ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องเข้าร่วม โครงการมะละกอพอเพียง ของ ศูนย์น้ำใจไมตรี ครับ !

94

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมเพิ่งรับทราบข่าวสารนี้จาก เฟซบุ๊ก Artorn Chandavimol ซึ่งก็คืออาจารย์อาทร จันทวิมล อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตอธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียนนั่นแหละครับ

ว่าขณะนี้ท่านกำลังรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันปลูกมะละกอกันอย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นอาหารของคนที่ผ่านไปพบหรือบรรดานกกาที่จะได้กินเป็นอาหารเมื่อเห็นมะละกอสุก

95

ผมอ่านโครงการของท่านแล้วชอบมาก จึงขอเชิญชวนมิตรรักของผมว่า ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ หากใครสามารถทำได้ลงมือเลยนะครับ อาจารย์อาทร ดำเนินการเรื่องนี้ในนามศูนย์น้ำใจไมตรีครับ

ท่านเขียนถึง โครงการมะละกอพอเพียง เอาไว้ดังนี้ครับ

1.หลักการและเหตุผล
มะละกอ เป็นอาหารหลักของคนไทยทั้งดิบและสุก ปลูกง่าย ได้ผลเร็ว ศูนย์น้ำใจไมตรี เชิญชวนผู้สนใจนำเม็ดมะละกอไปปลูกตามที่สาธารณะ กองขยะ หรือที่รกร้างว่างเปล่า ผลผลิตลูกมะละกอที่ได้ให้เป็นทานแก่คนยากจน นก กระรอก และแมลงต่างๆ

96

2.วิธีการ
2.1 เชิญชวนให้ผู้สนใจไปซื้อมะละกอสุกมากินคนละอย่างน้อย 1 ลูก
2.2 เอาเม็ดมะละกอสุกมาล้างน้ำให้หมดเมือกแล้ววางบนหนังสือพิมพ์เก่า ตากลมไว้ให้แห้ง (เมือกหุ้มเมล็ดเป็นสิ่งป้องกันไม่ให้เมล็ดงอก)
2.3 หาที่ว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้. กองขยะ หรือกระถางใส่ดิน. เอาไม้จิ้มให้เป็นรูแล้วฝังเม็ดมะละกอลงไปหลุมละ 3 เมล็ด เอาดินกลบเมล็ด. รดน้ำ
2.4 รอดูต้นมะละกอเจริญเติบโตจนออกผล ราว 6-7 เดือน
2.5 ตัดทิ้งต้นมะละกอที่ไม่ออกลูกหรือออกลูกน้อย
2.6 สมาชิกไลน์น้ำใจไมตรี 100 ท่านแรก ที่ส่งชื่อที่อยู่มาทางไลน์ “มะละกอพอเพียง” จะได้รับเมล็ดมะละกอจากการบินไทย ส่งตรงถึงบ้านทางไปรษณีย์ฟรี

97

3.ผลที่คาดว่าจะได้รับ
3.1 จะมีการปลูกมะละกอพอเพียงอย่างน้อย หนึ่งแสนต้น ตามที่รกร้าง กองขยะ ข้างถนน
3.2 จะมีลูกมะละกออย่างน้อย หนึ่งล้านผล เป็นอาหารฟรีแก่คนยากจน. กระรอก นก หนู
3.3 เป็นการส่งเสริมหลักการเศรษฐกิจพอเพียง

4. เงื่อนไขความสำเร็จ.
4.1 มีผู้สนใจนำไปขยายผลอย่างน้อย 100 ราย. 4.2 เกิดการปลูกมะละกอพอเพียงอย่างน้อย 1,000 ต้น.

5. เงื่อนไขความล้มเหลว.
5.1 มีผู้สนใจนำไปขยายผลต่ำกว่า10 ราย. 5.2 เกิดการปลูกมะละกอพอเพียงต่ำกว่า 100 ต้น

ผมอ่านแล้ว จะลงมือทำทันทีที่กินเนื้อมะละกอสุกต้นที่บ้าน โดยจะนำเมล็ดไปโรยไว้ในที่ต่าง ๆ ที่ขับรถผ่านครับ ขอขอบคุณสำหรับโครงการดี ๆ โครงการนี้ครับ


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ขอขอบคุณ พล.อ.ประสาท สุขเกษตร เลขาฯ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่กรุณารับเรื่อง และสั่งการต่อครับ !

84

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้มีซองสีน้ำตาลจาก กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาถึงผม แกะดูจึงพบหนังสือตอบจาก คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2560

ชี้แจงเรื่องที่ผมเคยเสนอให้ กระทรวงเกษตรฯ  ผลักดันเกษตรกรทั้งประเทศเปลี่ยนจากการทำนาเคมี มาทำนาแบบอินทรีย์ และ สำเนาบันทึกข้อความ ภายในของกระทรวงเกษตรฯ

ผมพลิกดูที่มาของหนังสือตอบนั้นแล้ว จึงทราบว่า พล.อ.ประสาท สุขเกษตร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งบันทึกถึงปลัดกระทรวงเกษตรฯ 5 เรื่อง

85

ส่วนที่อธิบดีกรมการข้าว ตอบมานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการผลักดันเกษตรกรเปลี่ยนจากการทำนาปีเป็นนาเคมี รายละเอียดต่าง ๆ กรุณาอ่านจากหนังสือที่กรมการข้าวส่งมานะครับ

ผมอ่านคำชี้แจงจากหนังสือนั้นแล้ว เกิดข้อคำถามตามมาอีกหลายข้อ ซึ่งในสัปดาห์ คงจะมีคำถามถึงคุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าวโดยตรงต่อไป

86

สำหรับวันนี้ ผมขอขอบคุณ พล.อ.ประสาท สุขเกษตร เลขานุการรัฐมนตรีเกษตรฯ ที่กรุณานำบทความของผมเรียนให้ท่าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ได้รับทราบและสั่งการ

ในโอกาสนี้ ผมขอเรียนให้ท่านได้รับทราบว่า ส่วนราชการในกระทรวงเกษตรฯ ที่ส่งหนังสือชี้แจงมายังผมบ่อยมากคือ กรมชลประทานครับ แต่ก็เป็นการตอบในลักษณะรับทราบตามที่ท่านสั่งการ

ส่วนที่ลงท้ายว่า “หากผลดำเนินการเป็นประการใด จะรายงานให้ทราบต่อไป” นั้น ไม่ค่อยมีมาครับ แต่ไม่เป็นไรครับเพราะผมติดตามจากคำให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย ได้อยู่แล้ว

ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณ และเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติที่ติดตามอ่านบทความของผมในสำนักข่าวเจ้าพระยาว่า เรื่องที่ผมเขียนทุกเรื่อง รัฐบาล คสช.รับทราบ ผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ครับ เชิญ คุณเกษมสันต์ วีระกุล ไปร่วมปฏิรูปการปราบคอร์รัปชั่น สิครับ !

