ยก กรมทรัพยากรน้ำ เป็นสมอง… มองเห็น กรมชลประทาน เป็นมือไม้… คิดได้ไง !

129

ภาณุมาศ ทักษณา

(ผมต้องกราบขออภัยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นเบื้องต้นว่า บทความที่ผมจะเขียนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมวันนี้ และวันต่อ ๆ ไป ผมมิได้มีเจตนาหลู่เกียรติของท่านในลักษณะ เณรน้อยสอนหนังสือสังฆราชเลยแม้แต่น้อยนะครับ – บันทึกในวันที่ 9 สิงหาคม 2560)

00000

คืนวันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 นี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กรุณาทำความกระจ่าง ให้แก่คนไทยทั้งประเทศที่รับฟังและรับชมรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนะครับ

ว่า บทบาทและหน้าที่ของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กับที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้สัมภาษณ์นั้นจริง ๆ แล้วคืออย่างไรกันแน่

เพราะคำให้ท่านของสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนนั้น ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า เรากำลังจะมีหน่วยงานใหม่ที่รวมหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำทั้งหมดที่กระจัดกระจายมาไว้ในหน่วยเดียวกัน ด้วยข้อความว่า

“เป็นการวางแผนว่าจะทำให้กรมทรัพยากรน้ำหรือกรมน้ำมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ให้รับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ

โดยอาจมีการปรับโอนบางส่วนให้มาอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี มีนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการและเป็นแกนนำที่จะพัฒนาทั้งเก็บกักน้ำ ระบายน้ำ ส่งน้ำ ต้องทำให้เรียบร้อยในพื้นที่

และว่า “เรื่องการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นแผนใหญ่ ในขณะนี้ทำค่อยข้างยาก เพราะติดปัญหาเรื่องที่ดินของประชาชน สื่อต้องทำความเข้าใจด้วย ไม่ใช่ให้รัฐบาลนี้ทำอะไรก็ทำ เพราะประชาชนไม่ยินยอม”

128

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/dLhcNh)

ในตอนที่ผมฟังครั้งแรก ผมเข้าใจว่านั่นคือสิ่งที่เป็นปัญหาที่จะต้องค่อย ๆ หาทางแก้ไข – ซึ่งผมทราบอยู่แล้วว่าปัญหาดังกล่าวมีอยู่แน่ และพร้อมที่จะให้กำลังใจ และเสนอแนะวิธีแก้ปัญหานั้น ๆ

เหมือนที่เคยเขียนบทความเสนอท่าน หลังจากท่านนายกฯ ยึดอำนาจมาจากรัฐบาลพลเรือนยังไม่ถึง 2 เดือน ด้วยเรื่องนี้

125

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/T63mwx)

แต่เมื่อได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ฉัตรชัย ที่ให้สัมภาษณ์ช่วงแรก และตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ ทำให้ผู้อ่านหลายท่านรวมทั้งผมรู้สึกสับสนกับหน่วยงานใหม่ที่ตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อ 2 – 3 วันก่อนครับ

ในช่วงแรก พล.อ.ฉัตรชัย บอกว่า เตรียมออกคำสั่งใช้มาตรา 44 รวมหน่วยงานบริหารจัดการน้ำของภาครัฐทั้งหมดเข้าด้วยกัน จัดตั้งเป็นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี

เป็นเพียงการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่มีฐานะเทียบเท่ากับกระทรวง ผู้บริหารสูงสุดเป็นข้าราชการระดับ 11 หรือเทียบเท่าปลัดกระทรวง โดยมีโครงสร้างและบุคลากรของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาทำหน้าที่หน่วยงานในการวางแผนงานด้านน้ำของประเทศ

ลักษณะคล้ายกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ.) ที่ทำหน้าที่ในการวางแผนในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุนและมีหน่วยงานด้านปฏิบัติ คือบรรดากระทรวงและกรมต่าง ๆ อาทิ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย”

