“สร้างหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง” พออยู่พอกิน อยู่ดีกินดี มั่งมีศรีสุข ไม่พอ ควร “สร้างภูมิคุ้มกัน” ให้ชาวบ้านด้วย !

33

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้ 14 ก.พ.60 หนังสือพิมพ์มติชนได้ตีพิมพ์แผ่นภาพโฆษณาของ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ นายอภิชาต โตดิลกเวชช์ อธิบดี รายงานให้ทราบถึงความคืบหน้าของโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เอาไว้ – น่าสนใจมาก

แผ่นภาพโฆษณานี้เริ่มต้นด้วยการน้อมนำ พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระราชทานเมื่อปี 2540 มาเป็นโคมประทีปส่องทางให้ชาวไทย ตอนหนึ่งมีความว่า

“ประเทศไทยสมัยก่อนนี้ถือหลักพอมีพอกิน มาสมัยนี้อิสระ ไม่มีพอมีพอกิน จึงจะต้องเป็นนโยบายจะทำเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะให้ทุกคนพอเพียงได้ พอเพียงนี้หมายความว่า มีกิน มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ”

จากนั้นได้นำคำพูดของ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่กล่าวถึงโครงการนี้มาตีพิมพ์ว่า โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เป็นนโยบายของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทยที่สั่งผ่านผู้บริหารของกระทรวง

ซึ่งทางกระทรวงได้มอบให้กรมการปกครองจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับอำเภอ” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและให้ความรู้แก่ชาวบ้านให้รู้จักการ “ระเบิดจากข้างใน” มี 7 แนวทาง

34

แล้วจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชนเป็นผู้บอกเล่าถึงรายละเอียดโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ซึ่งผมขอสรุปประเด็นสำคัญให้ท่านผู้มีเกียรติทราบว่า

ประเทศไทยมีหมู่บ้านทั้งสิ้น 74,965 หมู่บ้าน ในปี 2559 ได้ส่งเสริมและพัฒนาไปแล้ว 8,837 หมู่บ้าน มีผู้นำที่เป็นแกนนำในการพัฒนาพัฒนาหมู่บ้าน 21,927 ครัวเรือน มีครอบครัวต้นแบบ 219,270 ครัวเรือน มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน 904 แห่ง

นายอภิชาตบอกด้วยว่า การดำเนินโครงการนี้แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนคือ เริ่มจาก

1.ระดับ “พออยู่ พอกิน” คือพัฒนาให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทำกิน ทำใช้ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้

2.ระดับ “อยู่ดี กินดี” คือ หมู่บ้าน ชุมชนสามารถบริหารจัดการพัฒนารูปแบบกลุ่มและการพัฒนารายได้ให้คนในชุมชน

3.ระดับ “มั่งมี ศรีสุข” คือ พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตทางด้านจิตใจ มีความรักสามัคคี ช่วยกันดูแลรักษาหมู่บ้านให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืนใน 4 ด้านคือจิตใจ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ทางเทคโนโลยี

กล่าวโดยรวมก็คือ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมพัฒนาชุมขน กำลังสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อให้ช่วยเหลือตัวเองและเกื้อกูลเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนที่จะขยายวงกว้างออกไปตามนโยบายของรัฐบาล คสช.นั่นเอง

ในฐานะที่ติดตามข่าวของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ผมขอชื่นชมความตั้งใจจริงของ กรมพัฒนชุมชน ที่ดำเนินการในเรื่องนี้ครับ

แม้ว่ากิจกรรมดังกล่าวจะไม่ต่างไปจากส่วนราชการอื่น ๆ เช่น ของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม ฯลฯ หรือแม้แต่องค์กรเอกชน เช่นมูลนิธิต่าง ๆ กระทรวงมหาดไทย ที่ต่างก็จัดกิจกรรมที่มีเป้าหมายเดียวกัน

แต่มีบางอย่างเท่าที่ผมสังเกตเห็นก็คือ หลายหน่วยงานยังขาด “การสร้างภูมิคุ้มกัน” ให้แก่ชาวบ้านในด้านเศรษฐกิจและการเมืองอย่างจริง หากจะมีก็เพียงแต่ “เติมเต็ม” ส่วนที่ยังขาดเช่นการสอนให้ทำบัญชีครัวเรือน เท่านั้น

สิ่งที่ผมอยากให้ส่วนราชการ โดยเฉพาะที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่กรมพัฒนาชุมชนดำเนินการก็คือ การสอนหรืออบรมเรื่องประชาธิปไตยให้ชาวบ้าน หลังจากสอนให้เขา พออยู่พอดิน อยู่ดีกินดี จนมั่งมีศรีสุขแล้ว

เป็นไปได้ไหมครับที่ กรมพัฒนาชุมชนจะเพิ่มขั้นตอนที่ 4 ภูมิคุ้มกันภัยจากการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะปัญหาในชนบทนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากชาวบ้านไม่รู้หรือไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร

กรมพัฒนาชุมชนจึงควรจัดหาวิทยากรเข้าไปบรรยายให้ชาวบ้านทั้ง 74,965 หมู่บ้านได้รับรู้ว่า เนื้อแท้ของคำว่าประชาธิปไตยคืออะไรกันแน่ เพื่อให้ชาวบ้านได้รับรู้เหมือน ๆ กันอย่างน้อยก่อนเลือกตั้งจะมาถึง

ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ชาวบ้านถูกนักการเมืองหลอกใช้เป็นเครื่องมือเหมือนในอดีตอย่างไรเล่าครับ

ก็ขอฝาก นายอภิชาต โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน รับไปพิจารณาด้วยนะครับ – ขอบคุณ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com