Monthly Archives: สิงหาคม 2013

รัฐบาล หรือนางสาวยิ่งลักษณ์ต้องทำให้ได้ก่อน

สำเริง คำพะอุ
        นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปการประชุมว่า การปฏิรูปประเทศไทยว่า เรื่องของกรอบการทำงานในการวางเป้าหมายการปฏิรูปและหาทางออกของประเทศ จะมองมิติรวมใน 7 หัวข้อ คือ
      ๑. การทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความมั่นคงแข็งแรง
      ๒. ต้องมีความเท่าเทียม เสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ตามสิทธิที่แต่ละกลุ่มควรได้รับ
      ๓. มีกลไกการทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี
      ๔. สร้างกระบวนการให้เกิดความยุติธรรม ความเสมอภาคเท่าเทียมในสิทธิขั้นพื้นฐานที่แต่ละกลุ่มในสังคมควรได้รับ ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม
      ๕. มีประชาธิปไตยที่ผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ยึดเสียงส่วนใหญ่ รับฟังเสียงส่วนน้อย
      ๖. สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และบรรยากาศที่ดีของการไว้วางใจกัน
      ๗. ยึดผลประโยชน์ส่วนรวมบนความถูกต้อง
      นอกจากนี้ยังให้ยึดแนวทางการปฏิบัติโดยให้รวบรวมผลงานการศึกษาจากทุกหน่วยงานที่มีการเสนอมา เพื่อให้เกิดการตกผลึก หัวข้อใดไม่มีความขัดแย้ง ทุกฝ่ายเห็นตรงกันให้ดำเนินการได้ทันที [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged | Leave a comment

อันเนื่องมาจากโหดให้สุดซอย

สำเริง คำพะอุ
        ใครที่ติดตามการถ่ายทอดการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ก็คงจะมีความรู้สึกเหมือนๆกันว่า เป็นความอัปยศอดสูครั้งสำคัญของการเมืองไทย โดยคนที่ทำหน้าที่เป็นประธานรัฐสภา ๒ คน คือนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา รองประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง ทำให้เกิดขึ้น
        การที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมจนกระทั่งเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น ต้องเรียกตำรวจสภาเข้ามา แล้วสั่งการใครเอาตัวสมาชิกรัฐสภาที่ยืนออกไปจากที่ประชุม แสดงให้เห็นว่า การทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมของนายสมศักดิ์ใช้ไม่ได้ จนทำให้เกิดความปั่นป่วนรวนเรขึ้น สมาชิกรัฐสภา ที่ไม่พอใจการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ต้องลุกขึ้นประท้วง ฮาป่า ตระโกนด่า
        คำด่าคือ “ขี้ข้าทักษิณ ขี้ข้าทักษิณ ขี้ข้าทักษิณ”
        เป็นคำด่าที่ได้ยินได้ฟังกันไปทั่วประเทศ ทั่วโลกเสียด้วยซ้ำ
        เป็นคำด่าที่นายสมศักดิ์ควรที่จะต้องเก็บไปคิดว่า เป็นคำด่าที่เป็นจริงหรือไม่จริง แต่น่าที่จะปฏิเสธลำบาก [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged | Leave a comment

ถ้าจะปฏิรูปกันจริงๆ

สำเริง คำพะอุ
        หลังจากบริหารประเทศมา ๒ ปี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีก็คิดจะปฏิรูปการเมืองขึ้นมา ไม่รู้ว่าความเข้าใจเรื่อง การปฏิรูปการเมือง ของนางสาวยิ่งลักษณ์จะเป็นความเข้าใจเช่นเดียวกับ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยพูดถึงการปฏิรูปการเมือง เมื่อครั้งกระโน้นหรือไม่
        คิดว่าไม่น่าจะแตกต่างกัน
        การปฏิรูปการเมืองเมื่อครั้งนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี นั้นทำให้เกิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้น เป็นต้นแบบแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราเดียว สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ
        แล้วก็ได้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ขึ้นมา แรกๆก็เชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด โดยปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆของรัฐธรรมนูญที่เคยมีมา แต่ในที่สุดแทนที่จะเป็นการปฏิรูปกลับเป็นการเดินทางเข้าสู่ปฏิกูล เพราะความหน้าด้าน เห็นแก่ตัวของนักการเมือง องค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญถูกนักการเมืองหน้าด้านเข้าไปแทรกแซงเกือบทั้งหมด
        เราเคยรังเกียจธุรกิจการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๓๐-๒๕๓๕ กลับพบธุรกิจการเมืองหนักข้อขึ้นในช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจ
        มาวันนี้ ทักษิณต้องหนีคุกจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่กลับเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ เป็นคนกำหนดนายกรัฐมนตรี [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged | Leave a comment

