Monthly Archives: ตุลาคม 2016

สู้ให้ตรงประเด็น

สำเริง  คำพะอุ
คดีที่ศาลฏีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนางสาวยิ่งลักษณ์ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวงวดเข้ามาทุกขณะแล้วครับ  สังเกตได้จากการเคลื่อนไหวของตัวนางสาวยิ่งลักษณ์เอง  และบรรดาบริษัท บริวารของนางออกมาเคลื่อนไหว
การออกมาเคลื่อนไหวของพวกเขาใช้วิธีเดิมๆ  นั่นก็คือ  ร้องแรกแหกกระเฌอ ว่าถูกกลั่นแกล้ง  ไม่เป็นธรรม แถล แถ เถือกไปเรื่อย
ระหว่างที่ ปปช. พิจารณาก็บอกว่า ปปช.  ไม่ฟังคำชี้แจง ให้เวลาชี้แจงน้อย
บรรดาขี้ข้าของนางส่วนหนึ่งเสนอให้นางไม่ยอมรับรู้ข้อกล่าวหา โดยหวังว่าจะอาศัยมวลชนที่ขนกันมาล้มมติ หรือการทำงานของ ปปช.
ขั้นตอนมาถึงอัยการก็เช่นเดียวกันดังได้กล่าวแล้ว
เรื่องไปถึงศาล  แทนที่จะเน้นการต่อสู้ทางศาล เป็นต้นชี้แจงแสดงเหตุผลให้ศาลเห็นว่า  ไม่ได้ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี  ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรมกองต่างๆ อย่างเข้มงวดกวดขันอย่างไร
เปล่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็คือนางสาวยิ่งลักษณ์คนเดิม  คือกระเปิ้บกระป้าบ ศาลถามอายุก็ยังตอบผิดๆ ถูกๆ
นี่ถ้าหาก ทนายของนางยกเอาความที่นางโง่  ไม่รู้เรื่อง  เป็นนอมินี เป็นหุ่นเชิด อยู่ในสภาพไร้ความรู้ ไร้ความสามารถ [...]

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ทุกเรื่อง จบที่ศาล!

สำเริง  คำพะอุ
วันที่ 25 ตุลาคม นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวกรณีทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เตรียมอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองเรียกชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน ภายในพฤศจิกายนว่า ถือเป็นสิทธิ์ที่จะเรียกร้องหรือยื่นอุทธรณ์ ฝ่ายกฎหมายระบุว่าตามขั้นตอนหากอุทธรณ์ไม่ได้อาจไปขอทุเลาในชั้นศาลได้ ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมตามปกติ ตนมีหน้าที่นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้นและไม่เคยบอกว่าสิ่งที่เกิดนั้นถูกหรือผิด แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีจำนวนมากพอสมควรก็ต้องไปชี้แจงในชั้นศาล
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่มองว่าคำสั่งศาลปกครองขัดเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ. 2539 นั้น ตนได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเมื่อปี 2539 ยืนยันว่าไม่ขัดต่อเจตนารมณ์แล้วจะให้ตนว่าอย่างไรต่อได้
“มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ฝ่ายกฎหมายยืนยันว่าไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ ดังนั้นหากมีข้อชี้แจงอย่างไรขอให้ไปชี้แจงในชั้นศาลอย่ามาชี้แจงในสื่อ ผมจะไม่ขอพูดตอบโต้ในเรื่องนี้อีกเพราะถือว่าผมนำเรื่องเหล่านี้เข้าไปแล้ว ขอให้ไปชี้แจงด้วยหลักฐานที่มีอยู่ อย่าลืมว่าทุกคดีผมไม่ได้เริ่มต้น เป็นคดีที่ค้างมานาน ผมต้องรับมาปฏิบัติต่อไปในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเข้าไปแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่ของผม ขอให้รอฟังว่าผลจะออกมาอย่างไร [...]

