ถ้ามีปัญญาแก้ปัญหายางพาราเท่านี้ นายธีธัช สุขสะอาด ก็ไม่สมควรอยู่ในตำแหน่ง ผู้ว่า กยท.ครับ !

130

ภาณุมาศ ทักษณา

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ชาวสวนยางในภาคใต้ได้เดินทางขึ้นมาพบ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตรฯ

พร้อมกับยื่นข้อเรียกร้องให้ปลดนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)เพราะแก้ปัญหายางพาราไม่ได้

ขณะเดียวกันในวันที่ 13 นั้นเอง ทีมเศรษฐกิจหนังสือพิมพ์มติชน ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายธีธัช สุขสะอาด สอบถามถึงการทำงานในช่วง 2 ปีที่เข้ามารับตำแหน่ง

131

วานนี้อังคาร 14 พฤศจิกายน 2560 ผมยังไม่ได้เขียนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะผมอยากประมวลข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่รายงานข่าวนี้เสียก่อน ว่า ใคร ? ว่าอย่างไรกันบ้าง

ก็ได้ข้อสรุปว่า นายธีธัช สุขสะอาด จะอยู่หรือไป ไม่ได้อยู่ในอำนาจที่รัฐมนตรีเกษตรฯ จะตัดสินใจได้ เพราะ

1.การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีคณะกรรมการฯ หรือ บอร์ด กำกับดูแลการทำงาน(ประเมินผลงาน) ของผู้ว่าการฯ

2.หากจะปลดจริง คงต้องรอให้ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กลับจากต่างประเทศก่อนนั่นแหละครับ

ในทัศนะของผม หลังจากเก็บความจากข่าว และอ่านบทสัมภาษณ์ของนายธีธัช ในมติชนแล้ว

ผมมีความเห็นว่า หากนายธีธัช สามารถทำงานแก้ปัญหายางพาราได้เท่าที่ให้สัมภาษณ์ คือทำตามนโยบายของบอร์ดการยางฯ หรือที่ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำว่า

“สมมติว่าปัจจุบันราคายางปิดที่ 47 บาท/กิโลกรัม(กก.) ในวันต่อมาบริษัท(ที่ กยท.ไปร่วมทุนด้วย)ก็จะเข้าไปซื้อยางในราคาที่สูงกว่าตลาดประมาณ 50 สตางค์เป็น 47.50 บาท/กก. เพื่อเป็นราคานำตลาด….

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการยางก็จำเป็นจะต้องเสนอราคาให้สูงขึ้นไป เพื่อให้สามารถแข่งขันราคายางได้ ราคายางก็อาจกระโดดสูงขึ้นมาที่ 48 บาท/กก. ดังนั้นวิธีการดังกล่าวจึงถือว่าเป็นวิธีการที่ดันราคายางได้ผลจริง”

รวมทั้งการตอบคำถามของมติชน ที่ว่า มาตรการการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศไปถึงไหนแล้ว หรือแค่ขายผ้าเอาหน้ารอด ด้วยการยอกย้อนไปถึงหน่วยงานอื่น ๆ นั้น ซึ่งไม่ใช่วิสัยของนักบริหารระดับนี้จะทำแล้ว

ผมคิดว่า นายธีธัช ควรพิจารณาตัวเองได้แล้วครับ

ผมเข้าใจว่า ก่อนที่นายธีธัช จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าการ กยท.นั้น ก็คงจะทราบปัญหาของอุตสาหกรรมยางไทยเป็นอย่างดีแล้ว จึงน่าจะมีแนวความคิดที่จะเข้ามาแก้ปัญหาต่าง ๆ เอาไว้หลาย ๆ แบบ

ไม่ใช่รอนโยบายจากบอร์ดตามที่อ้าง เพราะนั่นเหมือนการหาเกราะป้องกันตัวเองเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานนะ

ผมไม่มีความรู้เรื่องยางพารา แต่ผมมีความรู้เรื่องข่าว

จึงรู้ว่าการแก้ปัญหายางพาราของประเทศมาเลเซียนั้นเขาทำอย่างไร จากการฟังและอ่านจากที่ ศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้ชำนาญการด้านนี้พูดและเขียน

132

อ่านบทความ คลิก สรุปประเด็นสำคัญตามที่ รศ..ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ..นำเสนอ !

ซึ่งผมไม่อยากเชื่อว่า คนที่มีตำแหน่งเป็นถึง ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศ อย่างนายธีธัช จะไม่รู้ หรือไม่ได้ยินเรื่องเหล่านี้

เพราะเท่าที่อ่านบทสัมภาษณ์ นายธีธัช ไม่เคยพูดถึงองค์กรเกี่ยวกับยางพาราของมาเลเซียเลย ทั้ง ๆ ที่เขามีอะไรหลายอย่างที่เรานำมาประยุกต์ใช้

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผมจึงได้ข้อสรุปว่า อนาคตของนายธีธัชในตำแหน่งผู้ว่าการ กยท.คงไม่มั่นคงสักเท่าไหร่

เพราะคำพูดของ พล.อ.ฉัตรชัย ที่ว่าอาจต้องปรึกษานายกรัฐมนตรีว่าจะใช้มาตรา 44 กับนายธีธัช ได้หรือไม่นั่น น่าจะความหมายนะ

หากผมเป็นนายธีธัช สุขสะอาด ผมคงเปิดหมวกลาจากตำแหน่ง ผู้ว่าการ กยท.แล้วละครับ อย่างน้อยประวัติก็ยังไม่เสียเหมือนถูกปลดจากตำแหน่งนะครับ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com