ถ้าฝ่ายปกครองในจังหวัดสุโขทัย ฟัง รองแม่ทัพ กองทัพภาคที่ 3 การแก้ปัญหาน้ำในจังหวัด จะดีกว่านี้ !

15

ภาณมาศ ทักษณา

วานนี้ 20 กันยายน 2560 ผมเขียนบทความเรื่อง หมดไป 481 ล้าน น้ำยังท่วมสุโขทัย ใครควรรับผิดชอบ รายงานถึงการที่โยธาธิการฯจังหวัดว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาเอกชน 2 ราย

สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนศรีสำโรง อำเภอศรีสำโรง ด้วยเงินงบประมาณ 291,442,274.70 บาท

และ พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย อีก 190,120,000.00 รวมเป็นเงิน 481,562,274.70 บาท

80

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/DwMZd3)

ปรากฏว่าเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยเป็นอย่างมาก ได้มีผู้แชร์เรื่องดังกล่าวไปยังหมู่มิตรในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ศรีสัชชนาลัย ศรีสำโรง และอำเภอเมือง

นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากชาวสุโขทัย ถึงขั้นจะเข้าชื่อเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ ดังภาพที่ผมนำเสนอนี้

82

เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ผมจำได้ว่า ท่าน พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 ที่ลงไปช่วยเหลือชาวสุโขทัยแก้น้ำท่วมมาอย่างยาวนานได้เคยแสดงความเป็นห่วงเอาไว้

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายครับ ที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดสุโขทัยหาได้สนใจข้อเตือนสติจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากกองทัพภาคที่ 3 ไม่ ท่าน พล.ต.ผดุง ท่านเขียนแสดงความเห็นไว้ ดังนี้ครับ

ข้อห่วงใยของ พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รอง มทภ. 3 ต่อกรณีการสร้างพนังกั้นน้ำยม ที่ จังหวัดสุโขทัย !

7 มิถุนายน 2017  โดย blogger [อ่าน 224 คน , ยังไม่มีความเห็น , ID]

53

ภาณุมาศ ทักษณา

ตามที่ผมได้รายงานถึงการวางแผนป้องกันน้ำท่วมของจังหวัดสุโขทัย โดย กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยในกรุงเทพฯ ทำสัญญาว่าจ้างเอกชนคือ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดอึ้งแซเฮง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลโพนข่า อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้รับเหมามาตั้งแต่ 18 เม.ย.59 กำหนดแล้วเสร็จ 4 ต.ค.61 และได้แสดงความเป็นห่วงว่า งานรับเหมาทั้งโครงการอาจไม่เสร็จตามกำหนด

โดยในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ผมได้เขียนเรื่อง เหลือเวลาปีครึ่ง งานระบายน้ำในคลองตาปาน อำเภอศรีสำโรง สุโขทัย ยังไม่ลงมือ หากทำไม่ทัน ใครจะรับผิดชอบ ! ไปแล้วนั้น

54

ปรากฏว่า เรื่องที่ผมเขียนเผยแพร่นั้นได้รับความสนใจจาก พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งลงไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวสุโขทัยตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ในปี 2557 เป็นอย่างมาก

ซึ่งผมได้รายงานให้ท่านผู้มีเกียรติทราบไปเมื่อวานนี้ที่ 6 มิถุนายน 2560 ว่าท่านรองแม่ทัพฯ ได้นำคณะนายทหารจาก กกล.รส.จว.ส.ท.ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ไปดูพื้นที่ที่น้ำท่วมขังในอำเภอสวรรคโลกและอำเภอศรีสำโรง ไปแล้ว

55

56

ปรากฏว่า ในวันเดียวกันนั้น (6 มิ.ย.60) ท่าน พล.ต.ผดุง ได้กรุณา แสดงความเห็นถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตอำเภอศรีสำโรงและอำเภอเมืองในเฟซบุ๊ก Padung Yingpaiboonsuk ไว้อย่างมีค่ายิ่ง

57

ผมจึงขออนุญาตท่านรองแม่ทัพฯ นำเอาข้อห่วงใยของท่านมาเผยแพร่ในที่นี้ เพื่อให้ท่านผู้มีเกียรติ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย และในรัฐบาลได้รับทราบอีกขึ้นหนึ่ง– ท่านเขียนไว้ดังนี้

59

หลังจากนั้นปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กของท่านกว่า 300 ครั้ง และแชร์เรื่องราวของท่านเผยแพร่ออกไปเกือบ 30 ราย และผมได้แสดงความเห็นในฐานะเกิดที่ริมแม่น้ำยมไปด้วยว่า

“ เห็นการก่อสร้างพนังกั้นน้ำที่คลองตาล(อ.ศรีสำโรง)และที่ธานี (อ.เมือง)แล้ว สงสารชาวบ้านที่อยู่ริมแม่ยมทั้งสองฝั่งครับ

นับจากนี้ไป ตอนเช้าในหน้าหนาวคงไม่เห็นสายหมอกที่ระเหยขึ้นมาจากแผ่นน้ำอีกแล้ว เพราะพนังกั้นน้ำคงบังผิวน้ำจนมิด หรือชาวบ้านที่เคยอาศัยตลิ่งปลูกผักหญ้าไว้กิน หรือเก็บไปขายตลาด ก็คงหมดโอกาส

นั่นเท่ากับว่าพนังกั้นน้ำไดทำลายวิถีชีวิตคนริมน้ำยมให้หมดสิ้นไปอย่างน่าเสียดายนัก… ขอให้ผู้ที่อนุมัติโครงการนี้ จงถูกพระแม่ย่า และพระร่วงเจ้าลงโทษให้ไม่ตายดีด้วยเทอญ”

58

ปัญหาดังกล่าวนี้ คงเกินสติปัญญาของชาวจังหวัดสุโขทัยจะแก้ไขได้ ผมจึงตัดสินใจส่งเรื่องไปยัง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, ถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบ

เพราะทราบว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมการที่จะจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครบวงจร และจะได้รับเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียนในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

พร้อมกันนี้ ขอกราบขอบคุณ พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ใน กกล.รส.จว.สุโขทัย ทุกท่านที่สละแรงกายและแรงใจเพื่อช่วยชาวสุโขทัยมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ครับ !

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

อย่าเพิ่งเชื่อเรื่องคลองบางบาล ที่ “แม่ลูกจันทร์” เขียนใน ไทยรัฐ วันนี้นะครับ – อ่านนี่ก่อน !

10

ภาณุมาศ ทักษณา

วันนี้ผมตั้งใจที่จะนำเสนอ เรื่องการวางแผนป้องกันน้ำท่วมภาคกลางของรัฐบาล คสช.ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในวันที่สัญจรไปสุพรรณบุรีและพระนครศรีอยุธยา

เพราะเรื่องนี้ ผมเคยเขียนถึงมาแล้วหลายครั้ง และถึงแม่ว่าวันนี้จะยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่า “เป็นแค่อีกหนึ่งความหวัง” ของพี่น้องชาวไร่ชาวนาที่กังวลว่าน้ำจะท่วมเท่านั้น

แต่ก็ต้องเขียนถึง เพื่อให้ท่านผู้มีเกียรติได้รับทราบถึง ความคืบหน้าที่แทบจะไม่มีอะไรคืบหน้า  เพราะเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ โคพอ ครม.อนุมัติแผนปุ๊บ กรมชลประทานสามารถดำเนินการได้ทันทีก็หาไม่

ผมเขียนบทความสำหรับวันนี้ไปแล้ว แต่ก็ตัดสินใจรื้อข้อความทิ้ง เพราะเมื่อเช้า (21 กย.60) ได้อ่านคอลัมน์สำนักข่าวหัวเขียว ที่เขียนโดย “คุณพี่” แม่ลูกจันทร์ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เข้านะสิครับ

