แค่เริ่มต้นก็เห็นความล้มเหลวรออยู่ข้างหน้าแล้วครับ ท่านรองวิษณุ และ ท่านโฆษกรัฐบาล !

126

ภาณุมาศ ทักษณา

ชื่อบทความของผมวันนี้ มาจากพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2560 ที่ว่า

“รัฐตั้งศูนย์ติดตาม-ชี้แจงข่าว คาดโทษเด้ง ขรก.เมินร่วมมือ” ข่าวนี้มีผู้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชน 2 ท่านครับ

ท่านแรก ท่านรองนายกฯ ดร.วิษณุ เครืองาม ให้ข่าวในฐานะ ประธานการประชุมและมอบนโยบายการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ

ท่านรองฯ วิษณุ อ้างถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อ 11 ตุลาคม 2559 ที่ให้ทุกส่วนราชการเน้นการให้ความสำคัญกับการรับรู้และความเข้าใจกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ วันนี้จึงเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มารับทราบนโยบาย

และบอกว่าในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 นี้รัฐบาลจะเปิด ศูนย์บัญชาการกลาง ที่เป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะต้องทำงานด้านนี้ร่วมกัน อันประกอบด้วย

127

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กรมประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน) หรือ สรอ.

ท่านรองฯวิษณุ บอกด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการให้ดำเนินการคือ 1.การแจ้งข่าวบอกประชาชนว่ามีอะไรเกิดขึ้น

2.การให้ข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องครบถ้วน รวมถึงแก้ข่าวในเรื่องที่เข้าใจผิดเป็นข่าวซุบซิบนินทาให้เกิดความกระจ่าง

3.การขยายข่าวในบางเรื่องที่เป็นข้อมูลรายละเอียดที่ถูกต้องแล้ว เพื่อให้เกิดการรับรู้อย่างทั่วถึง ครบถ้วน

ซึ่งทั้งหมดนี้ท่านรองฯวิษณุบอกด้วยว่าจะเป็นตัวชี้วัดการทำงานของอธิบดี ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ หรือผู้บริหารของหน่วยงานของรัฐ

ส่วนท่านที่สองที่ร่วมให้ข่าวนี้คือ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี ที่เสริมว่า กรมประชาสัมพันธ์จะช่วยหน่วยงานต่าง ๆ ทำหน้าที่ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

หากพบประเด็นใดเกี่ยวข้องกับส่วนราชการใดก็จะส่งให้หน่วยงานนั้นดำเนินการชี้แจงเรื่องนั้น ๆ ทันทีภายใน 1 วัน เมื่อชี้แจงแล้วให้ส่งสำเนาให้ ศูนย์ประสานงานที่จัดตั้งไว้

พล.ท.สรรเสริญ บอกว่า “ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการเรื่องนี้ อาจถูกพิจารณาปรับย้ายได้ในอนาคต เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ต้องการคนที่แค่ทำงานเท่านั้น แต่ต้องคนที่ทำให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง”

…เพราะประโยคสุดท้ายที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด พูดนี่แหละครับ ทำให้ผมต้องตั้งชื่อเรื่องว่า

แค่เริ่มต้นก็เห็นความล้มเหลวรออยู่ข้างหน้าแล้วครับ ท่านรองวิษณุ และ ท่านโฆษกรัฐบาล !

ผมไม่ทราบว่า ทำไมพักหลัง ๆ ผู้บริหารประเทศตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาถึงโฆษกรัฐบาลจึงทำอะไรเหมือนกับลุแก่อำนาจ คือพูดอะไรเหมือนข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างนี้

ในฐานะที่ผมเป็นสื่อมวลชนคนหนึ่ง ที่มีส่วนทั้งกระตุ้นและกระทุ้งให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของ การประชาสัมพันธ์ ถึงกับเสนอให้ตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รายงานการทำงานของรัฐบาลให้ประชาชนทราบ

และยังเสนอแนะท่านรองนายกฯ ดร.วิษณุ เครืองาม ให้เรียก นักประชาสัมพันธ์ของส่วนราชการต่าง ๆ มาเข้ารับการอบรมเพื่อให้นักประชาสัมพันธ์ทุกคนทุกส่วนราชการ “รู้ทิศทางการทำงานร่วมกัน”

( ท่านที่สนใจกรุณาอ่านในเรื่อง รัฐบาลจัดอบรม ผู้ว่าฯ ปลัดฯ และอธิบดี ไม่พอ ควรอบรมนักประชาสัมพันธ์ทุกระดับด้วย ! พิมพ์เผยแพร่ในบล็อกใต้ร่มธงไทย สำนักข่าวเจ้าพระยา เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2017 นะครับ)

เมื่อเห็นการออกมาให้ข่าวของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิน แล้ว จึงรู้สึกไม่สบายใจ และคิดว่า

“อาจมีคนไม่ให้ความร่วมมือในงานนี้” ที่ไม่ร่วมมือไม่ใช่เพราะเขาอยากลองดี แต่อาจเป็นเพราะเขา “ไม่รู้ทิศทางการทำงานร่วมกันกัน” ครับ

ผมขอเรียนท่านรองฯวิษณุ และ พล.ท.สรรเสริญ อีกครั้งนะครับว่า งานบางอย่าง เช่น งานข่าวลับ หรือ งานประชาสัมพันธ์ นั้นจุดเริ่มต้น “ต้องมาจากใจที่รักอยากจะทำ” นะครับ ไม่ใช่ถูกบังคับหรือยัดเยียดให้ทำ

และการยัดเยียดหรือถูกบังคับให้ทำนั้น รังแต่จะส่งผลเสียต่องานนั้น ๆ อย่างมหาศาล เพราะอาจเกิดจากความบกพร่องผิดพลาด และที่สำคัญ อาจถูกจากการกลั่นแกล้ง หรือที่เรียกว่า “วางยา” นั่นแหละครับ

วิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ และการตอบโต้การข่าวที่ท่านรองฯวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงนั้น ไม่ถึงกับต้องตั้งเป็น “ศูนย์บัญชาการกลาง” หรอกครับท่านรองนายกฯ

ใช้ ตั้งเป็น คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ ให้อยู่ใน คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติที่มีอยู่แล้ว ก็น่าจะทำงานได้ดีและครบถ้วนตามที่ท่านต้องการครับ

เพียงแต่ท่านต้องปรับวิธีการ “การใช้คน” ด้วยการเปิดรับอาสาสมัครจากข้าราชการหน่วยต่าง ๆ ที่เรียนด้านนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ มาเข้าหลักสูตรที่กำหนดไว้ครับ

คนที่รักและอยากทำงานประชาสัมพันธ์ด้วยหัวจิตหัวใจ จะสามารถทำงานแบบนี้ได้อย่างเต็มทีและสัมฤทธิ์ผล ส่วนบรรดาประชาสัมพันธ์ที่ไต่เต้ามาจาก ซี.ต่ำ ๆ จนเป็นหัวหน้าคนนั้น ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละครับ

ขออนุญาตกราบเรียนท่านรองนายกฯ ดร.วิษณุ และ พล.ท.สรรเสริญ ด้วยสุภาษิตโบราณที่ว่า อย่าข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า”เลยครับ ลองทำตามวิธีที่ผมเสนอดูดีกว่าครับท่าน !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com