57

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้ 19 กรกฎาคม 2560 คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงสถานการณ์การคอร์รัปชั่นหรือการโกงกินในประเทศไทย ว่า

ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ยังมองว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นของไทยยังมีอยู่ โดยเฉพาะหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ซึ่งยังต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่ออำนวยความสะดวก”

คุณประมนต์กล่าวด้วยว่าอย่างไรก็ตาม ต่างชาติยังมองว่า รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจดี แต่ก็ยังไม่เหมือนกับที่เราเองอยากเห็น  จึงต้องพิจารณาร่วมกันว่าต้องปฏิรูประบบราชการ”

ผมนำข่าวนี้มาเขียนถึง ด้วยความรู้สึกเห็นใจในความปรารถนาดีขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย ที่พยายามรณรงค์เรื่องนี้มาอย่างยาวนาน และหลายวิธี

และไม่เพียงเท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอยในวงราชการหรือ ป.ป.ช. ก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะปราบปรามการคอร์รัปชั่น

ถึงขั้นขยายสาขา สำนักงาน ป.ป.ช.ไปอยู่ในบางต่างจังหวัด เหมือนจะบอกว่าจังหวัดที่มีสาขา ป.ป.ช. มีการคอร์รัปชั่นกันมากหรือเปล่า ไม่ทราบ จึงต้องออกมาตั้งสาขา เพื่อทำงานด้านนี้มาแล้วหลายปี

แต่ผลที่ได้รับก็เป็นอย่างที่คุณประมนต์ปรารภ คือจนป่านนี้แล้ว ยังมีข้าราชการบางคนในหน่วยงานราชการบางหน่วยหาเศษหาเลยจากนักลงทุนต่างชาติอย่างไม่ย้ำเกรงกฎหมายใด ๆ

นอกเหนือจากข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับออกใบนุญาตต่าง ๆ จะยังประพฤติมิชอบแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า จะมีใครเคยรายงานให้คุณประมนต์ ทราบหรือไม่ว่า การคอร์รัปชั่นที่เป็นกระบวนการใหญ่และปราบยาก

คือการคอร์รัปชั่น โครงการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ครับ

58

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/yZRqz5)

ทุกวันนี้ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในประเทศไทย จึงไม่อาจแก้ไขได้ เนื่องจากข้าราชการในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโกงกินกัน (เมื่อไม่นานมานี้ข้าราชการของกรมชลประทานคนหนึ่งก็ถูกจับได้พร้อมหลักฐาน)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมได้เขียนเป็นบทความไว้หลายชิ้น เพื่อสะท้อนภาพให้ ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบแล้ว แต่ก็คงไม่รู้ว่าจะปราบปรามอย่างไร เพราะเป็นการโกงแบบลูกโซ่ครับ

และในฐานะนักเขียน ที่อาศัยการอ่านและการฟังเป็นหลัก และเคยมีประสบการณ์งานสืบสวนในหน่วยข่าวกรองทางทหาร (ศรภ.บก.ทหารสูงสุดในอดีต) ทำให้มองเห็นจุดอ่อนในการปราบคอร์รัปชั่นอยู่หลายอย่าง

ผลจากการชอบฟัง ทำให้ผมพอจะมีความรู้ว่า รัฐบาลควรแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างไรจากท่านผู้ทรงภูมิท่านหนึ่ง คือ คุณเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ ผู้ชำนาญการเกี่ยวกับ AEC

และเป็นวิทยากรประจำของ รายการกู๊ดมอร์นิ่งอาเซียน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.คลื่น 100.5 ทุกเช้าวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 7.00 น.ถึง 7.30 น. ท่านเคยพูดถึงการปราบคอร์รัปชั่นด้วยการยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้าน

เท่าที่ผมประมวลคำพูดของ คุณเกษมสันต์ วีระกุล ได้ ดูเหมือนท่านจะพูดในทำนองว่า…

รัฐบาลบางประเทศเขาเอาจริงถึงขั้น ออกกฎหมายห้ามข้าราชการระดับสูงที่เกษียณราชการแล้ว ไปตั้งบริษัทเพื่อทำการค้ากับหน่วยงานที่ตัวเองเคยมีตำแหน่งหน้าที่อยู่  และไม่ให้รับเป็นที่ปรึกษาของบริษัทเอกชนที่ค้าขายกับหน่วยงานดังกล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลบางประเทศยังออกกฎหมายให้ ข้าราการชั้นผู้น้อยที่รู้ว่า ผู้บังคับบัญชากำลังทำชั่ว คือ วางแผนโกงประเทศหรือคอร์รัปชั่น สามารถแจ้งความเอาผิดผู้บังคับบัญชาตัวเองได้ โดยมีกฎหมายคุ้มครอง…

หลังจากฟังเรื่องที่คุณเกษมสันต์พูดแล้ว ผมเคยนำคำพูดนั้นมาเขียนเป็นบทความ และเรียกร้องให้ประเทศไทยออกฎหมายอย่างนั้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจครับ เพราะบางคนคงที่มีผลประโยชน์อยู่ จนอาจเกรงว่าหากทำเช่นนั้นตัวเองจะเสียผลประโยชน์ก็ได้

วันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็น คนมียศ มีสี เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทต่าง ๆ หรือไม่ก็ …ลูกหลานคนมีสีตั้งบริษัทไปรับงานประมูลทั้ง ๆ ที่ไม่มีความรู้หรือเครื่องไม้เครื่องมือ แต่เมื่อได้งานแล้วก็เอาไปจ้างคนอื่นต่อ

ผมเข้าใจว่า เรื่องอย่างนี้ รัฐบาล คสช.ก็คงทราบดี แต่ที่ก็ไม่กล้าทำอะไรลงไป เพราะเหมือนลูบหน้าไปปะจมูก และคิดว่าเป็นข่าวชั่วครั้งชั่วคราว พอมีข่าวอื่นออกมา คนไทยก็จะลืมเรื่องนี้ไปเอง

หรือล่าสุด สำนักข่าวอิศรา สืบทราบมาว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีโครงการจัดทำบูธประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายสินค้าพื้นเมือง ด้วยการสร้างบูธในปั้มน้ำมัน ปตท.

