มูลนิธิอุทกพัฒน์สอนชาวบ้านศาลาดิน ปกป้องดูแลที่ดินพระราชทานจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยการ “เทิด ด้วย ทำ” !

37

ภาณุมาศ ทักษณา

ในหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 14 ก.พ.2560 คุณทวีพล หลิมชัยสุวรรณ ได้เขียนรายงานเรื่อง “ชุมชนบ้านศาลาดิน” น้อมนำพระราชดำริ ใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติ จัดการปัญหาน้ำ เอาไว้น่าสนใจมาก

คุณทวีพลเล่าว่า เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ได้เดินทางไปดูกิจกรรมของมูลนิธิอุทกพัฒน์ ซึ่งมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธาน และมี ดร.รอยล จิตรดอน เป็นเลขาธิการ ที่ชุมชนบานศาลาดิน ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

ชาวบ้านในชุมชนแห่งนั้นมีอาชีพทำนาแต่ไม่มีที่ดินทำกินต้องเช่าเขาทำนาและทำนาได้ปีละครั้ง เนื่องจากสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านมีปัญหาเรื่องน้ำเสีย น้ำแล้ง น้ำกร่อย และน้ำท่วม ๆ หมู่บ้าน ทำให้มีชีวิตยากลำบากมาก

38

ต่อมาในปี 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงทราบปัญหา จึงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์แก่เกษตรกร 1,009 ไร่ ให้สำนักงานปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ดูแลและจัดสรรให้เกษตรกรแปลงละ 20 ไร่

พร้อมพระราชทานแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการเกษตรแบบผสมผสานตามหลักภูมิสังคม สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน

ซึ่งชาวบ้านได้ดำเนินตามแนวพระราชดำริ โดยปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก ปลูกมะพร้าว กล้วย ขนุน มะม่วงเพื่อสร้างรายได้ระหว่างรอเก็บเกี่ยวข้าว และแบ่งพื้นที่ทำนาบัวเพื่อตัดดอกขายและปลานิลในนาบัวด้วย

40

แต่เนื่องจากสังคมได้ขยายตัวออกมาทำให้สภาพแวดล้อมของชุมชนบ้านศาลาดินได้รับผลกระทบด้วย นั่นคือทำให้เกิดน้ำเสีย น้ำแล้ง น้ำกร่อย และน้ำท่วม โดยในปี 2526 เต็มพื้นที่ หลังจากนั้นชาวบ้านศาลาดินก็พบแต่ปัญหา

เกี่ยวกับการแก้ปัญหาของชุมชน นายวันชัย สวัสดิ์แดง ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรบ้านศาลาดิน ได้บอกเล่าถึงสภาพของชุมชนแห่งนี้ในรายงานดังกล่าวว่า

ในปี 2554 ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งหนึ่งชาวบ้านจึงได้ร่วมกันออกสำรวจพื้นที่เพื่อหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งต่อมามูลนิธิอุทกพัฒน์ได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ เช่นการให้ความรู้เพื่อสู้กับปัญหา

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิอุทกพัฒน์ กล่าวถึงการเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านว่า ได้น้ำนำพระราชดำริในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบพึ่งตนเอง นำหลักการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”มาสอนให้ชาวบ้านได้เรียนรู้

39

นั่นคือการใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติ โดยกำจัดวัชพืช ขยะมูลฝอยในลำคลอง โดยทำใบมีดติดหัวเรือเพื่อตัดผักตบชวาในลำคลองขึ้นมาผึ่งแดดแล้วแปรรูปเป็นปุ๋ยสำหรับปลูกพืช ปลูกมะนาว และนำออกจำหน่ายให้ผู้ที่ต้องการ

ดร.สุเมธกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังประดิษฐ์กังหันน้ำพลังแสงอาทิตย์มาใช้ ประดิษฐเครื่องกลเพื่อเติมอากาศในน้ำ ลักษณะเดียวกับกังหันชัยพัฒนา ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคลองมหาสวัสดิ์ในเวลาต่อมา

ส่วนนายชาตรี ทองสุขมาก กรรมการวิสาหกิจชุมชน ได้เล่าด้วยว่า ได้นำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านแผงโซลาร์เซลมาใช้ในการขับเคลื่อนเรือหางยาว 15 ที่นั่งทดแทนการใช้เครื่องยนต์ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

41

สิ่งที่ชุมชนบ้านศาลาดินดำเนินการอยู่นี้พวกเขาเรียกสิ่งนั้นว่า “เทิด ด้วย ทำ” นั่นคือการน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มาสืบสานงานพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำป่าและสิ่งแวดล้อม

… ผมนำรายงานดังกล่าวมาเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติทราบวันนี้ เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่า พระราชดำพระราชทานนั้นทรงคุณค่าสำหรับสังคมไทยอย่างสูง

แต่น่าเสียดายที่หลายอย่างขาดการเหลียวแลและเอาใจใส่อย่างจริงใจและจริงจังจากส่วนราชการครับ

แต่ก็นับว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่ยังมี มูลนิธิฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ หลายมูลนิธิฯ น้อมนำพระราชดำรินั้นมาสานต่อมิหยุดยั้ง

ในฐานะพสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อสถาบันฯอย่างที่สุด ผมขอกราบขอบคุณ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา และประธานมูลนิธิอื่น ๆ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยความเคารพยิ่งครับ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com