น้ำ ที่สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงพระราชทาน มิได้ไปจาก บึงพระราม 9 มักกะสัน แต่มาจาก สระพระราม 9 ปทุมธานี !

9503

ภาณุมาศ ทักษณา

หลังจากปรากฏข่าวในสื่อมวลชนว่า การประปาภูมิภาคสาขาธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

จะงดส่งน้ำให้แก่ชาวบ้าน เนื่องจากไม่มีน้ำพอที่จะผลิตประปา ทำให้ชาวบ้านพากันวิตกกังวลนั้น

เช้าวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ชาวบ้านในจังหวัดปทุมธานีต่างพากันปีติยินดีเป็นล้นพ้นเมื่อทราบข่าวจากสื่อมวลชนทุกแขนงว่า

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

พระราชทานให้นำน้ำจากสระพระราม 9 ไปบรรเทาความเดือดเรือนของราษฎร

โดยทรงพระกรุณาให้นำน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภควันละ 7,200 ลบ.ม.เป็นระยะเวลา 30 วัน

หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นสามารถขอพระราชทานเพิ่มได้

นอกจากข่าวนี้จะนำความปลื้มปีติมาให้ราษฎรในจังหวัดปทุมธานี ที่รอดพ้นจากการไม่มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแล้ว

ยังทำให้สื่อบางสำนัก ฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับเอาไปกระเดียด เพราะเข้าใจว่าสระพระราม 9 เป็นบึงพระราม 9

เช่น พิธีกรในสถานีโทรทัศน์ VOICE TV ได้พูดถึงเรื่องนี้ในวันเดียวกัน

ว่าเป็นการนำน้ำจากบึงพระราม 9 ซึ่งไม่น่าผลิตน้ำประปาได้ไปใช้งาน เนื่องจากเป็นน้ำเสีย

ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้น น้ำที่จะนำไปผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคที่สมเด็จพระเทพรัตนฯ พระราชทานไปจากสระพระราม 9

บึงพระรามเก้า

สำหรับ สระพระราม 9 นั้น กระทรวงการคลัง

ได้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินซึ่งอยู่ระหว่าง คลองระบายน้ำรังสิต 5 และคลองระบายน้ำรังสิต 6 แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่

โดยในปี 2523 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น

สร้างเป็นแหล่งเก็บน้ำอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ตามพระราชดำริในนามมูลนิธิชัยพัฒนา

แล้วเสร็จในปี 2538 สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เผยว่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ใช้สระพระราม 9

ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา แจกจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงฤดูแล้งแก่ประชาชนมานานแล้ว

และทำเป็นเรื่องปกติทุกปี โดยในช่วงฤดูฝนจากเก็บกักน้ำไว้

เมื่อเข้าหน้าแล้งก็จะจ่ายน้ำนั้นเข้าคลอง 5 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่คลอง 5 จำนวน 12,000 ไร่ และ คลอง 6 จำนวน 7,000 ไร่

นายลลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากการประปาภูมิภาคได้นำรถผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่ 3 คันไปติดตั้งและสูบน้ำไปผลิตประปาส่งเข้าท่อแล้ว

พบว่าปริมาณน้ำในสระจะอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าเกือบวิกฤต เพราะระดับน้ำเริ่มลด อาจทำให้แนวถนนที่ขนานกับตัวสระพังลงมา

แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งว่า ถนนพังบ้างก็ไม่เป็นไร ต้องเอาน้ำออกไปช่วยเหลือประชาชนก่อน”

นายลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวในตอนท้าย

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com