กราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี และขอขอบคุณ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่ยินดีรับ คนรุ่นใหม่เข้าร่วมงาน ป.ย.ป. !

3

ภาณุมาศ ทักษณา

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ผมเขียนบทความเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ กรุณาเจียดเก้าอี้ที่ปรึกษา ป.ย.ป.ครึ่งหนึ่งให้คนหนุ่มสาวบ้างนะครับ !

ใจความสำคัญคือ อยากเห็น คนหนุ่มคนสาว ที่มีความรู้ความสามารถ และที่สำคัญ “มีเวลา” ได้มีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้งานการเมืองเหมือนคนอื่น ๆ

เพราะเท่าที่ดูรายชื่อผู้ที่ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สวรรณ รองนายกฯทาบทาม – มีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่

ผมห่วงว่า หากเราไม่ “สร้างคนหนุ่มคนสาวให้ก้าวขึ้นมาเรียนรู้งานการเมือง เราจะขาดทายาทที่จะสืบทอดงาน” จึงขอความกรุณาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ เลขานุการ ป.ย.ป.ให้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า

ในการตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาทำหน้าที่ที่ปรึกษา ป.ย.ป.นั้น เดิมที พล.อ.ประยุทธ์ให้พิจารณาดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วย แต่จากการพิจารณาเห็นว่าควรจะตั้งเป็นคนละคณะกับที่ปรึกษาคณะใหญ่

ดังนั้น หลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการแล้ว จะแต่งตั้งคณะทำงานที่มีแต่คนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวที่มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญงานด้านต่าง ๆ อีกครั้ง

นายสุวิทย์ กล่าวด้วยว่า “กลุ่มคนรุ่นใหม่นี้จะลงไปปฏิบัติงานให้สามารถขับเคลื่อนได้ดีและเร็วขึ้น”

ผมอ่านข่าวนี้ด้วยความรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง แม้ว่าแนวคิดดังกล่าวจะเป็นของท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง มิได้มาจากคำร้องขอของผม แต่ผมก็ยินดีที่ผมมีความเห็นตรงกับท่าน

และขอขอบคุณนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ในฐานะ เลขานุการ ป.ย.ป.ที่เห็น “ความสำคัญ” ของคนหนุ่มสาวหรือจะเรียกว่าคนรุ่นใหม่ก็ตามแต่ เพราะถ้าไม่ให้โอกาสเขาและเธอ ก็คงจะยากที่จะก้าวเข้ามา

ประเทศไทย “ขาดแคลน” คนมีคุณภาพ เพราะเราปล่อยปละละเลย ไม่ค่อย “ดึง” คนใหม่ ๆ ขึ้นมาเรียนรู้การบริหารบ้านเมือง ต่างจากภาคเอกชนที่มักจะมี “ตัวตายตัวแทน”

หรือในทางการเมือง หากจะมี “ทายาททางการเมือง” แต่ส่วนใหญ่ คนเหล่านั้นจะถูก “เสี้ยมสอน” จากนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่เรียกว่า “พญามาร” ว่า โกงอย่างไร จึงจับไม่ได้

ผมจำได้ว่า ในอดีตมีนักการเมืองบางคนเวลาจะเรียกรับผลประโยชน์จากใคร จะใช้วิธี “เขียนตัวเลขลงบนฝ่ามือ” แล้วยกให้คนนั้นดู ก่อนที่จะ “ลบเลข” นั้นทิ้ง เพื่อไม่ให้มีหลักฐาน

หรือล่าสุด ก็มีอดีตนักการเมืองคนหนึ่งเปิดเผยว่า มีนักการเมืองรุ่นใหญ่คนหนึ่ง เวลาเขียนอะไรไม่ชอบใช้ปากกา ใช้มักจะใช้ดินสอเขียน เพราะสามารถ “ลบทิ้ง” ได้…

ผมจึงเรียกพฤติการณ์นั้นว่าเป็นการสร้าง “ทายาทอสูร” เพราะนักการเมืองรุ่นใหม่หลายคน เมื่อปีกล้าขาแข็ง หรือผ่านประสบการณ์สักสมัยหนึ่ง ก็จะกล้าทำชั่วเหมือนรุ่นก่อน ๆ

แต่ เราไม่เคย “สร้างคนดี ๆ” ที่มีความรัก มีความหวงแหนประเทศ และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การเป็นนักบริหารบ้านเมือง (ไม่ใช่นักการเมือง) เข้ามาทำงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

หากจะมีอยู่บ้าง ก็เป็นไปในลักษณะ ผู้ใหญ่ที่ได้รับเชิญให้เข้ามาบริหารประเทศ “ดึงคนใกล้ชิดหรือลูกหลาน” มาเรียนรู้งาน แต่ก็ถูกสื่อมองว่าเป็นการเล่นพวก จนหลายคนไม่กล้าชวนใครมามากนัก

ซึ่งในยุคนี้ก็มี เช่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ชวนลูกศิษย์อย่างนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ หรือ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ นายอุตตม สาวนานน ซึ่งมีความรู้ความสามารถ มาร่วมงาน เป็นต้น

7

เมื่อทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เลขานุการ ป.ย.ป.เลือกคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ผมจึงขอกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้

และขอขอบคุณ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เลขานุการ ป.ย.ป.ที่เห็นด้วยกับแนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยเช่นกันครับ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com