สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน (8 ก.ย. 55)

สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน (8 ก.ย. 55)

thai-map

                                                                                            รามอินทรา

        1. ทักษิณ ชินวัตร ยังคงกุมอำนาจในการบริหารจัดการทั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และ แกนนำคนเสื้อแดง อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยในเรื่องผลประโยชน์ทั้งด้านการเงิน และ การสนับสนุนให้ได้รับตำแหน่งต่าง ๆทางการเมืองที่มีอยู่จำนวนมากซึ่งสามารถผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันได้ตามห้วงระยะเวลา ดังนั้นการที่นักการเมือง และ ข้าราชการมักจะเดินทางไปพบทักษิณฯ ณ ต่างประเทศในช่วงที่จะมีการโยกย้ายตำแหน่งจึงเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นชัดเจนถึงผู้มีอำนาจตัวจริง

        ในหน่วยข้าราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายตำรวจที่ดำรงตำแหน่งสำคัญต้องถือว่าเกือบทั้งหมดเป็นคนของทักษิณฯ รวมทั้งที่ได้รับการสนับสนุนให้ไปดำรงตำแหน่งข้างนอกเป็นหัวหน้าหน่วย และ ตำแหน่งอื่นๆอีกหลายนาย

        สำหรับข้าราชการพลเรือน กระทรวงมหาดไทยนับเป็นเป้าหมายหลักที่ทักษิณฯ และ คนใกล้ชิด พยายามที่จะผลักดันให้พรรคพวกของตนได้ขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญให้มากที่สุดเพื่อผลในการควบคุมอำนาจบริหารในจังหวัดต่าง ๆ และ หวังผลในอนาคตหากมีการเลือกตั้ง

        ทางด้านอัยการและศาล แม้จะมีบางคนเป็นส่วนน้อยที่อยู่กับฝ่ายทักษิณฯแต่จากการถูกกดดันจากลุ่มคนเสื้อแดง เช่นการเรียกร้องขอเปลี่ยนตัว หรือ ย้ายผู้พิพากษา ก็ทำให้มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานในคดีคนเสื้อแดงได้ในระดับหนึ่ง

        2. สถาบันที่กำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงในขณะนี้ได้แก่

        สถาบันพระมหากษัตริย์ ถึงแม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ นรม.จะได้เคยออกมาพูดว่าจะดูแลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ก็ไม่สามารถที่จะเชื่อถือได้เพราะยังคงมีความเคลื่อนไหวที่กระทบต่อสถาบัน ฯอย่างต่อเนื่อง จากกลุ่มบุคคลในพรรคการเมือง กลุ่มคนเสื้อแดง และนักวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์ต้องการยกเลิกพระราชอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 และต้องการให้สถาบัน ฯเป็นแค่สัญลักษณ์เท่านั้น บางคนมีความคิดรุนแรงถึงกับต้องการล้มล้างสถาบันฯ ด้วยการยกเรื่องสถาบันฯ ต่างประเทศที่ล่มสลายไปแล้วมาปลุกระดมทั้งบนเวทีปราศรัยและในอินเทอร์เน็ต

        ทั้งที่ในความเป็นจริงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ทรงมีแต่ให้ ทรงงานทุกอย่างเพื่อประเทศชาติและประชาชน พระองค์ไม่เคยมีพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและกลุ่มคนเสื้อสีใด ๆเลย

        นายอานันท์ ปันยารชุน อดีต นรม.กล่าวไว้ว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยมีกระแสรับสั่งใดๆ ในเรื่องที่รัฐบาล หรือ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ขอพระราชทานคำแนะนำหรือปรึกษาแต่ประการใดเลย ท่านไม่เคยมีบทบาทที่จะชี้ว่า อันนี้ผิด อันนี้ถูก คนนี้ดี คนนี้ไม่ดี คนนี้ทำถูกหรือทำผิด ไม่เคยมี ท่านระมัดระวังเรื่องพวกนี้มาก ผมจึงมองว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย”

