นายกฯลุงตู่ครับ หากจะปรับรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ กรุณาพิจารณา นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ด้วยนะครับ !

333

ภาณุมาศ ทักษณา

คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา เริ่มทำงานในวันที่ 1 กันยายน 2557 นับถึงวันนี้ เท่ากับว่าทำงานกันมาได้ 10 เดือนเต็ม จึงอาจจะยังตัดสินไม่ได้ว่าผลงานของใครเป็นอย่างไร

แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีเสียงเรียกร้องให้ นายกฯลุงตู่ “ปรับคณะรัฐมนตรี” เสียที แต่ก็ไม่มีเสียงขานรับจากนายกฯลุงตู่ นอกจากคำยืนยันว่า รัฐมนตรีทุกคนทำงานได้ดีอยู่แล้ว

ผมเองก็เคยเรียกร้องให้ นายกฯลุงตู่ ปรับ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ พร้อมรัฐมนตรีช่วยและผู้ช่วยรัฐมนตรี เพราะทำงานไม่ได้เรื่อง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงที่ต้องส่งเสริมและสนับสนุนการเกษตรของชาติให้เจริญก้าวหน้า และตัวเกษตรกรจะต้องร่ำรวยขึ้นจากการทำการเกษตรตามที่แต่ละคนถนัด

แต่กลายเป็นว่าวันนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังยากจนและมีหนี้สิน แล้วที่น่าละอายอย่างยิ่งก็คือปล่อยให้เกษตรกรตกอยู่ในสภาพคล้าย “ขอทาน” คือแบมือขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่เรื่อย

ผมไม่ปฏิเสธว่า สาเหตุที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยากจนและมีหนี้สิน เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ “กดหัวเกษตรกร” ไม่ให้โงขึ้นมา

และสร้างนิสัยใหม่ ๆ ให้เกษตรกรว่า หากประสบปัญหาอะไรก็ตาม ให้ออกมาแบมือขอเงินจากรัฐบาลเข้าไว้ รัฐบาลจะได้แบ่งเศษเงิน “ที่จะโกง” ไปให้ชาวนาด้วย

ซึ่งผมก็เชื่อว่า นายปีติพงศ์ และรัฐมนตรีช่วยพร้อมผู้ช่วยรัฐมนตรีคงไม่โง่ถึงขนาดไม่รู้สาเหตุดังกล่าว เหมือนที่ผมและคนไทยทั้งประเทศรู้ – คำถามคือ

ทำไมจึงนายปีติพงศ์และรัฐมนตรีช่วยและผู้ช่วยรัฐมนตรี จึงไม่พยายามแก้ปัญหานั้นด้วยวิธีการใหม่ ๆ ที่น่าจะได้ผลดีกว่าแบบที่แก้แล้วยังมีปัญหาอยู่เล่า

ตอนที่ นายปีติพงศ์ได้รับเลือกเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเกษตรนั้น สื่อมวลชนได้ลงประวัติว่าเคยเป็นลูกหม้อของกระทรวงเกษตรมาก่อน – ผมรู้สึกดีใจนะ เพราะคิดว่าคงรู้ตื้นลึกหนาบางดี

แต่เมื่อเวลาผ่านไป นายปีติพงศ์ก็ฉายแสงความไม่เอาอ่าวออกมาให้เห็น นั่นคือทำงานเหมือนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่มักจะ “ตามน้ำ” ที่ชั้นผู้น้อยเสนอโครงการมา

ผมไม่เคยลืม ปีที่แล้วชาวนาประสบภัยแล้งทำนาไม่ได้ กรมชลประทานเสนอโครงการจ้างชาวนาซ่อมอาคาร ประตูน้ำ และขุดคลองของกรมชลประทานฯ นายปีติพงศ์ ก็เอาด้วย

มิใยที่ผมจะทักท้วงว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดวิธี และจะเสียเงินเปล่า ที่สำคัญอาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตเพราะอาจเช่น “การจ้างผี” มาทำงานแทนเกษตรกรในพื้นที่ – แต่นายปีติพงศ์ ก็อนุมัติ

แล้วผลก็เป็นอย่างที่ผมเตือนคือ โครงการจ้างงานชาวนาของกรมชลประทานในปีที่แล้วก็คว่ำไม่เป็นท่า แต่ เงินงบประมาณที่รัฐบาลให้ไป ได้ถูกจ่ายไปจนหมดสิ้นแล้ว(ฮา)

ปีนี้เกิดภัยแล้งอย่างรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งในความรู้สึกของผมคือ มันเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ของอธิบดีกรมชลประทานฯ ที่ไม่รู้จักวางแผนแก้ปัญหา – แต่แทนที่จะถูกรัฐมนตรีลงโทษ

