สื่อจะชั่วจะดีอยู่ที่คน จะปฏิรูปสื่อ ต้องปฏิรูปคนทำสื่อก่อน !

90

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมว่าจะหยุดการวิพากษ์วิจารณ์ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับ สื่อมวลชนที่เกิดจากความไม่เข้าใจกัน เพราะ สปท.เสนอให้มีการปฏิรูปสื่อเมื่อเร็ว ๆ

ผมนึกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะออกมาเบรกการทำงานของ สปท. หลังจากบรรดาสื่อมีปฏิกิริยาตอบโต้ออกมา แต่ปรากฏว่าท่านไม่ห้าม

แต่กลับออกมาย้ำจุดยืนว่ายังไง ๆ ก็ต้องปฏิรูป พร้อมกับให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำ ด้วยการยกเหตุผลมาให้ฟัง ซึ่งผมเชื่อว่าคนทำสื่อคงจะไม่ฟัง เพราะมีทิฐิในตัวเองอยู่แล้ว

วันนี้ต้องขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน ได้สรุปประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดการขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นภาพกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย ๆ ผมจึงขอร่วมวงด้วยอีกครั้ง

คราวนี้ผมขอหยิบประเด็นที่ค้างคาใจและไม่ได้เขียนถึงในคราวก่อนโน้น เพราะนึกว่าหลังจากสื่อออกมาค้านมาก ๆ เรื่องก็คงจะเงียบไป – แต่ไม่เงียบ

เรื่องที่ผมอยากกราบเรียนภาครัฐ ทั้งท่านนายกรัฐมนตรี และทั้งกรรมาธิการด้านสื่อของ สปท.ที่แสดงเจตนาดีว่า ในการปฏิรูปสื่อครั้งนี้ ก็เพื่อที่ภาครัฐจะได้หาเงินมาช่วยสื่อด้วยว่า

ในความเป็นจริงนั้น ภาครัฐโดยส่วนราชการต่าง ๆ ได้ให้เงินสนับสนุนสื่อในรูปของการให้โฆษณาประชาสัมพันธ์อยู่มากมายก่ายกองแล้วครับ

หากไม่เชื่อ สปท.ลองหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาพลิกดู แล้วจะพบว่า เดี๋ยวนี้ส่วนราชการต่าง ๆ นิยมชมชอบที่จะ “ซื้อโฆษณา”ในหนังสือพิมพ์กันทั้งนั้น

ประโยชน์ที่ได้จากการซื้อโฆษณาหนังสื่อพิมพ์คือ

1.ได้ประชาสัมพันธ์งานตัวเองให้ชาวบ้านเห็นว่าทำอะไรบ้าง และที่สำคัญทำให้ฝ่ายการเมืองที่เป็น “ผู้บังคับบัญชา” เห็น

ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันนี้ หนังสือพิมพ์คือสินค้าอย่างหนึ่งที่ต้องหารายได้ให้แก่ธุรกิจ ซึ่งรายได้ของหนังสือพิมพ์มาจากการขายหนังสือและขายโฆษณา

2.ได้ประโยชน์คือส่วนราชการเป็น “ผู้มีบุญคุณกับสื่อ”

เพราะหน่วยราชการต่าง ๆ ซื้อโฆษณาจากหนังสือพิมพ์หรือสื่ออะไรก็ตาม มันจะเกิดความผูกพันระหว่างหน่วยงานนั้น ๆ กับสื่อ

จนสื่ออาจเกรงใจหน่วยราชการต่าง ๆ ที่ “เจียดเงิน” มาซื้อโฆษณา

วันนี้ไปดูเถอะครับ เวลาส่วนราชการนั้น ๆ ทำอะไรไม่ดีไม่งาม ผิดพลาดหรือบกพร่อง สื่อก็ไม่กล้าสืบค้นเรื่องราวมาตำหนิ หรือสาวไปถึงเบื้องลึกเพราะกลัวถูกถอนโฆษณา

ยกตัวอย่าง ที่เห็นตอนนี้คือ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) หมายมั่นปั้นมือจะต้องสร้างให้ได้แม้จะเคยถูกค้านมาแล้ว

แต่ กฟผ.ก็อาศัยความได้เปรียบชาวบ้านเพราะมีเงินทุนหนากว่า พาชาวบ้านบ้าง พาสื่อมวลชนบ้างไปดูโรงไฟฟ้าที่เมืองนอกว่า หากมีแล้วดีอย่างไร

จากนั้น กฟผ.ก็จัดทำโฆษณาว่า ชาวบ้านสนับสนุนโรงไฟฟ้า แล้วจัดทำแบบโฆษณาไปซ์้อโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ให้คนเห็นว่า มีคนสนับสนุน

หรือกรณีบริษัทเอกชนเช่าที่ดิน ส.ป.ก.ทำกังหันลมนั้น สื่อมวลชนก็รู้ว่าผิดกฎหมายเพราะที่ดิน ส.ป.ก.เขามีไว้ให้เกษตรกรทำมาหากิน ไม่ได้ให้เอกชนเช่า

แต่แทนที่สื่อมวลชนจะทักท้วงเรื่องนี้ไปยัง ส.ป.ก.หรือรัฐบาล สื่อก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเพราะที่ผ่านมา สื่อกับ ส.ป.ก.มีความผูกพันกันอยู่

นั่นคือ ส.ป.ก.มีงบจัดซื้อโฆษณาจากสื่อเพื่อเผยแพร่ผลงาน นอกจากนี้สื่อเองก็เกรงว่าหากนำเสนอความจริงอาจไม่ได้โฆษณาจากเอกชนก็ได้

นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในวงการสื่อที่ผมอยากนำมาบอกเล่าให้ท่านผู้มีเกียรติและภาครัฐได้ทราบครับว่า วันนี้สื่อไม่ใช่สื่ออย่างที่ท่านคิดแล้ว

แต่สื่อคือสินค้าอย่างหนึ่งที่ต้องดิ้นเอาตัวรอดทุกวิถีทาง หากท่านต้องการปรับปรุงหรือปฏิรูปสื่อ ท่านต้องปฏิรูปคนทำสื่อให้มีจิตสำนึกก่อน

เมื่อคนทำสื่อมีจิตสำนึกแล้ว พวกเขาก็คงจะหันกลับมาปฏิรูปสื่อของตัวเองให้มีความเป็นกลางเหมือนที่สื่อในอดีตเคยทำจนได้รับความไว้ใจมาแล้วครับ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com