รายงานการศึกษาดูงานของ ผู้เข้ารับการอบรมผู้นำแห่งยุคฯ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (๑)

001

ภาณุมาศ ทักษณา

ระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ ผมได้เดินทางไปสังเกตการณ์ การศึกษาภาคปฏิบัติของ สมาชิกชมรมคนรักในหลวง ภาคกลาง ที่ไปดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา

ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผมเห็นความกระตือรือร้นและการเอาใจใส่ที่จะเรียนรู้ของผู้เข้ารับการอบรมแล้วชื่นใจครับ แม้ว่าหลายคนที่มาจะมีความรู้ในบางสาขาอาชีพอยู่แล้ว แต่ทุกคนต่างก็พร่องน้ำในแก้ว พร้อมรับน้ำใหม่เป็นอย่างดี

วันศุกร์ตอนสาย ๆ ผมมีโอกาสพบและพูดคุยกับ คุณอนุวัชร  โพธินาม ข้าราชการกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ คนที่ ๙ ทำให้ทราบความเป็นมาของศูนย์ฯ แห่งนี้  โดยคุณอนุวัชรย้อนอดีตว่า…

002

“วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดศาลพระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทราแห่งนี้

วันนั้นผู้ใหญ่บ้านได้นำชาวบ้าน ๗ คน น้อมเกล้าฯถวายที่ดินบริเวณหมู่ ๒ จำนวน ๒๖๔ ไร่ เพื่อให้พระองค์ทรงสร้างพระตำหนัก แต่ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลจึงมีพระราชดำรัสถามชาวบ้านว่าจะสร้างเป็นที่ศึกษาเกี่ยวกับการเกษตรได้ไหม

ชาวบ้านต่างก็ยินดี ในหลวงจึงทรงศึกษาถึงสภาพดินในบริเวณนั้น พบว่าเป็นดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื้อดินเป็นทรายมีการชะล้างพังทลายของดินจึงรองรับน้ำเพียง ๓๐ มิลลิเมตร เพราะมีการปลูกมันสำปะหลังแล้วไม่ได้รับการบำรุง

คุณอนุวัชร เล่าว่าเมื่อในหลวงตัดสินพระราชหฤทัยที่จะพัฒนาที่ดินเสื่อมโทรมให้เกิดประโยชน์ได้ ปรากฏว่ามีผู้กราบบังคมทูลว่าการลงทุนพัฒนาในพื้นที่นี้อาจไม่คุ้มทุน แต่ทรงคัดค้านและพระราชทานข้อคิดว่า

003

“ดินไม่ดีนั้นมีเยอะแยะในประเทศไทย ถ้าหากบอกว่าที่นี่ดินไม่ดี ไม่ช่วย ไม่ทำ ลงท้ายประเทศไทยทั้งประเทศจะกลายเป็นทะเลทรายหมด.. เจ้าหน้าที่ก็เข้าใจเลยพยายามหาวิธีจะฟื้นฟูดิน ให้เป็นดินให้ได้”

นับจากปี ๒๕๒๒ จนถึงปีนี้ ๒๕๕๙ เป็นเวลา ๓๗ ปีเต็ม ที่ผืนดินที่ทุรกันดารจนแทบจะเป็นทะเลทรายแห่งนี้ ได้รับการเนรมิตให้เป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ซึ่งดูแล้วไม่ต่างไปจาก อุทยานการเกษตรเลยแม้แต่น้อย

คุณอนุวัชร เล่าต่อว่า ในหลวงทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาพื้นที่ที่ชาวบ้านน้อมเกล้าฯถวาย ไว้ ๓ ข้อ ๑.พัฒนาให้เป็นศูนย์ตัวอย่างด้านเกษตรกรรมที่สมบูรณ์แบบทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ ฟื้นฟูป่า การพัฒนาที่ดิน วางแผนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ที่เกษตรกรและผู้สนใจสามารถเข้ามาชม ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมและนำไปปฏิบัติตามได้

คุณอนุวัชร บอกว่า ด้วยเหตุนี้ศูนย์ศึกษาฯ เขาหินซ้อนจึงเป็นศูนย์เปิดตลอด ๒๔ ชั่วโมงใครจะเข้าไปศึกษาหรือดูอะไรก็ได้ เพียงแต่กลางคืนอาจไม่มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้เท่านั้น

004

ส่วนข้อ ๒.ในหลวงทรงพระราชทานแนวพัฒนาว่า ให้พัฒนาพื้นที่รอบศูนย์ศึกษาฯ บริเวณลุ่มน้ำโจนให้มีความเจริญขึ้น เป็นตัวอย่างแก่การพัฒนาพื้นที่อื่น และ ข้อ ๓.ให้นำวิธีการที่ได้ผลมาแล้ว ถูกต้อง ประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดมาดำเนินการ

คุณอนุวัชร เล่าว่า หลังจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้เริ่มลงมือพัฒนาศูนย์ศึกษาฯ ตามแนวทางที่ทรงพระราชทานไว้ทั้ง ๓ ข้อ ชาวบ้านได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินเพิ่มเติมอีก ๔๙๗ ไร่ ผนวกกับที่ดินบริเวณสวนรุกขชาติและสวนพฤกษาศาสตร์ และได้ทรงซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับศูนย์ฯ เพิ่มเติม เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อนอีก ๖๕๕ ไร่ จึง ทำให้ศูนย์ฯ มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑,๘๙๕ ไร่

แล้วในวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ศูนย์ฯแห่งนี้ว่า “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นศูนย์การพัฒนาฯแห่งแรกในจำนวน ๖ ศูนย์ทั่วประเทศ

คุณอนุวัชร ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ศูนย์การพัฒนาแต่ละแห่งจะมีข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถูกส่งไปเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ตามความเหมาะสมกับงานแต่ละศูนย์ บางแห่งก็เป็นข้าราชการจากกรมชลประทาน บางแห่งก็จากกรมพัฒนาที่ดิน บางแห่งก็ไปจากกรมประมง เป็นต้น

005

สำหรับที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ คุณอนุวัชร บอกว่า มีส่วนราชการในกระทรวงเกษตรฯ ส่งข้าราชการมาประจำอยู่รวมทั้งสิ้น ๑๒หน่วยงาน เพื่อทดลอง วิจัยงานที่เกี่ยวกับการเกษตรแต่ละด้าน

เช่น งานพัฒนาที่ดิน งานวิชาการเกษตร งานส่งเสริมสหกรณ์ งานปศุสัตว์ งานประมง งานชลประทาน งานเพาะชำต้นไม้ งานสวนรุกขชาติ งานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร งานพัฒนาชุมชน และ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา

ซึ่งงานของส่วนราชการต่าง ๆ นั้น ผมจะขอรายงานให้ทราบในวันพรุ่งนี้ต่อนะครับ นอกจากนี้ ผมยังมีข่าวดีที่จะแจ้งให้เกษตรกรที่มีลูกหลานอยากเรียนด้านการเกษตรได้รับทราบด้วยครับ – โปรดติดตาม !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com