Monthly Archives: กรกฎาคม 2010

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ “คิดถูกและทำถูก” แล้วครับ !

 

                                                                                                                 ภาณุมาศ ทักษณา
            วันนี้ ผมขอปูผ้าขาวกราบขออภัย และกราบขอบพระคุณ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี งาม ๆ ครับ…
จะขอไปกราบที่ตักของท่านก็รู้สึกเคอะเขิน อีกอย่างเกรงว่าท่านจะจั๊กจี้จั๊กเดียมน่ะ …
ผมกราบขอโทษ ที่ก่อนหน้านี้เคยปรามาสการแก้ปัญหาภัยแล้งของท่าน ที่ได้รับมอบจากรัฐบาลไว้ว่าเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน คือแก้ปัญหาไม่ถูกจุด จ้องแต่จะขอเงินจากรัฐบาลไปแจกเกษตรกรที่ไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากนัก
ครั้นเมื่อ พล.ต.สนั่น ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานฯในการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจากรัฐบาลอีก ท่านก็ให้สัมภาษณ์อย่างขึงขังว่า จะรื้อฟื้นโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ที่บริเวณบ้านดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ที่รัฐบาลหลายชุดเคยคิดจะสร้างแต่ถูกชาวบ้านร้านตลาดในพื้นที่คัดค้าน
แรก ๆ พล.ต.สนั่น แสดงอาการขึงขัง ไม่สนใจใยดีว่าคนในพื้นที่จะว่าอย่างไร ถึงขั้นมีข่าวว่า นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ถึงกับต้องใช้เทคนิคในการระดมความคิดประชาชนให้ลงชื่อสนับสนุน
ในท่ามกลางเสียงคัดค้านของชาวบ้านชุดเดิม [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | 24 Comments

“สนธิ ลิ้มทองกุล” จุดประเด็น “ไทยจะเสียดินแดน 1.5 ล้านไร่ให้เขมร” รัฐบาลอภิสิทธิ์ “อม” อะไรอยู่หรือ จึงไม่ชี้แจง ?

    
                                                                                                        ภาณุมาศ ทักษณา    
 
เป็นเวลาหลายวันมาแล้วที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หยิบยกเอาประเด็น “ไทยจะเสียดินแดนเขาพระวิหาร” มานำเสนอต่อประชาชน
 
          ทั้งด้วยการพูดผ่านสื่อในเครือของตัวเอง และออกแถลงการณ์เตือนรัฐบาลในกรณีที่เขมรกำลังขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ว่า
 
ไทยอาจเพลี้ยงพล้ำ เนื่องจากเขมรนำแผนที่คนละแผ่นกับที่ไทยถือไปเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก
 
          นายสนธิ พยายามอรรถาธิบายโน้มน้าวให้คนไทยเห็นว่า รัฐบาลไทยเคยเพลี้ยงพล้ำแก่เขมร เพราะมีการทำแผนที่อัตราส่วน 1 : 200,000  ซึ่งเป็นการพูดเรื่องยากที่จะทำให้คนไทยทั่วไปเข้าใจเกี่ยวกับแผนที่ต่าง ๆ ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องทางเทคนิค และเกิดมานานถึง 96 ปี
 
          แต่นั่น คือวิธีอันชาญฉลาดของ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่พยายามใช้ “ข้อมูล” ที่ฟังแล้วน่าเชื่อถือมากล่าวอ้าง
 
เหมือนสมัยที่ คุณสมัคร [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

นึกว่าแน่.. ที่แท้ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ก็เหมือน “เด็กเลี้ยงแกะ” เข้าใจผิด คิดว่าแกนนำ นปช.เล่นละครจาบจ้วง ?