77

“แม่ลูกจันทร์” ตั้งชื่อเรื่องว่า ช้าไป 3 ปี เพื่อที่จะโยงให้เห็นว่า เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคกลางด้วยการขุดคลองบางบาลเพื่อระบายน้ำนี่ เคยเป็นแนวคิดของรัฐบาลที่แล้ววางไว้ – ว่างั้น

เรื่องนี้ไม่ว่ากันครับ “แม่ลูกจันทร์” รักใครชอบใครเชียร์ใครถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัวครับ

แต่ที่ผมต้องเขียนบทความนี้ทักท้วง เพราะไม่อยากให้คนอ่านไทยรัฐ เข้าใจอะไรผิด ๆ ตามที่ “แม่ลูกจันทร์” เขียน

ที่บอกว่า โครงการนี้จะใช้เวลาสำรวจ ออกแบบ ก่อสร้างเสร็จไม่เกิน 5 ปี ช่วยย่นการระบายน้ำจากท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จาก 35 กม.เหลือ 13 กม. นั้นถูกต้องครับ

แล้วที่ “แม่ลูกจันทร์” บอกว่า “คลองสายนี้จะช่วยแบ่งน้ำก้อนใหญ่ให้ไหลทะลักท่วมเขตเศรษฐกิจจังหวัดอยุธยา ซึ่งมีสภาพเป็นคอขวดได้อีก 1,200 ลบ.เมตรต่อวินาทีนั้น... ก็ใช่อยู่

แต่ที่บอกว่า “พูดง่าย ๆ คือ ตัดยอดน้ำจากเหนือ ลงไปอ่าวไทยออกไปเป็น 2 ทาง – ทำให้การระบายน้ำจากเหนือออกอ่าวไทยได้เร็วขึ้นอีกเท่าตัว” นั้น

ตรงนี้ เริ่มเพี้ยนแล้วครับ “แม่ลูกจันทร์”

เพราะน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลอ้อมทุ่งตะวันตกของพระนครศรีอยุธยาไปตามลำคลองสายใหม่นั้น จะต้องไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมเหนือจังหวัดปทุมธานีขึ้นไปเล็กน้อย

หาได้ไหลทะลวงทะลุ ไปลงอ่าวไทยอย่างเป็นเอกเทศ แต่อย่างใดไม่นะพระเดชพระคุณ “แม่ลูกจันทร์”

เพราะในความเป็นจริงนั้น คลองบางบาล-บางไทร ไม่ใช่ การตัดแม่น้ำเจ้าพระยาสายที่ 2 ตามที่เห็นคำในวงเล็บ ในภาพขวามือที่ผมหามาลงให้ท่านผู้อ่านเห็นชัด ๆ นะครับ

แต่เป็น แต่เป็นคลองให้น้ำเจ้าแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดไป ไม่ต้องผ่านตัวเมือง

อย่างไรก็ตามเท่าที่ผมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มา ทำให้ทราบว่าในอดีต คลองที่ว่านี้ เคยเป็น แม่น้ำเจ้ายาสายเก่าแก่มาก่อนครับ แล้วจะเขียนให้อ่านอีกครั้งนะครับ

ดังนั้น ที่ “แม่ลูกจันทร์” เขียนว่า โครงการนี้ยังเป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำสายใหม่ที่สะดวกรวดเร็ว ก็ไม่น่าจะใช่อย่างนั้นนะครับ

เพราะตามแผนงานที่กรมชลประทานวางไว้นั้น จะมีสะพานรถยนต์ข้ามคลองบางบาล-บางไทรถึง 11 สะพานครับ

ไม่ใช่คลองที่โล่งตลอดทั้งสายจนเรือแพยานนาวา ขนทราย ขนน้ำตาล หรือขนปูนซีเมนต์ จะย้ายจากแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมมาใช้บริการได้สะดวก อย่างที่ “แม่ลูกจันทร์” วาดหวังนะครับ

รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับคลองน้ำ ผมจะเขียนให้อ่านกันจะจะอีกครั้งนะครับ

สำหรับวันนี้ เอวัง ก็ มีด้วยประการ ฉะนี้ แหละโยม แหะ แหะ


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

หมดไป 481 ล้าน น้ำยังท่วมสุโขทัย ใครควรรับผิดชอบ !

74

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมนั่งดู การรายงานการเข้าไปช่วยเหลือชาวจังหวัดสุโขที่กำลังถูกมวลน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมของ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองกำลังกองทัพภาคที่ 3 ด้วยความรู้สึกสองอย่าง

อย่างแรก รู้สึกสลดหดหู่และเสียใจกับชาวจังหวัดสุโขทัย ที่ต้องเผชิญกับอุทกภัยอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งที่หากข้าราชการและนักการเมืองทำงานอย่างทุกเทจริงจังจะสามารถช่วยได้

อย่างที่สองรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ กองทัพภาคที่ 3 กองทัพบ ไม่ทอดทิ้งชาวสุโขทัย ตั้งแต่ถูกน้ำท่วมครั้งแรก มาจนถึงครั้งนี้ จึงขอขอบคุณ นายทหารทุกท่านมา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง

75

ความเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วมอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย นั้น ผมเคยเกาะติดสถานการณ์โดยอาศัยการรายงานข่าวของสมาชิกไทยอาสาตรวจงานแผ่นดิน (ทส.ตง.)ที่เคยมีมาก่อน

และอาศัยรายงานของตรงของ พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานมาเป็นข้อมูลในการเขียนบทความเพื่อรายงานให้รัฐบาลได้รับทราบ

ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ผมได้รวบรวมไว้ในบทความเรื่อง ขอร้องสื่อกระแสหลัง.. กรุณาส่งนักข่าว-ช่างภาพ ไปดูผู้รับเหมาข่มขืนแม่น้ำยมที่สุโขทัยด้วย ซึ่งในบทความนั้น มีคลิปบทความแทรกอยู่ท้ายเรื่อง

จึงขอนำเสนอบทความดังกล่าวให้ท่านที่อาจจะยังไม่ทราบว่า ข้าราชการในจังหวัดสุโขทัยเขาทำอย่างไรกับการป้องกันน้ำท่วมทั้ง ๆ ที่ได้งบประมาณไป 481 ล้านบาทเศษ แต่น้ำก็ยังท่วมเหมือนเดิมครับ

ขอร้อง สื่อกระแสหลัก.. กรุณาส่งนักข่าว-ช่างภาพ ไปดูผู้รับเหมาข่มขืนแม่น้ำยมที่สุโขทัยด้วย !

