โอ้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น

9424

สำเริง คำพะอุ

คณะที่เดินทางไปดูงาน ขยะ ของจังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน จำนวน 80 คน กลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว 79 คน เหลืออยู่ก็เพียง พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง แต่เพียงผู้เดียว ที่ยังคงค้างแรมอยู่ที่นั่น โดยยังไม่มีกำหนดแน่ชัด

ขึ้นอยู่กับอัยการญี่ปุ่นจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง และถ้าฟ้องก็ขึ้นอยู่กับศาลสถิตยุติธรรมของญี่ปุ่น จะตัดสิน

อัยการญี่ปุ่นอาจจะไม่สั่งฟ้อง

อัยการญี่ปุ่นอาจตัดสินใจฟ้อง

ศาลอาจตัดสินโทษหนักสุด 10 ปี อาจจะลดโทษเหลือ 5 ปี 3 ปี

ถ้าหากเป็นไปอย่างหลัง พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ก็จะได้เปรียบคนอื่นที่เดินทางไปในทริปเดียวกัน คือ นอกจากจะได้ศึกษาขยะ แล้ว ยังจะได้ศึกษา ทัณฑสถานของญี่ปุ่นอีกด้วย

วันเดินทางกลับจากการดูงาน ขยะ กำลังจะขึ้นเครื่อง การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ก็ถูกตำรวจญี่ปุ่นรวบคาสนามบินนาริตะ

ข่าวช่วงแรกก็สับสน บ้างว่าเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจพบปืนในกระเป๋าที่ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ จะโหลดไว้ใต้ท้องเครื่อง บ้างว่าเจ้าหน้าที่สนามบินพบตรวจพบปืนที่อยู่ในกระเป๋าถือที่ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

ซึ่งในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า อยู่ในกระเป๋าถือที่จะถือขึ้นเครื่องบินโดยที่ไม่มีเจตนา ลืมว่ามีปืนกระบอกจิ๋วนี้อยู่

คนที่ยืนยันเรื่องนี้คือ รองผู้บัญชาการตำรวจ และเป็นโฆษกตำรวจด้วย

ทำให้เกิดความสงสัยว่า นี่มันกงการอะไรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เออ อย่างแต่งตั้ง พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมโน สืบสวนสอบสวนให้ได้ความกระจ่างว่า พลตำรวจโท คำรณวิทย์ เอาปืนไปญี่ปุ่นได้อย่างไร แม้ว่า ปืนจะอยู่ในกระเป๋าเล็ก บรรจุอยู่ในกระเป๋าใหญ่อีกที เครื่องตรวจกระเป๋า ตรวจสัมภาระ ผู้โดยสารก็น่าจะตรวจพบ

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของการท่าอากาศยานตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมายืนยันแล้วว่า ตรวจไม่พบ

ไม่พบก็ไม่พบ

แต่เจ้าหน้าที่สนามบินนาริตะของญี่ปุ่นตรวจพบ และไม่ได้พบเฉพาะตัวปืน ยังมีกระสุนบรรจุอยู่ด้วย 5 นัด

พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ลืมว่ามีปืนอยู่ในกระเป๋าถือแน่นอน แต่เป็นข้ออ้างที่อัยการของญี่ปุ่นจะรับฟังหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง กฎหมายญี่ปุ่นนั้นห้ามประชาชนพก หรือแม้กระทั่งครอบครอง จะมีข้อยกเว้น นั่นก็มีระเบียบ ปลีกย่อยไปอีก

ครอบครองปืนที่กำลังจะขึ้นเครื่องบิน แถมปรากฏว่า ปืนกระบอกนี้ เมื่อตรวจสอบแล้ว ไม่มีทะเบียนอีกต่างหาก

ไม่มีทะเบียนก็คือ ปืนเถื่อน

คราวนี้ก็ go big ซีครับ พี่น้อง

เรื่องอย่างนี้ ถ้าโฆษกกรมตำรวจ จะแถลงให้ประชาชนทราบว่า ทำไมอดีตผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล จึงครอบครองปืนเถื่อน ผิดกฎหมายหรือไม่ผิดกฎหมายอย่างไร มีโทษยังไง จะไม่มีใครต่อว่าท่านแม้แต่น้อยเลยครับ ไม่เชื่อลองแถลงดู

go big ยังไงหรือครับ ?

ไปใหญ่ ตรงที่ประเทศที่เขาใช้กฎหมายเป็นกฎหมาย ครอบครองปืนนี่ก็โทษสูงสุด10 ปี ถ้าเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียน ตำรวจญี่ปุ่น อัยการญี่ปุ่น เขาจะเพิ่มข้อหาให้กับ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ หรือไม่ เป็นเรื่องที่ชวนให้ระทึกไม่น้อย

สำหรับเพื่อนร่วมทริป 79 ท่านที่รอดมานอนบ้านแล้ว ก็อย่าเพิ่งเสียอกเสียใจ ที่ปล่อยให้เพื่อนร่วมทริปตกระกำลำบากอยู่แต่ผู้เดียวที่แดนอาทิตย์อุทัยโน้น

ท่านเองที่มีตำแหน่งแห่งที่ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่า ปลัดจังหวัด นายก อบจ. อบต. นายกเทศบาล

จำไม่ได้หรือ คสช. ท่านไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศ

80 ชีวิตไปศึกษาขยะญี่ปุ่นเที่ยวนี้ ใช้งบประมาณเท่าไร ถ้าเป็นงบหลวง เบิกจ่ายกันอย่างไร ถ้าเป็นเอกชนจ่าย ทำไมเอกชนต้องมาจ่าย จะมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรตามมาหรือไม่

เป็นรากเหง้าของคอร์รัปชั่นหรือเปล่า ?

คสช. มีสิทธิคิดนะครับ อย่าชะล่าใจไป

นี่แค่พบปืนนะครับ ถ้าปืน ลั่น แล้วหนักกว่านี้แน่

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com