ปรัชญากับการเมือง

1

โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

ชัยชนะของประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศสทั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งทั่วไปที่ทำให้พรรค en march ซึ่งเพิ่งก่อตั้งได้ประมาณ 1 ปีสามารถคว้าชัยชนะมีเสียงข้างมากในรัฐสภาของฝรั่งเศสซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 อันเป็นยุคของสาธารณรัฐที่ 5 ในปัจจุบัน ชัยชนะทางการเมืองของนายมาครงซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุเพียง 39 ปีและเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุน้อยที่สุดในรอบ 200 ปี มีสิ่งที่น่าสนใจและน่าศึกษาคือนายมาครงได้นำวิชาปรัชญามาใช้ในการหาเสียงและสร้างความนิยมให้ตนเองในทางการเมือง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือนายมาครงได้เชื่อมโยงแนวคิดด้านปรัชญาเข้ามาเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการเมืองจนประสบความสำเร็จจึงเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงอย่างน่าสนใจระห่างปรัชญากับการเมือง

นายมาครงในอดีตตอนเรียนมหาวิทยาลัย Science Pol ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นด้านรัฐศาสตร์และในช่วงนั้นเขาได้มีโอกาสเรียนปรัชญากับศาสตราจารย์ที่โด่งดังระดับโลกคือ Paul Ricoeur และเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิที่ผูกพันและติดตาม Paul Ricour อย่างใกล้ชิด

2

Paul Ricoeur

Paul Ricoeur เป็นนักปรัชญาที่เน้นหลักปรัชญา “Hermeneutics” ซึ่งหมายถึงศาสตร์แห่งการตีความเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับภาษาศาสตร์และเชื่อมโยงกับด้านศาสนาและหลักปรัชญาแห่งชีวิต

ปรัชญา Hermeneutics ในระยะแรกเป็นการตีความศาสนากล่าวคือเป็นการตีความไบเบิลหรือเอกสารคำสอนของศาสนาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคริสต์ จูดายหรืออิสลาม แต่ต่อมาศาสตร์นี้ได้ขยายไปสู่การตีความวรรณคดีและศาสตร์แห่งฆารวาสซึ่งเรียกว่า secular hermeneutics โดยผู้จุดประกายในศาสตร์นี้คือ Martin Heidegger และ Paul Ricoeur ถือเป็นหนึ่งในนักปราชญ์ที่อยู่ในสายนี้

แนวคิดทางปรัชญาที่สำคัญของ Paul Ricoeur ส่วนหนึ่งจะศึกษาได้จากหนังสือของเขาชื่อ Soi-même comme un autre ซึ่งแปลว่าตัวเราและคนอื่น แนวคิดที่สำคัญของ Paul Ricoeur คือตัวเราเอง (oneself) ความสัมพันธ์ของ self คือไม่มีอัตลักษณ์ อัตลักษณ์ของเรามาจากคนอื่น

พูดง่าย ๆ คือ นาย ก. รูปร่างเตี้ยและนิสัยดีซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของ นาย ก. สิ่งที่ต้องคิดคือถ้าไม่มีคนอื่นที่สูงหรือนิสัยไม่ดี คำว่าเตี้ยและนิสัยดีย่อมไม่ปรากฏ ดังนั้นเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของแต่ละคนจึงเกิดขึ้นมาจากคนอื่นโดยแท้ แนวคิดความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่นนำไปสู่การสร้างสัญลักษณ์ (symbol) และสัญลักษณ์จะนำไปสู่การสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของแต่ละคน คำว่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของเรานอกจากมาจากคนอื่นดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วยังเป็นส่วนหนึ่งซึ่งทำให้คนอื่นรับรู้ (perception) ในความเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของเราเอง


เอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของเราที่คนอื่นรับรู้จึงเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ซึ่งจะมีผลต่อพฤติกรรมความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่น เช่น การที่คนคิดว่าเราดี คนส่วนหนึ่งก็จะมองเราว่าน่าคบ ดังนั้นการสร้างอัตลักษณ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกของอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับคนอื่นจึงมีผลต่อการพัฒนาแนวคิดของคนอื่นและจากจุดนี้เองนายมาครงก็ใช้การสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ดังกล่าวเพื่อสร้างกระแสความนิยมจนได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งในรัฐสภาในเดือนต่อมา

ในการแข่งขันชิงชัยทางการเมืองของนายมาครง เขารู้ว่าจุดอ่อนของเขาคืออายุน้อยและไม่มีประสบการณ์ที่ยาวนาน (เขาเป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอยู่ประมาณ 2 ปีภายใต้ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลอง) ขณะเดียวกันสิ่งที่เขาเป็นว่าเป็นโอกาสทางการเมืองคือประชาชนฝรั่งเศสกำลังเบื่อหน่ายกับระบบการเมืองแบบเก่าและพรรคการเมืองแบบเก่า ประชาชนกำลังมองว่าฝรั่งเศสกำลังตกต่ำทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้คะแนนนิยมของฝ่ายขวาจัดเพิ่มขึ้นอย่างน่าเกรงขาม ฝรั่งเศสเผชิญกับการก่อการร้ายและผู้ลี้ภัย อีกทั้งสหภาพยุโรปกำลังเผชิญกับการท้าทาย ส่วนหนึ่งคือ Brexit และอีกส่วนหนึ่งคือการขึ้นมาของพรรคขวาจัดและซ้ายจัดที่ต้องการออกจากสกุลเงินยูโรหรือต้องการออกจากสหภาพยุโรป

สัญลักษณ์ทางการเมืองแรกที่นายมาครงสร้างขึ้นมาให้เกิดการรับรู้ต่อประชาชนฝรั่งเศสคือการประกาศชัดว่าเขาไมได้อยู่ในพรรคการเมืองใดไม่ว่าขวากลางหรือซ้ายกลาง แม้เขาจะเป็นรัฐมนตรีของนายออลองผู้นำพรรคสังคมนิยมแต่เขาก็ทำตัวนอกคอก เช่น เน้นนโยบายทางขวาทั้ง ๆ ที่พรรคสังคมนิยมเป็นพรรคซ้าย เน้นเรื่องของการปรับปรุงระบบกฎหมายแรงงานเพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของกิจการมีความคล่องตัวในการรับคนและไล่คนออกได้สะดวกขึ้น มาจาการนี้มีเป้าหมายสำคัญคือเสริมสร้างศักยภาพของการแข่งขันโดยการปรับปรุงประสบการณ์ของแรงงาน นายมาครงยังได้ปรับปรุงอีกด้านคือเพิ่มสวัสดิการแรงงานซึ่งเป็นนโยบายฝ่ายซ้าย

สัญลักษณ์ที่สองที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนฝรั่งเศสตีความและเข้าใจถึงอัตลักษณ์ของนายมาครงคือการเน้นการปฏิรูปขนานใหญ่ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม วิธีการสร้างสัญลักษณ์ดังกล่าวคือเขาได้เขียนหนังสือชื่อ La Revolution ซึ่งอธิบายประวัติที่ไม่เหมือนใครของเขาและแนวนโยบายในการปฏิรูปฝรั่งเศสทุกมิติชนิดที่เรียกว่าการปฏิวัติคามที่เขาได้ตั้งชื่อหนังสือไว้

สัญลักษณ์ประการที่สามคือการตั้งพรรค La République En Marche ซึ่งแปลว่าการเดินหน้าต่อไปเป็นการส่งสัญลักษณ์แสดงตัวตนของนายมาครงว่าจะสร้างฝรั่งเศสให้รุกคืบไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

สัญลักษณ์ทั้งสามประการคือการสื่อถึงคนฝรั่งเศสว่าคนๆ นี้เป็นคนนอกคอก จริงจังและต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสร้างชาติฝรั่งเศสให้รุ่งเรือง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผลคือนายมาครงได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งนาง Le Pen จากพรรคขวาจัดอย่างทิ้งห่าง อย่างไรก็ตามนายมาครงรู้ดีว่าเขาต้องเผชิญกับศึกหนักเพราะจะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมิถุนายน พรรคที่เขาเพิ่งตั้งคือพรรค LR En Marche จำเป็นต้องได้ที่นั่งเสียงข้างมากในสภาล่างซึ่งเป็นสิ่งที่ยากเย็นเพราะยังไม่เคยปรากฏในการเมืองฝรั่งเศสมาก่อนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 เป็นต้นมา ช่วงเวลาประมาณหนึ่งเดือนหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีถึงการเลือกตั้งทั่วไป นายมาครงได้เพิ่มสัญลักษณ์ทางการเมืองสามประการ ประการแรกคือการเข้าไปพบนายกรัฐมนตรีแมร์เคิลซึ่งมีอายุและประสบการณ์ทางการเมืองมากกว่าและเป็นผู้นำของสหภาพยุโรป การพบกันครั้งนี้สาระสำคัญคือนางแมร์เคิลยอมรับการเป็นผู้นำของนายมาครงโดยจะมีการร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศสในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสหภาพยุโรป

ประการที่สองคือเขาได้แสดงความเป็นผู้นำในการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงบรัสเซิล สัญลักษณ์คือการจับมือกับประธานาธิบดีทรัมป์ เขาบีบมือทรัมป์และจับมือเหนือมือของทรัมป์เพื่อแสดงว่านี่คือผู้นำของฝรั่งเศสซึ่งยิ่งใหญ่และอยู่เหนือสหรัฐอเมริกาของทรัมป์

ประการที่สามคือเขาได้เชิญประธานาธิบดีปูตินมาพบกันที่พระราชวังแวร์ซาย การเลือกพระราชวังแวร์ซายเป็นที่พบกันเพราะพระราชวังแวร์ซายเป็นที่ที่พระเจ้าหลุยส์ของฝรั่งเศสและพระเจ้าปีเตอร์มหาราชของรัสเซียเคยพบกันมาก่อนอันเป็นการแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสและรัสเซียและสันติภาพระหว่างสองประเทศ การจัดการประชุมดังกล่าวนายมาครงต้องการแสดงสัญลักษณ์ถึงปูตินว่าถึงเวลาสร้างสันติภาพระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซียอีกครั้ง

การสร้างสัญลักษณ์สามประการทำให้คนอื่น (autres) ซึ่งก็คือประชาชนฝรั่งเศสได้เข้าใจว่าอัตลักษณ์ของนายมาครงในทำนองว่าเป็นคนฉลาด มีวุฒิภาวะมีความแน่วแน่และสามารถที่จะเผชิญหน้ากับนักการเมืองที่มีประสบการณ์และประเทศที่ยิ่งใหญ่ระดับเดียวกันได้ ผลของการส่งสัญลักษณ์ดังกล่าวทำให้คนฝรั่งเศสมองข้ามจุดอ่อนด้านอายุและประสบการณ์และเชื่อว่านี่คือคนที่ฉลาด มีความแน่วแน่และมีความสง่าในการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับฝรั่งเศสอีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่านายมาครงได้ใช้ปรัชญา hermeneutic ในการสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองได้สำเร็จหรือเรียกให้ตรงกับบริบทในตอนนี้ก็คือความสำเร็จของนายมาครงคือความสำเร็จของ startup ในตลาดการเมืองนั่นเอง

ปรัชญาเป็นสาขาวิชาที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นการสร้างความรู้ลอย ๆ แต่จริง ๆ แล้วมีประโยชน์มหาศาลเพราะสามารถเอามาปรับใช้กับชีวิตทุกมิติ นายมาครงเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำเอาปรัชญาการตีความ (hermeneutics) มาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมทางการเมือง ความจริงการปฏิรูปการศึกษาไทยควรจะให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนปรัชญาด้วยเข่นกัน

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Comments are closed.