59

60

แต่เมื่อตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ราคาค่ารับเหมาก่อสร้างแพงผิดปกติ จึงรายงานจนเป็นข่าวใหญ่ จนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทราบเรื่องจึงสั่งสอบข้อเท็จจริง…. แต่เรื่องก็เงียบไป

สาเหตุที่เงียบ อาจเป็นเพราะว่ารัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ทราบว่า ผู้ว่าฯ ททท. มีความสนิทสนมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยทักษิณชินวัตร แล้วหรือเปล่า ไม่ทราบ

ข้อพิรุธในการใช้เงินงบประมาณของ ททท.ไปสร้างบูธตามปั้มต่าง ๆ ในราคา 800,000 บาท ทั้ง ๆ ที่โดยสภาพแล้ว ราคาค่าก่อสร้างไม่น่าสูงเพียงนั้น จึงค่อย ๆ เงียบหายไปจากสื่อมวลชน “เพราะมีเรื่องอื่นออกมา” กลบข่าวดังกล่าว…

62

63

หรือเมื่อหลายปีมาแล้ว สมัยที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ได้รับแต่งตั้งจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการปราบคอร์รัปชั่นใน กทม.

และ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร กรุณาให้เกียรติแต่งตั้งผมเป็น หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนในคณะกรรมการชุดดังกล่าว ก็ทำให้ทราบว่า ใน กทม.มีการทุจริตอยู่หลายด้าน ซึ่งจะวันนี้ผมก็ยังเชื่อว่า ยังมีอยู่

ซึ่งการแก้ปัญหาหรือการป้องกันการคอร์รัปชั่นนั้น ต้องกระทำอย่างเป็นกระบวนการและจริงจัง และเป็นความลับอย่างยิที่สำคัญ ต้องแบ่งงานด้านการบริหาร และการปฏิบัติการให้ชัดเจนครับ

นี่คือข้อเท็จจริงที่คุณประมนต์ต้องยอมรับว่า มันคืออุปสรรคใหญ่ในการปราบการคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากเมืองไทยครับ

แต่นั่นมิได้หมายความว่า เราจะปราบการคอร์รัปชั่นไม่ได้ และหากจะทำจริง ๆ หาใช่แค่การปฏิรูประบบราชการเท่านั้นไม่ แต่ต้องปฏิรูปการปราบปรามการคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังอีกด้วยครับ

หากท่านสนใจวิธีการปราบคอร์รัปชั่น กรุณาให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) เชิญ คุณเกษมสันต์ วีระกุล ไปให้คำแนะนำสิครับ ผมเชื่อว่าคุณเกษมสันต์ จะเต็มใจที่จะช่วยเหลือประเทศชาติครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ท่านนายก ฯ ขุดสระริมนา ทูลฯ ถวาย รัชกาลที่ ๑๐ เถอะครับ !

39

ภาณุมาศ ทักษณา

วานนี้  18 กรกฎาคม 2560 ผมนำเอากิจกรรมที่รัฐบาล คสช.จะดำเนินการเพื่อสนองพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 10 มาพิมพ์เผยแพร่ให้ท่านผู้มีเกียรติได้รับทราบ ว่ามีอะไรบ้าง

หลังจากนั้นก็นั่งอ่านทวนไปทวนมาอยู่หลายรอบ แต่ก็หาได้ความกระจ่างแต่อย่างใดไม่

ยกตัวอย่าง ระยะที่ 1 ที่รัฐบาลจะระดมอาสาสมัครทำ Big Cleaning Day ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนั้น

หากจะให้ผมคาดเดา ก็เข้าใจว่า ทุกภาคส่วนทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนที่มีจิตอาสาคงช่วยกันคนละไม้ละมือทำในสิ่งที่ใกล้ตัว

เช่น เก็บขยะบ้าง กำจัดผักตบชวาบ้าง จบแล้วจบกัน ตามห้วงเวลาที่รัฐบาล คสช.กำหนดไว้

44

ซึ่งถ้าทำอย่างนั้น ก็เหมือนช่วยกันโยนหินใส่สระน้ำที่มีจอกแหนคนละก้อน เมื่อก้อนหินตกลงไป จอกแหนก็จะแตกกระจายไปรวมกันที่ขอบสระ

หลังจากนั้น จอกแหนก็จะค่อยกลับมาร่วมตัวกันอีก คือยังมีขยะที่ไหน ก็ยังคงมีอยู่ หรือมีผักตบชวาที่ไหน ก็คงมีอยู่

หรือระยะที่ 2 และ 3 คือการขุดสระขนาดเล็ก หรือหลุมขนมครก หรือแม้กระทั่งการพัฒนาแหล่งน้ำ ทางระบายน้ำก็เช่นกันครับ

วันที่ชาวบ้านจิตอาสา พากันลงมือทำกิจกรรมดังกล่าว ก็จะเกิดภาพที่งดงามน่าชื่นใจแพร่ไปทั่วประเทศหรือทั่วโลก

แล้วหลังจากนั้นเล่าครับ หลังจากสิ้นเดือนกันยายน 2560 ซึ่งจบสิ้นกิจกรรมที่รัฐบาล คสช.กำหนดให้ชาวบ้านทำ

ท่านจะปล่อยให้ทุกอย่างคืนกลับมาเป็นอย่างเดิมเหมือนตอนนี้ คือ ตอนที่ยังไม่ลงมืออะไรกันเลยอย่างนั้นหรือ…

ในจำนวนกิจกรรมที่ ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ พูดในรายการเมืองวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 นั้น

เท่าที่ผมพิจารณาดูแล้ว มีอยู่กิจกรรมเดียว ที่ผมเห็นว่า น่าจะส่งผลดีต่อชาวบ้านในระยะยาว จึงอยากให้รัฐบาลทำครับ