        สถาบันทหาร กองทัพบกเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกเพ็งเล็ง แม้ปัจจุบันทักษิณฯ ยังไม่มีขีดความสามารถในการปรับย้ายเอาคนของตนเองเข้าไปดำรงตำแหน่งที่สำคัญเพื่อควบคุมกองทัพบกให้ได้ แต่ก็ได้มีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ และ แกนนำคนเสื้อแดงบางคน ที่พยายามใช้เหตุการณ์สลายการชุมนุม เดือน พ.ค. 2553 มาบ่อนทำลายกองทัพด้วยการทำให้สาธารณชนเห็นคล้อยตามว่า “ทหารฆ่าประชาชน” โดยข้ามขั้นไม่ได้พูดถึงต้นเหตุที่เกิดสถานการณ์เลวร้ายขึ้นนั้นมาจากอะไร และ พยายามแก้ต่างว่าในที่ชุมนุมนั้นไม่มีบุคคลที่ใช้อาวุธแต่อย่างใด

        สำนักงานทรัพย์สินฯ ก็ได้รับการคุกคามเช่นเดียวกัน จากกลุ่มนักวิชาการที่อยู่ตรงข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการปรับโอนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้ไปอยู่ในความควบคุมของรัฐบาล โดยอ้างว่าเพื่อให้เหมือนกับประเทศอังกฤษ และในอดีตทรัพย์สินนี้ก็เคยอยู่ในความควบคุมของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่มาถูกเปลี่ยนแปลงในยุคที่พรรคปชป.เป็นรัฐบาล ปี พ.ศ. 2491 เรื่องนี้คงต้องทำความเข้าใจให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงดังนี้

        1) ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของประเทศอังกฤษนั้น มีที่มาโดยพระเจ้าจอร์ชที่ 3 ทรงเห็นว่าผู้ที่รับผิดชอบดูแลทรัพย์สินฯไม่สามารถบริหารให้ดีได้ จึงทรงมอบทรัพย์สินให้รัฐบาลเป็นผู้บริหารแทน ซึ่งมีข้อตกลงว่ารัฐบาลต้องแบ่งผลประโยชน์ให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ส่วนหนึ่ง

        2) ทรัพย์สินที่เป็นของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตที่นิยมเรียกว่าพระราชทรัพย์นั้น กรมพระคลังข้างที่เป็นผู้ดูแลรักษา ทรัพย์สินนี้มีทั้งทรัพย์สินที่ตกทอดกันมาจากพระมหากษัตริย์องค์ก่อน ๆอยู่รวมกัน (ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินของสถาบัน ฯ) และ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ เมื่อคณะราษฎร์ทำการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2475 ทรัพย์สินทั้งหมดก็ยังคงอยู่กับพระคลังข้างที่ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2478 รัฐบาล พ.อ.พหลฯเป็น นรม.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งให้ทำหน้าที่แบ่งแยกทรัพย์สิน ฯโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเรียกเก็บภาษีทรัพย์สินส่วนพระองค์ สำหรับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้รับการยกเว้นภาษีตาม พรบ.ยกเว้นการเสียภาษีอาการ พ.ศ. 2477 และต่อมาจึงได้มีการออก พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ขึ้นอีกจำนวน 3 ฉบับได้แก่

           พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2479 (พ.อ. พหลฯ เป็น นรม.) และ พ.ศ. 2484 (จอมพล แปลกฯ เป็น นรม.) ระบุให้ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อยู่ในความดูแลรักษาของกระทรวงการคลัง รายได้จากทรัพย์สินฯ เมื่อหักรายจ่ายแล้วให้นำทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงใช้จ่ายในฐานะที่ทรงเป็นประมุข

         พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2491 (นายควงฯ เป็น นรม.) มาตรา 4 ทวิ ให้ตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีหน้าที่ดูแลรักษา และ จัดหาผลประโยชน์ในทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

         มาตรา 4 ตรี ให้ตั้งกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดย รมว.คลัง เป็นประธาน และ กรรมการขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 4 คน ในจำนวนนี้ เป็น ผอ.สำนักงานทรัพย์สินฯ 1 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้ง มาตรา 6 รายได้เมื่อหักรายจ่ายแล้ว จะจำหน่ายใช้สอยได้ก็แต่โดยพระมหากษัตริย์ตามพระราชอัธยาศัย