8 พฤษภาคม 2017  โดย blogger [อ่าน 692 คน , ยังไม่มีความเห็น , ID]

9

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมไม่ได้เรียนทั้งวิชาการทางด้านสื่อสารมวลชน จาก คณะนิเทศศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ หรือ คณะอิสระสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยใดในประเทศ หรือในโลกใบนี้

แต่ผมโชคดีที่ได้เรียนรู้วิชาชีพ การเป็นนักสื่อสารมวลชนที่ดีจาก รุ่นพ่อ รุ่นน้ารุ่นอา และรุ่นพี่มีอุดมการณ์ในการเป็นนักสื่อสารมวลชน หลายคน มาตั้งแต่ปี 2519

ผมจึงทราบว่า หน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างหนึ่งคือ ต้องนำเสนอสิ่งที่จะสร้างความทุกข์ หรือ ความเดือดร้อนที่ชาวบ้านจะได้รับ ให้ส่วนราชการหรือรัฐบาลได้รับทราบเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง จ้างผู้รับเหมาจากที่อื่น เข้าไปพนังกั้นน้ำท่วมในแม่น้ำยม ช่วงหน้า อ.ศรีสำโรง และ อ.เมือง จังหวัดสุโขทัย สูงจนบังตาชาวบ้านไม่ให้เห็นผิวแม่น้ำยมทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา มาเป็นปีแล้วนั้น

สื่อสารมวลชน ที่ดีและมีความรับผิดชอบ ทั้งต่อหน้าที่และต่อสังคม ควรอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ“ภาพและข่าว” ดังกล่าวให้ รัฐบาลรับทราบถึงความผิดปกติดังกล่าว

แต่ผมไม่เคยเห็น สื่อมวลชนที่เรียกตัวเองว่า สื่อกระแสหลัก เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ นำเสนอข่าวการทำงานของผู้รับเหมาที่ได้งานไปจาก กรมโยธาธิการและผังเมืองแต่อย่างใดเลย

ปล่อยให้ชาวอำเภอศรีสำโรง และอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ต้องอาศัยการติดต่อสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย “ปรับทุกข์กันและกัน” และสมาชิกไทยอาสาตรวจงานแผ่นดิน (ทส.ตง.) ส่งข่าวถึงผม

ผมจนต้องเข้าไปดูเรื่องที่ชาวสุโขทัย “ปรับทุกข์” กันและกัน และเมื่อเห็นว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหากปล่อยให้ดำเนินการต่อไป แม่น้ำยม 1 ใน 4 แควที่คนไทยรู้จักกันดี คงจะหายไปและกลายเป็น “คลองยม”

ผมจึงนำเอาหัวข้อการสนทนาใน เฟซบุ๊ก ของชาวจังหวัดสุโขทัยมาเรียบเรียงใหม่ แล้วนำมารายงานในบล็อกใต้ร่มธงไทย ของสำนักข่าวเจ้าพระยา ที่ผมดูแลอยู่ ด้วยหวังว่าผู้ใหญ่ในจังหวัดสุโขทัยจะทราบ

แต่ทุกอย่างก็เงียบ คงเป็นเพราะผู้ใหญ่ในจังหวัดสุโขทัยไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก หรือ เล่นแต่ไม่ได้เป็นแฟนเพจผม(ฮา) จึงไม่รู้ว่าผมเขียนอะไรบ้าง จนกระทั่งต่อมา ผมทราบว่า กองทัพบกมีนโยบายช่วยชาวบ้าน และมอบให้กองทัพภาคที่ 3 เข้าไปดูแล

8

เมื่อทราบเช่นนั้น ผมจึงส่งข่าวขอความช่วยเหลือชาวสุโขทัยไปยัง พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 ตามรายละเอียดที่ผมนำเสนอไปแล้วเป็นลำดับ…

แต่ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ครับท่านผู้มีเกียรติ ที่การกระทำของผู้รับเหมาฯ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ผมใช้คำว่า “ข่มขืนกระทำชำเราแม่น้ำยม” ไม่ได้เข้าหูเขาตา สื่อกระแสหลัก แม้แต่ค่ายเดียว(ฮา)

ทั้ง ๆ ที่ผมทราบมาว่า จังหวัดสุโขทัยมี ศูนย์ข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับยักษ์ใหญ่ตั้งอยู่ และมีสื่อมวลชนที่ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวพิเศษให้แก่ สื่อกระแสหลักต่าง ๆ ครบถ้วน…

ผมจึงไม่อยากเชื่อว่า หัวหน้าศูนย์ข่าวสื่อยักษ์ใหญ่ และ สื่อมวลชนในจังหวัดสุโขทัยจะไร้ซึ่งจิตวิญญาณของการเป็นสื่อตามที่องค์กรสื่อกำลังกางปีกออกป้อง จะไม่ส่งข่าวไปยังต้นสังกัด

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ลี้ลับ หรือเรื่องที่ซ่อนเงื่อนซ่อนปมแต่อย่างใด แค่ขับรถไปดูแม่น้ำยมหน้าอำเภอศรีสำโรง หรือหน้าอำเภอเมือง ก็ต้องเห็น และสามารถถ่ายภาพ ส่งข่าวไปยังต้นสังกัดได้ทันที

ซึ่งผมเชื่อ บรรดานักสื่อสารมวลชนในจังหวัดสุโขทัยที่รักในเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นนักสื่อสารมวลชนที่ดี คงทำหน้าที่ของเขาอย่างครบถ้วนแล้วอย่างแน่นอน….

แต่ที่ผมกังขาอย่างยิ่งก็คือ ทำไม… ไม่มีข่าวกรมโยธาธิการและผังเมือง จ้างเอกชนไปทำพนังกั้นนำในแม่น้ำยม ด้วยการขนดินไปทิ้งในแม่น้ำด้วยข้ออ้างเพื่อขนเครื่องมือลงไปทำงาน และจะขุดดินขึ้นเมื่อเสร็จงาน

…ผมไม่ใช่มองคนในแง่ร้าย แต่ด้วยวิชาชีพการเป็นนักข่าว ทำให้ผมไม่อาจไว้ใจใครได้ง่าย ๆ ผมจึงไม่เชื่อว่า ดินที่ผู้รับเหมาขนลงไปทิ้งในแม่น้ำยมเพื่อทำถนนนั้น จะถูกขนขึ้นมาจนหมดสิ้น

ต้องอย่าลืมนะครับ นี่คือเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนที่เริ่มต้นฤดูฝนอย่างเป็นทางแล้ว ส่วนฝนจะตกมากหรือน้อยนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมกังวลใจในฐานะนักสื่อสารมวลชนก็คือ…

หากในเดือนพฤษภาคมนี้ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างสูงเนื่องจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศล่วงหน้าแล้วว่าในปี 2560 จะมีพายุดีเปรสชั่นเข้ามา 2 ลูกในเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมนี้

ผมอยากถามว่า ผู้รับเหมาจะทัน “ขนดิน” ขึ้นมาจากแม่น้ำยมหรือไม่ และที่น่าห่วงอีกอย่างก็คือ ผู้รับเหมาจะทิ้งงานที่ค้างอยู่เอาไว้เป็นภาระของทางจังหวัดที่ต้องหาทางแก้อีกไหม

…เรื่องที่ผมยกตัวอย่างมานี่แหละครับ ที่ผมอยากถามไปยัง “สื่อกระแสหลัก” ของสังคมไทยว่า พวกคุณรู้เรื่องเหล่านี้บ้างไหม

หากรู้แล้ว ควรจะทำอย่างไร เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านตามหน้าที่สื่อมวลชนที่ดี ครับ ?


อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

รายงานพิเศษ(1).. เกิดอะไรในแม่น้ำยมหน้าเมืองสุโขทัย พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 จึงต้องลงพื้นที่อีกครั้ง !   https://goo.gl/K0dbRv

รายงานพิเศษ (2) เกิดอะไรขึ้นในแม่น้ำยมหน้าเมืองสุโขทัย พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 จึงต้องลงพื้นที่อีก ! https://goo.gl/upAfss

รายงานพิเศษ (3) ภาพเหล่านี้ คือ เหตุผลที่ พล.ต.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 3 ต้องยื่นมือเข้าไปใหม่ ! https://goo.gl/lhmxLu

รายงานพิเศษ (4) ที่แท้ กรมโยธาธิการและผังเมือง มหาดไทย เปิดทางให้ผู้รับเหมาลงไปลุยแม่น้ำยม ! https://goo.gl/5vDk8O

(ขอบคุณภาพเปิดเรื่องจาก คุณนิเวช กิจภพเลิศศิลป์ สำนักข่าวทีนิวส์)

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

สถานการณ์ในภาคใต้ที่เราเป็น “ฝ่ายตั้งรับ” คงเพราะ “งานข่าวกรองและต่อต้านการข่าวกรอง” ตกต่ำจริง ๆ ครับ !