ส่วนในช่วงท้าย พล.อ.ฉัตรชัย บอกว่า “ยืนยันว่า ไม่ได้มีการยุบกรมชลประทาน เข้าไปร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติอย่างแน่นอน

กรมชลประทานยังเป็นฝ่ายปฏิบัติ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นฝ่ายวางแผนและสั่งการลงมา เหมือนที่หน่วยงานอื่น ๆ ปฏิบัติตามที่ บีโอไอ.สั่งการลงมา”

หากเป็นไปตามคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ฉัตรชัย

คำถามแรกคือ กรมชลประทาน ไม่ใช่ “หน่วยงานบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ” ที่กระจายอยู่ที่อื่นอย่างนั้นหรือ ?

คำถามต่อมา หากไม่มีการนำเอา กรมชลประทาน มาไว้ใน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ท่านแน่ใจหรือว่า การแก้ปัญหาเรื่องน้ำจะบรรลุเป้าหมาย

ที่ท่าน พล.อ.ฉัตรชัย ระบุว่า “กรมชลประทานยังเป็นฝ่ายปฏิบัติ ดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นฝ่ายวางแผนและสั่งการลงมา” นั้น จะให้ประชาชนเข้าใจว่าอย่างไรหรือครับ

จะให้ประชาชนเข้าใจว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทาน ไม่มีฝ่ายวางแผน หรือ วางแผนงานต่าง  ๆ ไม่ดี รัฐบาลจึงต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพื่อทำหน้าที่วางแผนให้กรมชลประทานนำไปปฏิบัติ

และถ้าหากเป็นจริงตามข้อสันนิษฐานนั้น ก็เหมือนเป็นการดูถูก กรมชลประทาน ว่าที่ผ่านมาทำงานเหมือนไร้สมอง หรือเปล่าครับ ?

แล้วท่านแน่ใจหรือว่า แผนงานที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ วางไว้ให้ กรมชลประทานจะนำไปปฏิบัติ เพราะในขณะนี้มีแผนงานต่าง ๆ ที่กรมชลประทานวางไว้เยอะมาก ที่จะทำข้ามปีไปเลยก็มี…

และอีกหนึ่งคำถามที่สำคัญมากก็คือ

หากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ วางแผนแล้ว กรมชลประทาน ไม่นำไปปฏิบัติด้วยข้ออ้างว่ายังไม่พร้อมเนื่องจากกรมชลประทานก็มีแผนอยู่

ใครจะทำอะไร กรมชลประทานได้ เพราะอยู่คนละหน่วย

จะว่าไปแล้วผมสังหรณ์ใจ ตั้งแต่ท่านมอบหมายให้ คุณวรศาสตร์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะ เลขานุการ กนช.ไปเขียนแผนรวมหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำตั้งเป็นองค์กรใหม่ ในการประชุมครั้งแรกแล้ว ว่า

จะมีแรงต่อต้านมิให้มีการยุบกรมชลประทาน ไปอยู่ในองค์กรใหม่

ด้วยเหตุผลว่า กรมนี้ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และมีอายุถึง 115 ปีแล้ว

ในการเขียนบทความเรียกร้องให้รัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งในรัฐบาล คสช.ของท่าน

ผมจึงเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานใหม่เป็นองค์การมหาชนในชื่อ การชลประทานแห่งชาติ เพราะนั่นคือทางออกที่เหมาะสมที่สุด

127

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/AQkBXz)

ผมจึงขอกราบเรียนถามท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศทราบถึงสถานะของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ครับ ว่าเป็นอย่างไรกันแน่

หาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็น หัว มี กรมชลประทาน เป็น ตัวที่มีมือเท้าไว้ทำงาน

ผมก็ขอพยากรณ์ไว้ตรงนี้ว่า ทุกอย่างจะเหมือนเดิมและยกเลิกเรื่องนี้เถอะครับ !


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com