สมัยรัฐบาลทักษิณรับจำนำข้าว ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาด !

news_img_411945_3-tile

ภาณุมาศ ทักษณา

       แทบลอยด์ วันอาทิตย์ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

       สัมภาษณ์ 2 อาจารย์หัวขบวนที่ยื่นหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลว่า ผิด มาตรา 84 หรือไม่ ?

       ท่านแรก ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาตร์ (นิด้า) ในประเด็นที่ผมเคยเขียนถึงมาแล้วจึงไม่นำมาเขียนถึงอีก

       ท่านที่สอง ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

       มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ จึงจับประเด็นสำคัญ ๆ มาถ่ายทอดให้รับทราบครับ

       เริ่มจากนักข่าวถามว่า “ที่บอกว่าโครงการนี้ทำให้รัฐบาลขาดทุนแสนล้าน รัฐบาลก็ยืนยันว่าไม่จริง เพราะข้าวยังไม่ได้ขาย จะขาดทุนได้อย่างไร”

       คำตอบคือ “ก็รัฐบาลไปซื้อตันละ 15,000 – 20,000 บาท ก็ประมาณ 700 ถึง 800 เหรียญต่อตัน แต่ราคาในตลาดโลกตอนนี้ ขนาดข้าวอย่างดีก็แค่ 500 เต็มที่ 550 เหรียญต่อตัน

       แล้วจะไม่ขาดทุนได้ไง ยิ่งมองไปอนาคต ต่อให้ราคาในตลาดโลกขึ้นไปถึง 600 เหรียญต่อตัน แต่ต้นทุนอยู่ที่ 700 – 800 เหรียญก็ยังจาดทุนอยู่ดี คืนทุนยังไม่ได้เลย”

        อาจารย์พรายพล บอกว่า “เห็นด้วยว่าทำแล้วชาวนาไดประโยชน์ แต่ชาวนาก็มีทั้งขนาดเล็ก – กลาง – ใหญ่ ตัวเลขชาวนาก็ประมาณ 3.8 ล้านครัวเรือน

        ได้ประโยชน์จริง ๆ ที่มาลงทะเบียน 2 ล้านครัวเรือน ที่เหลืออีก 1.8 ล้านที่ไม่มาลงทะเบียน เพราะเป็นรายเล็กที่ไม่ข้าวมากพอจะขาย ชาวนารายเล็กก็จะไม่มีโอกาสได้ประโยชน์”

        ที่น่าสนใจ อาจารย์พรายพลชี้ให้เห็นว่า “ราคาข้าวสูงกว่าตลาดก็ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้คนอยากได้เงิน ก็มาฉ้อฉลกันมาก โรงรีมีแรงจูงใจก็ใช้วิธีการ เช่นรับซื้อข้าวจากชาวนาก็บอกความชื้นไม่ตรงกับความจริง” และ

       “รัฐบาลไม่ได้เอาเงินจากคณะรัฐมนตรีไปจ่าย หรือเอาจากพรรคเพื่อไทยไปจ่าย แต่เอาเงินคนทั่วไประเทศที่อยู่ในภาษีไปจ่าย” และแนะนำรัฐบาลแก้ปัญหาว่า

       “อย่างราคามันสูงกว่าตลาด ส่วนเกินตรงนี้ก็อย่าให้มันมี ให้มันใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาในตลาดเช่น ราคาตลาด 12,000 ต่อตัน รัฐบาลก็ตั้งไว้ 11,000 ต่อตัน มันก็จะเป็นการจำนำจริง ๆ”

       อาจารย์พรายพลอธิบายถึงมาตรา 84 ในรัฐธรรมนูญ ได้ชัดเจนดีครับ อ่านดูนะครับ

       “รัฐธรรมนูญมาตรา 84 ยอมให้รัฐบาลแทรกแซงเรื่องนโยบายเศรษฐกิจได้แค่ 3 กรณีคือ

       หนึ่ง เพื่อความมั่นคงของประเทศ

       สอง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และ

       สาม เพื่อสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา เช่นรัฐวิสาหกิจ

       ในกรณีข้าวไม่ใช่ความมั่นคง และสาธารณูปโภค เพราะมีข้าวกินกันพอ เหลือส่งออกด้วยซ้ำ ก็เหลืออันเดียวคือประโยชน์ส่วนรวมซึ่งเราตีความว่าคือประโยชน์ของคนโดยรวม คือทุกคนในประเทศ

       ซึ่งกรณีจำนำข้าวเป็นประโยชน์สำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น แล้วคนที่ควรจะช่วยก็ไม่ไปช่วย คือพวกเกษตรกรรายย่อย แล้วจะเรียกว่า ประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างไร”

        อาจารย์พรายพลย้อนอดีตให้ฟังด้วยว่า “ที่ผ่านมาแม้จะมีการจำนำข้าวมาแล้ว แต่ทุกครั้งเขาตั้งราคาต่ำกว่าตลาด ที่ทำกันตั้งแต่ปี 2524 หรือสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

       ก็ทำแต่ราคาจำนำต่ำกว่าราคาตลาด ไม่งั้นจะเรียกจำนำได้ไง เพราะการจำนำต้องให้ราคาต่ำกว่าตลาด หากให้ราคาสูงกว่าตลาด เขาก็ขายเลย จะวิ่งไปไถ่ถอนทำไม”