10

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้  19 กันยายน  2560 พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (สมัยก่อนมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เขียนบทความประจำวันอังคาร เรื่อง สงครามภาคใต้ยังไม่ยุติ

ดูจากชื่อเรื่อง เหมือนท่านได้ยกระดับการก่อเหตุร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้สูงขึ้นกว่าเดิม และได้เขียนถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเหมือนทุกครั้ง

72

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/Ab9YWd)

ในตอนหนึ่งของบทความ ท่านตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า “เหตุร้ายที่เกิดแล้วเกิดอีกนี้ ทำให้สงสัยว่า งานข่าวกรองของทางราชการคงจะไม่ได้ผล เพราะถ้าหากได้ผล เจ้าหน้าที่ก็น่าจะรู้เบาะแสความเคลื่อนไหวของคนร้ายล่วงหน้า และป้องกันตัวได้ดีกว่าที่ปรากฏมาแล้ว

อันที่จริง ก็น่าเห็นใจและเข้าใจ เพราะขณะนี้เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจ กำลังปฏิบัติงานอยู่ในวงล้อมของศัตรู ที่ตั้งของทหารและตำรวจส่วนมาก อยู่กลางหรือใกล้กับหมู่บ้าน ไม่มีทางรู้ว่าราษฎรในหมู่บ้านใครเป็นคนร้าย หรือใครคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ให้คนร้ายรู้”

ฐานะที่ในอดีตผมเคยทำงานในหน่วยข่าวกรองทางทหารมาก่อน ผมเห็นด้วยกับท่านครับว่า งานข่าวกรองของทางราชการไม่ได้ผลจริง ๆ

และเรื่องนี้ ผมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก็คงจะรู้สึกอย่างนั้น เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีสิ่งบอกเหตุหลายอย่างให้ทราบ

ผมจะไม่ลงลึกถึงความบกพร่องหรือผิดพลาดใด ๆ เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาวิจารณ์ หรือประจานการทำงานให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสียกำลังใจนะครับ

แต่ถ้ามีโอกาสได้พบผู้ใหญ่ในฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล คสช. ผมจะนำเรียนเป็นการเฉพาะครับ

วันนี้จะนำเสนอให้เห็นถึงความหละหลวมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในภาคใต้ ที่ผมเคยเขียนทักท้วงไปแล้วหลายครั้ง และข้างล่างนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่อยากให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ได้อ่านครับ

73

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/MUaC7K)

ผมเข้าใจว่าเหตุร้ายในภาคใต้คงจะไม่ยุติลงง่าย ๆ ตราบใดที่สถานการณ์บ่งชี้ว่า เรายังเป็น “ฝ่ายตั้งรับ” ถึงขั้นที่จะเรียกว่าอาจ “ตกเป็นรอง” ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ผิดนั้น

ผมขอฝากบทความที่เขียนขึ้นสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก ก่อนยึดอำนาจจากนักการเมืองมาให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาล คสช.พิจารณาครับ !

(ขอบคุณคลิป วีดีโอ.จากสำนักข่าวสปริงนิวส์ ครับ)


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ท่านนายกรัฐมนตรี กำลังถูกเตะตัดขา ยืนไม่ดีมีโอกาสล้ม

68

ภาณุมาศ ทักษณา

เช้าวานนี้ (18 ก.ย.2560) ขณะขับรถไปทำงาน  หลังจากฟังรายการกู๊ดมอร์นิ่งอาเซี่ยนทางคลื่น 100.5 ที่อาจารย์เกษมสันต์ วีระกุล กลับมาจัดตั้งแต่ 7.00 น.ถึง 7.30 แล้ว

ผมก็เปลี่ยนไปที่คลื่น 98.5 เพื่อฟังรายการเจาะลึกทั่วไทยของ “หมาแก่” ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ กับ “แมวสาว” อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ แล้วจึงตามด้วยรายการ 101 ประเด็นข่าวของคุณปรเมศร์ ภู่โต

ในรายการเจาะลึกทั่วไทย “หมาแก่” ดนัย นำคลิปเสียงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.แสดงอาการหงุดหงิดนักข่าวมาเปิดให้ฟัง –  ได้ยินแล้ว ตกใจครับ

นึกไม่ถึงว่า ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จะ “ฟิวส์ขาด” อย่างที่ “หมาแก่” ดนัย ตั้งข้อสังเกตครับ เพราะคำถามนักข่าวเป็นคำถามต่อเนื่อง ไม่ได้ทะลุกลางปล้องเลยนะครับ..

เมื่อถึงที่ทำงาน ผมเห็นหัวข่าวในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ตามที่นำลงให้ดู จึงพอเข้าใจว่า น่าจะเป็นประเด็นข่าวเศรษฐกิจประเด็นนี้กระมัง ที่ให้ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ อารมณ์เสีย

66

ซึ่งจะว่าไปแล้ว เป็นใคร ใครก็อารมณ์เสียด้วยกันทั้งนั้นนะครับ เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปี 4 เดือนที่เป็นรัฐบาลมา ท่านก็พยายามแก้ปัญหาที่คั่งค้างมานานแทบจะทุกเรื่อง…

แต่ผมไม่ทราบว่าท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จะเฉลียวใจหรือไม่ว่า คำแนะนำของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าทีมนั้น เหมือนผิดพลาดหลายเรื่อง

เท่าที่ผมสังเกต นายสมคิดพยายามดึงสิ่งหรือเรื่องที่เคยทำสมัยร่วมรัฐบาลกับทักษิณ ชินวัตร มายัดเยียดให้รัฐบาลนี้ทำ ทั้ง ๆ ที่หลายเรื่องล้มเหลว เช่น ธุรกิจเอสเอ็มอี. ที่มีมานาน จนถึงวันนี้ก็ยังยืนไม่ได้

หรือแม้แต่การแจกเงิน ที่รัฐบาล คสช. ตำหนิการแจกเงินของรัฐบาลที่แล้วว่า เป็น ประชานิยม แต่รัฐบาล คสช.ก็ยังแจกเงินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วม-ภัยแล้ง ไม่ต่างกัน

ผมเคยวิจารณ์ว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของทีมนายสมคิด คือการสูบลมใส่ลูกโป่งให้คนภายนอกเห็นว่า ลูกโป่งเศรษฐกิจโตขึ้นแล้วนะ ว่านั่นเป็นการหลอกตัวเองและคนอื่น

เพราะที่เศรษฐกิจเหมือนโตขึ้นเป็นเพราะการลงทุนในภาครัฐ ไม่ใช่การลงทุนในภาคเอกชน ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตาม รัฐบาลหมดแรงเป่าลม (อัดเงิน) ใส่ลูกโป่ง ลูกโป่งก็จะค่อย ๆ แฟบลง

ผมเคยแนะนำรัฐบาลให้ปรับทีมงานประชาสัมพันธ์ของรัฐ ให้ “ทันเกม” ฝ่ายตรงข้าม ก็ไม่ทราบว่า รองนายกฯที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือ ดร.วิษณุ เครืองาม ทำอะไรไปบ้างหรือไม่ ?

ยิ่งมี รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่ไปจากทหารคือ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ซึ่งเป็นโฆษกรัฐบาล แทนที่งานทำความเข้าใจกับประชาชนจะดีขึ้น กลับเหมือนจะล้มเหลวเช่นกัน

ผมขอยกตัวอย่าง ข่าวการยึดสวนส้มในจังหวัดเชียงใหม่ที่ทางการกล่าวหาว่าเจ้าของรุกที่ดิน ส.ป.ก.เกือบ 6 พันไร่มาให้ดู ตามภาพที่แนบอยู่นี้

67

ผมเห็นเรื่องนี้โพสต์อยู่ในเฟซบุ๊กมาหลายวันแล้ว วันแรก ๆ ก็งงอยู่เหมือนกันว่า ทำไมรัฐบาลทำอย่างที่มีผู้โพสต์ข้อความเอาไว้ แต่ก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จึงปล่อยผ่าน

จนกระทั่งวันต่อ ๆ มา ผมได้ยินคำให้สัมภาษณ์ของข้าราชการที่เกี่ยวข้องว่าได้จัดการกับที่ดินที่เป็นสวนส้มอย่างเหมาะสมอย่างไรบ้าง จึงรู้ว่าที่ผมอ่านพบคือความเข้าใจผิด

แต่แล้ว วานนี้ 18 กันยายน 2560 ก็มีผู้โพสต์ภาพและเรื่องดังกล่าวในเฟซบุ๊กอีก ผมจึงแชร์มาลงในเฟซบุ๊กของผมและเขียนความเห็นลงไปว่า

หากรัฐบาลยังไม่ทำอะไรกับโพสต์นี้ คนที่เข้ามาอ่าน ก็จะคล้อยตามเรื่อย ๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น  ซึ่งก็เหมือนผมในช่วงที่เห็นตอนแรกนั่นแหละครับ

อยากกราบเรียนท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ฝ่ายตรงข้ามคงเล่นงานท่านตรง ๆ ไม่ได้ เพราะท่านไม่มีข้อผิดพลาดฉกาจฉกรรจ์ พวกนั้นจึงเปิดยุทธการ “เตะตัดขา” ท่าน

เช่น การขุดเอาเรื่องราวเก่า ๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน ๆ มาเป็นข่าวให้ชาวบ้านนำไปพูดขยายผล ซึ่งในทางการข่าวนี่คือการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศ

ผมไม่ทราบว่า ได้มีใครนำเรื่องลักษณะนี้เรียนให้ท่านทราบหรือยัง หรือว่าทุกคนต่างก็กลัว “ลูกหลง” จากท่านจึงไม่มีใครกล้านำกระพรวนไปผูกคอแมว และปล่อยให้ท่านถูกดูดเข้าไปในกระแสนั้น

ในฐานะประชาชนที่เรียกร้องและสนับสนุนให้ท่านยึดอำนาจจากนักการเมืองชั่ว ๆ และเคยเรียกร้องให้ท่านดำเนินการในบางเรื่อง แม้บางเรื่องที่ว่ายังไม่เห็นผลเพราะต้องใช้เวลาบ้าง

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ครับ กรุณาทบทวนผลงานของทีมเศรษฐกิจชุดนี้ดูสักครั้งนะครับ ว่าตั้งแต่ท่านเชิญเข้ามาทำงาน มีอะไรบ้างที่ถูกตาต้องใจประชาชนบ้าง

สำหรับเรื่องตัวเลข จีดีพี.ที่หัวหน้าทีมนี้มีความสามารถในการทำให้ดูสูงขึ้นนั้น ผมเข้าใจว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลไกตลาดทั้งในและต่างประเทศหรอกครับที่ทำให้ จีดีพี.ขยับขึ้น

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ อย่ากังวลเลยครับว่า ปลดพวกนี้ออกไปแล้ว จะไม่มีคนเก่งและคนดีมาช่วยท่านแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ เพราะผมเชื่อว่านักธุรกิจที่มีความสามารถอีกหลายค่ายพร้อมจะช่วยท่านครับ

และเพื่อ “ปลดล็อก” เงื่อนไขที่ว่า คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีจะต้องแสดงบัญชีหนี้สินทรัพย์สิน จนทำให้ไม่มีใครอยากช่วยท่าน ท่านก็ใช้ ม.44 ปลดล็อกเงื่อนไขนี้เป็นการชั่วคราวก็ได้นี่ครับ

จึงกราบเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณาครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

หาก คสช. จำเป็นต้อง ยืดการเลือกตั้งออกไป ก็ทำเถอะครับ เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่รับได้ !

64

ภาณุมาศ ทักษณา

วันอาทิตย์ที่ผ่านมามีบทความในหน้า 3 ของหนังสือพิมพ์มติชน เรื่อง เช็ก ปัจจัย – ตัวแปร เส้นทางสู่เลือกตั้ง ยังฝุ่นตลบ – ซับซ้อน โดยผู้เขียนบทความนั้นได้ จับแพะ – ชนแกะ ให้ดูซับซ้อน

เริ่มจากการนำเอา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 กันยายน  2560 มาอ้างถึง

แล้วโยงว่า “เท่ากับประเทศไทยขยับเข้าใกล้การเลือกตั้งเข้าไปอีกก้าว” และว่า คงต้องรอกฎหมายเกี่ยวกับการ เลือกตั้งอีก 3 ฉบับว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่

ทั้ง 3 ฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว อีกสองฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง และ ร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ยังอยู่ระหว่างยกร่าง

จากนั้นในบทความนี้ก็ลากยาวไปงานทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.และการออกมาเรียกร้องให้คดีเผาบ้านเผาเมืองจนมีคนตาย 99 ศพ ฯลฯ

แต่ที่น่าสนใจคือบทความนั้นได้หยิบยกเอาคำพูดของ นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษายุค 14 ตุลา 2516 ที่เคยวิจารณ์ คสช.ไว้นานแล้วว่า

“รัฐบาลนี้ไม่ได้วางตัวเป็นรัฐบาลชั่วคราวที่เข้ามาแก้ปัญหาบางอย่าง ส่วนมากคือเรื่องความมั่นคง เรื่องการเมือง แต่มีเป้าหมายมากกว่านั้น”

ซึ่งบทความของมติชนบอกว่า  หากติดตามข่าวสารจะเห็นว่าเป็นอย่างที่นายเสกสรรค์ระบุ คือ

“รัฐบาล คสช.วางตัวเหมือนรัฐบาลปกติ แต่ทำมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูป การวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ” และ คาดเดาไปถึงขั้นที่ว่า

“คสช.อาจรู้ดีว่า เสียของแน่ หากใช้วิธีทางการเมือง ทางกฎหมาย ถอนรากถอนโคน ขั้วอำนาจจากเลือกตั้งแล้วเข้าสู่การเลือกตั้ง”

ผมไม่มีส่วนได้เสียกับรัฐบาล คสช.

แต่อ่านบทความของมติชนแล้ว อยากแสดงความเห็นว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ เห็นด้วยกับการกระทำของ คสช.ในทุก ๆ เรื่อง คือ

ตั้งแต่ยึดอำนาจจากนักการเมือง ดังนั้น หาก คสช.จะ “ไม่วางตัวเป็นรัฐบาลชั่วคราว” และ “ทำมากกว่าโดยทำเรื่องปฏิรูป และการวางแผนยุทธศาตร์ชาติ” ไปจนถึง ถนอรากถอนโคนขั้วอำนาจต่าง ๆ – ผมก็เห็นด้วยทุกประการ

เพราะ ทั้ง คณะ คสช.และประชาชนจำนวนไม่น้อยต่างก็เห็นตรงกันแล้วว่า หากปล่อยให้มีการเลือกตั้งเร็วตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ สังคมไทยก็จะกลับไปสู่ยุคก่อน 22 พฤษภาคม 2557 อย่างแน่นอน

สิ่งที่ปรากฏในสายตาประชาชนทุกวันนี้ก็คือ พฤติการณ์ของนักการเมืองที่เป็นต้นเหตุให้คณะ คสช.เข้ามายึดอำนาจ ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ยังคงอวดเก่ง ปากดี ทะเลาะกันเองไม่หยุด