43

นั่นคือ การพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันในชุมชนหรือตามการร้องขอของประชาชน ดำเนินการภายในเดือนกันยายนนี้

กิจกรรมนี้ ผมเคยเรียกร้องเอาไว้ก่อนหน้านี้มาแล้วหลายรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาล คสช.นี้

แต่จนถึงทุกวันนี้… ผมก็ยังไม่เห็นนเป็นจริงเป็นจังอะไรขึ้นมาแม้แต่แห่งเดียว

40

ผมจึงขอใช้สิทธิ์ของความเป็นประชาชน “ร้องขอ” ตามกิจกรรมระยะที่ 4 ที่รัฐบาลบอกว่า ทำตามคำขอของประชาชน

นั่นคือ ขอให้รัฐบาลดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อใช้ประชาชนร่วมกันในชุมชนฯ ด้วยการจัดงบประมาณ “ขุดสระน้ำนอกเขตชลประทาน” ครับ

โครงการนี้รัฐบาล คสช.ไม่ต้องคิดใหม่ และไม่ต้องจ้างสำรวจความต้องการของชาวบ้านให้เสียเวลาด้วย

เพราะเป็นโครงการของกรมพัฒนาที่ดินที่ทำมานานหลายปีแล้ว

แต่ที่ทำยังไม่ถ้วนทั่วเนื่องจากกรมพัฒนาที่ดินทั้งขาดเงินงบประมาณ และไปตั้ง “เงื่อนไข” ที่ไม่ควรตั้งกับเกษตรกร

41

นั่นคือ เกษตรกรคนใดต้องการให้ขุดสระน้ำนอกเขตชลประทานตามขนาดที่กรมพัฒนาที่ดินกำหนดไว้ เกษตรกรต้องจ่ายเงินค่าอะไรก็ไม่รู้ บ่อละ 2,500 บาทให้กรมพัฒนาที่ดิน

ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าทำไมต้องมีเงื่อนไขอย่างนั้น แต่ก็ช่างเถอะครับ เพราะกิจกรรมนี้ทำมาหลายปีแล้ว ส่วนจะนำไปเป็นรายได้ประจำปีของกรมพัฒนาที่ดินหรือไม่ก็ช่างเถอะ

แต่เมื่อรัฐบาล คสช.ต้องการทำกิจกรรมสนองพระราชดำริ ถวายในหลวง รัชกาลที่ 10

ผมก็อยากขอให้ท่านเปลี่ยนนโยบายของกรมพัฒนาที่ดินเกี่ยวกับการขุดสระน้ำฯ ดังกล่าวด้วยครับ

42

หากท่านเห็นชอบตามที่ผมเสนอ รัฐบาล คสช.ก็ไม่ต้องไปจัดสรรงบประมาณเพื่อการนี้ใหม่แต่อย่างใดนะครับ

แค่โอนเงินงบประมาณที่เตรียมแจกให้ทุกหมู่บ้านทุกชุมชนไปให้กรมพัฒนาที่ดินตามที่ต้องการก็น่าจะพอครับ

ได้โปรดเถอะครับท่านนายกฯ ขุดสระน้ำนอกเขตชลประทาน ให้อยู่ในความทรงจำของประชาชนทั่วประเทศว่า

รัฐบาล คสช.ทำถวายในหลวง รัชกาลที่ 10 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระองค์ท่านครับ


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรุณากราบเรียนท่านนายกฯ เลื่อนรายการคืนวันศุกร์ด้วยครับ !

27

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมมั่นใจว่า ผมคงไม่ใช่คนใหม่ถึงขั้นที่ท่านเลขาฯ พล.อ.วิลาศ จะไม่เคยพบเคยเห็นเสียทีเดียวนะครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยส่งหนังสือถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านมาแล้วหลายครั้ง

แต่คราวนี้ผมเจาะจงส่งหนังสือถึงท่านโดยตรง เพราะคิดว่าหากท่านได้อ่านข้อเสนอของผมอย่างละเอียดและพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ท่านคงจะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง

นั่นคือ ผมอยากให้ท่านกราบเรียนปรึกษาท่านนายกรัฐมนตรีว่า รายการที่ท่านนายกฯ จะต้องพบปะประชาชนในค่ำคืนวันศุกร์นั้น สมควรที่จะเปลี่ยน วัน และ เวลา ในการพบปะใหม่ได้แล้ว

ทั้งเนื่องจาก รายการของท่านนายกฯ มิได้ชื่อรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” แต่เปลี่ยนเป็นรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่มีคุณค่าเพิ่มที่น่ารู้มากขึ้นแล้วนะครับ

และเท่าที่ผมรับชมรายการที่ท่านนายกฯ พูดทุกค่ำคืนวันศุกร์นั้น ล้วนมีความสำคัญและเป็นเรื่องที่ประชาชนชาวไทยทั้งในเมืองและชนบทควรจะรับทราบอย่างยิ่ง

แต่ก็น่าเสียดายที่ เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านนายกฯ พูดในรายการนั้น มักไม่ได้รับความสนใจที่จะนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเท่าที่ควร นอกจากบางเรื่องที่สื่อสนใจเลือกไปนำเสนอ

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากห้วงเวลาที่ท่านนายกฯ พูดในคืนวันศุกร์นั้น เป็นห้วงเวลาเดียวกับสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ กำลัง “ปิดข่าว” เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตคือ พิมพ์ให้เสร็จเพื่อส่งไปจำหน่าย

ทำให้หลายเรื่องราวที่น่าสนใจ เช่น ข่าวการจัดกิจกรรมเพื่อสนองพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ ๑๐ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเมื่อคืนวันที่ 14 กรกฎาคมนี้นั้น

ปรากฏว่าในเช้ารุ่งขึ้นคือวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 เกือบไม่ปรากฏข่าวดังกล่าวในสื่อใด ๆ ให้ชาวบ้านได้รับทราบ นอกเหนือไปจากในหน้า 8 หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ที่ตีพิมพ์ทุกครั้ง เป็นต้น

26

เรื่องราวอันมีสารประโยชน์ที่ท่านนายกฯ ต้องการให้คนไทยรับทราบจึงเสมือนกับล่องลอยไปอากาศ หรือหากใครจะอยากรู้ก็ต้องไปเปิดดูจากเว็บไซด์ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่คงไม่สันทัด

