ท่านนายกฯลุงตู่ครับ ปรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ให้เป็นรถไฟรางคู่ที่ได้มาตรฐานดีกว่าไหมครับ !

142

ภาณุมาศ ทักษณา

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งเริ่มต้นในปี 2560 ไปสิ้นสุดปี 2564 นั้น มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ รวมอยู่ด้วย

ซึ่งก็สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ระหว่าง พ.ศ.2560 ถึง พ.ศ.2579 ได้อย่างเหมาะเจาะ คือ เริ่มต้นพร้อมกัน

โดยยุทธศาสตร์ 20 ปีนี้ได้แบ่งช่วงการทำงานเป็น 4 ช่วง ๆ ละ 5 ปี เท่ากับแผนของสภาพัฒน์ ซึ่งเท่าที่ผมนั่งอ่านและทำความเข้าใจนั้นเน้นไปที่การคมนาคมทางบก

นั่นคือ การตัดถนนที่เรียกกันว่า ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเชื่อมต่อจังหวัดสำคัญ ๆ กับโครงการรถไฟทั้งรถไฟฟ้า รถไฟชานเมือง ไปจนถึงรถไฟความเร็วสูงหลายเส้น

และน่าเสียดายอย่างยิ่งที่แผนพัฒนาการขนส่งของกระทรวงคมนาคม แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับการขนส่งทางน้ำ ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าต้นทุนต่ำที่สุด

หากจะมีก็เป็นโครงการที่ค้างมาจากยุทธศาสตร์ฯ การขนส่งไทย พ.ศ.2558 ถึง พ.ศ.2565 คือยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบรางและทางน้ำ เท่านั้น

ในจำนวนโครงการต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นนั้น ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาของการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วน พ.ศ.2559

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มีทั้งหมด 20 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 1,796,385.77 ล้านบาท เริ่มงานมาตั้งแต่มกราคม ปี 2559 มาแล้ว

ทั้ง 20 โครงการนั้น ขณะนี้หลายโครงการได้ดำเนินการแล้ว บางโครงการเตรียมการประกวดราคา บางโครงการอยู่ในระหว่างประกวดราคา บางโครงการเตรียมเสนอ ครม.

และบางโครงการก็กำลังอยู่ในระหว่างศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นและเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม นั่นคือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และไทย-ญี่ปุ่น

146

ซึ่งจะว่าไปแล้วโครงการรถไฟความเร็วสูงทั้ง 2 โครงการหลัก (แปลว่ามีโครงย่อยแทรกอยู่ด้วย) นั้น น่าจะลงมือได้ตั้งแต่ปีที่แล้วตามแผน แต่ก็มีปัญหาเกี่ยวกับ “เงินลงทุน” ครับ

โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่หลายท่านอาจเข้าใจว่าเป็น ความมุ่งมาดปรารถนาของรัฐบาลไทยนั้น จริง ๆ แล้วมันเป็นความมุ่งหมายปรารถนาของรัฐบาลจีนต่างหาก

เพราะถ้าย้อนกลับไปศึกษายุทธศาสตร์2015 ของจีนอย่างละเอียดแล้วจะพบว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนนั้น มันคือส่วนหนึ่งของการแผ่อำนาจทางเศรษฐกิจของจีนเขา

คือจีนต้องการสร้างทางที่จะทะลุทะลวงประเทศต่าง ๆ ด้วยเส้นทางสายไหมทั้งบนบกและทางทะเล ด้วยข้ออ้างว่าเพื่อเชื่อมโยงโลก แต่จริง ๆ แล้วจีนต้องการใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าและคนจีนไปประเทศต่าง ๆ ต่างหาก

143

ช่วงที่รัฐบาลจีนเริ่มเปิดเกมรุก “บุกโลก” ด้วยการใช้เศรษฐกิจนำแทนการใช้กำลังคนคืบคลานเข้าไปเหมือนในอดีตนั้น จีนทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประเทศที่เขาต้องการผ่านยินยอม

ร่ำลือกันถึงขนาดว่าจีนได้ใช้ล็อบบี้ยีสต์เกลี่ยกล่อมผู้มีอำนาจในบางประเทศด้วยการให้อามิสสินจ้างแลกเปลี่ยนกับการยินยอมให้จีนสร้างทางรถไฟผ่านประเทศนั้น ๆ มาแล้วก็มี

144

แต่โชคดีที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ เป็นรัฐบาล คสช. การตรวจสอบสัญญาและข้อตกลงจึงเข้มงวดขึ้นไม่สามารถเซ็นสัญญากันอย่างง่าย ๆ

วันนี้จึงมีข่าวโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สะดุด ซึ่งในความรู้สึกของผมนั้น อยากให้โครงการนี้ล้มไปเลย และถ้าล้มไปจริงก็ขอให้กระทรวงคมนาคมเปลี่ยนแผนใหม่

คือถ้าต้องการสร้างเส้นทางคมนาคมภายในประเทศเพื่อประโยชน์ของไทย ก็น่าจะสร้างทางรถไฟรางคู่ที่ได้มาตรฐานสากลที่อาจเปิดรับขบวนรถไฟจากประเทศเพื่อนบ้านได้ก็น่าจะพอแล้ว

เพราะเมื่อรัฐบาลตัดสินใจเปลี่ยนแผนพัฒนาการขนส่งให้เกิดประโยชน์เฉพาะของเราเอง ก็เท่ากับว่ารัฐบาลได้ดำเนินนโยบายตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริงครับ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com