ในห้วง 3 ปี 4 เดือนที่ถูกยึดอำนาจ แทนที่นักการเมืองในแต่ละพรรคจะทบทวนตัวเองว่า ทำไมจึงถูก คสช.ไล่ลงจากเวที แล้วปรับเนื้อปรับตัวให้เป็นนักการเมืองที่ดีที่น่ารักและเป็นความหวังของประชาชน

นักการเมืองยังคงนิสัยเดิม ๆ ไว้ไม่เปลี่ยน เมื่อเป็นอย่างดีแล้ว หาก คสช.จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ใครจะกล้ารับประกันว่า นักการเมืองจะไม่ทะเลาะกัน จนทหารชุดใหม่ต้องออกมาไล่อีก

รัฐบาล คสช.จึงทำถูกแล้วครับ ที่จะต้องวางแผนยุทธศาสตร์ และค่อยแก้ปัญหาชาติหรือที่เรียกว่า การปฏิรูปประเทศไปที่ละเรื่องให้สำเร็จลุล่วง

ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังกล่าว ผมจึงเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการดำเนินงานของ คสช.และต้องการให้รัฐบาล คสช.อยู่บริหารประเทศต่อไปอีกนานเท่านานครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ถาม นักการเมืองเก่า – ใหม่ ยังติดยึดกับลักษณนามของการปกครองในตำรากันอยู่หรือ ?

10

ภาณุมาศ ทักษณา

สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านพิชัย รัตตกุล นักการเมืองอาวุโส ผู้มีส่วนสร้างพรรคประชาธิปัตย์ มีอดีตเป็นหัวหน้าพรรค มีอดีตเป็นประธานรัฐสภา และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้หลายแห่ง

ที่ได้เนื้อได้หนังก็ใน นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ และในแทบลอยด์ ยานลูกของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันอาทิตย์ แต่เท่าที่ผมอ่านทั้งสองเล่า “สาระสำคัญ” ไม่ต่างกันเท่าไหร่ คือแสดงความเป็นห่วงพรรคฯ

ท่านพิชัยวิจารณ์ว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำลงมาก ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งคือ การเปลี่ยนจุดยืน ที่เคยประกาศมาอย่างยาวนานว่า พรรคนี้จะต่อต้านเผด็จการ พร้อมกับยกตัวอย่างการต่อสู่ในอดีต ฯลฯ

ในฐานะคนที่ทันเห็นการทำงานการเมืองของท่านพิชัย รัตตกุล และการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ยุคที่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาคุมบังเหียน ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาอย่างที่ผมตั้งเป็น ชื่อบทความวันนี้นั่นแหละครับ

วันนี้.. โลกก้าวเข้าสู่ โลกไร้พรมแดนเต็มตัวอย่างนี้แล้ว เรายังยึดมั่นถือมั่นกับระบอบการปกครองในอดีตที่แยกเป็น ประชาธิปไตย เผด็จการคอมมิวนิสต์ เผด็จการทหาร ฯลฯ กันอยู่อีกหรือครับ

วันนี้ ภาพผู้นำประเทศประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา พบปะพูดคุยกับผู้นำประเทศที่เป็นเผด็จการใหญ่ ๆ มีให้เห็นบ่อยครั้งมาก เร็ว ๆ นี้ผู้นำประเทศของไทย ก็จะไปพบผู้นำสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

60

วันนี้ การรุกรานเพื่อล่าเมืองขึ้นของประเทศยักษ์ใหญ่ที่เคยใช้ลัทธิทางการเมืองเบียดแทรกอำนาจเดิม ๆ ประเทศเป้าหมายก็มิได้ใช้อำนาจเยี่ยงนั้นแล้ว แต่ใช้อำนาจเงินที่ตัวเองมี ฟาดลงไปในประเทศที่ด้อยกว่า

ยุทธศาสตร์ครองโลกที่ เผด็จการจีนคอมมิวนิสต์เคยประกาศไว้ในอดีตนั้น วันนี้จีนได้ปรับยุทธวิธีใหม่เป็นการสร้างเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทางทะเล

เป็นการรุกรานประเทศต่าง ๆ ที่ไร้การต่อต้าน แต่กลับเป็นที่ยอมรับของทุกประเทศ ไม่ว่าจะปกครองด้วยลัทธิการเมืองใด ๆ – อย่างนี้แล้ว เรายังคิดถึงคำว่า เผด็จการกันอยู่อีกหรือ

การตั้งรัฐบาลของ คสช. ก็หาเกิดจากการเลือกตั้งที่ ฝ่ายเผด็จการ ชนะฝ่ายประชาธิปไตยนะครับ แต่เกิดจากการที่ฝ่ายประชาธิปไตยมีความประพฤติที่เลวร้ายจนคนไทยและทหารรับไม่ได้ต่างหาก

พรรคการเมืองที่มีอยู่จึงต้องกำหนดนโยบายให้แน่ชัดว่า จะต่อต้านเผด็จการเหมือนในอดีตอยู่อีกหรือ และนักการเมืองรุ่นใหม่จะไม่คิดถึงปัญหานานัปการ ที่ประเทศชาติและประชาชนเผชิญอยู่อย่างนั้นหรือ

ในฐานะคนกลางเก่ากลางใหม่ (วัยระหว่างท่านพิชัยและคุณอภิสิทธิ์) ผมจึงอดที่จะตั้งคำถามถึงผู้คนในสังคมนี้ไม่ได้ว่า ยังติดยึดกับลักษณนามของการปกครองในตำรากันอยู่หรือ  ?

นักการเมืองทั้งที่กำลังจะเกิดใหม่ หรือที่ตกค้างอยู่ในขณะนี้ ควรคิดอย่างไรกับบ้านเมือง.. หรือคิดแต่เพียงว่า ต้องเป็นประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่โลกเปลี่ยนไปอย่างนี้แล้ว

ถึงเวลาหรือยังครับ ที่นักการเมืองของไทย และนักวิชาการประดามี จะมองดูโลกที่กว้างใหญ่ว่าเขาพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว – แล้วคิดหาวิธีพัฒนาตัวเองไปให้ทันเขาบ้าง

ผมไม่แปลกใจหรอกนะครับ หาก คณะ คสช.จะชะลอการเลือกตั้งออกไป โดยอาศัยพฤติการณ์ของนักเมืองเป็นตัวชี้วัดว่า เมื่อไหร่ควรจัดให้มีการเลือกตั้งครับ

กราบขอบคุณท่านพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นักการเมืองรุ่นลายคราม ที่กรุณานำเสนอความเห็นไว้ ทำให้ผมมีประเด็นคำถามตามมาอย่างนี้ครับ


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

จีนเปิดเกมใหม่ ยุไทยขุดคลอง ตัดภาคใต้ทิ้ง !

10

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้ อาทิตย์ที่  17 กันยายน 2560 ผมเขียนบทความเปิดประเด็นเรื่อง รัฐบาลจีนได้รถไฟความเร็วสูงไม่พอ จะเอาคลองอีกด้วย ขอร้องคนไทยคิดถึงลูกหลานมาก ๆ ครับ !