       อาจารย์พรายพลให้สัมภาษณ์ด้วยว่า “เราเห็นว่าเป็นโครงการไม่ถูกต้อง ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่มีสีอะไรทั้งสิ้น  ไม่ใช่เพราะเป็นรัฐบาลเพื่อไทย

       ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วทำโครงการเสียหายแบบนี้ ก็ต้องออกมาคัดค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกัน”

       นี่คือข่าวสารน่ารู้สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ตั้งหลักรับสถานการณ์กันได้ถูกต้องครับ

 

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

3 Responses to “สมัยรัฐบาลทักษิณรับจำนำข้าว ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาด !”

  1. ทันสมัย

    เหมือนกันที่ คิดเร็ว ทำเร็ว ประชาชนได้ใช้ประโยชน์เร็ว มีปัญหาก็ค่อยปรับแต่งกันไป ทุกวันนี้30บาทรักษาทุกโรคก็เป็นที่อบอุ่นใจกันถ้วนหน้า ในโลกนี้ไม่มีงานใดที่ไม่มีปัญหา นอกจากไม่ได้ทำ ต่อให้รอบคอบค่อยๆคิดค่อยๆทำแบบหอยทาก นำออกมาใช้ก็มีปัญหาเหมือนกันแหละ ทำเร็วคุณภาพ80%ได้100งานต่อปี กับทำแบบหอยทากคุณภาพ90%ได้10งานต่อปี เลือกอันไหนดีอะ

  2. ไทยเมือง

    คือถ้ามันได้ประโยชน์ต่อชาติ และประชาชนทั่วไปจริง ไม่ได้โกง ไม่ได้เอาเงินของชาติไปใช้ซื้อเสียงทางอ้อม ไม่ได้เอื้อผลประโยชน์ให้พรรคพวกตัวเองจนน่าเกลียด คงไม่มีคนสติดีๆมาค้าน

    นี้ขนาดของบริจาคน้ำท่วมยังโกงกัน

    ที่ดินวัดยังโกงกันได้ เหลือเชื่อ ใครเขาจะไว้ใจรัฐบาลขี้ฉ้อ

  3. 30 บาท

    คิดถึงวันเก่าๆ ครับ
    สมัยที่ ไทยรักไทย ประกาศใช้โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ใหม่ๆ
    บอร์ดพันทิพ มีกระทู้ เถียงกันเรื่อง โครงการ 30 บาท ทุกวัน
    ฝ่ายที่ค้านหัวชนฝา ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ และ สาวก

    อ้างว่าจะทำให้ประเทศชาติล่มจม ประเทศจะเจ้ง
    ยิ่งรวมกับ โครงการกองทุนหมู่บ้าน แจกหมู่บ้านละ 1 ล้าน
    โอยจะทำให้ประเทศไทยล่มจม เป็นเหมือน อาเจนติน่า บลาๆๆ
    จนเกิดคำนิยาม ว่า “ประชานิยม”

    ผ่านมา 10 กว่าปี ก็ไม่เห็นว่า โครงการกองทุนหมู่บ้าน และ โครงการ 30 บาท
    จะทำให้ประเทศล่มจม เห็นแต่พากันออกมา COPY นโยบาย กันใหญ่

    โครงการกองทุนหมู่บ้าน และ โครงการ 30 บาท ที่ประสบความสำเร็จ
    ทำให้ประชาชนชาวรากหญ้า ชื่นชม ทักษิณ มากๆ
    เพราะถือเป็นการ ปฏิวัติ ความเป็นอยู่ให้กับ คนยากจน
    ให้มีโอกาสเข้าถึงเงินทุน เข้าถึงการบริการสุขภาพ อย่างเท่าเทียมกันทั้งประเทศ
    ทุกวันนี้ ทุกคนก็ยังไม่ลืม ทักษิณ ก็เพราะ 2 โครงการนี้แหละ

    มาหนนี้
    โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ เริ่มมาถูกทาง
    ซึ่งถ้าหากสำเร็จ จะเป็น การปฏิวัติ ชาวนาไทย ครั้งยิ่งใหญ่

    สมัยแก้ปัญหายางพารา ก็เกิดผลให้เห็นมาแล้ว แต่นั้นแต่ประชากรกลุ่มเล็กๆ ที่ปลูกยาง
    แต่ ถ้าแก้ปัญหาราคาข้าวได้ จะช่วยให้ คนกว่า 10 ล้านคน ได้ลืมตาอ้าปาก
    มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    จากโครงการนี้ รับรองว่าเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอนครับ
    ยิ่งลักษณ์ จะกลายเป็น ฮีโร่ ของชาวนาไทย

    ตอนนี้ ชาวนาไทยยังไม่ได้สัมผัสกับ ข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่น ทุกคน
    เพราะปีที่แล้ว เข้าโครงการไม่ทัน

    ถ้าเมื่อไร ชาวนาเกี่ยวข้าว นำข้าวไปเข้าโครงการ
    ได้สัมผัสกับ ข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่น ทุกคน
    เขาก็จะรู้ถึงความแตกต่าง ได้มองเห็นโอกาส มองเห็นอนาคต
    จะไม่มีใครอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม

    เหมือนกับ โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค
    คุณจะไมู่้รู้สึกอะไร ถ้ายังไม่เคยใช้บริการ
    แต่เมื่อ เคยลองแล้ว ชีวิตเปลี่ยน เมื่อนั้นคุณจะเข้าใจ

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com