อยู่สูงเกินไปก็ไม่มีใครสะกิดหรือมั่นใจเกินไปก็ไม่ฟังใคร

00

สำเริง   คำพะอุ

เรื่องที่กำลังเขียนขณะนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เขียนด้วยความยากลำบากที่ต้องเขียนก็เพราะดูจากหนังสือพิมพ์ และสื่ออื่นๆแล้ว ไม่มีใครเขียนถึง

นั่นก็คือการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ซึ่งเป็นตำแหน่ง สูงสุดในฝ่ายตุลาการ

ปีนี้ “ท่านศิริชัย วัฒนโยธิน”  ประธานศาลอุทธรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นเบอร์ 1  ไม่ผ่านการพิจารณาของ อนุ กต.

ไม่ผ่านอนุ กต.  แล้วยังไม่ผ่านคณะกรรมการ กต.(ซึ่งเป็นคณะกรรมการใหญ่สุด สูงสุด )อีกด้วย

และเสียงที่ไม่ผ่านนั้นเป็นเอกภาพเสียด้วย  ไม่ใช่ก้ำกึ่ง สูสี

ถ้า อนุ กต. ซึ่งทำความเห็นมาว่าสำนักงานศาลยุติธรรม เสนอรายชื่อมาคือ ท่านศิริชัย และ อนุ กต. พิจารณาแล้ว มีความเห็นไม่ผ่าน พร้อมกับเสนอความเห็น รายงานต่างๆไปให้ คณกรรมการ กต.  คณะกรรมการ กต.  มีความเห็น ต่างไปจากอนุกรรมการ กต.  คือเห็นชอบให้ท่านศิริชัย ขึ้นเป็น ประธานศาลฎีกา ก็ไม่ต้องสรรหาใหม่

แต่นี่ คณะรกรมการ กต.  เห็นด้วยกับ อนุกรรมการ กต.   จึงต้องมีการสรรหาใหม่  และจึงเป็น ท่านชีพ จุลมนต์

2

ชีพ จุลมนต์

ปกติ คนที่เป็นเบอร์2  รอขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง จะเตรียมเนื้อเตรียมตัวอย่างดียิ่ง ท่านศิริชัย ท่านก็เตรียมตัวอย่างดียิ่ง ฟังจากคำชี้แจงของท่านก็จะเห็นความจริงดังกล่าวนี้  เป็นต้นว่า

1 ท่านพยายามอย่างยิ่งในการสะสางคดีที่คั่งค้าง ในศาลอุทธรณ์ให้ลดน้อยลง เปลี่ยนระบบการทำงานให้ลื่นไหล

2 ท่านขอความร่วมมือในการประหยัดไฟ

นักข่าวพยายามถามจะโยงไปคดีการเมือง เป็นต้นคดีจำนำข้าวกำลังจะตัดสิน ท่านก็บอกว่า ไม่เกี่ยว  ซึ่งก็ไม่เกี่ยวข้อง  คดีการเมืองไม่มีหรอกครับในศาล  มีแต่คดีทุจริตของนักการเมือง ซึ่งแต่ละคดีก็มีองค์คณะพิจารณา

การแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ไม่มีผลต่อคดี ประธานศาลฎีกาไม่มีอำนาจถึงขนาดจะสั่งให้ตัดสินคดีนี้อย่างนั้น คดีนี้อย่างนี้ตามอำเภอใจได้

ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า ท่านศิริชัย เติบโตในตำแหน่งหน้าที่การงานมาโดยตลอด ไม่มีเรื่องด่างพร้อย

ไม่มีใครเขาสงสัยในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของท่าน อีกก้าวเดียวท่านก็ถึงตำแหน่งสูงสุด

ก่อนมานั่งตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ท่านยังมีความเหมาะสม  ทำไมมาสะดุดตรงนี้ ?

ก็แสดงว่า  ระหว่างที่ท่านนั่งในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์นี้เอง

ก็ต้องกลับไปดูรายงานที่เป็นความเห็นของอนุกต.  ที่ส่งไปถึง กต.  ซึ่ง ประชาชนทั้งหลายดูไม่ได้ ไม่เห็น เพราะเป็นความลับของราชการ เขาไม่พูดกัน ไม่เปิดเผยกัน นอกจากพยายามแกะเอาจากที่ท่านศิริชัยแถลงเอง  นั่นก็คือ ความพยายามในการสะสางคดีต่างๆที่ค้างอยู่ในศาลอุทธรณ์   และความพยายามที่จะประหยัดไฟฟ้า (ด้วยการขอความร่วมมือข้าราชการ)

การเร่งรัดคดีของท่านเป็นเหตุให้มีการร้องเรียนหรือไม่  เป็นเหตุให้มองว่า เป็นการโอนสำนวนให้ นาย ก นาย ข หรือไม่. นาย ก ช้า นาย ข ช้า ต้องให้นาย ค นาย ค ไม่ทำ ท่านต้องโอนให้คนอื่นทำ. ตรงนี้แหละครับ นาย ก นาย ข ทำไมช้า นาย ค  ทำไมไม่ทำ

นี่ท่านศิริชัยได้คิดหรือไม่ ?

ยิ่งบางคดีจบลงด้วยศาลอุทธรณ์ !

นโยบายประหยัดไฟของท่าน ที่พอเที่ยงปั๊บ ท่านก็สั่งปิดแอร์ทั้งตึก  ข้าราชการคนอื่นที่เขานั่งทำงานอยู่เขาทำงานได้หรือไม่ และมันประหยัดไฟได้จริงๆหรือ เมื่อบ่ายโมง เครื่องปรับอากาศต้องเริ่มทำงานใหม่

เรื่องอย่างนี้อาจจะเป็นเรื่องหยุมหยิม เล็กน้อย แต่ผู้บริหารระดับเบ้งๆอย่างท่านอาจจะไม่รู้ ไม่นึก เพราะไม่มีใครกล้าสะกิดท่าน

เรื่องหยุมหยิมบางทีมันก็ลามไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้

ท่านอยู่สูงเกินไป  บางทีก็ตายน้ำตื้นได้

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com