อธิบดีกรมชลประทานก็ออกมาแถลงข่าวเหมือนแผ่นเสียงตกร่องว่า สาเหตุที่เกิดภัยแล้งมาจากอะไร น้ำในเขื่อนมีเท่าไหร่ และได้ออกประกาศให้ชาวนางดการทำนาปรังนาปี – เหมือนที่เคยทำมา

วันรุ่งขึ้น ผมเขียนบทความ “ดักคอ” อธิบดีกรมชลประทานเอาไว้ว่า คอยดูนะครับ อีกไม่กี่วันอธิบดีกรมชลฯจะต้องเสนอโครงการช่วยเหลือชาวนาอีกแล้วครับท่าน

ปรากฏว่า รัฐมนตรีเกษตรนายปีติพงศ์คงเขินที่ถูกดักคอ จึงประกาศผ่านสื่อว่าปีนี้จะไม่มีการแจกเงินช่วยชาวนา เพราะความเสียหายจากภัยแล้งยังไม่เกิด(ฮา)

แต่แล้วก็ “อั้น” ไม่อยู่เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 58 นายปีติพงศ์ ก็ออกมายอมรับแล้วว่า หากใน 10 วันฝนไม่ตก อาจต้องช่วยเหลือชาวนาด้วยการจ้างให้ทำงานเพื่อให้มีรายได้(ฮา)

นายปีติพงศ์แถลงว่า กรมชลประทานจะรับผิดชอบดำเนินการจ้างแรงงานและสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยจ้างงานให้ปรับปรุงอาคารชลประทาน – อีกแล้วครับท่าน

นอกจากนี้ยังมีอีกโครงการหนึ่งคือ จะขออนุมัติจาก ครม.ให้กรมชลประทานเข้าไปดูแลแหล่งน้ำขนาดเล็ก 3,000 โครงการที่ยกให้ อปท.ไป ซึ่งขณะนี้ตื้นเขินกลับมาดูแลใหม่

และไม่เพียงเท่านั้นนะครับ นายปีติพงศ์ยังมีแผนงานอีก 2 แผน คือ ให้กรมชลฯพิจารณาดึงน้ำจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวินมาใช้ว่าจะทำกันอย่างไรดีจึงจะได้น้ำนั้นมาใช้

และให้จัดทำงบประมาณเพื่อขอเงินจากรัฐบาลไปทำนุบำรุงกรมชลให้รุ่งเรื่องสมเป็นเมืองของไทย เอ่อ ขออภัยครับ ทำนุบำรงเขื่อนต่าง ๆ ให้แข็งแรงขึ้น (ฮา)

ที่ผมต้องอาศัยเสียง ฮา เข้าช่วยเพราะไม่อยากให้เรื่องนี้เครียดเกินไปนั่นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งผมหัวเราะเยาะรัฐมนตรีปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ครับ

นี่ถ้า อธิบดีกรมชลประทานคนนี้(ขอไม่เอ่ยชื่อให้เป็นเสนียด)มีความสามารถจริง ทำไม่วันนี้น้ำยังแล้ง และ/ หรืออีกไม่นานน้ำอาจท่วมอีกเล่า คุณปีติพงศ์ – หือ

แล้วตัวท่านรัฐมนตรีเองก็เหมือนกัน แน่ใจแล้วหรือว่าโครงการแก้ภัยแรงนั้นจะได้ผล อย่างการจ้างชาวนาซ่อมอาคารนั่น ปีที่แล้วก็เคยทำ และล้มเหลวมาแล้ว

แต่สิ่งที่ควรทำ นายปีติพงศ์กลับไม่ทำ นั่นคือ แหล่งน้ำขนาดเล็ก 3,000 แห่งที่ตื้นเขินนั่น ทำไมไม่เอาเงินที่จะจ้างชาวนาซ่อมอาคาร ไปขุดลอกแหล่งน้ำเหล่านั้นเล่า

ทำไมต้องรอทำเรื่องเสนอ ครม.ให้โอนแหล่งน้ำ 3,000 แห่งมาขึ้นกับกรมชลประทานฯอีก ทั้งที่งานของกรมชลประทานก็ล้นมืออยู่แล้ว – ตอนนี้ช่วยได้ก็ควรจะช่วยไปก่อนครับ

แค่เหตุผลเพียงข้อเดียวนี้ ผมจึงขอแสดงความไม่ไว้วางใจ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ให้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯอีกต่อไปครับท่านนายกฯลุงตู่ !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com