ฝากถึงกำนันสุเทพ และแกนนำ กปปส. นี่คือตัวอย่างการพูดบนเวที เรื่องการปฏิรูประบบการศึกษาของ กปปส.

9001

ภาณุมาศ ทักษณา

เมื่อเช้าผมเขียนบทความเรียกร้องให้ กำนันสุเทพ และ แกนนำ กปปส.ใช้ห้วงเวลานับจากวันนี้ถึงวันที่ 13 ม.ค.2557 ซึ่งเป็นวันนัดรวมพลครั้งใหญ่ ว่าให้พูดเรื่องที่จะต้องปฏิรูปให้ผู้ร่วมชุมนุมได้รับทราบหน่อยได้ไหม

หรือการเขียนบทความถึง กำนันสุเทพ

บางครั้งก็มีมิตรรักแฟนเพจบางท่านมองเจตนาผมผิด ๆ เช่น ตั้งคำถามว่า “ตกลง ภาณุมาศ ติเพื่อก่อเพราะหวังดีกับ กปปส หรือว่ามีจุดประสงค์อะไรคะ

ผมจะไม่ตอบคำถามนี้นะครับ เพราะเชื่อว่าท่านที่อ่านบทความผมมายาวนาน คงจะเข้าใจดีว่าผมคิดอย่างไรกับนักการเมืองไม่ว่า กปปส.ปชป.เพื่อไทย หรือพรรคอื่น ๆ

ส่วนเรื่องแรกคือที่เรียกร้องให้กำนันสุเทพ พูดเรื่องการปฎิรูปก็มีผู้แย้งว่า ท่านกำนันก็พูดทุกคืนอยู่แล้วว่าจะทำให้ชีวิตตำรวจดีขึ้น ไม่ต้องหาเงินให้นาย และอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง

ก็ขอเรียนมิตรรักแฟนเพจว่า สิ่งที่ กำนันสุเทพพูดในแต่ละคืนนั้น เขาเรียกว่า วาทะกรรมทางการเมือง ที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งว่า หากได้รับการเลือกตั้งแล้วจะทำอย่างไรบ้างครับ

เหมือนมีบางท่านแย้งผมว่า ที่กำนันสุเทพไม่ลงรายละเอียดเพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าหาเสียง ผมก็ได้ตอบไปแล้วว่าเมื่อบอกจะไม่เล่นการเมือง จะกลายเป็นการหาเสียงได้อย่างไร ?

ผมอยากได้ยิน กำนันสุเทพ หรือ แกนนำคนอื่น ๆ พูดถึงการปฏิรูปที่เป็นเนื้อเป็นหนังและมีหลักการ หรือมีหลักคิดสำหรับชาวบ้านว่า จะเอาด้วยไหม เช่นการปฏิรูปการศึกษา

กำนันสุเทพ หรือคนที่จะต้องดูแลในเรื่องการศึกษาต้อง ออกมาบอกชาวบ้านหรือมาเล่าให้ผู้ร่วมชุมนุมฟังว่า ทุกวันนี้ความล้มเหลวของระบบการศึกษามีอะไรบ้าง

เช่น เราวางหลักสูตรการศึกษาเหมือนเหวี่ยงแห คือให้เด็กทุกคนในประเทศไทย “เรียนเหมือนกันหมด” หรือเปล่า ใช้เวลาเรียนแต่ละระดับยาวนานไปหรือไม่ หรืออาจจะบอกตัวเลขด้วยว่า พ่อแม่ต้อง “ลงทุนทางการศึกษา”ให้ลูก ๆ คนละเท่าไหร่

หากตั้งรัฐบาลประชาชนได้ กปปส.จะรื้อระบบการศึกษาไทยเสียใหม่ แบ่งหลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ให้เหมาะกับเด็กและเยาวชน

นั่นคือ แบ่งหลักสูตรออกให้เป็นสัดส่วน นั่นคือ หลักสูตรแรกเด็กทุกคนต้องเรียนเหมือนกันหมด มีวิชาพื้นฐานอะไรบ้างที่ต้องเรียนรู้ก็ต้องเรียนเหมือนกันหมด

หลักสูตรต่อมาเป็นหลักสูตรประจำภาคแต่ละภาคที่มีความใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ภาคเหนือหลักสูตรนี้เด็กต้องเรียนภาษาพม่า ภาคอีสานต้องเรียนภาษาลาว หรือ เขมร ภาคใต้ต้องเรียนภาษามลายู หรือยาวี

หลักสูตรระดับกลางเป็นหลักสูตรเพื่อการประกอบอาชีพของเด็ก ๆ ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่โดยดูตามแต่ละภูมิภาค เช่น ป่าไม้ในภาคเหนือ การประมงในภาคใต้ ทำนา-ทำไร่ในภาคกลาง

หลักสูตรระดับสูง ก็เอาให้ชัดจะสอนให้เป็นหมอ เป็นครู เป็นวิศวกร เป็นนักกฎหมาย เป็นนักการเมือง (ซึ่งควรจะมีการสอนนานแล้ว) ก็ว่ากันไป ฯลฯ

ผมคิดว่า กำนันสุเทพ และ แกนนำ กปปส. คงคิดเรื่องพรรค์นี้เอาไว้แล้ว ก็ควรจะนำออกมาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ จะเก็บเอาไว้ทำไมหรือ ?

และไม่ต้องกลัวใครก๊อปปี้ไปปฏิรูปนะครับ หากการก๊อปปี้ไปปฏิรูปเพื่อคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ใครเอาไปก็เท่ากับยอมรับแนวความคิดของ กปปส.ด้วยซ้ำไป

วันนี้คนไทยทั้งประเทศเกลียดทักษิณ เกลียดยิ่งลักษณ์ เกลียดพรรคเพื่อไทยที่ออกกฎหมายเอื้ออำนวยคนกลุ่มเดียว

กปปส.ต้องออกมาพูดว่าจะทำอะไรที่ต่างไปจากคนเหล่านั้นครับ.

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com