หาก รัฐบาล คสช.ยังแก้ปัญหายางพารา เหมือน พายเรือในอ่าง ระวังเรือไปชนขอบอ่างแตกนะครับ ?

108

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมเคยเขียนไว้ที่นี่ ว่าทุกวันนี้ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้จาก ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย สับปะรด และอื่น ๆ อีกบางชนิด ได้กลายเป็น เครื่องมือทางการเมืองไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้การผลิตและการขายสินค้าทางการเกษตรมักจะมีปัญหาเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและนำออกขายในตลาด

เหมือนตอนนี้ที่ ราคายางพารากำลังก่อปัญหาคือ ตกต่ำจนชาวสวนยางพาราทนไม่ได้..

แล้วในที่สุด ก็ถูกฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนำไปใส่ไฟ ว่า รัฐบาลไม่มีฝีมือ ทำให้สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ

วานนี้ เสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2560 หนังสือพิมพ์มติชน รายงานข่าวยางพารายาวเหยียด

ซึ่งผมเข้าใจว่าคงจะมีคนสนใจอ่านน้อยมาก เพราะคนไทยไม่ชอบอ่านอะไรยาว ๆ

แต่ทั้งโดยหน้าที่ และด้วยความอยากรู้ ผมอ่านตั้งแต่โปรยข่าวว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตร เรียกนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางฯ ไปชี้แจงสาเหตุ

ไปจนจบข่าวที่หนังสือพิมพ์มติชนรายงานความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมยางพาราอย่างรอบด้าน ทำให้ทราบว่า ขณะนี้กำลังเกิดความแตกแยกในหมู่ชาวสวนยางอีกแล้ว

กลุ่มหนึ่งคือเครือข่ายชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดสงขลา ที่ “เข้าข้าง” ผู้ว่าฯการยางด้วยการออกมาอธิบายว่าทางการได้ช่วยเหลือชาวสวนอย่างไร

กับอีกกลุ่มหนึ่งชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสุราษฎร์ธานี , สมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัด สภาเครือข่ายเกษตรกรสวนยางแห่งประเทศ ฯลฯ กลุ่มนี้จี้ให้ปลด ผู้ว่าฯการยาง

ในข่าว นายธีธัช ผู้ว่าฯการยาง และ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าฯการยาง ได้พยายามชี้แจงถึงสาเหตุที่ยางราคาตกต่ำว่ามาจากอะไร และได้ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาอย่างไร

เช่น ส่งหน่วยธุรกิจไปซื้อยางก้อนถ้วยจากชาวสวนโดยตรง หากทางสนับสนุนสินเชื่อ… ไปจนถึงการแปรรูปยางเป็น ยางล้อประชารัฐ หรือเอายางไปทางถนน ทำหมอนยาง เป็นต้น

ขณะที่ รัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย ก็ให้ข่าวว่า สาเหตุที่ราคายางตกต่ำมีหลายสาเหตุ(ตามที่ นายธีธัช ผู้ว่าฯการยางชี้แจง) และได้แก้ด้วยการตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย เข้าไปซื้อยางเพื่อพยุงราคา

และว่าอีกสาเหตุหนึ่งมาจากการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า และอื่น ๆ สรุปแล้ว ปัญหาของยางพารามีหลายสาเหตุ และกำลังแก้กันอยู่ –  จบข่าว

นั่นคือข่าวความเคลื่อนไหวในการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำของภาครัฐ ที่ไม่แตกต่างไปจากการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรอื่น ๆ คือ พูด พูด พูด แล้วก็พูด

พูดเพื่อให้ชาวบ้านชาวเมืองรู้ว่า รู้ปัญหาแล้วนะ และกำลังแก้อยู่ส่วนจะได้ผลหรือไม่อย่างไร… ไม่รู้ เพราะต้องรอเวลา เหมือนกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ไม่มีผิด

ผมอยากแสดงความเห็นว่า 3 ปีครึ่งที่รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ปัญหานั้น…  2 ปีแรกน่าจะเป็นห้วงเวลาที่ลองผิดลองถูกกับบางปัญหาได้ เพราะบางอย่างหมักหมมมานาน

แต่เมื่อขึ้นปีที่ 3 แล้ว บางปัญหาน่าจะแก้ไขให้ลุล่วงได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นวัฎจักรของปัญหา ที่ปล่อยไว้อาจกลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล คสช.ที่อีกฝ่ายหนึ่งนำไปโจมตีได้ง่าย ๆ นะครับ

และพรุ่งนี้ จันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ผมจะเสนอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 เข้าแก้ปัญหายางพาราครับ !


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com