มาตรา 16 ใน พ.ร.บ.สำนักงานทรัพยากรน้ำฯ คือ กระบองใหญ่ที่ รองนายกฯวิษณุ เครืองาม พูดถึง ?

13

ภาณุมาศ ทักษณา

รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เคยเปรียบเทียบ กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งขณะนี้สังกัดอยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า “เหมือนยักษ์เล็กที่ถือกระบองเล็ก”

โดยบอกว่า หลังจาก พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…..ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)แล้ว กรมทรัพยากรน้ำจะกลายร่างยักษ์ใหญ่ ถือกระบองใหญ่ในนาม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ – ว่างั้น

ได้ยินท่านให้สัมภาษณ์ตอนแรก ก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่ขึ้นมาได้ยังไง ในเมื่อยังมี กรมชลประทาน ซึ่งใหญ่โตมโหฬารที่ไม่ถูกยุบไปรวมในหน่วยงานใหม่อยู่แล้วทั้งกรมแบบนั้น

จนกระทั่งได้อ่าน ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ฉบับย่อส่วนที่หนังสือพิมพ์มติชน นำมาเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 จึงพอแล้วว่า อะไรเป็นอะไร – แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นกระบองได้จริงไหม

มาตรา 16 บัญญัติว่า กนช.มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยทั่วไป รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่รวมทั้งสิ้น 14 ประการ

ซึ่งผมขอสรุปใจความสำคัญของกฎหมายนี้ให้ทราบแบบชาวบ้าน ๆ คือไม่ไล่เนื้อหาในแต่ละ วงเล็บ (- ) ก็ละกันนะครับ ไม่งั้นจะยาวจนน่าเบื่อที่จะอ่านครับ

สรุปคือ หลังจากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้แล้ว เขาจะแบ่งพื้นที่เกี่ยวกับน้ำออกเป็น ลุ่มน้ำ ต่าง ๆ โดยแต่ละลุ่มน้ำ จะมีกรรมการ ตามที่ผมเขียนไปในบทความวานนี้

แล้วให้ คณะกรรมการลุ่มน้ำ แต่ละลุ่มน้ำเขียนแผนงานต่าง ๆ ที่จะพัฒนา หรือจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ แล้วนำเสนอต่อ คณะกรรมการ กนช.ชุดใหญ่พิจารณา

เมื่อคณะกรรมการ กนช.ชุดใหญ่พิจารณาแล้ว อาจจะมีข้อเสนอแนะ ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ หรือประสานแผนงานหรือโครงการต่าง ๆ ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ

และที่ถูกอกถูกใจผมเป็นอย่างมาก และเผลอเขียนเรียกร้องไปเพราะไม่รู้ก็คือ คณะกรรมการ กนช.ชุดใหม่ มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ติดตาม เร่งรัด และตรวจสอบการทำงานเกี่ยวกับน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีครับ

อย่างไรก็ตาม แม้ผมอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า อำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการ กนช.ชุดใหญ่ในเรื่องนี้ อาจทำให้เกิดการปีนเกลียวกับ กรมชลประทาน นะสิครับ

ตรงนี้ก็ขอฝาก ท่าน พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ด้วยนะครับว่าจะให้อำนาจ คณะกรรมการชุดใหญ่ให้ตรวจสอบกรมชลด้วยหรือไม่ – ต้องเอาให้ชัดครับ

คือขอให้บัญญัติไว้ในกฎหมายเลยว่า ควบคุม กำกับ ติดตาม เร่งรัด และตรวจสอบ เฉพาะในส่วนราชการอื่น ๆ ยกเว้น กรมชลประทาน ไม่งั้นอาจจะมีปัญหาตามมานะครับ

ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ในร่างกฎหมายนี้ ก็งั้น ๆ ครับเป็นรายละเอียดปลีกย่อยเหมือนกำหนดไว้ในองค์กรของรัฐว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งตรงนั้นคงต้องไปออกเป็นกฎกระทรวงกันต่อไป

โดยหวังว่าถึงตอนนั้นแล้ว คงไม่มีอะไรที่จะไปขัดแย้งกับหน่วยงานอื่น ๆ นะครับ หาไม่ ยักษ์ตัวนี้ก็มีแต่กระบองแต่ใช้ไม่เป็นนะสิครับ !


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com