ผมไม่ได้เกลียดนักธุรกิจจีน แต่ห่วงนักธุรกิจไทยจะถูกนักธุรกิจจีนใช้เป็น “เครื่องมือ” !

129

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้ ผมโพสต์ภาพข่าวการเคลื่อนไหวของกองทัพธุรกิจจากประเทศจีน ที่แผ่อิทธิพลเข้ามายึดธุรกิจการค้าแขนงต่าง ๆ ลงในเฟซบุ๊ก Tawan Taksana ตามที่ได้นำมาแสดงในที่นี่

131

โดยจำนวนนั้น ผมได้โฟกัสกราฟิกที่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจจัดทำให้เห็นว่าจังหวัดไหนบ้างที่นักธุรกิจหรือนักลงทุนจากจีนชอบ และเหตุผลที่เขาเข้ามาลงทุนในไทยให้เห็น

132

133

134

ผลก็เหมือนเดิมครับ มีมิตรรักแฟนเพจเข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็นทั้งในหน้าเพจและหลังไมค์หลายท่าน บางท่านถามว่าคุณรังเกียจนักลงทุนจีนนักหรือ จึงเขียนถึงในแง่ลบตลอด

(อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง คลิก https://goo.gl/p34m6e)

ผมจึงบอกว่า รออ่านในบทความที่ผมจะเขียนวันนี้ก็แล้วกัน เพราะเรื่องมันยาว นอกจากนี้ยังอยากตอบให้ท่านอื่น ๆ ที่ข้องใจได้รับทราบพร้อมกัน ๆ กันว่า ผมไม่ได้รังเกียจนักลงทุนจีน

เพราะจะว่าไปแล้ว ผมก็มีเชื้อจีนอยู่ครึ่งค่อนตัว เพียงแต่อยู่กับญาติฝ่ายไทยตั้งแต่เกิดจึงพูดจีนไม่ได้ แต่ที่ผมเขียนถึงการเคลื่อนไหวของนักลงทุนจีนค่อนข้างถี่ เพราะผมเป็นห่วงครับ

ห่วงแรกเป็นห่วงมากคือ เกรงว่าหากปล่อยให้นักลงทุนจีนเคลื่อนทัพเข้ามาง่าย ๆ อย่างนี้ ห่วงว่าในอนาคตในแผ่นดินไทย จะกลายเป็นอีกมณฑลหนึ่งของจีนครับ

ห่วงที่สองที่รองลงมาคือ เกรงว่าการร่วมทุนระหว่างนักลงทุนไทยกับนักลงทุนจีน ตามที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กำลังดำเนินการอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น

ในอนาคตนักลงทุนไทย จะ “น้ำตาตกใน” เพราะเมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างไทยกับจีนแล้ว ผมคิดว่ายังห่างชั้นกันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทุน เทคโนโลยีและเทคนิคการตลาด

เพราะจะว่าไปแล้ว ธุรกิจ เอสเอ็มอี.ไทยนั้น ไม่ใช่เพิ่งเกิดปีสองปีนะครับ แต่เกิดมานานแล้ว เพียงแต่ว่ามาได้รับการฟูมฟักเหมือนลูกก็ในช่วงที่นายสมคิดเป็นรองนายกฯ สมัยรัฐบาลทักษิณ

(อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง คลิก https://goo.gl/jJ3z0P)

สมัยนั้น นายสมคิดมีความพยายามเหมือนคนที่ต้องการ “ปั้นดินให้เป็นดาว” คือหมดเท่าไหร่เท่ากัน เขาทุ่มเทเงินงบประมาณลงไป เหมือนกับยุคนี้ที่หาเงินมาป้อนใส่ปาก เอสเอ็มอี.ไม่หยุด

หากจะต่างกันก็คือ สมัยนี้นอกจากหาเงินให้กู้ง่าย ๆ อย่างชาวบ้านเรียกว่า ฉิบหายเท่าไหร่เท่ากันแล้ว นายสมคิด ยังไปดึงนักธุรกิจต่างชาติคือจากฮ่องกงและจีนเข้ามาในไทยเหมือนมีเจตนาดี

135

แต่ถ้าพิจารณาลึก ๆ แล้ว ผมคิดว่านายสมคิดกำลังดึง “นักฆ่ามืออาชีพ” เข้ามาฆ่านักธุรกิจไทยที่กำลังเรียนรู้วิทยายุทธ นะครับ

และทำไปทำมานักธุรกิจไทยก็จะกลายเป็น “เบ้” หรือเบี้ยล่างของเขา

เหมือนที่นักธุรกิจจีนไปลงทุนร่วมกับนักลงทุนชาติต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกา รวมไปถึงอาฟริกา จนรัฐบาลจีนต้องกำหนดยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ 2012 เพื่ออำนวยความสะดวกให้

โดยอาศัยประเทศที่อยากพัฒนาตัวเองให้เจริญในอาเซียนเป็นทางผ่าน เหมือนที่กำลังเข้าไปสร้างทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงในแต่ละประเทศอย่างชาญฉลาด คือให้กู้เงินจีนไปสร้างทางให้จีนนั่นไงครับ

ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจวานนี้ 18 พฤษภาคม 2560 นายดาวิน หยาง ประธานสมาคมการค้าอาเซียน- จีน ได้กล่าวเตือนคนไทยที่จะทำการค้ากับคนจีนเอาไว้น่าฟังมาก เขาบอกว่า…

136

“ต้องรู้เขารู้เรา ต้องประวัติคู่ค้า รู้ว่ามีความพร้อมกับการทำธุรกิจร่วมกันมากหรือน้อยเพียงใด”

ดังนั้นในอนาคต หากนักธุรกิจไทยคนใดประสบความล้มเหลวกับการร่วมค้ากับนักธุรกิจจีน เราคงจะไปว่าอะไรเขาไปไม่ได้เพราะ นายดาวิน หยาง อาจย้อนคำพูดได้ว่า “เราเตือนคุณแล้ว” !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com