 
 
                                                                                                                                        ภาณุมาศ ทักษณา
 
          ผมขอบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยหน่อยนะครับว่า
 
วันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 ปีขาล ตรงกับวันที่ 22 กรกฎาคม พุทธศักราช 2553
 
(ขอเขียนเต็ม ๆ นะครับ เพื่อเป็นเกียรติประวัติทุกคนที่เกี่ยวข้อง – ฮา)
 
ได้เกิดปรากฎการณ์ ปรองดองแห่งชาติขึ้นแล้ว โดยมิพักต้องอาศัยมือของคณะกรรมการปฏิรูปชุดใดทั้งสื้น
 
เป็นความปรองดองของ ผู้นำคนสองกลุ่มที่ล่อกันแบบเอาเป็นเอาตายมาอย่างยาวนาน จนเป็นเหตุให้ประเทศชาติได้รับความบอบช้ำอย่างหนัก
 
จนบริษัทโฆษณาชื่อดังต้องลงทุนสร้างหนังโฆษณาชื่อ “ขอโทษประเทศไทย”(ฮา) ทั้งนี้เพื่อให้คนไทยเกิดความสำนึก
 
หรือ อาจเป็นเพราะหนังโฆษณาชุดนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ที่ทำให้ ผู้นำกลุ่มคนสองสีเกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจึง “จับมือ” กันต่อหน้าศาล…
 
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ หน้า กรุงเทพการเมือง พาดหัวรองว่า
 
“แดง-เหลือง”ชื่นมื่นถอน 8 ดคี
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หน้า 1 พาดหัวรองเช่นกันว่า
          [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

โธ่.. ก่อแก้ว พิกุลทอง คุณไม่น่าพลาดโอกาส “ดี ๆ” อย่างนี้เลย ?

         
  
                                                                                                                      ภาณุมาศ ทักษณา
 
 
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย นำเทปคำปราศรัยในการหาเสียงของนายก่อแก้ว พิกุลทอง มาเปิดให้ผู้สื่อข่าวฟัง ณ ที่ทำการพรรคฯ หลังจากทางการอนุญาตให้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง อัดเสียงเพื่อปราศรัยทางสื่อของรัฐได้เช่นเดียวกับผู้สมัครคนอื่น ๆ
 
          ผมไม่ได้ฟังเสียงจริงหรอกนะครับ แต่อ่านจากเนื้อข่าวที่หนังสือพิมพ์เขาลงนำมาตีพิมพ์ อ่านจบแล้วรู้สึกเสียดายเวลาทองที่ นายก่อแก้วได้รับในครั้งนี้ ที่น่าจะ “พูดเรื่องที่ได้ยินได้ฟังแล้ว เกิดความประทับใจกว่านี้” เพราะที่คุณก่อแก้วพูดมาทั้งหมดนี้ ผมประเมินแล้ว คิดว่าโอกาสของ คุณก่อแก้ว พิกุลทอง ที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็น ส.ส.น้อยลง เพราะ
 
          1.ตอนเริ่มต้นดีนะครับ คุณก่อแก้วบอกว่า
“ขอโอกาสรับใช้ประชาชน อยู่ในเรือนจำอาจจะสูญสิ้นอิสรภาพทางกาย แต่ไม่สูญเสียอิสรภาพทางความและและทางใจ..
          โฮ… คมคายครับ ใช้ได้เลย [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

4,144,260….ล้านบาท คือ “หนี้” ที่รัฐบาลสร้างให้ประชาชน !

 
                                                                                        ภาณุมาศ ทักษณา
          หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ รายงานไว้ในหน้าเศรษฐกิจ เป็นข่าวเล็ก ๆ แต่เนื้อหาข่าวใหญ่มาก โดยพาดหัวข่าวว่า
          รัฐบาลถนัดกู้ / หนี้สาธารณะ / แตะ 43 % จีดีพี… มีเนื้อข่าวว่า
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า
ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 พ.ค. 2553 มีจำนวน 4,144,260 ล้านบาท หรือ 42.59% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยเพิ่มจากเดือนเม.ย. 35,278 ล้านบาท          เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2,806,656 ล้านบาท เพิ่มขึ้น [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ขอเถอะ ! อย่าเอาเด็กและเยาวชนมาเป็น “เป้าล่อ” ทางการเมือง เลยครับ

                                                                                                                 ภาณุมาศ ทักษณา

          ผมเฝ้าสังเกตปรากฎการทางสังคมที่จะมีผลสะท้อนไปสู่การเมืองมาหลายวันแล้ว ได้เห็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติธรรม

          เริ่มตั้งแต่มีข่าว เด็กหนุ่มอย่าง นายวิทวัส ท้าวคำลือ หนึ่งในผู้ร่วมแข่งขันในรายการเรียลิตี้โขว์ “อะเคาเดมี แผนแทเซีย ซีซัน 7” โฉบขึ้นบนถนนการเมืองจนกลายเป็นข่าวใหญ่โตอยู่หลายวันก่อนจะจบลงพร้อมกันข่าว
         
          พรรคเพื่อไทยนำไปขยายผลว่า ประเทศไทยในปัจจุบันไม่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ เพราะคนเห็นต่างกับรัฐบาลก็ถูกกำจัดในลักษณะที่นายวิทวัสที่ถูกกำจัดโดยองครักษ์พิทักษ์นายอถิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
         
          แล้วสรุปเอาง่าย ๆ ว่า นายอภิสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่แทนที่จะปกป้องแต่กลับเฉยและไม่มีมาตรการปกป้องรักษาความฝันและอนาคตของเด็กอายุ 17 ปี จนถูกกดดันให้ต้องแสดงสปิริตลาออกจากเวที ซึ่งกรณีนี้ฝ่ายค้านเสียใจเป็นอย่างมาก
          
          ยังไม่ทันที่ข่าว นายวิทวัส เด็กหนุ่มวัย 17 ปีจะจางหายไป

วันนี้ มีข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ว่า “กรรมการสิทธิฯข้องใจชูป้ายผิด จับ นร.อายุ 16” ตามมา
          [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

จะโฆษณา “ขอโทษประเทศไทย” หรือ “ประจานประเทศไทย”

 
            
                                                                                                          ภาณุมาศ ทักษณา
        ผมนึกว่าจบไปแล้วซะอีก เรื่องหนังโฆษณาที่ใช้ชื่อว่า “ขอโทษประเทศไทย” ที่เคยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ อยู่พักหนึ่งแล้วหายไปจากจอ
หนังโฆษณาชุดนี้ เป็นหนังที่บริษัทโฆษณาชื่อดังแห่งหนึ่งอุตสาห์สร้างขึ้นมาหลังเหตุการณ์บ้านเมืองสงบ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ความคิดเห็นที่แตกแยกของคนไทยสองกลุ่มนั้น ผลลัพธ์ที่ตามคือความบอบช้ำของไทยทั้งประเทศ
ตอนที่ผมเห็นหนังโฆษณาชุดนี้ ยังอดชื่นชม “ฝีมือ” การถ่ายทำไม่ได้ว่า “เยี่ยมจริง ๆ” ไม่ว่า จะการผูกเรื่อง การเดินเรื่อง การจัดมุมกล้อง การจัดเพลงประกอบ และ คำบรรยาย
ทุกอย่างให้อารมณ์ได้ดี สมกับเป็นผลงานของบริษัทโฆษณาชั้นนำแห่งนั้นจริง ๆ  
และถึงแม้ว่า ในเวลาต่อมาหนังเรื่องนั้นจะหายไปจากจอ เหมือนหนังโฆษณาอื่น ๆ ที่ไปตามเวลาที่สมควรจะไป
ผมก็ไม่รู้สึกเสียดงเสียดาย หรือถวิลหาจนต้องออกมาตั้งเป็นคำถามแต่อย่างใด
ในความคิดของ ผมคิดว่า สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เขาคงพิจารณาเห็นแล้วว่า ได้ให้เวลามาพอเหมาะพอควรแล้ว [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

กรกฎา..๒๕๒๙ ประชาธิปัตย์เคยแพ้ คู่แข่งที่อยู่ในคุก

                                                                                                     ภาณุมาศ ทักษณา
อาทิตย์หน้า ๒๕  กรกฎาคม ๒๕๕๓ คือวันที่จะมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต ๖ แม้จะมีผู้สมัครถึง ๖ คน แต่คู่ชิงที่ผู้คนสนใจ
คือ พนิช วิกิตเศรษฐ หมายเลข ๑ จากพรรคประชาธิปัตย์
กับ ก่อแก้ว พิกุลทอง หมายเลข ๔ จากพรรคเพื่อไทย
ดูจากกลยุทธิ์การหาเสียงของทั้งสองพรรค โอกาสที่ พนิช วิกิตเศรษฐ์ จะชนะ ก่อแก้ว พิกุลทอง มีค่อนข้างสูง
นอกจากจะได้เปรียบเรื่องความพร้อมในหลาย ๆด้าน อาทิ พรรคต้นสังกัดเป็นแกนนำรัฐบาลที่กำลัง “สร้างภาพ” ว่า “จะ” [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ขอมอบ “ช่อดอกไม้” ให้ ตำรวจ 191 – ตำรวจ บช.ภ 4 และตำรวจทุกนายใน สตช.