         มาตรา 7 ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะโอน หรือ จำหน่ายได้ก็แต่เพื่อประโยชน์แก่ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือ เพื่อสาธารณประโยชน์เท่านั้น โดยได้รับพระบรมราชานุญาต

             ซึ่งก็ถือได้ว่าไม่สามารถขายหรือโอนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้แก่บุคคลใด ๆได้ จึงเป็นทรัพย์สินส่วนกลางของพระมหากษัตริย์ พระองค์ใดที่ทรงขึ้นครองราชย์ก็ทรงใช้สอยได้เฉพาะรายได้ซึ่งหักรายจ่ายแล้วเท่านั้น

        3) เมื่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ใช้ทรัพย์สินสาธารณะ (เดิมในโฉนดที่ดินมีพระนามของพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของที่ดินทุกแปลง) ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะมีการเสนอให้สภาฯ ออกกฎหมายให้รัฐบาลเป็นผู้ควบคุมทรัพย์สินส่วนนี้ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ไม่มีความชอบธรรมอย่างยิ่ง มิฉะนั้นต่อไปอยากได้ทรัพย์สมบัติของผู้ใดมาบริหารเอง ก็สามารถออกกฎหมายยึดเอามาเป็นของรัฐได้หมดย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

        4) ในอดีตพระมหากษัตริย์ไทยได้เคยทรงเสียสละทรัพย์สินส่วนพระองค์เพื่อประเทศชาติมาหลายครั้ง เช่น เมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสสั่งให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายจากการรบกันเนื่องจากฝรั่งเศสส่งเรือรบบุกรุกเข้ามาในปากแม่น้ำเจ้าพระยา รัชกาลที่ 5 ได้ทรงนำเงินถุงแดงทั้งหมดที่รัชกาลที่ 3 ได้ทรงเก็บรวบรวมไว้จากการค้าขายทางเรือนำไปใช้หนี้ให้กับฝรั่งเศสโดยบรรทุกใส่เกวียนเป็นขบวนยาวเหยียด ในยุครัชกาลที่ 7 ทรงใช้เงินส่วนพระองค์จำนวนมาก ร่วมกับเงินของแผ่นดินและเงินบริจาคของประชาชนในการก่อสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าเมื่อปี พ.ศ. 2472 เพื่อพัฒนาประเทศด้านคมนาคม

        จากการที่ ส.ศิวลักษณ์ ออกมาแสดงความคิดเห็นต้องการให้สำนักงานทรัพย์สิน ฯไปอยู่ภายใต้ดูแลของรัฐบาล แล้วจะทำให้สถาบันฯ อยู่รอดต่อไป ไม่ทราบว่าใช้เหตุผลใดแบบนี้เขาไม่เรียกว่าปัญญาชนสยาม น่าจะเป็น “ปัญญาอ่อนสยาม” มากกว่า

        3. โครงการรับจำนำข้าว ได้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนแล้วว่าทำให้การส่งข้าวออกในรอบ 8 เดือนของไทยปีนี้มีปริมาณลดลงถึง 46 % ของปี 2544 ซึ่งทำให้ไทยต้องเสียแชมป์การขายข้าวกลายเป็นที่ 3 รองจาก เวียดนาม และ อินเดีย สาเหตุเป็นเพราะราคาข้าวที่รับจำนำแพงกว่าราคาจริงมาก ทั้งในประเทศและในตลาดโลก ดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาการขายข้าวด้วยวิธีใดทั้งเปิดประมูล และ จีทูจี ก็ต้องขาดทุนอย่างบักโกรก ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ขาดทุนด้วย แต่เป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งนั้น (ไฟฟ้าก็ประกาศขึ้นค่าเอฟทีอีกแล้วเพิ่มขึ้นหน่วยละ 18 สต. เรื่องนี้ประชาชนไม่มีสิทธิโต้แย้ง หรือไปซื้อเจ้าอื่นเพราะมันมีแค่เจ้าเดียวเท่านั้นในประเทศไทย)

