คณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใส “หลักการดี แต่ที่น่าห่วง คือวิธีปฏิบัติ” !

86

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้ 10 มกราคม 2560 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้จัดตั้ง คณะกรรมการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ ที่ผมขอเรียกสั้น ๆ ว่า คณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใส นะครับ

คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงในเรื่องนี้ว่าคณะกรรมการชุดนี้มี 15 คน มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน  อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นรองประธาน

มี ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วนกรรมการก็จะมีผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคประชาชนที่ได้รับแต่งตั้งเข้าร่วมด้วย

หน้าที่ของคณะกรรมการคือ ตรวจสอบโครงการพื้นฐานของรัฐที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปและเป็นโครงการที่มีความสำคัฐและส่งผลกระทบต่อสาธารณชนในวงกว้าง

โดย “หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ” ต้องเปิดเผยข้อมูลตลอดเวลาของโครงการให้สาธาณชนรับรู้ตั้งแต่กระบวนการจัดทำ นำเสนอความพร้อมในการจัดซื้อจัดจ้างไปจนเสร็จโครงการ

โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจในการเชิญเจ้าหน้าที่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงทั้งด้วยวาจา หรือเรียกเอกสารจากเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบหากจำเป็น

และที่น่าสนใจคือ คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างภาครัฐที่มีขนาดโครงการใหญ่กว่า 1,000 ล้านบาทเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย

นี่คือสาระสำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการชุดนี้ ที่โดยรวมแล้ว “ถูกใจ” ผมอย่างยิ่ง เพราะผมเคยเขียนบทความเรียกร้องให้ กรมชลประทาน ที่มีโครงการมากมายแถลงต่อสื่อมาแล้ว

แต่ กรมชลประทาน คงถือตัวว่าเป็นส่วนราชการ จึงไม่จำเป็นต้องจัดแถลงข่าวว่าในแต่ละปีมีโครงการอะไร จะทำที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ใช่เรื่องที่สื่อจะเสือกกะโหลกเข้ามารับรู้

การที่ผมเรียกร้องให้กรมชลฯ จัดแถลงข่าวว่าจะลงมือทำโครงการอะไรที่ไหน เมื่อไหร่นั้น เพราะผมได้ตั้งกลุ่มไทยอาสาตรวจงานแผ่นดิน (ทส.ตง.) เพื่อตรวจสอบการทำงานของภาครัฐว่าทำงานจริงหรือไม่

และที่ผมต้องตั้ง ทส.ตง.ขึ้นมา เพราะผม “ข้องใจ” ว่า กรมชลประทาน มีทั้งแผนงานและได้รับทั้งงบประมาณในการป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้งไปอย่างมหาศาลและเพิ่มขึ้นทุกปี

แต่ทำไมประเทศไทยจึงหนีไม่พ้น น้ำท่วม และ ภัยแล้ง แล้วที่น่าเจ็บใจก็คือ ภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง ได้ขยายวงกว้างขึ้น เหมือนกับว่า กรมชลประทาน และหน่วยงานอื่น ๆ ทำงานไม่จริง

ผมไม่ได้กล่าวหาว่าใครโกงเงินหลวงนะครับ แต่เป็นข้อสังเกตของผม ผมจึงขอให้กรมชลฯ จัดแถลง เพื่อที่ผมจะได้ให้อาสาสมัครของ ทส.ตง. ที่อยู่ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบและสังเกตการณ์

แต่ปรากฏว่า กรมชลฯ ก็นิ่งเฉย ดังนั้นเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ตั้ง คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ และเมื่อดูตามหลักการแล้วผมว่าดีมาก ยังห่วงก็แต่ในเรื่องปฏิบัติการ

คือในคณะกรรมการชุดนี้ ยังไม่มีหน่วยที่จะลงไปตรวจสอบในพื้นที่นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ ผมเคยเรียกร้องให้ คณะกรรมการตรวจงานแผ่นดิน ที่มีอยู่แล้ว ทำหน้าที่ลงไปตรวจโดยไม่ต้องรอให้มีหนังสือเรียกร้อง

แต่ทุกอย่างก็เงียบ ผมจึงขอฝากเรื่องนี้มายังท่านปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการได้กรุณาพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย หาไม่กรรมการชุดนี้ก็มีแต่ หัวกับตัว แต่ขาดมือขาดตีนนะครับ

และอีกประเด็นหนึ่งที่อยากฝากให้คณะกรรมการพิจารณาก็คือ กรณีที่บางหน่วยงาน อาจตั้งวงเงินในการจัดทำโครงการเลี่ยงการตรวจสอบนั่นคือ คิดโครงการที่ใช้เงินไม่ถึง 1,000 ล้านบาท

นั่นคือ แบ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการเล็ก ๆ ที่มีมูลค่าเพียง 900 ล้านบาท 2 – 3 โครงการ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้คงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้นั่นเอง จึงขอฝากอุดช่องโหว่ตรงนี้ด้วยครับ

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com