ผมเขียนเรื่องนั้น เพื่อกราบเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติทราบถึงพฤติการณ์ของจีน ที่เพียรพยายามหว่านล้อมคนไทย ให้เห็นดีเห็นงามกับการเฉือนผืนดินให้เป็น คลอง ด้วยการอ้างประโยชน์ที่ไทยจะได้รับมาอย่างต่อเนื่อง

เช่นในอดีตก็ตั้งงบประมาณ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคอคอดกระที่จีนเรียกใหม่ว่า คลองไทย  กันในห้องแอร์มาพักใหญ่

ต่อมาก็พยายามชักชวนให้นักวิชาการที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงสังคมเขียนบทความบ้าง ให้สัมภาษณ์บ้าง ว่าไทยจะได้อะไรจากการขุดคลองดังกล่าว แล้วแพร่ข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ

ทั้ง ๆ ที่หากขุดคลองในบริเวณที่จีนหมายตาเอาไว้จริง รัฐบาลจีนต่างหากเล่าที่จะได้รับประโยชน์

และประเทศไทยนั่นแหละที่จะเสียประโยชน์ จนถึงเสียดินแดนภาคใต้ให้กับชาติอื่น

หลังจากนั้น ผมได้นำบทความดังกล่าวไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ภาณุมาศ ทักษณา  และเขียนหัวเรื่องนำเสนอว่า

56

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/hxQBB5)

ปรากฏว่ามีมิตรรักแฟนเพจหลายท่านได้เข้ามาแสดงความเห็นในลักษณะเห็นด้วย กับที่ผมคัดค้านเรื่องนี้ เช่น ผู้ใช้นามว่า

57

หรือของ ผู้ใช้นามว่า ชวลิต นานา ก็ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า

58

จึงขอนำเสนอ “แนวคิดของคุณชวลิต นานา” มาให้ท่านผู้มีเกียรติ ได้พิจารณาร่วมกันด้วยว่า ท่านคิดเห็นอย่างไรกับแนวคิดดังกล่าวนี้

59

(หมายเหตุ – ภาพประกอบที่เห็น ไม่ใช่คลองข้ามประเทศที่จีนเสนอนะครับ แต่เป็นภาพในอินเตอร์เนตที่ผมเห็นว่าเข้ากับเนื้อเรื่องจึงนำมาประกอบครับ)

สำหรับผมได้ตอบคุณชวลิต นานา ไปว่า ผมค้านเฉพาะการขุดคลองเพราะห่วงประเทศไทย “จะขาดเป็น 2 ท่อน” ครับ ส่วนเรื่องการสร้างคลองคล่อมประเทศนั้นก็น่าสนใจ

แต่ถ้ารัฐบาลไหนจะยอมให้ รัฐบาลจีนสร้างคลองค่อมประเทศไทย ก็ขอให้ทำประชาพิจารณ์กันอย่างกว้างขวางและทั่วถึงจริง ๆ ก่อนนะครับ

ทั้งนี้ อาจมอบให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นเจ้าภาพ ประสานมือกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำแบบสำรวจอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้ข้อความที่รอบด้านครับ

ผมได้ทักท้วงไว้ด้วยว่า ไม่ควรให้สำนักโพลที่รับจ้างทำเพราะดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ และที่เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เป็นเจ้าภาพ ทำเรื่องนี้ ผมให้เหตุผลว่า

“เพราะเกี่ยวพันหลายด้าน ทั้งความมั่นคง สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือเกียรติภูมิของชาติ หรือบูรณภาพแห่งดินแดนของคำว่าประเทศไทยในอนาคตด้วยนั่นเอง”

ที่ผมนำเรื่องดังกล่าวมานำเสนอในสำนักข่าวเจ้าพระยาอีกครั้ง เพราะต้องการให้รัฐบาลได้รับทราบและพิจารณาในเรื่องนี้กันแต่เนิน ๆ ครับ

เพราะผมมั่นใจว่า เร็ว ๆ นี้จะมีข่าวการขุดคลองไทยสะพัดในสื่อต่าง ๆ ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์อย่างแน่นอน

รัฐบาล คสช.และคนไทยที่รักหวงแหนแผ่นดินจะได้ตั้งรับทันครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

รัฐบาลจีนได้รถไฟความเร็วสูงไม่พอ จะเอาคลองอีกด้วย ขอร้องคนไทยคิดถึงลูกหลานมาก ๆ ครับ !

15

ภาณุมาศ ทักษณา

ระหว่างที่การเจรจาเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ดำเนินไปอย่างไม่สู้ราบรื่นนักคือ ต้องเจรจากันหลายครั้งหลายครากว่าจะหาข้อยุติได้นั้น

หลายท่านอาจไม่ทราบว่า รัฐบาลจีน ได้พยายามให้คนของเขาแทรกซึมเข้าไปในหมู่คนไทยหลายกลุ่ม เพื่อโน้มน้าวให้เห็นดีเห็นงามกับการขุดคอคอดกระ

โดยคนไทยกลุ่มต่าง ๆ ที่รับใช้รัฐบาลจีน ได้เคลื่อนไหวในบางจังหวัดของภาคใต้ เพื่อป้อน “ข้อมูลด้านดีเพียงด้านเดียว” ให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ

กัลยาณมิตรในจังหวัดตรัง พบเห็นความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งที่ขออนุญาตผู้อำนวยการโรงเรียนบางแห่ง แจกแผ่นพับเกี่ยวกับโครงการนี้ให้นักเรียน

และขอให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่ารู้สึกอย่างไรกับโครงการนี้

แต่ที่ผิดปกติของการสำรวจความคิดเห็นทั่วไปอย่างยิ่งก็คือ ในแบบสอบถามนั้นให้ลงแต่ชื่อไม่ต้องลงว่าเพศอะไร

พฤติการณ์ดังกล่าว เหมือนกับการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนของคนที่ทำงานให้คนกลุ่มหนึ่ง เพื่อรวบรวมเอกสารนั้นเสนอต่อผู้ใหญ่ในรัฐบาล ว่ามีคนเห็นด้วย

นอกเหนือจากพฤติการณ์ในส่วนภูมิภาคแล้ว ยังมีการจัดการประชุม เสวนาในเมือง ด้วยการเชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟังบรรดานักวิชาการของคนกลุ่มนั้น

จนกระทั่งเริ่มปรากฏ ข่าว รายงาน และบทความ สนับสนุนให้ขุดคอคอดกระ ที่ถูกเรียกใหม่ว่า คลองไทย ในสื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับ

ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม และไม่ลงรายละเอียดของข่าว ที่มีลักษณะโน้มน้าวให้คนอ่านเชื่อและคล้อยตาม

ในฐานะที่ผมคัดค้านโครงการนี้มาอย่างยาวนาน อยากขอร้องให้ผู้ที่พบเห็น ข่าว รายงาน หรือบทความนั้น กรุณาชั่งใจให้ดีนะครับว่า เราขุดคอคอดกระหรือไม่

พร้อมกันนี้ ผมขอนำเสนอบทความที่เคยเขียนคัดค้านโครงการนี้มาให้พิจารณาประกอบ ว่าเหตุใดผมจึงไม่เห็นด้วยกับการขุดคอคอดกระ ดังนี้ครับ

ขอความกรุณานายกฯลุงตู่ ตอบปฏิเสธให้คนไทยชื่นใจ ว่าจะไม่มีคลองคอดกระในรัฐบาลของท่านครับ !

