พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ กรุณาเพิ่ม นักโบราณคดี เป็นกรรมการใน กนช.ด้วยนะครับ !

10

ภาณุมาศ ทักษณา

านนี้ 14 สิงหาคม 2560 ผมเขียนบทความเรื่อง ฝาก สนช.แปรญัตติ ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำฯ เป็นหูเป็นตาแทนนายกฯ ด้วยนะครับ

ที่เขียนไปอย่างนั้นเพราะผมไม่ทราบว่า ใน ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำเอาอย่างครอบคลุมแล้วในมาตรา 16

ซึ่งมาตรา 16 ของ ร่าง พ.ร.บ.นี้แหละครับที่ผมเชื่อว่าจะสามารถ “ให้คุณและให้โทษ” แก่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ทำไมผมคิดยังงั้น พรุ่งนี้จะชี้ให้เห็น

วันนี้ผมขอสรุปภาพรวมของ ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำฯ ที่ หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 13 สิงหาคม 2560 นำประเด็นสำคัญมาเผยแพร่ให้ทราบก่อนนะครับ

13

เพราะมีคำสัมภาษณ์ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมาให้อ่านจึงทราบว่ากฎหมายนี้มี 100 มาตรา พิจารณาไปแล้ว 72 มาตรา

สำหรับหลักการและเหตุผลนั้น จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดแล้วพูดอีกเพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องตั้งองค์กรนี้

และที่น่าสนใจนอกจากมาตรา 16 แล้ว ในมาตรา 24 ที่กำหนดให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งลุ่มน้ำและมีคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อให้ผู้คนในแต่ละพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกันเอง

มาตรานี้ ตรงกับที่ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ และผู้ใหญ่ในรัฐบาลหลายท่านเคยให้ข่าวว่า ด้วยกฎหมายใหม่นี้ จะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาน้ำด้วยนั่นเอง

โดยในมาตรา 26 กำหนดให้มี กรรมการลุ่มน้ำ 4 กลุ่ม คือกรรมการโดยตำแหน่ง เช่น ผู้ว่าฯ ผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำไม่ว่าจะเป็น กรมชลฯ กรมเจ้าท่า กรมประมง ฯลฯ

14

ซึ่งตรงนี้เป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ตามกฎหมายใหม่นี้ ไม่ได้มีการยุบส่วนราชการต่าง ๆ ที่ทำงานซ้ำซ้อนกันเหมือนที่ผมเคยเรียกร้องให้ยุบแล้วนำมารวมเป็นองค์กรเดียวนั่นเอง

นอกจากกรรมการโดยตำแหน่งก็เป็นกรรมการผู้แทนส่วนท้องถิ่น1คน กรรมการที่เป็นผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำจากภาคเกษตร อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมภาค ละ 1 คน

นอกจากนี้ก็เป็นกรรมการกลุ่มน้ำที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำอีก 3 คนแล้วให้ ผู้ว่าฯ เลือกประธาน 1 คนและรองประธาน 2 คน

ทั้งนี้โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ในเขตลุ่มน้ำนั้น ๆ เป็น กรรมการลุ่มน้ำและเลขานุการ เพื่อทำงานตามบทบาทและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายนี้ – ว่างั้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ร่างกฎหมายนี้ก็ไม่เลวเสียทีเดียวนัก และออกจะดีเสียด้วยถ้าหากในประเทศไทยไม่มี ส่วนราชการที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับน้ำเหมือน กรมชลประทาน นะครับ

คือเป็นกฎหมายที่เหมาะกับตอนที่ตั้งประเทศใหม่ ๆ เพราะจะไม่ขัดแย้งหรือปีนเกลียวกับหน่วยงานใด ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งพรุ่งนี้ผมจะว่าให้เต็มที่ครับ วันนี้ขอฉายภาพรวมให้เห็นก่อน

และประการสำคัญคือ ใคร่ขอเสนอ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานกรรมาธิการฯ ได้กรุณารับข้อเสนอผมไว้เรื่องหนึ่ง นั่นคือ ขอให้เพิ่ม นักโบราณคดีเข้าไปเป็นกรรรมการใน กนช.ด้วย

10

เพราะดูภารกิจที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ต้องทำในอนาคตแล้ว คงต้องไปค้นหาแหล่งน้ำเก่า ๆ ที่เคยมี เช่น ห้วย หนอง บึง หรือ ลำคลองที่สูญหายเพราะตื้นเขินหรือถูกบุกรุก

เพราะการค้นหาสิ่งเหล่านั้น ผมเชื่อว่า ลำพังข้าราชการในกรมที่ดินของกระทรวงมหาดไทย อาจจะหาไม่เจอครับ เพราะอะไรก็คงไม่ต้องอธิบายตรงนี้นะครับ

ดังนั้นการมี นักโบราณคดี ร่วมเป็นกรรมการ กนช.อยู่ด้วย คงจะช่วยได้เยอะครับ


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com