ผมจึงใคร่ขอนำเรียนท่านเลขาฯ ว่า กรุณาให้คำปรึกษาท่านนายกฯ ว่า น่าจะเปลี่ยนห้วงเวลาในการจัดรายการ ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปเป็นเวลา 18.00 น. วันอาทิตย์ครับ

ที่ผมแนะนำให้เลื่อนไปในห้วงเวลาดังกล่าว เพราะเป็นห้วงเวลาที่สื่อสิ่งพิมพ์ยังพอมีเวลารวบรวมคำพูดของท่านนายกฯ เพื่อนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ในเช้าวันจันทร์ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะเกิดประโยชน์มาก

เนื่องจากรายการคุยข่าวทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ในวันจันทร์สามารถนำเอาเรื่องที่ท่านนายกฯ พูดไปขยายความได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต่างไปจากการนำเอาจากนักการเมืองหรือจากสำนำโพลล์ต่าง ๆ ไปนำเสนอ

ซึ่งจะทำให้สังคมมีเรื่องที่นำไปวิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดทั้งวัน หรืออาจจะตลอดอาทิตย์ก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังสามารถกลบข่าวไร้สาระจากนักการเมืองกลุ่ม ๆ ต่างที่มักให้สัมภาษณ์สื่อในวันอาทิตย์อีกด้วย

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ หากวันเสาร์ใดท่านนายกฯ ออกไปตรวจเยี่ยมการทำงานของส่วนราชการต่าง ๆ กรมประชาสัมพันธ์ก็สามารถเดินทางไปบันทึกเทปและทำข่าวมาเผยแพร่ในเย็นวันอาทิตย์ได้อีกด้วย

ผมหวังว่าจะได้รับการพิจารณาจากท่านเลขาฯ เพื่อกรุณานำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีต่อไปครับ กราบขอบคุณอย่างสูงครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

รัฐบาล และ คสช. น้อมรับพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 10 แก้ปัญหาน้ำให้ประชาชน 4 ระยะ

23

ภาณุมาศ ทักษณา

ในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 นั้น

มีเรื่องหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้กล่าวถึง

และสมควรอย่างยิ่งที่จะนำเรียนท่านผู้มีเกียรติที่อาจจะไม่ได้รับชมและรับฟังในคืนวันนั้น และเพื่อเป็นการบันทึกเรื่องที่ท่านพูดมาไว้ที่นี่ อีกคำรบหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวสรรเสริญพระบารมีในหลวง รัชกาลที่ 10 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทหารมหาดเล็ก และข้าราชบริพารในพระองค์ พร้อมกับประชาชนจิตอาสา

17

ดำเนินการเก็บผักตบชวา และวัชพืชที่มีอยู่อย่างหนาแน่น รวมทั้งขยะมูลฝอยต่าง ๆ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในกรุงเทพฯ มาเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนแล้วว่า

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้.. ในการนี้เพื่อเป็นการสืบสานพระราชดำริ ซึ่งรัฐบาลและ คสช.ได้ขอรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม ดำเนินการจัดพาพื้นที่กักเก็บน้ำ ทำทางระบายน้ำ และพัฒนาแหล่งน้ำ

สำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งประเทศ โดยจัดให้มี “โครงการจิตอาสาประชารัฐพัฒนาแหล่งน้ำ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนได้ประสานความร่วมมือช่วยกัน โดยจะจัดกิจกรรมเป็น 4 ระยะคือ

5

ระยะที่ 1 ในส่วนกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต จะดำเนินการในลักษณ Big Cleaning Day” ระหว่างวันที่ 25 ถึง 27 กรกฎาคมนี้ โดยจะร่วมมือกับกองทัพและอาสาสมัคร จิตอาสา…

ขณะที่ในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ อำเภอละ 1 แห่งจะมีการจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 29 ถึง 31 กรกฎาคมนี้ โดยกระทรวงมหาดไทยจะร่วมกับหน่วยต่าง ๆ กำจัดขยะ สิ่งกีดขวางการระบายน้ำในแม่น้ำลำคลองและแม่น้ำสายหลัก

ระยะที่ 2 จะมีการขุดสระน้ำขนาดเล็ก หลุมขนมครก เพื่อเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับใช้ในการเกษตร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน

ระยะที่ 3 จะเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำ ทางระบายน้ำ ในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างน้องอำเภอละ 1 แห่งใน 76 จังหวัด โดยให้ดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงกันยายน 2560

ระยะที่ 4 เป็นการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันในชุมชนหรือตามการร้องขอของประชาชน ดำเนินการภายในเดือนกันยายนนี้” ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ฝากเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

นี่คือ ข่าวอันเป็นมงคลยิ่งสำหรับพี่น้องเกษตรกรและในเมืองที่เคยถูกน้ำท่วมทำร้ายจิตใจ และทำลายเศรษฐกิจให้เสียหายมากแล้วหลายสิบปี ที่จะได้รับการแก่ปัญหาจากรัฐบาล คสช. แม้จะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ตาม

ในฐานะพสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดอายุขัยมาจนถึงวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

พร้อมกับรัฐบาล คสช. ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า พระพุทธเจ้าข้า.


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

รัชกาลที่ ๑๐ โปรดเกล้าฯ ให้มหาดเล็ก ช่วยราษฎร

8

ภาณุมาศ ทักษณา

คืนวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 ในตอนต้นรายการ ศาสตร์พระราช สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้พูดถึงการบริหารจัดการน้ำ

ที่รัฐบาลของท่านกำลังเร่งรัดให้ส่วนราชการต่าง ๆ ดำเนินการตามที่แต่ละแห่งมีแผนงาน พร้อมกับขึ้นภาพประกอบให้เห็น ในจำนวนนั้นผมชอบลำน้ำที่ถูกปรับแต่งริมน้ำอย่างสวยงาม

6

พร้อมกันนั้นได้ขึ้นข้อความว่า รัฐบาลจะจัดโครงการจิตอาสาประชารัฐพัฒนาแหล่งน้ำขึ้น โดยในกรุงเทพฯ จะจัด ระหว่างวันที่ 25 ถึง 27 ก.ค. ส่วนต่างจังหวัดจะจัดวันที่ 29 – 31 ก.ค.นี้