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ยุคสมัยของ เจ้ากรมข่าว (ลือ)

โดย สำเริง  คำพะอุ
ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จนขณะที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับนี้อยู่  ผมตกอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างสับสน  สมองอึงอล  แม้จะพยายามบอกตัวเองว่า  ต้องนิ่ง  มีสติ
ช่วงเวลาดังกล่าว  มีบางวัน  ผมต้องปิดเครื่องมือสื่อสาร เพื่อที่จะไม่รับข้อมูลใดๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เรียกกันว่า  โซเซียลมีเดีย
การไม่รับรู้ข้อมูลใดๆเลยนั่นทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น
ผมมองย้อนกลับไปพิจารณา พบว่าเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา  บ้านเมืองเราเต็มไปด้วย นักข่าว ผู้รู้ผู้สนใจเหตุการณ์ จนทำให้ผมคิดว่า ผมค่อนข้างโชคดีที่อยู่ในวัยที่ไม่ต้องทำงานนักข่าวแล้ว ไม่เช่นนั้นผมก็คงจะต้องตกงาน ไม่มีงานทำ  เพราะนักข่าวมากมายเต็มไปหมด  ขยันขันแข็งกันไปหมด  ทั้งไลน์ ทั้งเฟซบุ๊กตั้งแต่เช้าจนดึกดื่นค่อนคืน
แต่เป็นข่าวที่ไม่ค่อยจะมีคุณภาพ  เป็นข่าวลือ ข่าวลอก ข่าวที่ปราศจากการกลั่นกรองเสียมากกว่าที่เป็นข้อเท็จจริง
แล้วแต่ละคนต่างก็แข่งขันกันเสนอข่าว  เหมือนจะบอกให้ผู้คนในสังคมนี้รับรู้ว่า  เขาเป็นคนแรกนะที่ได้ข่าวนี้  รู้ข่าวนี้  เผยแพร่ข่าวนี้  คนอื่นรู้ทีหลังเขาอีกนะ
ทั้งๆ ที่ข่าวที่เขาภูมิใจนักหนาว่า เขาเป็นคนแรกที่รู้ที่ส่งข่าวนั้น  แท้จริงแล้วก็ก้อปปี้เขามาสดๆ ร้อนๆ
ไม่แต่เท่านี้  ในข่าวเดียวกันนั้นตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร  ขอเป็นคนแรกที่ส่งข่าวนี้ก็พอ  [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Leave a comment

ก่อน 14 ตุลาคม 2516

สำเริง  คำพะอุ
ทำไมถนอม / ประภาส ต้องยึดอำนาจตัวเอง ทั้งที่เมื่อมีการเลือกตั้ง 10 กุมภาพันธ์  2512 พรรคสหประชาไทยของถนอมก็ได้เสียงข้างมาก รวมกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่สังกัดพรรค ก็มีเสียงข้างมาก แถมก่อนการเลือกตั้งก็ได้แต่งตั้งวุฒิสภา 120 คนไว้สนับสนุนอยู่แล้ว
กำลังทหารก็อยู่ในมือ ถนอม เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ประภาส เป็นผู้บัญชาการทหารบก  ทัพเรือ ทัพอากาศ อยู่ในมือทั้งสิ้น
ถือเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพอย่างยิ่ง
แต่ที่ต้องยึดอำนาจอีกครั้ง (เป็นครั้งสุดท้าย) เพราะถนอม /ประภาส ไม่เคยชินกับระบอบประชาธิปไตย  ไม่เคยชินกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์  ไม่เคยเจอกับเสียงโต้แย้งสงสัย
เคยแต่สั่ง
ตั้งแต่ร่วมกับ สฤษดิ์ ยึดอำนาจจาก  ป. พิบูลสงคราม  เมื่อวันที่ 16 กันยายน  2500  มีผู้ที่ ถนอม / [...]

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

มีอำนาจมาก มีเสถียรภาพ แต่ก็ต้องยึดอำนาจตัวเอง !