7 ตุลาคม 2015  โดย blogger [อ่าน 628 คน , ยังไม่มีความเห็น , ID]

9870

ภาณุมาศ ทักษณา

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์พาดหัวข่าวหน้า 1 ปฏิเสธร่วมจีน ขุดคอคอดกระ “บิ๊กตู่” ขอศึกษา เนื้อหาโดยสรุปคือ

มีนักข่าวไปถามนายกฯลุงตู่ถึงกรณีที่สื่อมวลชนของจีนเสนอข่าวว่ารัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนไทยขุดคอคอดกระ

นายกฯลุงตู่จึงย้อนถามนักข่าวว่า ใครเป็นคนเสนอ เห็นแต่ข่าวในหนังสือพิมพ์ ก็รอให้รัฐบาลเขาเสนอเข้ามาก่อน

ส่วนเสนอมาจะมีการพิจารณาหรือไม่นั้น ก็ต้องมาพูดคุยกัน แล้วมันดีหรือไม่ ต้องดูเรื่องความมั่นคงด้วยไหม

อย่ามองเพียงผลประโยชน์อย่างเดียว แล้วโทษมันมีหรือเปล่า ถ้าแบ่งดินแดนออกเป็น 2 ตอนมันคุ้มหรือไม่ดูแลไหวไหม

นายกฯลุงตู่ ตอบเหมือนท่านแบ่งรับแบ่งสู้ ยังไม่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า “จะไม่ทำ” เหมือนต้องการฟังเสียงคนไทย

ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่คัดค้านเรื่องนี้ทุกครั้งที่มีข่าวนี้ออกมา ไม่ว่าจะจากฝ่ายจีนหรือฝ่ายคนไทยจ้องหาประโยชน์

ขอกราบเรียนนายกฯลุงตู่ 1 เสียง ว่าผมไม่เห็นด้วยและไม่ต้องการให้ท่านยินยอมให้ประเทศไหนมาขุดคลองที่นี่ครับ

เรื่องนี้ ประเทศจีน จะแหย่หรือโยนหินถามทางมาทุกรัฐบาล ว่าพร้อมให้รัฐบาลไทยกู้เงินขุด แต่มันได้ประโยชน์เต็ม ๆ

เหมือนให้กู้สร้างทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง  เรื่องนี้ก็เช่นกัน หากไทยขุดจีนจะได้ไม่ต้องขนสินค้าผ่านช่องแคบมะละกา

1382885797-1379513200-o

แล้วสิ่งที่น่าห่วงคือ ไทยจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ของประเทศโคลอมเบีย ที่ยอมให้มีการขุดคลองปานามาในอดีตครับ

หลายท่านอาจไม่ทราบว่าหลังจากขุดคลองปานามาสำเร็จ สหรัฐอเมริกาได้ขอเช่าพื้นที่บริหารจากประเทศโคลอมเบีย

ซึ่งบริเวณที่มีการขุดคลองปานามานั้นมีคนพื้นเมืองปานามาอาศัยอยู่คล้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยนี่แหละ

แต่ชาวปานามา เกรงว่ารัฐบาลโคลอมเบียจะไม่แบ่งผลประโยชน์ค่าเช่าค่าผ่านคลองให้จึงลุกขึ้นสู้กับรัฐบาลโคลอมเบีย

แล้วขอแยกตัวออกเป็นประเทศปานามา ซึ่งปรากฎว่าสหรัฐอเมริกาให้การรับรองทันที ในที่สุดจึงเกิดประเทศใหม่ ขึ้นมา

ผมห่วงว่าประวัติศาสตร์คลองปานามาจะมาเกิดที่คลองคอดกระครับ – จึงขอแสดงความเห็นคัดค้านมายังท่านนายกฯ

และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ชาวบ้าน ผมอยากได้ยินสัญญาจากท่านนายกฯครับ ว่าในรัฐบาลของท่าน ท่านจะไม่ทำ

เพราะทุกครั้งที่มีข่าวการจุดคอคอดกระ ก็จะมีการข่าวปล่อยตามเสมอว่า มีการยื่นผลประโยชน์ให้ผู้เกี่ยวข้องเสมอครับ

จึงไม่อยากให้ นายกฯลุงตู่ และ คณะ คสช.ต้องมัวหมองไปกับเรื่องทำนองนี้ จึงขอให้ท่านตัดสินใจประกาศชัด  ๆ ครับ

หมายเหตุ ในวันต่อมา ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาให้ข่าวแล้วว่า จะไม่มีการขุดคอคอดกระในสมัยรัฐบาลของท่าน – ผมได้กราบขอบคุณท่านแล้วครับ

Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

การสู้รบหรือการเคลียร์พื้นที่ของทหาร ไม่ใช่การแสดงที่สื่อจะต้องตามไปทำข่าวติด ๆ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ชุดสูท

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมนั่งชมภาพข่าวทหารของกองทัพภาคที่ 4 ถูกกลุ่มคนร้ายล่อให้เข้าไปโดนระเบิด พร้อมกับมีรถติดตามเข้าไปเป็นขบวนแล้วรู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างที่สุด

เห็นภาพเหตุการณ์นั้นแล้ว อยากวิจารณ์การทำงานของทหาร ก็เกรงว่าจะถูกมองว่า ซ้ำเติมทหารที่สู้อุตสาห์เสียสละความสุขอยู่ในพื้นที่อันตราย

แต่เมื่อเห็นข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ และสำทับว่า

“หากเจ้าหน้าที่ปล่อยผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ระเบิดอีก ถือว่าบกพร่อง”

ผมจึงตัดสินใจที่จะเขียนทั้งที่ตอนแรกผมบอกว่า อยากเขียนถึง แต่จะไม่เขียน เพราะเขียนเยอะแล้ว

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อหลายปีมาแล้ว ช่วงที่ไทยมีข้อบาดหมางเรื่องดินแดนกับกัมพูชา และได้เกิดการสู้รบกันตามแนวชายแดนเป็นเวลาหลายวันนั้น

ผมสังเกตเห็น รายงานข่าวทางสถานีโทรทัศน์บางช่องพบว่า มีช่างภาพของสื่อมวลชนวิ่งปะปนไปกับทหารที่ถือปืนในพื้นที่ที่มีการปะทะกันอย่างไม่คิดชีวิต

จริงอยู่ ช่างภาพสื่อมวลชนอาจจะอ้างว่า นั่นคือการทำงานของเขา แม้จะต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ตาม แต่ผมเห็นว่า นั่นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องของสื่อ

ผมจึงเขียนบทความวิจารณ์การกระทำของสื่อ และขอร้องไปยังกองทัพบก ให้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ที่มิใช่ทหาร หรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีการสู้รบ

ผมให้เหตุผลว่า การปะทะกันระหว่างทหารกับทหาร ไม่ใช่การแสดงที่สื่อมวลชนจะต้องติดตามเข้าไปถ่ายภาพอย่างนั้น เพราะนอกจากจะอันตรายแล้ว

บรรดาสื่อมวลชนหรือคนที่มิใช่ทหารนั้น จะกลายเป็นสิ่งกีดขวางการทำงานของทหาร และอาจเป็นภาระให้ทหารต้องคอยดูแลไม่ให้ได้รับอันตรายอีกด้วย

ผมเห็นภาพข่าวในสื่อโทรทัศน์เมื่อวันก่อน ที่มีรถยนต์ขับตามรถทหารที่ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดเป็นขบวนแล้ว ยังคิดว่าเป็นโชคดีของคนที่ไม่ใช้ทหารครับ

หากคนร้ายกดระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ลูกที่สองและสามบริเวณกลางขบวน ความสูญเสียอาจมีมากกว่านี้ก็ได้ จึงควรแล้วที่ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จะปรามอย่างนั้น

ในโอกาสนี้ ผมอยากทำความเข้าใจกับบรรดา ผู้บริหารสื่อทุกแขนงนะครับว่า การแข่งขันเพื่อให้ได้ภาพข่าวที่ดีกว่าหรือเหนือกว่าคนอื่นนั้นเป็นสิ่งต้องทำ

แต่ก็ควรเลือกเหตุการณ์ และสถานที่ที่เหมาะสมด้วยว่า ที่ไหน เวลาใด ควรแก่การทำงานของสื่อบ้าง และที่ไหน เวลาใด สื่อควรละเว้น เช่น ในพื้นที่ล่อแหลมอย่างนี้

อยากบอกว่าการเข้าไปทำหน้าที่ของสื่อในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากเป็นอันตรายแล้ว ยังเป็นภาระให้ทหารอีกด้วย ขอให้เลิกเถอะครับ ผมอยากขอร้อง !

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment