นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เสนอ ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…เข้ามาทำไม ทั้งที่มีกฎหมายนี้อยู่ !

27

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้ วันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2560 ผมเขียนบทความเรื่อง งานวิจัยเกี่ยวกับน้ำ ที่ทรงคุณค่าแต่ถูกลืม รัฐบาลควรนำมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

อ่านบทความ คลิก งานวิจัยเกี่ยวกับน้ำ ที่ทรงคุณค่าแต่ถูกลืม รัฐบาลควรนำมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

ท้ายบทความ ผมเขียนว่า “ไม่แน่ใจว่า รัฐบาล คสช.จะได้ทราบงานวิจัยนี้แล้วหรือไม่ หากยังไม่ทราบ ผมก็ขอแนะให้ให้ลองหามาศึกษาดูนะครับ”

ช่วงค่ำวานนี้ ผมเขียนข้อความในเฟซบุ๊ก ภาณุมาศ ทักษณา ว่า

“เหมือนมีข้าราชการพลเรือนบางคนบางหน่วย ไม่จริงใจกับ นายกฯลุงตู่ เอาสิงที่มีอยู่แล้ว มา”ย้อมแมว” ขายท่าน พรุ่งนี้ ผมจะแฉเรื่องนี้

ที่ผมเขียนเช่นนั้น เพราะผมได้อ่าน

รายงานการติดตามการดำเนินการ โครงการจัดทำกรอบและประสานการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งรายงานสรุปและรายงานหลัก

ทำให้ทราบว่า ประเทศไทยมี สำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีอักษรย่อว่า สทช.มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 แล้วครับ

แล้วนายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เสนอร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…..

เพื่อให้มี คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยเปลี่ยนไปใช้อักษรย่อ ว่า กนช. เข้ามาอีกทำไมหรือ

คุณกำลังหลอกให้รัฐบาล คสช.ของ ท่านนายกฯลุงตู่ หลงเชื่อ ว่ายังไม่มีกฎหมายแบบนี้หรือเปล่า

ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทช.) ก็เคยเสนอให้มี นโยบายน้ำแห่งชาติ

ที่เกิดจากการวิเคราะห์นโยบาย การกำหนดยุทธศาสตร์ และวางแผนเอาไว้ จนคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นเห็นชอบ

นั่นคือ การกำหนด “วิสัยทัศน์เรื่องน้ำของชาติ” ไว้ว่า

“ภายในปี 2568 ประเทศไทยจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ โดยมีระบบบริหารจัดการองค์กร กฎหมายในการใช้ทรัพยากรน้ำที่เป็นธรรม ยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมในทุกระดับ”

141

สรุปได้ว่า วิสัยทัศน์น้ำของชาติ กำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนให้มีน้ำใช้เพียงพอ เป็นธรรมและยั่งยืน ในปี 2568

นั่นเท่ากับว่า หากมีการดำเนินการตามนั้นมาอย่างต่อเนื่อง อีก 8 ปี (คือ 2568)ทุกอย่างจะลงตัว

แต่ที่ทุกอย่างไม่ลงตัว เพราะหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยงกันทำงาน คือ ต่างคนต่างทำเพื่อหาผลประโยชน์จากน้ำ

เนื่องจาก “น้ำ” ได้กลายเป็น เหยื่อยอันโอชะ ที่ทำให้คน “หากินกับน้ำ” มาได้อย่างยาวนาน ทั้ง กรณีน้ำท่วม และน้ำแล้ง

และ “น้ำ” ได้กลายเป็นปัญหาโลกแตกให้รัฐบาลทุกรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาล คสช.ต้องปวดหัวอยู่ในขณะนี้

เพราะเรามีหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำไม่ต่ำกว่า 40 หน่วย (ในรายงานดังกล่าวมี 30 กว่าหน่วย) ในกระทรวงต่าง ๆ

142

ซึ่งผมได้เพียรเขียนรายงานให้ ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กรุณาทราบว่า

แต่ละหน่วยต่างก็ เขียนแผนงานประจำปีว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อขอเงินงบประมาณจากรัฐบาลไปทำ และเมื่อได้รับอนุมัติ แต่ละหน่วยจึงต่างคนต่างทำตามแผนของตัวเอง โดยไม่สนใจหน่วยอื่น

และเขียนบทความเสนอให้ทุกรัฐบาล และรัฐบาล คสช. ของท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ “รวมหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำเป็นหน่วยเดียว”

143

แต่มิได้หมายถึงทำตามที่ นายวรศาสน์ อธิบดีกรมทรัพยากน้ำ กำลังผลักดันนะครับ

วันนี้ ผมจึงมีคำถามถึง นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อยู่ 2 คำถามดังนี้

1.คุณเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…. เข้ามาทั้งที่ พระราชบัญญัตินี้ยังมีอยู่ เพื่ออะไรหรือ

หากต้องการให้หน่วยงานของคุณคือ กรมทรัพยากรน้ำ มีอำนาจมากขึ้น ก็น่าจะขอแก้ กฎหมาย เท่านั้นก็ได้

2.คุณให้สัมภาษณ์สื่อทำไมหรือว่า จะมีการเก็บค่าน้ำจากเกษตรกร ทั้ง ๆ ที่ในร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…. มิได้พูดถึงเรื่องค่าน้ำแต่อย่างใด

ถามจริง ๆ คุณคิดอย่างไรกับ รัฐบาล คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือครับ ?

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com