5

จากนั้นได้พูดถึงการแก้ปัญหาของเกษตรกรที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่า รัฐบาลได้พยายามทำทุกวิถีทางแล้ว ก่อนที่จะจบรายการด้วยการพูดถึงการปฏิรูปการศึกษา ที่ผมเข้าใจว่าคงถูกใจชาวบ้านแน่

หลังจบรายการ ผมนำภาพนิ่งของท่าน และภาพประกอบรายการมารายงานแล้วเขียนข้อความว่า คืนนี้ ท่านนายกาฯเริ่มรายการได้ยอดเยี่ยมมาก คือพูดเรื่องน้ำและการเกษตรทำให้อย่างฟังต่อไป

เพราะเรื่องน้ำกับการเกษตรนั้นคือเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยมากที่สุดครับ ส่วนเรื่องรถไฟความเร็วสูง หรือแม้แต่ความก้าวหน้าของโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก EEC นั่นไกลตัวมาก

ยิ่งในตอนนี้ ส่วนราชการอย่างกรมอุตุนิยมวิทยา หรือ สำนักงานสารสนเทศฯ ที่เกี่ยวกับน้ำ ได้พากันออกมาแจ้งเตือนว่าสัปดาห์นี้จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านร้านตลาดอยากทราบว่า การทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำ โดยเฉพาะ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ ฯลฯ ว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้วบ้าง

แม้ว่าก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมชลประทาน จะออกมาให้คำรับรองว่า ถึงอย่างไรน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ แต่นั่นก็เป็นการให้ข่าวที่ไม่มีหลักฐานให้ชาวบ้านได้เห็นจนรู้สึกอุ่นใจนะครับ

แล้วที่ผมว่าน่าสมเพชเวทนาอย่างยิ่งก็คือ ข่าว กทม.เตรียมหารือ 5 จังหวัดปริมณฑลและกรมชลประทาน เพื่อบูรณาการแผนรับมือน้ำท่วมในวันที่ 18 ก.ค.คือพรุ่งนี้ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก

เพราะทั้ง ผู้บริหาร กทม.และ ผู้ว่าฯ จังหวัดรอบ ๆ ที่เรียกว่าปริมณฑลนั้น ต่างก็รู้ดีว่า หากฝนตกแล้ว น้ำต้องท่วมอย่างแน่นอน ก็น่าที่จะมีการประชุมซักซ้อมความเข้าใจกันก่อนหน้านี้แล้ว

9

ไม่ใช่ พอทราบข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยา จึงเรียกประชุมเหมือนคนทำงานไม่เป็น จนผมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า หรือพวกนี้รอให้เกิดน้ำท่วมจะได้ขอเงินงบประมาณจากรัฐบาลกันอีกเหมือนที่เคยทำกันมา

เพราะก่อนหน้าที่ กทม.จะเรียกประชุม 5 จังหวัดปริมณฑลและกรมชลประทานนั้น ก็ปรากฎข่าวที่สร้างความปลาบปลื้มปีติให้แก่ประชาชนชาวไทยเป็นล้นพ้นให้เห็นเป็นที่ประจักษ์มาแล้วล่วงหน้าแท้ ๆ

นั่นคือข่าว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และข้าราชบริพารในพระองค์ร่วมกันทำความสะอาดขุดลอกท่อระบายน้ำและกำจัดผักตกชวามาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2560 แล้ว

15

16

13

ภาพการทำงานของเหล่าข้าราชบริพารในพระราชสำนักดังกล่าว น่าที่จะกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำตระหนักรู้ในหน้าที่ และลงมือทำกันตั้งนานมาแล้วนะครับ

11

(ภาพข่าว : มติชน)

17

น่าเสียดายเหลือเกินที่ ผู้บริหาร กทม.มีความรู้สึกช้าหรือเพิ่งนึกได้ว่าปล่อยให้สิ่งปฏิกูลรกร่องน้ำ ทำให้ภัยจากน้ำท่วมกำลังจะมาถึงตัวจึงตื่นตระหนกอย่างที่เป็นข่าว.


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

เมื่อกฎหมายอาญานักการเมืองมีผลบังคับ “ทักษิณ” จะสู้อย่างหมาจนตรอก หรือ ตายอย่างมีศักดิ์ศรี !

2

ภาณุมาศ ทักษณา

หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ที่มีสาระสำคัญ 2 ประเด็นคือ ต่อไปนี้คดีความของนักการเมือง จะไม่มีอายุความ และ สามารถพิจารณาคดีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีจำเลย หรือที่เรียกว่า การไต่สวนลับหลัง

ซึ่งต่อไปผมขอเรียนสั้นว่า กฎหมายอาญานักการเมือง ผ่านไปแล้ว ปรากฏว่า ได้เกิดปฏิกิริยาในการทางการเมืองไทยคือมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง

และเป็นธรรมดา ที่นักการเมืองหรือกลุ่มการเมือง ที่อยู่ในกลุ่มผู้สนับสนุน นักการเมืองซึ่งกำลังหนีคดีในขณะนี้ ที่อาจถูก “ไต่สวนลับหลัง” พรรคพวกตัวเอง ต้องไม่เห็นด้วย

ขณะที่นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ได้แต่ความเห็นเป็นสองกระแสคือ มีทั้งเห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้และไม่เห็นด้วย ที่ไม่เห็นด้วยเกรงว่าจะไปกระทบสิทธิ์ส่วนบุคคล และเสนอให้รับฟังความเห็นจากชาวบ้านตามมาตรา 77 ก่อน

ผลของการแสดงความเห็นของประชาชนผ่านสื่อมวลชนอย่างกว้างขวางอย่างไรก็ตาม ที่ผู้ที่น่าจะอกสั่นขวัญแขวนอย่างที่สุด น่าจะเป็นนักการเมืองที่หลบหนีการตัดสินของศาลและต่างก็รอให้อายุความของคดีตัวเองหมดลง

ซึ่งในจำนวนนั้น ทักษิณ ชินวัตร คือนักการเมืองหมายเลข 1 ที่ประชาชนต่างให้ความสนใจต่อท่าทีของเขาเป็นอย่างมาก