สำเริง  คำพะอุ
บทความผมก่อนหน้านี้บอกแล้วนะครับว่า   ใครที่เขาคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรี  แล้วหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสักคนลุกขึ้นเสนอชื่อนั่นอย่าได้คิดไปเป็นเลย
คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นไม่เพียงจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ภารโรงยกมือเสนอโน่นเสนอนี่ หรือคอยทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องยามที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายตรงข้ามอภิปรายพาดพิง  เสียดสีให้ได้รับความเสียหาย
คำพูดที่จะทำให้เกิดความเสียหายยังไม่อาจให้หลุดออกมาจากปากฝ่ายตรงข้ามได้เสียด้วยซ้ำ
จะต้องมีเสียงสนับสนุนเป็นกอบเป็นกำ  เป็นเสียงข้างมากในสภา
จะไปหวังพึ่งพาเสียงจากวุฒิสภาที่รัฐธรรมนูญเขียนเปิดทางไว้ให้ตน หรือคณะของตนเป็นผู้เลือกสรรไม่ได้หรอกครับ
การประชุมแต่ละสภา   คือสภาผู้แทนราษฎร กับวุฒิสภาแยกกันอยู่แล้ว
การประชุมร่วมที่เรียกว่าการประชุมรัฐสภานั้นน้อยครั้ง และต้องเป็นเรื่องสำคัญ
วุฒิสภาจึงจะมาเป็นพี่เลี้ยงให้รัฐบาลตลอดไปไม่ได้
ใครคิดเป็นรัฐบาลด้วยการหวังพึ่งวุฒิสภาที่ตน  หรือคณะของตนแต่งตั้งไว้แล้วก็คิดผิด  ตกม้าตายในที่สุด
เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ร่างกันนานที่สุด (เริ่มร่างปี 2502 มาเสร็จเอาปี  2511 ) จอมพลถนอม กิตติขจร ก็แต่งตั้งวุฒิสภาเอาไว้  120 คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นทหารบก  ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ
มีที่เป็นพลเรือนก็นับตัวได้เป็นต้น นายเกษม อุทยานินทร  หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์  ปราโมช  นายประยูร กาญจนดุล นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ นายประสิทธิ จุลละเกศ   หลวงพิณพากยพิทยาเภท  [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Leave a comment

เป็นสมาชิกสภาผู้แทน แต่ทำหน้าที่ ภารโรงสภา

สำเริง  คำพะอุ
เมื่อสักสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมฟังบรรดาเกจิทางการเมืองเขาถกกันปัญหา  วุฒิสภา เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาได้หรือไม่ได้ แล้วในที่สุดก็มาจบลงด้วย ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ไม่ได้ ผู้ที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณา  (ลงมติยอมรับ)  ให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้  ต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เท่านั้น
ประเด็นที่ถกเถียงเสียเวล่ำเวลานี้ ผมมองไม่เห็นว่า จะมีความสลักสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทยแต่อย่างใด  ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่า  เราจะได้นายกรัฐมนตรีหน้าตาอย่างไร มีแนวคิดเป็นประชาธิปไตย  หรือจะได้นายกรัฐมนตรีที่ไม่ประสีประสาทางการเมือง  วันๆ ได้แตะแดะแดะแดะเท่านั้น
นายกรัฐมนตรีที่เราพูดถึงนี้  คือนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเลือก  หรือสรรหา  ควานหา  ตามบทเฉพาะกาล   คือมาตามปกติ ตามธรรมดาไม่ได้
ปกติธรรมดา เขาให้พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง  ระบุมาเลย 3  ชื่อว่าจะเอาใครเป็นนายกรัฐมนตรี   เลือกตั้งเสร็จแล้วก็จะเห็นกันละว่า  ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ถ้ารัฐสภาสามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งที่พรรคการเมืองเสนอรายชื่อตอนที่จะมีเลือกตั้งว่าถ้าเลือกพรรคนี้พรรคนั้น ก็จะได้คนนั้นคนนี้เป็นนายกรัฐมนตรี  เรื่องก็จบ
คือคนนั้นคนนี้  นายหรือนาง นี้นั้น [...]

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment