การตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย(ศรส.)ของรัฐบาล คือ การประจานความล้มเหลวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร !

8015

ภาณุมาศ ทักษณา

หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)ของรัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557

รัฐบาลรักษาการได้ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่ที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 คือในเขต กทม.และปริมณฑล เป็นเวลา 60 วัน

และประกาศตั้ง ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ใช้อักษรย่อว่า ศรส.เป็นหน่วยบัญชาการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล แทนการทำหน้าที่ของ ศอ.รส.

ศรส.ที่ตั้งขึ้นมาใหม่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.แรงงาน เป็นผู้อำนวยการ แต่อำนาจการสั่งการให้เคลื่อนย้ายกำลังขึ้นอยู่กับ ผบ.ตร.และ ปลัดการะทรวงกลาโหม โดยมีสำนักงานอยู่ที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม แจ้งวัฒนะ

และที่ทำให้ชาวบ้านกังขาก็คือ ใน ศรส.นี้ หาได้มีผู้บัญชาการเหล่าทัพ ไม่ว่าจะเป็น บก เรือ หรือ อากาศ เข้าร่วมด้วย หากจะมีก็เพียงตัวแทนที่ไม่มีอำนาจสั่งการได้อย่างฉับพลันทันที

กรณีนี้อาจมีข้อโต้แย้งจาก ศรส.ว่าได้มอบอำนาจสั่งการผ่านทาง ผบ.ตร. และ ปลัดกระทรวงกลาโหมไว้แล้ว แต่ในข้อเท็จจริงและในการปฏิบัติการทางทหารนั้น ปลัดกระทรวงฯ มีอำนาจน้อยกว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพอย่างสิ้นเชิง

และที่น่ากังขาอีกข้อหนึ่งก็คือ รัฐบาลรักษาการมีอำนาจในการประกาศตั้งโน่นตั้งนี่แน่หรือ เพราะต้องอย่าลืมว่าการตัดสินใจในบางเรื่อง รัฐบาลรักษาการต้อง “หารือและขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.” ก่อนเสมอ

กล่าวเฉพาะการจัดตั้ง ศรส.นั้น หากพิจารณาให้ละเอียดจะพบว่า เป็นการกระทำที่อยู่ในข้อห้ามของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 รวมกันถึง 3 วงเล็บ คือ

(1)ไม่กระทำการอันเป็นการใช้อำนาจแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นขอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

ในกรณีที่มีการตั้ง ศรส.ครั้งนี้ ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้มาทำหน้าที่สั่งการใน สรส.น่าจะเข้าข่ายว่าผิด (1)

(2)ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นขอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

ในกรณีที่มีการตั้ง ศรส.ครั้งนี้ จะต้องมีการเบิกจ่ายเงินงบราชการลับ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าเบี้ยเลี้ยง หรืออื่น ๆ จึงน่าจะเข้าข่ายผิด (2) และ

(4)ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใด ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝื่นข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด

ในกรณีที่มีการตั้ง ศรส.ครั้งนี้ เป็นไปได้หรือที่ ศรส.จะไม่มีคำสั่งย่อย เบิกเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการดำเนินการ และ ขณะนี้อยู่ในระหว่างมีพระราชกฤษฏีจัดให้มีการเลือกตั้ง

จึงน่าพิจารณาอย่างยิ่งว่า การตั้ง ศรส.น่าจะเข้าข่ายผิด (4) เพราะการสั่งการของ ศรส.อาจจะเป็นอุปสรรคในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งการออกไปลงคะแนนเลือกตั้งก็เป็นได้ทั้งสิ้น

ที่สำคัญ การชุมนุมประท้วงของประชาชนในนาม กปปส.ก็เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรม หาใช่การกระทำที่ก่อให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน จนถึงขั้นต้องประกาศตั้ง ศรส.แต่อย่างใด

การตั้ง ศรส.ของรัฐบาลจึงเป็นการประจานการทำงานของนายกรัฐมนตรีรักษาการที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ไม่สามารถบังคับหรือสั่งการหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้อย่างเต็มทีอีกด้วย

ทุกวันนี้รัฐบาลมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และ/หรือ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (ศอ.รส.)อยู่แล้วแท้ ๆ

แต่รัฐบาลรักษาการดันทะลึ่งตั้ง ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ศรส.ขึ้นมาแสงหอกอันใดหรือ..

หรือทั้ง 3 เหล่าทัพเขาไม่เล่นด้วยกับรัฐบาล – ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอบหน่อยได้ไหม !

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com