เพราะหากกฎหมายอาญานักการเมืองมีผลบังคับใช้ ทักษิณ ชินวัตร คือผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกดำเนินคดีเป็นคนแรก ๆ

ทักษิณ ชินวัตร เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จึงรวมนักธุรกิจที่มีแนวคิดเดียวกันตั้งพรรคการเมือง และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนสามารถยึดอำนาจรัฐไว้ในมือได้ตามกฎหมาย คือ ผ่านการเลือกตั้ง

เขาจึงมีความฮึกเหิมและคิดว่าเงินที่เขามีอยู่ และนักธุรกิจที่ยังสนับสนุนเขาอยู่เงียบ ๆ จะช่วยให้เขาให้ได้รับชัยชนะ กับมาสู่อำนาจได้อีกครั้งหนึ่ง จนกล้ากล่าวคำว่า “ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้” มาหลายครั้งที่การเมืองวิกฤต

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้จะมีรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร พยายามที่จะคว้าตัวทักษิณมาลงโทษ ด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ เพราะคนของทักษิณได้หาวิธีปกป้องและดูแลทักษิณให้พ้นมือกฎหมายมาได้

แต่หลังจากที่กฎหมายอาญานักการเมืองฉบับนี้มีข้อบัญญัติที่ส่งผลกระทบถึงทักษิณและนักการเมืองที่เคยโกงกินบ้านเมืองโดยตรงเยี่ยงนี้ จึงเกิดคำถามว่า หลังจากนี้การเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป

ทักษิณ ชินวัตร จะใช้เงินที่เขามีอยู่อย่างเหลือล้นให้เกิดประโยชน์เพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฎฐาธิปัตย์ ที่ คสช.ยึดกุมอยู่อย่างเต็มความสามารถ หรือสู้สุดฤทธิ์เหมือนหมาจนตรอก

หรือ จะตัดสินใจปลิดชีพตัวเองตามที่เคยลั่นวาจาไว้ เพราะเมื่อถูกการเมืองบีบคั้นมาก ๆ ทักษิณก็จะเดินหมากการเมืองอย่างน่าสนใจยิ่ง

ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมเคยเขียนถึงทักษิณ ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติการเมืองเอาไว้ต่างกรรมต่างสาระดังนี้ครับ

เพื่อไทยเป็นรัฐบาลแท้ ๆ หากกลับบ้านไม่ได้ ก็ “ฆ่าตัวตาย” เถอะ ทักษิณ ! (อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/a8L3gm)

ทักษิณ เคยพูดว่า “ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้” ดังนั้นเตรียมทำตามที่เคยพูดไว้ได้เลย เพราะคุณจะไม่มีวันชนะคนไทย ! (อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/vycBdk)

4

ทักษิณ เคยพูด “ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้” เขาจึงวางแผนสู้เมื่อเพลี้ยงพล้ำ นี่คือตัวอย่าง ! (อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/iDq9aC)

3

บทวิเคราะห์วันจันทร์ : เมื่อทักษิณประกาศตัวเป็นศัตรูกับสถาบัน.. ก็จงฟัง พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ พูด ! (อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/672EMv)


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ครับ รวม 34 หน่วยงานใน 9 กระทรวงไว้ที่เดียว ลดการโกงงบป้องกันน้ำท่วมภัยแล้งได้แน่ !

92

ภาณุมาศ ทักษณา

ผมเคยเขียนใน FB Tawan Taksana ว่า ผมจะเลิกเรียกร้องรัฐบาล คสช.ให้แก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง เพราะเขียนเรียกร้องมาเยอะมาก….  จนรู้สึกละอายใจตัวเอง(ฮา)

แต่เมื่อได้อ่านคอลัมน์ “ซูม” เหะหะพาที ที่เขียนโดยอดีตข้าราชการในสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ คือ “พี่” สมชาย กรุสวนสมบัติ ในไทยรัฐ เมื่อ 12 ก.ค.60 แล้วต้องเปลี่ยนใจครับ

วันนั้น “ซูม” หรือ “พี่” สมชาย กรุสวนสมบัติ ตั้งชื่อเรื่องว่า ที่นี่เคยเตือนไว้แล้ว คน “อยากจน” มีเยอะ !

ประเด็นก็คือ กระทรวงการคลัง “จับได้ว่ามีคนจนปลอม ๆ” ลงชื่อเพื่อขอรับความช่วยเหลือถึง 7.4 แสนราย

91

วานนี้ 13 ก.ค.2560 ผมโพสต์ความเห็นลงไปว่า “เงินโกงจากงบช่วยน้ำท่วมและน้ำแล้งก็บานตะเกียงครับพี่ เพราะงี้ พวกข้าราชการมันจึงไม่ยอมแก้ปัญหานี้ทั้งที่แก้ได้” และเขียนว่า

“หน่วยงานที่มี หน้าที่ ในการช่วยกันแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมมีถึง 34 หน่วยงาน กระจายอยู่ 9 กระทรวงต่าง ๆ ท่านนายกฯลุงตู่ก็คงทราบ

แต่แปลกไหมครับ ที่น้ำยังท่วม-ยังแล้งอยู่ได้ ? พรุ่งนี้ ผมจะเขียนถึงน้ำท่วมกับภัยแล้งอีก เพราะเชื่อว่าท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ คงทราบ จึงพยายามหาทางป้องกัน

นั่นคือ ในการประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2560

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีคำสั่งให้ 3 กระทรวงคือ เกษตร มหาดไทย และทรัพยากรธรรมชาติฯ ร่วมกันแก้ไขการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ เพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งสัมฤทธิผล

90

โดย คุณวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ในฐานะเลขานุการ กนช.บอกว่า

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งให้ยุบรวม 34 หน่วยงานใน 9 กระทรวงให้เป็นหนึ่งเดียว เป็น องค์กรบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เหมือนกับที่ผมเคยเสนอให้รวมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำท่วม แล้วมอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งกำกับและสั่งการ จะต่างกันบ้าง ก็ตรงที่ให้เป็นขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีครับ

89

(อ่านบทความ คลิก https://goo.gl/rZJ6CA)

และทั้ง ๆ ที่ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งในที่ประชุมแท้ ๆ แทนที่หน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำบางแห่งจะยุติบางอย่างเอาไว้ก่อนเพื่อให้ คุณวรศาสน์ ทำงานได้อย่างสบายใจ

