ถ้าฝ่ายปกครองในจังหวัดสุโขทัย ฟัง รองแม่ทัพ กองทัพภาคที่ 3 การแก้ปัญหาน้ำในจังหวัด จะดีกว่านี้ !

15

ภาณมาศ ทักษณา

วานนี้ 20 กันยายน 2560 ผมเขียนบทความเรื่อง หมดไป 481 ล้าน น้ำยังท่วมสุโขทัย ใครควรรับผิดชอบ รายงานถึงการที่โยธาธิการฯจังหวัดว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาเอกชน 2 ราย

สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนศรีสำโรง อำเภอศรีสำโรง ด้วยเงินงบประมาณ 291,442,274.70 บาท

และ พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย อีก 190,120,000.00 รวมเป็นเงิน 481,562,274.70 บาท

80

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/DwMZd3)

ปรากฏว่าเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยเป็นอย่างมาก ได้มีผู้แชร์เรื่องดังกล่าวไปยังหมู่มิตรในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ศรีสัชชนาลัย ศรีสำโรง และอำเภอเมือง

นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากชาวสุโขทัย ถึงขั้นจะเข้าชื่อเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ ดังภาพที่ผมนำเสนอนี้

82

เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ผมจำได้ว่า ท่าน พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 ที่ลงไปช่วยเหลือชาวสุโขทัยแก้น้ำท่วมมาอย่างยาวนานได้เคยแสดงความเป็นห่วงเอาไว้

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายครับ ที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดสุโขทัยหาได้สนใจข้อเตือนสติจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากกองทัพภาคที่ 3 ไม่ ท่าน พล.ต.ผดุง ท่านเขียนแสดงความเห็นไว้ ดังนี้ครับ

ข้อห่วงใยของ พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รอง มทภ. 3 ต่อกรณีการสร้างพนังกั้นน้ำยม ที่ จังหวัดสุโขทัย !

7 มิถุนายน 2017  โดย blogger [อ่าน 224 คน , ยังไม่มีความเห็น , ID]

53

ภาณุมาศ ทักษณา

ตามที่ผมได้รายงานถึงการวางแผนป้องกันน้ำท่วมของจังหวัดสุโขทัย โดย กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยในกรุงเทพฯ ทำสัญญาว่าจ้างเอกชนคือ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดอึ้งแซเฮง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลโพนข่า อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้รับเหมามาตั้งแต่ 18 เม.ย.59 กำหนดแล้วเสร็จ 4 ต.ค.61 และได้แสดงความเป็นห่วงว่า งานรับเหมาทั้งโครงการอาจไม่เสร็จตามกำหนด

โดยในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ผมได้เขียนเรื่อง เหลือเวลาปีครึ่ง งานระบายน้ำในคลองตาปาน อำเภอศรีสำโรง สุโขทัย ยังไม่ลงมือ หากทำไม่ทัน ใครจะรับผิดชอบ ! ไปแล้วนั้น

54

ปรากฏว่า เรื่องที่ผมเขียนเผยแพร่นั้นได้รับความสนใจจาก พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งลงไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวสุโขทัยตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ในปี 2557 เป็นอย่างมาก

ซึ่งผมได้รายงานให้ท่านผู้มีเกียรติทราบไปเมื่อวานนี้ที่ 6 มิถุนายน 2560 ว่าท่านรองแม่ทัพฯ ได้นำคณะนายทหารจาก กกล.รส.จว.ส.ท.ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ไปดูพื้นที่ที่น้ำท่วมขังในอำเภอสวรรคโลกและอำเภอศรีสำโรง ไปแล้ว

55

56

ปรากฏว่า ในวันเดียวกันนั้น (6 มิ.ย.60) ท่าน พล.ต.ผดุง ได้กรุณา แสดงความเห็นถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตอำเภอศรีสำโรงและอำเภอเมืองในเฟซบุ๊ก Padung Yingpaiboonsuk ไว้อย่างมีค่ายิ่ง

57

ผมจึงขออนุญาตท่านรองแม่ทัพฯ นำเอาข้อห่วงใยของท่านมาเผยแพร่ในที่นี้ เพื่อให้ท่านผู้มีเกียรติ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย และในรัฐบาลได้รับทราบอีกขึ้นหนึ่ง– ท่านเขียนไว้ดังนี้

59

หลังจากนั้นปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กของท่านกว่า 300 ครั้ง และแชร์เรื่องราวของท่านเผยแพร่ออกไปเกือบ 30 ราย และผมได้แสดงความเห็นในฐานะเกิดที่ริมแม่น้ำยมไปด้วยว่า

“ เห็นการก่อสร้างพนังกั้นน้ำที่คลองตาล(อ.ศรีสำโรง)และที่ธานี (อ.เมือง)แล้ว สงสารชาวบ้านที่อยู่ริมแม่ยมทั้งสองฝั่งครับ

นับจากนี้ไป ตอนเช้าในหน้าหนาวคงไม่เห็นสายหมอกที่ระเหยขึ้นมาจากแผ่นน้ำอีกแล้ว เพราะพนังกั้นน้ำคงบังผิวน้ำจนมิด หรือชาวบ้านที่เคยอาศัยตลิ่งปลูกผักหญ้าไว้กิน หรือเก็บไปขายตลาด ก็คงหมดโอกาส

นั่นเท่ากับว่าพนังกั้นน้ำไดทำลายวิถีชีวิตคนริมน้ำยมให้หมดสิ้นไปอย่างน่าเสียดายนัก… ขอให้ผู้ที่อนุมัติโครงการนี้ จงถูกพระแม่ย่า และพระร่วงเจ้าลงโทษให้ไม่ตายดีด้วยเทอญ”

58

ปัญหาดังกล่าวนี้ คงเกินสติปัญญาของชาวจังหวัดสุโขทัยจะแก้ไขได้ ผมจึงตัดสินใจส่งเรื่องไปยัง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, ถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบ

เพราะทราบว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมการที่จะจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครบวงจร และจะได้รับเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียนในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

พร้อมกันนี้ ขอกราบขอบคุณ พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ใน กกล.รส.จว.สุโขทัย ทุกท่านที่สละแรงกายและแรงใจเพื่อช่วยชาวสุโขทัยมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ครับ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com