2475 นักเรียนนอกหลอกคนไทยเรื่องประชาธิปไตย : 2561 ดอกเตอร์หลอกคนไทยเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ?

65

ภาณุมาศ ทักษณา

16 นาฬิกาเศษวานนี้ 11 มกราคม 2561 ในรายการชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ช่อง 19 ได้นำเอาเทปการเสวนาเรื่อง พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยยุคดิจิทัล มาออกอากาศซ้ำ

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีอุตสาหกรรม กับ ดร.เชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีกระทวงวิทยาศาสตร์ พูดเรื่องการที่รัฐบาลจะพัฒนาประเทศด้วยการนำระบบดิจิทัลที่ทันสมัยครับ

ผมรับชมด้วยความสนใจอย่างยิ่ง แล้วก็ต้องยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่า “ฟังรู้เรื่องบ้าง-ไม่รู้เรื่องบ้าง” เพราะรัฐมนตรีระดับดอกเตอร์ทั้งสองคนพูดด้วยศัพท์แสงที่เป็นวิชาการทันสมัยมากจริง ๆ

ฟังไป ๆ ฟังไป ก็นึกไปถึงปี 2475 ที่นักเรียนนอกกลุ่มหนึ่งได้รับทุนหลวงให้ไปเรียนต่อในประเทศต่าง ๆ และที่ไปเรียนด้วยทุนส่วนตัว “คบคิดกัน” ปล้นพระราชอำนาจไปจากล้นเกล้า รัชกาลที่ 7

นักเรียนนอกเหล่านั้นประกอบด้วยพลเรือน และทหาร ต่างหลอกคนไทยทั้งประเทศว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยจะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองเทียมหน้าเทียมตาอารยะประเทศ

โดยที่นักเรียนนอกเหล่านั้น หาได้ตระหนักไม่ว่า ในปี พ.ศ.นั้น คนไทยทั้งประเทศ ยังมีความรู้ไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการเมืองการปกครองนั้น ทุกคนรู้จักแต่สมบูรณาญาสิทธิราชย์

หลังจากปล้นพระราชอำนาจจากสถาบันพระมหากษัตริย์ได้แล้ว นักเรียนนอกเหล่านั้นก็ “ยัดเยียดประชาธิปไตย” ให้คนไทย ที่ผมเชื่อว่าจนบัดนี้ คนไทยส่วนใหญ่ก็รู้จักประชาธิปไตยไม่เหมือนกัน

ประชาธิปไตยที่นักเรียนนอกเหล่านั้นบอกคนไทยคือ ต้องไปเลือกตั้งเพื่อให้ได้ ส.ส.เข้ามาเป็น รัฐบาล ส่วนรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งจะโกงกินบ้านเมืองอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่คนไทยต้องรู้หรือหาทางป้องกัน

นับจากวันนั้นถึงวันนี้ 86 ปีแล้ว แต่ประเทศไทยก็หาได้เจริญรุ่งเรืองเทียมหน้าเทียมตานานาอารยะประเทศแต่อย่างใดไม่ แต่กลับถูกทายาทของนักเรียนนอกกลุ่มนั้นผลัดกันเข้ามาโกงกินบ้านเมืองก็อย่างสนุกสนาน

จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น จำเป็นต้องยึดอำนาจในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อสะสางปัญหาต่าง ๆ ที่หมักหมมอยู่

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามหาทางแก้ปัญหา สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ด้วยการเชิญชวนคนมีความรู้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงต่าง ๆ เพื่อวางแนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งยั่งยืน

แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ คณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นหัวหน้าทีมในตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี หาได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านส่วนใหญ่ในชนบทไม่

แทนที่ทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด จะเร่งรัดแก้ปัญหาพื้นฐานคือปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม ที่เหมือนหนามตำใจชาวนาชาวไร่เกษตรกร หรือแม้แต่ชาวเมืองให้บรรเทาเบาบางหรือหมดไป เพื่อให้ทุกคนทำมาหากินได้

ทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด กับคิดฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมที่จะแก้ปัญหาของประเทศด้วยระบบดิจิทัลที่ผมเข้าใจว่า คนไทยส่วนใหญ่ในชนบทก็มีความเข้าใจหรือรู้จักระบบดิจิทัลนี้น้อยมาก

การทำงานของทีมเศรษฐกิจ ดูเหมือนจะลุกลี้ลุกลนจนเหมือนกับขาดสติ ขาดการไตร่ตรอง ถึงขนาด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี “กล้าสั่งการ” ให้ข้าราชการฝืนกฎระเบียบ

วันที่ 8 มกราคม 2561 นายสมคิด เดินทางไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เขาได้พูดกับข้าราชการในกระทรวงนั้น ราวกับเป็นเจ้าของประเทศเอาไว้ว่า

“มีงบฯ เป็นกองกลาง 8 พันล้านบาท พร้อมจะสนับสนุนโครงการที่ต้องเร่งทำ เช่น โครงการศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต(ฟิวเจอเรียม) มูลค่า 2 พันล้านบาท ให้เร่งทำใน 1 – 2 ปีต้องเห็นผล”

และอีกประโยคหนึ่งที่ผมคิดไม่ถึงว่า คนอย่างนายสมคิด ซึ่งเป็นถึง รองนายกรัฐมนตรี จะกล้าพูดก็คือ

“…ให้ลืมข้อจำกัดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างจนไม่กล้าทำอะไร” และอีกหลายประโยคที่ผมอ่านพบในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันนั้นแล้วรู้สึกตกใจมาก เพราะนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านายสมคิดจะกล้าพูด

ผมไม่ทราบ เหมือนคนไทยอีกหลาย ๆ คนไม่ทราบว่า ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2561 นี้ผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาล คสช.จะได้กลับมาบริหารประเทศอีกหรือไม่

และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะกลับมามีอำนาจในทางการเมืองอีกหรือไม่ แต่ที่เป็นคำถามฝั่งใจผมอยู่ก็คือ หากข้าราชการในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  “ทำตามที่นายสมคิดสั่ง”

คือ ลืมข้อจำกัดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วกระทำการตามที่แต่ละส่วนราชการเห็นชอบ แล้วได้สิ่งอุปกรณ์มาไม่มีคุณภาพ หรือในถัดจากนั้นไปเกิดความเสียหายตามมาจากการสั่งการนั้น

ผมอยากรู้ว่า ใคร ? ควรรับผิดชอบในการสั่งการให้ลืมข้อจำกัดในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น และอยากรู้ว่าการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบนั้น เป็นส่วนหนึ่งของ ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยอย่างนั้นหรือ

หากใช่ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า ในอนาคตประเทศไทยคงจมอยู่ในปลักของความทุลักทุเลจากการกระทำของคนลุอำนาจทางเศรษฐกิจกลุ่มนี้ หรือเคยจมปลักในทางการเมืองมาแล้ว


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com