ข้าราชการการเมือง VS ข้าราชการประจำ

100

โดย วสิษฐ เดชกุญชร

Cr. มติชนออนไลน์


ผมเองก็รู้สึกแปลกใจไม่ต่างกับท่านผู้อ่านเป็นจำนวนมาก เมื่อได้ข่าวการแต่งตั้ง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

ที่แปลกใจก็เพราะผมทราบว่า คุณพงศ์พรเพิ่งจะได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ ย้ายคุณพงศ์พรจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วแต่งตั้งให้ไปเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ต้นปีนี่เอง และเหตุผลของการแต่งตั้งก็คือ จำเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปอย่าง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน เพื่อประโยชน์แก่การปฏิรูป และไม่อาจดำเนินการโดยวิธีการปกติได้Ž

อ่านคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบฯอย่างนี้ ใครๆ ก็ย่อมต้องเข้าใจว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเจาะจงเอาตัวคุณพงศ์พรไป เพื่อแก้ไขปัญหาในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโดยเฉพาะ

ใครๆ ก็รู้ว่าขณะนั้นและจนกระทั่งขณะนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำลังมีปัญหาหลายอย่าง ปัญหาหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ปัญหาที่หลายวัดได้รับงบประมาณไปเพื่อใช้ในกิจการของวัด เช่น ก่อสร้าง หรือบูรณปฏิสังขรณ์วัด แล้วถูกข้าราชการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติบังคับให้แบ่งเงินที่ได้ รับส่วนหนึ่งเอาไปเป็นของตน

อีกปัญหาหนึ่งก็คือวัดหลายวัดของบประมาณจากรัฐเอาไป เพื่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือจัดหลักสูตรการศึกษาพระปริยัติธรรม แต่กลับปรากฏว่าไม่ได้มีการก่อสร้าง และจำนวนผู้เข้าศึกษาต่ำกว่าที่อ้างไว้

200พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารา

หลังจากที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว คุณพงศ์พรก็เริ่มงานในหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัดและเร่งรีบ และพระสงฆ์หลายรูปก็แสดงความไม่พอใจและต่อต้านคุณพงศ์พรทันที ผู้หนึ่งที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อต้านและเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนตัว ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็คือ พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งเรียกร้องให้วัดทั่วประเทศคว่ำบาตรไม่รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติและจากรัฐบาล

แต่คุณพงศ์พรทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติมาได้เพียง 7 เดือน ในวันที่ 29 สิงหาคม 2560 คณะรัฐมนตรีก็มีมติอนุมัติให้โอนคุณพงศ์พรจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติไปเป็นผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและทดแทนตำแหน่งที่ว่างŽ

คุณพงศ์พรไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าวและมีหนังสือถึง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายออมสิน ชีวะพฤกษ์) แย้งโดยให้เหตุผลว่า คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยระเบียบและกฎหมาย หลังจากที่มีข่าวนั้นออกมาแล้ว สื่อมวลชนได้ซักถามทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) และนายออมสิน ปรากฏว่าคำตอบที่ได้รับนั้นค่อนข้างคลุมเครือ และไม่สู้จะตรงกับประเด็น ทุกคนปฏิเสธว่าการย้ายคุณพงศ์พรมิได้กระทำเพราะคุณพงศ์พรมีปัญหากับพระ แต่เป็นการย้ายหมุนเวียนตามวาระ และเพราะต้องการให้คุณพงศ์พรไปช่วยราชการนายกรัฐมนตรี

ครั้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็มีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่แล้ว สั่งให้คุณพงศ์พรไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ

เมื่อเป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรี คำสั่งดังกล่าวก็เป็นการตอกฝาโลง ยุติปัญหาของทางราชการลงอย่างเด็ดขาด แต่รัฐบาลก็จะตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่ต่อไปอีก จนกว่าจะมีคำตอบที่ชัดเจน และแน่นอนว่าปัญหาทุจริตในวงการสงฆ์ที่คุณพงศ์พรพยายามจะแก้ไขและยังไม่ สำเร็จนั้น ใครจะทำต่อหรือไม่ และอย่างไร

ขอขอบคุณ มติชนออนไลน์

https://goo.gl/Qzxm7L

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply







1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com