        นอกจากนั้นเมื่อคู่แข่งขายข้าวแทนประเทศไทยสู่ตลาดโลก จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความคุ้นเคยกับข้าวของคู่แข่งที่มีราคาถูกกว่าซึ่งก็จะทำให้ไทยต้องสูญเสียตลาดไปด้วยความโง่เขลาจากนโยบายประชานิยมรับจำนำข้าวนี้เอง อีกประเด็นหนึ่งการที่รัฐบาลให้ราคาจำนำที่สูงมากเกินไปทำให้เกษตรกรเกิดความโลภจากยอดเงินที่เห็น จึงเป็นสาเหตุที่เกิดการคอรัปชั่นในทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับการจำนำข้าว ตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ได้เงินมากขึ้นจริงแต่ที่รวยจริงคือโรงสี และ หลายคนกำลังจะถูกดำเนินคดีอาจติดคุกได้ สำหรับคนที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมายังคงสุขสบายเหมือนเดิม และถ้ายังจำนำพืชผลทางเกษตรแบบให้ราคาแพงเกินจริงเช่นนี้ต่อไป ขาดทุนปีละประมาณแสนล้านบาท อีกไม่กี่ปีประเทศล่มจมแน่

        4. เรื่องที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯ เกิดอาการซวดเซในปัจจุบัน เนื่องจากพฤติกรรมของ 3 รัฐมนตรี ได้แก่

        พล.อ.อ.สุกำพล ฯ รมว.กห.บันดาลโทสะใช้อำนาจในการปรับย้ายปลัด กห.รองปลัด กห. และ จก.เสมียนตรา ให้ไปช่วยราชการที่สำนักงาน กห. จนเรื่องบานปลายมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองอยู่ในขณะนี้ มีรายงานข่าวว่ากำลังเดินทางไปอ้อนทักษิณ ฯที่อังกฤษอีกแล้ว

        นายกิตติรัตน์ฯ รมว.คลัง โดนวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด  เรื่องคำพูดโกหกสีขาว  คงไม่ต้องแสดงความคิดเห็นต่อ  เพราะทุกคนที่สนใจคงจะซึมซับในเรื่องนี้เป็นอย่างดี  เป้าหมายการส่งออกร้อยละ 15 เป็นไปได้ยากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา  แค่ส่งออกข้าวก็ฉุดลงไปไม่รู้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว

        นายยงยุทธฯ รมว.มหาดไทย  ซึ่ง ปปส.ได้ส่งหนังสือสรุปผลการตรวจสอบกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ไปยังกระทรวงมหาดไทย  โดยระบุว่านายยงยุทธฯ มีความผิดขั้นร้ายแรงจากการปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์  และได้สรุปผลสอบสวนว่าไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นในสมัยนั้น

        5. ปัญหาก่อการร้ายภาคใต้

        สถานการณ์ยังคงวนเวียนอยู่เช่นเดิม  โดยโจรกระจอกของทักษิณฯ เป็นฝ่ายริเริ่มในการปฏิบัติทุกรูปแบบ  ทั้งการก่อวินาศกรรมด้วยการวางระเบิดอาคารสถานที่ในตัวเมือง  การลอบโจมตีสังหารเจ้าหน้าที่ขณะออกลาดตระเวน ด้วยอาวุธปืนและการวางระเบิดบนเส้นทางการเคลื่อนที่  การฆ่าประชาชนทั้งที่คิดว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามและประชาชนทั่วไปอย่างเปิดเผย  การบีบบังคับให้ชาวบ้านขายสวน  ก่อกวนการปฏิบัติหน้าที่ของครูและกิจของสงฆ์

        เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น  เจ้าหน้าที่มักจะออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการล้างแค้นบ้าง  เป็นการปฏิบัติเนื่องในวันสำคัญต่างๆบ้าง  ส่วนผู้ใหญ่ที่เป็นฝ่ายบริหาร  ต่างคนก็ออกมาให้สัมภาษณ์เช่นเดียวกันถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา  เช่น จะเปลี่ยนแปลงให้เป็นรูปแบบการปกครองพิเศษ  โดยให้มีการเลือกตั้ง ผวจ. ซึ่งก็ไม่ได้พูดถึงผลการวิเคราะห์ในการดำเนินงานเช่นนี้ว่ามีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง  ประเด็นนี้ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ  เนื่องจากเมื่อทำไปแล้ว  หากไม่ได้ผลหรือมีข้อเสียเกิดขึ้น  ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนกลับมาได้ง่ายๆ