 
 
                                                                                                        ภาณุมาศ ทักษณา
 
          ผมยอมรับว่า… เป็นประชาชนอีกคนหนึ่งในจำนวนไม่น้อย ที่มีทัศนคติในทางลบกับตำรวจ
 
ทั้ง ๆ ที่ผมรู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และมีเพื่อนเป็นนายตำรวจอยู่ก็ตาม
 
          พฤติกรรมในทางไม่ดี ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซาก ๆ ของตำรวจทั้งหลายทั้งปวง ที่ปรากฎผ่านสื่อสารมวลชนหลายครั้งหลายหน
 
และที่พานพบดัวยตัวเองอีกหลายครั้ง ทำให้ผมเกลียดตำรวจ !
 
          ตอนที่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปฏิรูปตำรวจขึ้นมาครั้งแรก ผมเคยดูแคลนอยู่ในใจว่า ก็คงงั้น ๆ
 
ผมไม่เชื่อว่าจะมี ตำรวจคนไหน ? ยอมถูก “ปลดปืนและกฎหมาย” ที่ตัวเองเคยใช้แสดงความมีอำนาจอย่างง่าย ๆ แต่ยังไม่ทันที่การคาดหมายของผมจะออกมาในด้านใด รัฐบาลชุดดังกล่าวได้หมดสมัยไปเสียก่อน
 
ครั้นรัฐบาลชุดนี้ ตั้งคณะกรรมขึ้นมาปฏิรูปตำรวจอีกครั้งหนึ่ง โดยมี ประธานคณะกรรมการท่านเดิม คือ [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | 25 Comments

กรุงเทพฯกำลังจะถูกเปลี่ยนสมญา จาก “ลูกอีช่างขุด” เป็น “ลูกอีช่างซ่อม”

                              
 
                                                                                                                                       ภาณุมาศ ทักษณา
 
         ผมเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี พ.ศ.2497 จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯในเกือบจะทุกด้านมาไม่ต่ำกว่า 50 ปี
 
ผมมาอาศัยบ้านผู้ใจบุญอยู่หลังวัดโบสถ์ สามเสน เรียนจนจบ ป.4 ซ้ายมือของวัดคือคลอง ด้านหน้าคือถนนสามเสน ริมถนนฝั่งตรงข้ามมีรถรางแล่นจากบางกระบือไปปากคลองตลาด ผมได้อาศัยโดยสารไปเรียน ม 1 ถึง ม.ศ.3 ที่วัดราชาธิวาส ที่อยู่ใต้ลงไป
ระหว่างวัยรุ่น น้ำในคลองสามเสน ใสสะอาด ผมและเพื่อน ๆมันจะบีนไปบนต้นก้ามปู ไต่ไปตามก้านที่ล้ำลงไปในคลองแล้วโดดลงมา..
วันไหน..มีเรือโยงลากเรือบรรทุกทรายเข้าไปส่งตามท่าทรายที่อยู่ลึกเข้าไปถึงราชวัตร ขากลับเมื่อเรือแล่นผ่านท่าวันโบสถ์พวกเราก็จะอาศัยเกาะเชือกโยงเรือออกไปปากแม่น้ำเจ้าพระยา
วันไหนโชคดี มีเรือโยงอีกเที่ยวหนึ่งแล่นเข้าคลอง ก็จะได้อาศัยเกาะเชือกกลับมาด้วยจะให้ว่ายกลับมาคงไม่ไหวครับ ระยะทางคงไม่ต่ำกว่า ๒ กิโลเมตร
หากวันไหนไม่มีเรือเข้าคลอง พวกเรา [...]

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment