สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา เปิดหลักสูตรผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืน !

111111111111111

ภาณุมาศ ทักษณา

วันนี้ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นวันที่ผมรู้สึกปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทราบข่าวจากมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งมี อาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นเลขาธิการว่า

2-1อาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล

ในวันนี้ อาจารย์สุเมธจะเป็นประธานในพิธีเปิดหลักสูตรผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืน รุ่นที่ ๑ (นพย.๑) พร้อมทั้งบรรยายในหัวข้อ “คุณธรรมและจรรยาบรรณของผู้นำ” ณ ห้องประชุมสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซอยอรุณอมรินทร์ ๓๖ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ตามข่าวที่ได้รับ การจัดทำหลักสูตรผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ เป็นการสนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้พระราชทานพระราชกระแสให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พิจารณาจัดทำโครงการอบรมหลักสูตรผู้นำของมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำด้านต่างๆ ให้เพียบพร้อมทั้งคุณธรรม จริยธรรม มีความสามารถ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และนำมาซึ่งเครือข่ายแห่งการทำความดี

ทั้งนี้ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานหลักสูตร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้อำนวยการหลักสูตรฯ

ซึ่งหลักสูตรผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ นพย.ที่มูลนิธิชัยพัฒนา จัดทำขึ้นตามพระราชกระแสรับสั่งฯ นั้น มูลนิธิชัยพัฒนาได้น้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นกรอบในการจัดทำหลักสูตร

เข้าใจ คือต้องเข้าใจตนเอง รู้เขา และรู้เรา , เข้าถึง คือการเรียนรู้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาด้านต่างๆ , พัฒนา คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงความรู้ ความเข้าใจ และกระบวนการจัดการต่างๆ ให้เกิดผลในภาคปฏิบัติ บูรณาการแนวคิด และประสบการณ์ในการเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง

2-3ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

สำหรับระยะเวลาในการอบรมของหลักสูตรฯ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๒๘ วัน ระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนายน – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ ประกอบด้วยอบรมภาควิชาการ จำนวน  ๑๙  รายวิชา โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขาวิชามาเป็นวิทยากร อาทิ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ และผศ.ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร เป็นต้น

2-2ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ

ส่วนภาคปฏิบัติ ได้แก่ การศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ การศึกษาดูงานกับปราชญ์ท้องถิ่น และการสัมมนาสรุปรวบรวมองค์ความรู้ โดยได้คัดเลือกผู้เข้าอบรมทั้งสิ้นจำนวน ๓๖ คน จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้นำชุมชน อาจารย์ ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา รวมถึงผู้แทนองค์กรเครือข่ายการพัฒนา

ความมุ่งหวังคือ เมื่อจบหลักสูตรแล้ว ผู้ผ่านการอบรมจะมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและจิตสำนึกของการเป็นผู้นำที่เป็นคนดี มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่เกิดความสมดุล โดยสามารถนำหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เป็นแนวทางปฏิบัติและสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม เพื่อให้เกิดผลสำเร็จและเกิดประโยชน์สุขแก่สังคมส่วนรวมอย่างยั่งยืนต่อไป

…นี่คือข้อมูลที่ผมได้รับจากมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งผมอยากจะบอกว่า  นับเป็นมงคลสำหรับชาวไทยอย่างยิ่งที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณห่วงใยคนไทยและสังคมไทยในห้วงเวลานี้ ว่าตกอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงจึงทรงมีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา วางหลักสูตรผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขึ้น

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ที่ผมบอกว่า วันนี้ผมรู้สึกปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะในขณะที่ผมกำลังเดินทางไปสังเกตการณ์การอบรมการสร้าง “ผู้นำแห่งยุคเพื่อความสุขที่ยั่งยืน” ของมูลนิธิบุคคลพอเพียง ที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่นั้น

มูลนิธิชัยพัฒนา ของอาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล ก็กำลังสนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ด้วยการเปิดอบรมหลักสูตรการสร้าง “ผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ขึ้นในกรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พระพุทธเจ้าข้า.

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com