ผู้ตรวจการแผ่นดิน ควรเพิ่ม “หน้าที่” ให้ชัดเจนขึ้น นั่นคือ มีหน้าที่ทวงคืนสมบัติชาติกลับมาครับ !

44

ภาณุมาศ ทักษณา

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 ผมเขียนบทความเรื่อง ผมว่ายุบ ผู้ตรวจการแผ่นดิน” แล้วเพิ่มอำนาจให้ “ผู้ตรวจราชการ” ดีไหม !

หลังจากเห็นข้อเสนอของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ต้องการ “ปฎิรูปการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน”ให้มีอำนาจมากขึ้น แต่ไม่พูดถึงเนื้องานชัด ๆ

วานนี้( 6 ก.พ.60) มีข่าวในสื่อมวลชนว่า พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าแทนแทนประธานฯ จะไปพบอนุกรรมการร่างกฎหมายลูก

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ให้หัวข่าวสะดุดตาว่า ผู้ตรวจฯ ถก กรธ.ขอเพิ่ม “บทบาท” ของตัวเองลงในกฎหมายลูกในส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 เรื่อง

เรื่องแรกพล.อ.วิทวัสให้ข่าวว่า จะขอให้ กรธ.บรรจุให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน สานงานการสร้างจริยธรรมต่อเพราะเคยทำไว้เป็นเวลา 10 ปีแล้วหากไม่กำหนด เกรงว่าจะไม่ได้ทำอีก

กับอีกเรื่องหนึ่งคือ หากมีรายงานใดที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอไปแล้วคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นไม่ตรงกัน ก็ขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่ายเพื่อหาข้อยุติ

ผมเห็นข้อเสนอแล้ว เข้าใจว่าถึงนาทีแล้ว สำนักงานตรวจการแผ่นดิน ก็จะต้องคงอยู่เป็นองค์กรอิสระ อีกองค์กรหนึ่งอย่างแน่นอน

ดังนั้น เพื่อให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรที่มีคุณค่าในสังคมตามที่ทุกฝ่ายคาดหวังไว้ ผมขอเสนอให้ กรธ. “กำหนดหน้าที่” นอกเหนือจากบทบาทที่มีอยู่ดังนี้ครับ

1.ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน มี “หน้าที่ตรวจสอบ” เพื่อหาข้อมูลการทำงานของส่วนราชการต่าง ๆ อีกองค์กรหนึ่งอย่างละเอียดแล้วเสนอรายงานต่อคณะรัฐมนตรี

นั่นคือ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจขอแผนงานประจำปีของส่วนราชการต่าง ๆ ที่ถูกเพ่งเล็ง หรือเป็นที่สงสัยของประชาชน หรือสื่อมวลชน “ตั้งข้อสังเกต” มาดูว่า “ทำงานจริงหรือไม่ ?

ยกตัวอย่างเช่น ประชาชนสงสัยว่า กรมชลประทานของบประมาณในแต่ละปีมากมายมหาศาล โดยอ้างในแผนประจำปีว่าจะเอาไปแก้ภัยแล้งหรือแก้น้ำท่วม

45

ด้วยการขุดลอกแม่น้ำลำคลองห้วยหนองบึง หรือซ่อมแซมประตูระบายน้ำ หรือซ่อมแซมคลองส่งน้ำ หรือจ้างใครมาทำอะไร ก็ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปขอแผนงานนั้นมาตรวจ

46

แล้วส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน “ย่อง” ไปตรวจในพื้นที่ที่กรมชลประทานออกข่าวว่า กำลังทำโน่นนั่นนี่อยู่ว่า “ทำจริงหรือไม่” แล้วบันทึกสิ่งที่พบเห็นมาจัดทำเป็นรายงาน

ส่วนรายงานที่ว่านี้จัดอยู่ในชั้นความลับใด ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ว่าควรอยู่ในชั้นความลับ ลับ หรือ ลับมาก ก็สุดแท้แต่โครงการที่ไปตรวจว่าใช้งบประมาณมากน้อยแค่ไหน

47

เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว จึงส่งรายงานดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้ ครม.เก็บไว้เป็น “ข้อมูล” เพื่อเปรียบเทียบกับรายงานจากองค์กรอิสระอื่น ๆ เช่น

การทำงานตรวจสอบโครงการเดียวกันของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ที่สืบสวนอยู่

2.ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน มี “หน้าที่ตรวจสอบ” สมบัติของแผ่นดิน เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง หรือที่สาธารณะประโยชน์ ที่ถูกเอกชนบุกรุก แล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานเจ้าของยึดกลับมา

ยกตัวอย่างเช่น ทุกวันนี้มีทุ่งนาสาธารณะ ห้วย หนอง บึง , คูระบายน้ำข้างถนน หรือ ลำคลอง ในจังหวัดต่าง ๆ ถูกบุกรุกโดยเอกชน ก็ให้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ

48

หลังจากนั้น ให้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดทำรายงานเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี วินิจฉัยสั่งการให้ส่วนราชการเจ้าของพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อทวงคืนสมบัติของแผ่นดินกลับคืนมา

…นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น ผู้ตรวจการแผ่นดิน “มีหน้าที่ทำ” หาใช่ “รอให้มีผู้มาร้องเรียน” แล้วจึงเดินทางไปตรวจสอบ แล้วกับมาทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เหมือนที่ผ่านมา

และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเห็น การทำงานของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นการทำงาน “ในทางลับ” ไม่ใช่ไปอย่างประเจิดประเจ่อจนผู้ที่จะถูกตรวจสอบไหวตัวตั้งรับทันครับ

ผมเคยทำหน้าที่ผู้ประสานงานกลุ่มไทยอาสาตรวจงานแผ่นดิน (ทส.ตง.) พบเห็นสมบัติชาติถูกขโมยไปทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนาแล้วเจ็บใจ ไม่รู้จะไปพึ่งใครจริง ๆ ครับ

ยกตัวอย่างเรื่องการทวงคืนคลองที่ผมเขียนก็หามีหน่วยงานไหนลงไปตรวจสอบให้

หาก ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับ “หน้าที่” เพิ่มตามรัฐธรรมนูญ ผมอาจมีที่พึ่งในการเรียกร้องสมบัติชาติคืนเสียทีก็ได้ครับ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com