แผนเตะถ่วงล้มเหลวไม่เป็นท่า !

152

สำเริง คำพะอุ

คดีที่อัยการสูงสุด ฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ข้อหา ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดการทุจริตในการรับจำนำข้าวศาลนัดฟังคำตัดสินแล้วครับ เป็นวันที่ 25 สิงหาคม ที่จะถึงนี้

นางสาวยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เป็นที่เรียบร้อยร้อย

และหลังจากนั้น ศาลก็แถลง คำขอที่ฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์ ยื่นต่อศาล  เพื่อให้ศาลส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า ศาลพิจารณาแล้ว ศาลไม่ส่ง

ฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์ ขอในประเด็นใด  ?

ฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์ ยื่นเรื่องให้ศาลตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมาแล้ว โดยยื่นคำร้องขอศาลฎีกาฯส่งประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าบทบัญญัติมาตรา 5 ของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เกี่ยวกับการยึดสำนวน ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณาว่าจะขัดหรือไม่ขัดกับบทบัญญัติ มาตรา 235 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เนื่องจากรัฐธรรมนูญใหม่ระบุตอนท้ายด้วยว่า การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ให้นําสํานวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้ศาลมีอํานาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ แต่ในมาตรา 5 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่า การพิจารณาคดีให้ศาลยึดรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา และอาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร โดยองค์คณะได้รับคำร้องของจำเลยไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 21 กรกฎาคม ว่าจะให้ส่งหรือไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ต่อไป

ศาลฎีกาฯ พิจารณาแล้ว  ไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์ก็ยื่นอีก

ระหว่างนั้นนักวิชาการ นักกฎหมาย หลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ศาลฎีกาจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย    ศาลฎีกา ตัดสินใจเองไม่ได้  !

วันที่นางสาวยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดี  ศาลท่านก็บอกอีกครั้งว่า  ที่ให้ศาลส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นศาลพิจารณาแล้ว  ไม่ส่ง

ใครที่ตามคดีนี้  (ยกเว้นบรรดาขี้ข้าบริษัทบริวาร ทักษิณ /ยิ่งลักษณ์ ) ก็คงจะคิดเหมือนที่ผมคิด คือพยายามเตะถ่วง ทุกเรื่อง ทุกประเด็น ตั้งแต่ที่ ปปช. เขาเริ่มสอบสวนเรื่องนี้  ตอนนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ไปให้ปากคำบ้าง ไม่ไปบ้าง ส่งคนโน้นคนนี้ไปบ้าง

จนในที่สุด เสื้อแดงชุมนุมกัน จะไม่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ยอมรับการสอบสวนของ ปปช.

ส่งบริษัทบริวารมาล้อมสำนักงาน ปปช.  ด่าว่า กรรมการ ปปช.

มาถึงอัยการ ก็อืดเป็นเรือเกลือกว่าจะถึงศาลได้ ท่านพิจารณาแล้วพิจารณาอีก จนในที่สุดส่งฟ้อง

ระหว่างดำเนินคดี พวกขี้ข้าบริษัทบริวาร ทั้ง นักการเมือง นักวิชาการ สื่อหลายแขนง ออกมาแสดงความคิดความเห็นไปในแนวทางเดียวกันหมดว่า ดำเนินคดีกับนโยบายช่วยเหลือชาวนาได้อย่างไร  มีที่ไหนในโลก ที่รัฐบาลดำเนินนโยบายตามที่ประกาศไว้แล้วมีความผิด  ต่อไปใครเป็นรัฐบาลก็ไม่ต้องช่วยคนจนละสิ

มิไย จะบอกมันว่า ที่เขาเล่นงานนี้ ประเด็นอยู่ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต หลายหน่วยงานเตือนมันแล้ว มันไม่ฟัง มันไม่เชื่อ มันบันเทิงเริงรมย์กับการขายข้าวจีทูจี ช่วยคนจนค้า ช่วยคนจนต่อไป

จนมาถึงวันจะตัดสินแล้วบอกว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2542 ขัดกับรัฐธรรมนูญ 2550 บ้าง ขัดกับรัฐธรรมนูญ 2560 บ้าง

ส่งคำร้องให้ศาลพิจารณา ศาลท่านก็มีมรรยาท โฆษกศาลท่านก็มีมรรยาท บอกแต่ว่า ไม่ขัด และไม่ส่ง

ถ้าเป็นผม จะบอกว่า “กูเป็นศาล ไม่ใช่ไปรษณีย์ หรือพนักงานส่งเอกสาร”

ใช่ครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ส่งคำร้องไปที่ศาล และให้ศาลส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ถ้าทุกคำร้องมาถึงศาล โดยที่ศาลไม่ต้องใช้ความคิด ไม่ต้องใช้สติปัญญา ก็ไม่ต้องส่งศาลซีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่เป็นศาลฎีกา  เป็นตุลาการระดับสูงสุดในชั้นศาล แต่ละท่านก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้

ศาลท่านก็ต้องพิจารณาซิครับว่า เรื่องนี้สมควรส่ง หรือไม่สมควรส่ง

ร่าง พรบ.  ก่อนที่จะออกประกาศใช้น่ะครับ ผ่านสภาทั้งสองสามวาระแล้ว ระหว่างที่จะนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยนั้น  ถ้าสมาชิกรัฐสภา เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เป็นหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรีจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย

กฎหมายนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2542  ถ้าเนื้อหาสาระมันขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมีคนเห็นมานานแล้วครับ

วิธีการเตะถ่วงอย่างนี้ เด็กมันยังรู้เลยครับ  อย่าว่าแต่องค์คณะในคดีนี้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแล้ว


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com