความรับรับผิดชอบต่อสังคมขององค์การธุรกิจ การติดตามผลการปฏิบัติงานและประเมินผล ฯลฯ

Leave a Reply







1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com