        หลักของการต่อสู้เบื้องต้น  ขั้นแรกเลยนั้นต้อง“รู้เขา รู้เรา และ มีความสามัคคี”

        รู้เขา  โจรมีกี่กลุ่ม ใครบ้าง ใช้ยุทธวิธีอย่างไร มีแนวร่วมที่ให้การสนับสนุนเป็นคนประเภทไหนบ้าง  ครูสอนศาสนาโดยเฉพาะตามปอเนาะต่างๆ มีหรือไม่  โจรมักจะแฝงตัวอยู่ที่ใด  มีการประสานงานกับต่างประเทศอย่างไรบ้าง  ทราบหรือไม่ว่าก่อนที่จะรับสมาชิกใหม่  เขาสั่งให้ไปฆ่าเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้านเป็นผลงานก่อน  ชอบใช้ยานพาหนะชนิดใดในการทำงาน  ยานพาหนะที่ใช้วางระเบิดขโมยมาใช่หรือไม่  การเข้าปล้นปืนในค่ายทหารเมื่อหลายปีก่อนนั้น  มีพลทหารพวกโจรที่อยู่ในค่ายเป็นสายให้ใช่หรือไม่

        รู้เรา  ขวัญกำลังใจและขีดความสามารถของกำลังพลเป็นอย่างไร  ยุทธวิธีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีสิ่งใดที่ได้เปรียบและเสียเปรียบ  กำลังพลที่ขึ้นบัญชีเอาไว้ทำงาน  ทั้ง จนท. แหล่งข่าว ชาวบ้าน ยังอยู่ครบหรือไม่  อุปกรณ์ที่สำคัญซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานมีอะไรบ้าง

        สามัคคี  ปัจจุบันคนที่อยู่ในพื้นที่รู้ดีว่าความไม่แน่นแฟ้น ไม่ให้ความร่วมมือกัน  และบางจุดถึงกับแตกความสามัคคีกันนั้น  สาเหตุสำคัญเป็นเรื่องของการชิงดีชิงเด่นผลงานกันและเรื่องของผลประโยชน์  นักการเมืองก็ตัวดี  มักเอาสถานการณ์ภาคใต้มาหาเสียงโจมตีกันเป็นประจำ  ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองไม่ค่อยพบเห็น

        ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนอยู่ดีกินดี นอกจากช่วยกันต่อต้านคอร์รัปชั่นแล้ว ควรทำอะไรอีกบ้าง โปรดช่วยกันคิด ช่วยกันทำ บางเรื่องทำคนเดียวก็จบแล้ว

……………………………………

 

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

6 Responses to “สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน (8 ก.ย. 55)”

  1. กลุ่มคนรักสถาบัน

    ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ในเวลานี้ทั้งเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยหลายล้านคนที่ประสบอุทกภัย และยังรอรับการช่วยเหลือเยียวยาวปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ, ปัญหาการว่างงาน ไปจนถึงปัญหาราคาสินค้าที่สูงมากขึ้น ซึ่งล้วนแต่กระทบต่อการดำรงชีวิตของคนไทยทุกคน และจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนั้นก็อยากจะให้มาช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องปากท้องและความเป็นอยู่ แทนเรื่องการแก้ ม.112 เพราะเรื่องของสถาบันไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับการเมือง มาตรา 112 เพียงบัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ถ้าแก้ไข…ก็เท่ากับพังบ้านของตัวเอง พวกนี้ไม่สำนึกเลยว่าอยู่รอดปลอดภัยได้เรียกตัวเองว่าเป็นคนไทยได้เพราะใคร…พระมหากษัตริย์ ปกป้องบ้านเมืองมาให้อยู่ได้ตั้งกี่รุ่นกี่ร้อยปี….ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับการเมืองเลยสักนิด และไอ้พวกกลุ่มนิติรวยหัวคาด…มันลืมตาดูโลกมาได้แค่สามสิบสี่สิบปี…ริอ่าน…ฝันไปเถอะ…ขี้กลากจะกินหัวเอาละสิไม่ว่า…

