โถ…ท่านนายกฯลุงตู่ก็พูดซะเอิกเกริกจนผมหลงดีใจ ที่แท้ก็แค่เปลี่ยนชื่อ ย้ายสังกัด !

7

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของผม ที่ฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับมากระเดียด แสดงความดีอกดีใจและขอบคุณท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียยกใหญ่

คงเป็นเพราะผมตั้งความหวังเอาไว้สูงและนานมาก ที่อยากเห็นการรวมหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำทุกหน่วยมาไว้ในที่เดียวกัน แล้วตั้งองค์กรใหม่เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ – ว่างั้น

พอเห็นสื่อมวลชนประโคมข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์อย่างขึงขังว่า “เราทนเสี่ยงภัยอีกต่อไปไม่ได้แล้ว..” และขยายความว่า

“จะปรับนโยบายและงบประมาณด้านการบริหารจัดการน้ำใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน” ให้ครอบคลุม “น้ำเพื่อการบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ

โดยจะเพิ่มอีก 2 กิจกรรม ถือเป็นวาระแห่งชาติ คือการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการแก้ปัญหาน้ำแล้งอย่างเป็นระบบครบวงจร และจัดทำแผนและโครงการต่าง ๆ ให้ชัดเจนตรวจสอบได้….

ผมก็เข้าใจไปว่า ท่านนายกฯลุงตู่ จะยุบหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำทั้ง 34 หน่วยในกระทรวงต่าง ๆ มาไว้ในองค์กรใหม่ที่ชื่อว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาน้ำตามที่คาดหวังเอาไว้

และเมื่อเกิดความคลางแคลงใจว่า ผมเข้าใจถูกหรือไม่ วานนี้ (10 ส.ค.60) ผมจึงเขียนบทความเรียนถามท่าน แต่เข้าใจว่าท่านคงตอบไม่ทัน และผมคงไม่รอคำตอบ เพราะได้คำตอบมาอย่างชัดเขนแล้ว

คุณวรศาสตร์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)ได้ให้สัมภาษณ์ไว้แล้วว่า

ในการประชุม กนช.วันที่ 9 ส.ค.60 นั้น ที่ประชุมมีมติให้ย้ายกรมทรัพยากรน้ำ ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ มาเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกฯ และขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี

คุณวรศาสตร์บอกว่า “นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่า ที่ผ่านมาการสั่งการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศไม่ทันต่อภาวะวิกฤต ขาดความเป็นเอกภาพ จึงให้มีหน่วยงานกลางขึ้นมา”

อ่านจากที่คุณวรศาสตร์ใหสัมภาษณ์ ก็เป็นอันว่า “เข้าใจตรงกันนะครับ” ว่า ในการประชุม กนช.ครั้งที่ 2/ 2560 แค่เปลี่ยนชื่อกรมทรัพยากรน้ำ และย้ายสังกัดมาอยู่กับนายกฯ เท่านั้น

ผมจึงถือโอกาสนี้ กราบขออภัยท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่ให้เกิดความไขว้เขวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครับ และเมื่อพิจารณาตามรูปการณ์แล้ว ผมเข้าใจว่า รัฐบาลนี้คงไม่มีน้ำยาแก้ปัญหาน้ำได้หรอกครับ

ยิ่งอ่านจากที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตรฯ ให้ข่าวว่า “กรมชลประทานยังเป็นฝ่ายปฏิบัติ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นฝ่ายวางแผนและสั่งการลงมา”

ผมก็มองเห็นความล้มเหลวอยู่เบื้องหน้าอยู่รำไรแล้วละครับ… ถ้าผมเป็นข้าราชการกรมชลประทาน ผมคงไม่ยอมให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาวางแผนและสั่งการให้ทำโน่นนั่นนี่หรอกครับ

เพราะการกระทำอย่างนั้น มันเหมือนหมิ่นน้ำใจลูกผู้ชายในกรมชลประทานว่าไม่มีน้ำยามากไปนะครับท่าน !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com