กลับมีบางหน่วยงาน ยังวางแผนที่จะทำโน่น ทำนี่ เหมือนไม่ต้องการให้ยุบรวมหน่วยงานเป็นหนึ่งเดียว เนื่องจากเสียดายงบประมาณที่เคยโกงกินมาก่อน อย่างนั้น

ผมไม่ได้กล่าวหาใคร หรือหน่วยงานไหน โกงเงินงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งนะครับ แต่ที่ผ่านมามีข้าราชการของส่วนราชการบางแห่ง “โกงเงินหลวง” ครับ เพราะเคยเป็นคดีความให้เห็นมาแล้ว

ผมตัดสินใจเขียนเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งอีกครั้ง เพราะผมเชื่อว่า หากทำให้การบริการจัดการน้ำมีเอกภาพ การโกงกินเงินงบประมาณแก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง ก็จะลดลงอย่างแน่นอน

อึกทั้งยังเป็นผลงานของรัฐบาล คสช. ที่จะฝากไว้ให้ลูกหลานไทยในอนาคตยกย่องครับ.. กราบเรียนท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยความเคารพรักว่า

ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ โดยพระองค์ทรงตั้ง มูลนิธิอุทกพัฒน์ เอาไว้เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ

95

96

โปรดกรุณาสั่งการให้ คุณวรวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ที่ผมดูโหงวเฮ้งแล้วไว้ใจได้ ไปศึกษาหาความรู้จากที่นั่น เพื่อนำมาประกอบแผนการจัดตั้ง องค์กรบริหารจัดการน้ำของประเทศ เถิดครับ

กราบขอบพระคุณท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างสูง มา ณ โอกาสนี้ครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment

ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ครับ กรุณายก “ชุมชนบ้านผารังหมี พิษณุโลก” เป็นชุมชนต้นแบบของ กทบ. ด้วยครับ !

70

ภาณุมาศ ทักษณา

เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม 2560 ผมเขียนเรื่อง ท่านนายกฯลุงตู่ครับ ทำทุกชุมชนไทยให้เหมือน ชุมชนบ้านผารังหมี พิษณุโลก คนไทยเข้มแข็งประเทศมั่นคง แน่ครับ !

ผมเขียนเรื่องนี้ หลังจากชมรายการสุขนคร ทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภา ช่อง 10 ซึ่งมีคุณปาลิดา หงส์กระจ่าง เป็นพิธีกรผู้ดำเนินรายการ เมื่อวันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2560

คุณปาลิดา พาคนดูไปรู้จัก ชุมชนบ้านผารังหมี เหมือนตัวเองเป็นลูกหลานของชุมชนแห่งนั้น เริ่มจากการบอกเล่าถึงความเป็นมา ปัญหา การแก้ปัญหา และการพัฒนาชุมชนครับ

ผมนำเรื่องนี้มาเขียนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากอ่านรายงานข่าว เรื่อง รัฐเดินหน้าอันงบ 1.5 ผ่านกองทุนหมู่บ้านสู่ชุมชน ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เมื่อหลายวันก่อน

ข่าวนี้ แสดงถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาล คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะบูรณะซ่อมแซมชนบทไทยที่ทรุดโทรมเพราะการบริหารงานของรัฐบาลพลเรือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เนื้อหาโดยสรุปคือ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(กทบ.) จะนำเงินที่ได้ไปพัฒนาหมู่บ้านต่าง ๆ ตามเป้าหมายที่วางไว้ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

โดยตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 คณะได้แก่ อนุกรรมการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กับ อนุกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามาตรการฟื้นฟูและสนับสนุนฯ

ซึ่งขณะนี้มีโครงการพัฒนาเมืองที่ยังคงมีวงเงินที่ยังไม่ได้มีการอนุมัติค้างอยู่ 1,026 โครงการ วงเงิน 1,560.88 ล้านบาท

และที่ประชุมยังได้อนุมัติให้ตั้งกองทุนฯใหม่อีก 2 กองทุน คือ กองทุนชุมชนหนองหญ้าไซ และ กองทุนชุมชนหนองหลวง ทำให้หลังจากนี้จะมีกองทุนหมู่บ้านฯ ทั้งหมด 79,593 กองทุน โดยมีแผนงานต่าง ๆ ให้ทุกกองทุนฯต้องปฏิบัติ

ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้ผมนึกถึง ชุมชนบ้านผารังหมี ที่จังหวัดพิษณุโลก ในรายการสุขนครขึ้นมา เพราะเท่าที่ติดตามดูเห็นชาวบ้านแบ่งหน้าที่กันทำงานเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน แล้วชอบมาก

ผมไม่ทราบว่าที่นี่เป็น 1 ในกองทุนหมู่บ้านของ กบท.หรือไม่นะครับ ถ้าเป็นแล้วก็น่าจะเป็น ชุมชนต้นแบบให้ หมู่บ้านที่ได้รับกองทุนใหม่ ๆ ไปเรียนรู้ดูงานการพัฒนาหมู่บ้านจากที่นี่ครับ

หากยังไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจาก กบท.รัฐบาล ก็น่ายกให้เป็น ชุมชนต้นแบบของ กบท.ด้วยการสร้างอาคารสำหรับต้อนรับชาวบ้านจากที่ต่าง ๆ ที่จะมาเรียนรู้ดูงานให้เป็นเรื่องเป็นราวครับ

ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นสถานที่ให้ผู้นำชุมชนผารังหมี ใช้ในการบรรยายสรุปให้ ผู้นำชุมชนอื่น ๆ ที่ กบท.ตั้งขึ้น และพาไปดูการบริหารจัดการชุมชนที่นั่นได้รับฟังเกี่ยวกับการทำงานด้านต่าง ๆ ก่อนออกไปดูของจริง

อยากกราบเรียนท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ผมเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้ชุมชนในชนบทมีความเข้มแข็งในทุก ๆ ด้านครับ แต่รัฐบาลควรมี “ต้นแบบ” เพื่อให้ชาวบ้านได้เห็นของจริงแล้วนำไปปฏิบัติครับ

จึงกราบเรียนมาเพื่อกรุณาทราบและพิจารณาครับ !


Posted in ใต้ร่มธงไทย ภาณุมาศ ทักษณา | Leave a comment