ขอต้อนรับและแสดงความยินดีกับ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) !

63

ภาณุมาศ ทักษณา

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ 1 สิงหาคม 2560 นั้น ครม.ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ คนใหม่

ก่อนหน้านี้ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม ที่ดูจากตำแหน่งหน้าที่แล้ว ถือมีความพร้อมและเหมาะสม

หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.มีสถานะเป็นอย่างไร ผมขอนำ “ข้อมูลที่เปิดเผยแล้ว” ของ สมช.ที่ปรากฏในสารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย มานำเสนอว่า

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็น ส่วนราชการระดับกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีภารกิจเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ เป็นที่ปรึกษา เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และนำแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคง

รวมทั้งอำนวยการ ประสานงานให้เป็นไปตามนโยบาย ตลอดจนจัดทำแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติต่อ สมช.และ คณะรัฐมนตรีเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาด้านความมั่นคงในอนาคต

ที่ผมนำเอา ภารกิจของ สมช.มานำเสนอในที่นี้ เพราะต้องการให้ท่านผู้มีเกียรติที่อาจจะยังไม่ทราบว่า สมช.มีบทบาทและหน้าที่อย่างไรได้รับทราบ ประกอบการตัดสินใจของ ครม.วานนี้

และจะได้ทราบว่า เหตุใดผมจึงแสดงความยินดี และขอต้อนรับ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ที่มารับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกับ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ มาก่อน…

ทั้งนี้ เพราะผมอยากให้ท่านผู้มีเกียรติ ได้มองถึงบทบาทหน้าที่และภารกิจของหน่วยงานบางหน่วย  มากว่าตัวบุคคล เหมือนที่สังคมไทยส่วนใหญ่มักจะคิด มอง หรือ รู้สึกอย่างนั้น

และอยากเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติรับทราบว่า ในการบริหารประเทศไม่ว่าจะอยู่ในลิทธิใด คือ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยจ๋า หรือประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือ เผด็จการเต็มร้อยในชื่อใด ก็ตาม

ระบบการข่าวกรอง คือ เครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับผู้บริหารประเทศในลัทธินั้น ๆ จะต้องมี และ ที่สำคัญจะต้อง “หาคน” ที่ไว้วางใจที่สุด และเข้าใจระบบการข่าวกรองที่สุด เป็นผู้ดูแล

หากพิจารณาจากเงื่อนไขดังกล่าวนี้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ สมช.ที่มีอยู่ในขณะนี้ทุกคนก็น่าจะมีคุณสมบัติสมควรจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เลขาธิการ สมช.หามีอาวุโส ถึง

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน การเข้าใจในระบบการข่าวกรองอย่างที่สุดอาจไม่พอเพียง แต่ต้องเสริมคุณสมบัติข้อที่ว่า ไว้วางใจที่สุด เข้าไปองค์ประกอบด้วย

เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองมิได้อยู่ในภาวะปกติ และที่สำคัญคือ อยู่ในระยะเวลาที่จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองาที่จะต้องช่วงชิงกันอย่างเข้มข้น

และการเลือก พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ก็มิได้หมายความว่า รองเลขาธิการ สมช.ที่มีอยู่คนไม่น่าไว้วางใจนะครับ แต่ก็ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วเป็นสำคัญ

ดังนั้น การที่คณะรัฐมนตรี ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คือ ร่างทรงของ คสช.เลือก พล.อ.วัลลภ ให้มารับตำแหน่งนี้ จึงเหมาะสมด้วยเหตุและผล ตามที่ผมอ้างถึง คือต้องทั้งไว้วางที่สุดและเข้าใจระบบการข่าวกองอย่างที่สุด

ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะอยากให้ให้ข้าราชการในหน่วยข่าวกรองทุกหน่วย  ไม่ว่าจะเป็น หน่วยข่าวทั้ง ตำรวจ ทหาร และพลเรือนประดามีได้ทำใจเอาไว้ล่วงหน้า ทราบถึงความจำเป็นข้อนี้

ดังนั้นในทุกครั้ง ที่มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งสำคัญนี้ ผมจึงไม่เคยตำหนิ นายกรัฐมนตรีพลเรือนคนใด ที่ใช้อำนาจโยกย้ายแต่งตั้ง ผู้บัญชาการหน่วยข่าวทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือน เลยแม้แต้น้อย

และจะว่าไปแล้ว ผมเคยเขียนบทความตำหนิ นายกรัฐมนตรีพลเรือนบางคนด้วยซ้ำไป ที่เมื่อรับตำแหน่งแล้ว ไม่เปลี่ยนตัว ผู้บริหารข่าวกรองต่าง ๆ ว่า โง่มาก และโง่จริง ๆ

เพราะในที่สุดแล้ว รัฐบาลพลเรือนของนายกรัฐมนตรีพลเรือน(บางคน) ก็ต้องหมดอำนาจลง เพราะไม่รู้เรื่องการข่าว นอกจากการโกงกินประเทศอย่างมูมมาม !


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com