เวลาที่เหลืออยู่ ขอให้ พล.อ.ฉัตรชัย ทุ่มเทความสามารถ แก้ปัญหาน้ำให้สำเร็จ

119

ภาณุมาศ ทักษณา

ในที่สุดข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดประเด็นไว้ ก่อนเดินทางไปราชการใน 2 ประเทศ คือ เวียดนาม และฟิลิปปินส์

ก็กลายเป็นเรื่องคุยกันสนั่นเมืองไปทันที

วันนี้ บรรดาคอลัมนิสต์ในสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งนักจัดรายการคุยข่าวทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ต่างก็ออกมาคาดคะเนกันว่า

คนนั้นจะถูกปรับออก คนโน้นจะถูกปรับเข้า หรือ คนนู้นคงจะย้ายไปอยู่ที่นั่นที่นี่ เป็นที่สนุกสนานมาก

ในกรณีของการปรับออกนั้น ดูไม่ยากครับ คือให้นักข่าวสังเกตว่ามีรัฐมนตรีคนไหนเริ่มให้คนของตัวเองไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากทำงานบ้าง – เท่านั้นก็ทราบแล้วครับว่า รัฐมนตรีคนนั้น “หลุดแน่”

แต่ในการโยกย้าย หรือแต่งตั้งเข้ามาใหม่นี่สิครับ คาดเดาได้ยาก เว้นเสียแต่คนที่ถูกทาบทามดีใจจนออกนอกหน้า แล้วกระซิบนักข่าวว่า “อย่าบอกใครน่ะ” นั่นแหละ จึงพอจะเดาได้ว่า อยู่ในข่ายที่น่าเชื่อถือ

จะว่าไปแล้ว การปรับคณะรัฐมนตรี ถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ นะครับ

และท่านก็ได้ปรารภกับคณะรัฐมนตรีในการประชุมว่า “ขออย่าโกรธผมเลย.. ขออย่าน้อยใจ.. และอย่าเสียใจ” เป็นการแสดงมารยาททางการเมืองที่น่าชื่นชมครับ

ไม่เหมือนนักการเมืองบางคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี นึกอยากปลดใครจากตำแหน่งไม่มีการบอกล่วงหน้า บางทีปลดขณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศก็มีครับ

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับการปรับคณะรัฐมนตรีของท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะมีขึ้นใหม่ เพราะเชื่อว่าอย่างไรเสีย รัฐมนตรีก็แค่คนทำงานแทนท่านในกระทรวงต่าง ๆ เท่านั้น เพราะท่านก็คงต้องเข้าไปดูอยู่ดี

แต่ที่ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ เพราะมีรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ที่แม้ว่าจะไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว ไม่เคยพบปะพูดคุยกับท่าน แต่ท่านก็ให้เกียรตินำเรื่องที่ผมเขียนในสำนักข่าวเจ้าพระยา ส่งไปให้หน่วยงานในสังกัดชี้แจงบ่อย ๆ

120

นั่นคือ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ถูก “สื่อมวลชน” โยกย้ายท่าน ให้ไปอยู่กระทรวงโน้นกระทรวงนั้นกันอย่างสนุกสนานนั่นและครับ

ผมจึงอยากเขียนเรื่องการโยกย้ายรัฐมนตรีบ้าง และเป็นการเขียนโดยมีเหตุผลสนับสนุน ไม่ใช่นึกอยากเขียนถึงใครก็เขียนนะครับ

ผมเห็นว่า หากจะต้องปรับกันจริง ๆ

ผมอยากให้ ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ายท่าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ขึ้นไปเป็น รองนายกรัฐมนตรี แทนที่จะย้ายไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงอื่น

แล้วมอบภารกิจสำคัญคือ ให้ท่านเป็นผู้กำกับดูแลสั่งกา

สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตามที่ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจ หัวหน้า คสช.ตั้งขึ้นตามคำสั่งที่ 46/2560 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 นั่นแหละครับ

ตามคำสั่ง หน่วยงานนี้มีหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในการแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย

122

ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทีมงาน  โดยผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการประจำหน่วยงานนี้มีชื่อเรียกว่า ผู้อำนวยการฯ แต่ศักดิ์เทียบเท่าปลัดกระทรวง

การได้ พล.อ.ฉัตรชัย ซึ่งคลุกคลีกับการแก้ปัญหาน้ำ ตั้งแต่ตั้งรัฐบาล คสช.ใหม่ ๆ แล้วไปเว้นวรรคช่วงเป็น รัฐมนตรีพาณิชย์ จนกลับมาเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ ท่านก็ดูแลเรื่องนี้ตลอดเวลา

ดังนั้น หากเลื่อนท่านจากรัฐมนตรี ขึ้นไปเป็น รองนายกรัฐมนตรี แล้วมอบหมายให้ท่านกำกับดูแล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงครับ !


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com