อย่าให้เสียของอีก

สำเริง คำพะอุ
        ผมติดตามเวที ผ่าความจริง ของพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด ไม่ว่าจะไปเปิดเวทีที่ไหน แม้ว่า เนื้อหาสาระที่พูดจะซ้ำๆกัน ก็เข้าใจได้ว่า ต้องการให้ประชาชนแต่ละแห่งเข้าใจว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ต้องคัดค้านการนิรโทษกรรม ?
        เห็นชัดเจนว่ายังไงเสียพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เอากฎหมายนิรโทษกรรม แม้ว่าหัวหน้าพรรค คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะได้ประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมเต็มๆ เช่นเดียวกับบรรดาเสื้อแดงไม่ว่าจะเป็นแกนนำแกนตามที่รอคอยกฎหมายฉบับนี้อยู่
        คดีสั่งให้เจ้าหน้าที่ฆ่าประชาชนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งข้อหานายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ นั้น โทษถึงขั้นประหารชีวิต เชียวนะครับ แล้วก็ไม่ใช่คดีเดียวนะครับ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งข้อหา ถ้าหากอัยการเห็นสมควรฟ้อง ถ้าศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผิดจริงตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งข้อหา เห็นทีนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ จะต้องถูกประหารซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นแน่
        แต่ทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ก็ไม่เอากฎหมายนิรโทษกรรมสักฉบับ ไม่ว่าจะเป็นฉบับสุดซอยหรือฉบับครึ่งซอย เพราะเห็นว่าเป็นกฎหมายล้างผิด ให้คนผิด คนชั่ว คนโกง
        [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged | Leave a comment

ไม่จำเป็นต้องมีเวทีปรองดอง

สำเริง คำพะอุ
        หลังจากกลับจากการท่องเที่ยวแอฟริกา นายกหุ่น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เสนอแผนปฏิรูปประเทศ
        ทนฟังคำให้สัมภาษณ์ของ นางสาวลูกหนึ่งดังนี้นะครับ
        น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายอันแรกว่าอยากเห็นความสงบ อยากเห็นความสามัคคีปรองดองเกิดขึ้นในประเทศ รัฐบาลได้มีการพยายามหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องของการเปิดเวทีการพูดคุย รวมถึงการรักษาบรรยากาศต่างๆ ให้เป็นไปอย่างสงบและมีบรรยากาศในการมีส่วนร่วมที่สร้างสรรค์ แต่ก็ผ่านมาถึง 2 ปีแล้ว แต่รัฐบาลก็เห็นว่าปัญหาความขัดแย้งก็ยังอยู่ ถ้ามานั่งดูปัญหาความขัดแย้ง ก็น่าจะมาจากพื้นฐานหลายๆ อย่าง อย่างน้อยก็อาจจะมาจากความเหลื่อมล้ำทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และความไม่เสมอภาค ไม่เท่าเทียมกัน บางคนอาจจะมีความน้อยเนื้อต่ำใจ ก็เกิดพัฒนาการมาเป็นความขัดแย้งที่เรียกว่าใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
        แค่นี้นางสาวยิ่งลักษณ์ก็โกหกคำโตแล้วครับ
        หลังวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้บริหารบ้านเมือง ต่อจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ บ้านเมืองก็เป็นปกติดี รัฐบาลบริหารประเทศไปได้โดยที่ไม่มีใครคัดค้านต่อต้าน ทั้งที่ผู้คนทั้งหลายก็รู้ว่า [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged | Leave a comment

อย่ารู้ดีกว่า เจ้าตัว เขาดีกว่า

สำเริง คำพะอุ
        นางสดศรี สัตยธรรม หนึ่งในคณะกรรมการเลือกตั้งให้สัมภาษณ์ถึงการลาออกจาก ประธานศาลตุลาการ ของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ว่า การลาออกทั้งที่เหลือวาระดำรงตำแหน่ง ๔ ปี อาจมีนัยสำคัญ หรือมีความเป็นไปได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการตัดสินคดีสำคัญ ที่กระทบต่อสถาบัน หรือรัฐบาลต่อไป
        การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของนายวสันต์ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา แต่คนที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น มิใช่พยาธิในตัวนายวสันต์ จะรู้ดีไปกว่านายวสันต์ไม่ได้
        ลองฟังคำให้สัมภาษณ์ของนายวสันต์ดู
        วันนี้ (31 ก.ค.) ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิดใจก่อนพ้นจากตำแหน่งในพรุ่งนี้ (1 ส.ค.) ยืนยันว่าการลาออกจากตุลาการและประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นตามสัญญาสุภาพบุรุษที่ได้ให้ไว้ต่อคณะตุลาการฯ เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีเหตุผลอย่างอื่นอย่างที่ไปตีความกัน ซึ่งหากสื่อไปย้อนดูข่าวในช่วงนั้นก็จะเห็นว่าตนได้พูดถึงความตั้งใจในการดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่อยู่ในตำแหน่งประธานฯ จนครบวาระ จะเป็นแบบมาเร็วเคลมเร็วไปเร็ว จัดแถวสำนักงานเป็นระเบียบเรียบร้อย [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged | Leave a comment