ทุจริตใน ปตท. ถือเป็นกรณีศึกษาของสื่อได้เลย !

17

สำเริง    คำพะอุ

จะเข้าปีที่ 3 แล้วครับ ที่ผมเคยเขียนถึงการทุจริตใน ปตท. อันเนื่องมาจาก นโยบายปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย โดยใช้งบประมาณ 20,000 ล้านบาท แล้วเงินดังกล่าวก็ละลายหายไป โดยอ้างการขาดทุน

ก่อนที่จะเริ่มนโยบายนั้นก็วาดฝันเสียเลิศหรู ว่าเป็นการแสวงหาแหล่งพลังงานที่จะนำมาทดแทนการใช้น้ำมัน

ต้องไปลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย ต้องไปซื้อที่ดินสำหรับปลูกปาล์ม เป็นหมื่นเป็นแสนไร่ ต้องพัฒนาที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า สร้างถนนหนทาง เข้าไป ลงทุนปลูกปาล์ม

ระหว่างนั้นก็อ้างว่ามีผลผลิตดี จะต้องได้ผลผลิตคุ้มกับการลงทุน ต้องสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอีกเป็นร้อยเป็นพันล้านบาท

เผลอแป๊บเดียวบอกต้องขายที่ดินทิ้ง ขายไร่ปาล์มที่ลงทุนไว้แล้วทิ้ง

แล้วก็มีข่าวออกมาว่า ขาดทุน 2 หมื่นล้านบาท

มีข่าวออกมาว่า ปตท. สั่งลงโทษ เจ้าหน้าที่ระดับบริหารบางคน และฟ้องร้องเจ้าหน้าที่บางคน พร้อมกันนั้นก็ร้องต่อ ปปช.  ให้สอบสวนการทุจริต

เจ้าหน้าที่บางคนก็ร้องไปที่ ปปช.  ว่า ผู้บริหารบางคนทุจริต และทำให้เกิดความเสียหายขึ้นในโครงการปลูกปาล์มน้ำมัน

ต้องเข้าใจนะครับว่า โครงการนี้ ปตท. เสียหายไป 2 หมื่นล้านบาท

2 หมื่นล้านบาทไม่ใช่เงินน้อยๆ นะครับพี่น้อง

แต่ปรากฏว่า  ไม่มีสื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์  วิทยุ โทรทัศน์ หรือสื่ออื่นใดให้ความสนใจ ไม่เป็นข่าว ไม่มีการขุดคุ้ย

ทั้งๆ ที่อ้างกันนักหนา เรียกร้องหาเสรีภาพกันนักหนา ที่จะรักษาผลประโยชน์ของประชาชน

แต่เปล่า สื่อแต่ละแขนงพอใจที่ อยากจะได้โฆษณา หรือรายได้จากประชาสัมพันธ์ที่อาจจะได้ หรือวาดหวังว่าจะได้จาก ปตท. เสียมากกว่า

ตรงนี้ผมพูดไว้เลยว่า เป็นความอัปยศอดสูของ สื่อสารมวลชน อย่างหนึ่งในประเทศไทย

อาจารย์ที่สอนวิชาสื่อสารมวลชน การหนังสือพิมพ์ หรือวารสาร ถือเป็น กรณีศึกษา ปรากฏการณ์นี้ได้เลยครับ

ผมไม่ได้พูดด้วยความน้อยอกน้อยใจที่เป็นหนึ่งในจำนวนสื่อไม่กี่คนหรือไม่กี่รายที่เกาะติดเรื่องนี้ จนต้องเสียเวลา ต้องเสียเงินทอง เสี่ยงชีวิต ไปขึ้นโรงขึ้นศาลถึงปัตตานีโน่น เพราะมาเกาะติดเรื่องนี้

เขียนหนังสือมาครึ่งค่อนชีวิต ขึ้นโรงขึ้นศาลมาบ้าง ยังไม่เคยลงจากศาลด้วยความอัปยศ หรือด้วยความพ่ายแพ้เลยครับ

พูดแล้วก็คุยแบบโม้ไว้ตรงนี้เลย คนที่ผมคิดและเชื่อว่ามันเลว หรือมีปัญหากับผมแล้ว  มันจบไม่สวยสักราย ดูสฤษดิ์ ถนอม/ประภาส หรือ ทักษิณทุกวันนี้ซีครับ

ผมเห็นว่า กรณีทุจริตขึ้นใน ปตท. ไม่ว่าจะโดยใครก็ตาม มันควรที่จะมีคนทำความจริงให้ปรากฏ แต่ อุปสรรคมีให้เห็นตลอด

แรกทีเดียว ปปช. ก็สอบสวนโดยมี  พลตำรวจเอก สถาพร หลาวทอง  เป็นเจ้าของสำนวน สอบสวนอยู่นานไม่จบเสียที

ระหว่างสอบสวนก็ถูกกดดัน ในที่สุดถอนตัว สำนวนการสอบสวนกลายเป็น คุณสุภา ปิยะจิตติ เป็นเจ้าของ

มาวันนี้ มีข่าวว่า ปปช. หลายท่าน คุณสมบัติไม่ได้ตามที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนด จะต้องสรรหาใหม่

สรรหาก็ต้องสรรหา !

สำนวนการสอบสวนก็ต้องยืดไปอีก

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็จะไม่ทิ้งเรื่องนี้ ที่ไม่ได้พูดถึงอีกเลยเป็นเวลาปีกว่า หลังจากที่เดินลงจากศาลปัตตานีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เพราะยังไม่มีความคืบหน้า

มีรายงานจากสำนักข่าวอิศรา ออกมาว่า ใครเป็นคนลงนามซื้อที่

พรุ่งนี้จะเล่าให้ฟังครับ


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com