พล.อ.ฉัตรชัย ครับ ท่านได้รับรายงานเรื่อง บ่อน้ำของ กรมพัฒนาที่ดิน ที่ สตง.ไปตรวจพบหรือยังครับ ?

25

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้ 10 ตุลาคม 2560 ผมได้นำเอาหนังสือทางราชการที่ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ตอบ เรื่องเงินงบประมาณที่เก็บไปจากชาวนาคนละ 2,500 บาทว่า ขณะนี้ไม่มีเหลือติดบัญชี ไปแล้ว

ในตอนท้ายบทความผมเขียนว่า แต่ถึงอย่างไร ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ กรมพัฒนาที่ดิน เก็บเงินสมทบจากชาวนาอยู่ดี เพราะอะไร พรุ่งนี้มาดูเหตุผลของผมกันอีกสักตอนนะครับ !

กรุณาอ่านเรื่องเดิมที่นี่ https://goo.gl/5LbtbP

และต่อไปนี้คือเหตุผลที่ผมเห็นว่า รัฐบาล โดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะปล่อยให้กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไปครับ

นั่นคือ ผลการตรวจสอบโครงการนี้ ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ที่สำนักข่าวอิศรา รายงานไว้เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า ท่าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตรฯ เห็นแล้วหรือยัง ดังนี้

“สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เผยแพร่รายงานการตรวจสอบโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน (บ่อจิ๋ว)สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งมีสถานีพัฒนาที่ดินอยู่ในความรับผิดชอบจำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา สถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ สถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ และสถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์

ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฯ ช่วงปีงบประมาณ 2549 – 2558 ขุดสระน้ำไปแล้วจำนวน 64,445 บ่อ เป็นเงินจำนวน 985.06 ล้านบาท

โดยจากการสุ่มสังเกตการณ์การใช้ประโยชน์ของสระน้ำของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในปีงบประมาณ 2557–2558 จำนวน 74 ราย พบว่า

เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสระน้ำได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ จำนวน 48 ราย คิดเป็นร้อยละ 64.86 ของจำนวนที่สุ่มสังเกตการณ์ และจากการสอบถามเกษตรกรเจ้าของสระน้ำจำนวน 201 ราย เก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ไม่ได้ตลอดปี จำนวน 132 ราย คิดเป็นร้อยละ 65.67

ขณะที่การดำเนินโครงการฯ ไม่เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ คู่มือการดำเนินโครงการ และแนวทางที่กำหนด อาทิ การสำรวจและรวบรวมรายชื่อเกษตรกรที่มีความต้องการสระน้ำ

เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาที่ดินส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง ทำให้เกษตรกรที่สมัครเข้าร่วมโครงการบางรายอาจไม่มีความต้องการที่จะขุดสระน้ำ

และมีการเปลี่ยนรายชื่อเกษตรกร ที่ได้รับอนุมัติขุดสระน้ำจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ 2557–2558 สถานีพัฒนาที่ดินฯ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการตามเป้าหมาย จำนวน 18,090 ราย

และมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อเกษตรกรที่ไม่ได้รับการขุดสระ จำนวน 6,753 ราย คิดเป็นร้อยละ 37.33 ของเกษตรกรที่มีรายชื่อได้รับการขุดสระตามเป้าหมาย

ส่วนการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย พบว่า การคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการกล่าว คือ ไม่ใช่เป็นพื้นที่ราบต่ำ ขาดประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำ พื้นที่เป็นดินทราย พื้นที่เกลือขึ้นเป็นดินเค็ม พื้นที่ซึ่งมีก้อนหินขนาดใหญ่ คุณภาพน้ำไม่เหมาะสมในการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรือขนาดพื้นที่ขุดสระน้ำมีไม่เพียงพอตามเงื่อนไขของโครงการ

นอกจากนี้ การเก็บเงินสมทบจากเกษตรกร ซึ่งโครงการกำหนดให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่าย 2,500 บาท/บ่อ

พบว่า เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาที่ดินของสถานีพัฒนาที่ดินฯ ไม่ได้จัดเก็บเงินสมทบจากเกษตรกรด้วยตนเองทุกราย โดยเกษตรกรได้จ่ายเงินสมทบให้กับบุคคลอื่น

ได้แก่ ผู้รับจ้าง จำนวน 158 ราย คิดเป็นร้อยละ 78.60 และจ่ายให้หมอดินอาสา จำนวน 32 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.92 หรือผู้นำชุมชน จำนวน 9 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.48 และเกษตรกรไม่ได้รับ ใบเสร็จรับเงินจากเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาที่ดินแต่อย่างใด คิดเป็นร้อยละ 100

ส่วนรูปแบบของสระน้ำตามคู่มือการดำเนินงานโครงการฯ มีขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร มีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ รูปตัว I และรูปตัว L ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่

โดยได้รับคำแนะนำจากหมอดินอาสา และช่างควบคุมงานที่ แต่เกษตรกรไม่ได้รับคำแนะนำอะไร เมื่อจะดำเนินการขุดสระน้ำ ผู้รับจ้างจะเป็นผู้พิจารณาจากสภาพและขนาดพื้นที่ของเกษตรกรที่จะขุด

เบื้องต้น สตง.ได้แจ้งให้อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พิจารณาทบทวนปรับปรุงรายละเอียดโครงการให้เหมาะสม รอบคอบชัดเจน

ส่วนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 เห็นควรให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายกรณีไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรณีไม่ได้นำเงินสมทบดังกล่าวนำฝากธนาคารตามระเบียบการเก็บ รักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2520 และช่างควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจงานจ้าง

กรณีไม่ได้ตรวจหรือควบคุมงานหรือตรวจรับงานจ้างให้ถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม

รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกษตรกรหรือพื้นที่ขุดสระน้ำหลังจากทำสัญญาจ้าง หากพบว่าการดำเนินการดังกล่าวทำให้ราชการเกิดความเสียหาย ให้ดำเนินการทางละเมิดหรือดำเนินการตามควรแก่กรณีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป”

นี่คือ รายงานจากส่วนราชการของรัฐ คือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ที่ทำงานตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพสูงในขณนี้ครับ ท่าน พล.อ.ฉัตรชัย ที่เคารพ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com