  2. ชมพู

    การเมืองจะเป็นอย่างไรไม่สน ทักษิณจะเข้ามาแซกแซงอะไรไม่รู้ แต่อยากรู้แค่เรืองเดียวเมื่อไรพวกที่ดึงสถาบันฯ เข้ามาจะหยุดสักที มาตรา 112 ผิดอะไร เคยเข้าไปยุ่งกับชีวิตพวกคุณไม่ เคยไปวิจารณ์พวกคนไม่มีแต่พวกคุณเข้าไปหาเอง แล้วก็ร้อนตัว ถ้าไม่ทำผิด แล้วจะโดนลงโทษได้อย่างไร ถ้าพูดดี เป็นประโยชน์มันจะผิดกฏหมายข้อนี้ได้หรือ? ขนาดโทษแรงขนาดนี้ยังไม่กลัว ยังไม่หลาบจำกันเลย ยังมีคนด่าว่าวิจารณ์กันทุกวัน ในเวปไซด์ก็เพียบ หรือคุณว่ายังไงคะ เราเห็น ๆ กันอยู่ หรือคุณไม่เห็น

  3. ระวังภัย!

    พูดถึงโทษมาตรา 112 ผมว่าโทษไม่ได้แรงไปเลยซักนิดถ้าคุณไม่ได้คิด ไม่ได้อยากจะทำผิดกฏ คุณก็ไม่ได้เดือดร้อนใช่มั้ยต่อให้จำคุกตั้งแต่สิบปี สูงสุดไม่เกินห้าสิบปีหรือร้อยปีคนที่ไม่ได้คิดจะทำผิด และไม่ได้ทำผิด ก็ไม่ได้คิดอะไรลองนึกถึงว่า โทษของคนที่ข่มขืนกระทำชำเรานะครับใคร ๆ ต่างก็อยากให้ได้รับโทษที่รุนแรง ขังลืมไปเลย หรือว่า ประหารชีวิตไปซะทุกคนดูข่าวข่มขืนทีไร ก็มักจะมีอารมย์เช่นนี้เพราะอะไร ถึงอยากให้ได้รับโทษหนัก ๆก็เพราะเราไม่ได้คิดจะไปข่มขืนใคร ไม่ได้ข่มขืนใครมาด้วยไงก็เลยพูดได้เต็มปากว่า เอามันให้แรงป.กฏหมายอาญามาตรา 112 ก็เช่นเดียวกันคนที่เคารพและจงรักภักดีต่อสถานบันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะไม่ได้คิดไม่ได้ทำแต่คนที่คิด คนที่ทำ และคนที่พยามจะทำมันก็ออกมาบอกว่าแรงไป ไม่ดี ขัดต่อเสรีภาพ ต่าง ๆ นา ๆ ที่คิดจะหาคำสวยหรูมาอ้างกฏหมายอยู่ดีอยู่แล้ว คนต่างหากหละที่มักจะเข้าไปบิดเบือนแก้ไข หาช่องว่าง เพื่อประโยชย์ของตัวเอง กฏหมายก็อยู่นิ่ง ๆ ของเค้าอยู่แล้วไอ้คนที่เฮีย ๆ ทั้งหลายก็จะเป็นเดือดเป็นร้อนกับกฏหมายที่ไม่เอื้อให้ตนเองจบมั้ย

  4. คอร์รัปชั่น

    คอร์รัปชั่นน้อยแต่ทำประโยชน์ให้ประเทศเยอะก็รับได้ ผมก็รับได้นะ เพราะจะให้ร้อยเปอร์เซนต์คงไม่มีทาง แต่มันไม่น้อยนี่ละสิ กินกันบานตะไท ตั้งแต่ตัวเล็กถึงตัวใหญ่ แล้วมันจะมีอะไรไปทำประโยชน์ให้กับประเทศหละ