Monthly Archives: ธันวาคม 2011

ตำแหน่ง“ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน”

ตำแหน่ง“ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน”

                                                                             สำเริง   คำพะอุ
          นายสมฤทธิ์   ไชยวงศ์    โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ   แถลงเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๔   ว่า     ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด   ส่งคำโต้แย้งของ    คุณหญิงจารุวรรณ   เมณฑกา   อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน  ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย   พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน  พ.ศ. ๒๕๔๒  มาตรา ๓๔(๒)  ที่บัญญัติเรื่องการพ้นจากตำแหน่งของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินว่า นอกจากเป็นไปตามวาระแล้ว  (๒) พ้นเมื่อมีอายุครบ  ๖๕  ปีบริบูรณ์   ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๔๙   มาตรา ๓๖   และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐  มาตรา ๓๐๙   ที่บัญญัติว่า      บรรดาการใดๆที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว  พ.ศ. [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 1 Comment

การช่วงชิงเนื้อก้อนใหญ่“กทม.-รฟท.”

การช่วงชิงเนื้อก้อนใหญ่ระหว่าง “กทม.-รฟท.”

                                                                                                   สำเริง คำพะอุ   
        ที่ดินที่เป็นที่ตั้งตลาดนัดสวนจตุจักรทุกวันนี้    เป็นที่ดินที่    กทม.    เช่ามาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย     เช่ามาหลายปีดีดักแล้ว    โดย   กทม.ย้ายตลาดนัดที่จัดทุกเสาร์ อาทิตย์   รอบสนามหลวงไปที่สวนจตุจักร     แรกดีเดียวพ่อค้าแม้ค้าที่เคยขายที่สนามหลวงก็ไม่อยากไป    แต่พอนานวันเข้า    สวนจตุจักรก็เป็นทำเลทองอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ     ราคาเซ้งแผง    เป็นหมื่นเป็นแสน
        วันนี้  กทม.เสนอค่าตอบแทนให้   รฟท.ปีละ   ๗๙   ล้านบาท
        “ถือว่าเป็นราคารที่ไม่เป็นธรรมกับ  รฟท.   เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า  ค่าเช่าแผงของผู้ค้า    กทม.ดำเนินการมีรายได้ค่าตอบแทนเป็นจำนวนมาก   และเป็นรายได้ที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้”    พลตำรวจโทชัชจ์   กุลดิลก    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม    ซึ่งดูแล   รฟท.     และอยากจะได้ตลาดจตุจักรมาดูแลต่อจาก  กทม. กล่าว
         มีรายงานว่า   รฟท.ขอค่าเช่าที่ดินที่เป็นตลาดนัดสวนจตุจักรเพิ่มเป็นประมาณ        ๔๒๐   ล้านบาทต่อปี    แต่   [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , , | Leave a comment

ต้องได้เห็นแน่ “ชาวนา กับ งูเห่า”

ต้องได้เห็นแน่ “ชาวนา กับ งูเห่า”

                                                                                                สำเริง  คำพะอุ
              หลังจากการพบกันโดยบังเอิญระหว่างนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ   นายกรัฐมนตรี  กับ   นางธิดา   ถาวรเศรษฐ์   รักษาการแกนนำ   นปช.   และ   นายวีระ   มุสิกพงศ์   อดีตผู้นำ   นปช.ซึ่งขณะนี้กลายเป็น   ตอไม้   ไปแล้ว  ในสายตาของนางธิดา     รัฐบาลนายอภิสิทธิ์   ก็ปรับนโยบายเสียใหม่    เป็นนโยบายปรองดอง    เป็นนโยบายประณีประนอม    ด้วยการที่จะให้ประกันตัวคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้หลังเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง   เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
              การจะให้ประกันตัว   หรือการปล่อยตัวชั่วคราวนั้นเป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาก็จริงอยู่     แต่ถ้าหากการร้องขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว    โดยที่ตำรวจ   อัยการ     กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่คัดค้าน    โอกาสที่ศาลจะให้ความกรุณาปล่อยตัวชั่วคราวก็มาก
              นโยบายที่เปลี่ยนไปของรัฐบาลทั้งที่     นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ   นายกรัฐมนตรี    นายสุเทพ   เทือกสุบรรณ    รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคงน่าจะจดจำได้ก็คือ     [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 1 Comment

ระวัง ความยุติธรรมที่ล่าช้า

ระวัง  ความยุติธรรมที่ล่าช้า

                                                                                               สำเริง  คำพะอุ
                นายกล้าณรงค์    จันทิก   กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช)     กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องต่อ   ปปช.   ให้ถอดถอนนายสุรพงษ์    โตวิจักษณ์ชัยกุล    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ    กรณีการคืนพาสปอร์ตให้   ทักษิณ    ชินวัตร   อดีตนายกฯโดยมิชอบ  ว่า    ยังไม่ทราบเรื่อง    แต่เป็นสิทธิของผู้ร้องที่จะยื่นถอดถอนได้    หากยื่นเรื่องมาจริงก็มีความเป็นไปได้ที่   ปปช.จะมีมติให้นำกรณีนี้ไปรวมกับกรณีการไปล้อบบี้รัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อให้ ทักษิณ เข้าประเทศ   ซึ่งมีการร้องเรียนมาก่อนหน้านี้   เพื่อให้พิจารณาไปในคราวเดียวกัน   เนื่องจากมีลักษณะเดียวยกัน   หรือใกล้เคียงกัน
               กรณีที่นายสุรพงษ์อ้างว่าการคืนพาสปอร์ตให้ทักษิณเป็นอำนาจที่อยู่ในดุลยพินิจของฝ่ายบริหารนั้น    นายกล้าณรงค์กล่าวว่า    แม้จะมีอำนาจจริง   แต่ก็ต้องพิจารณาว่ามีการบิดเบือนการใช้อำนาจในทางไม่ถูกต้องหรือไม่    จะต้องดูรายละเอียด   เรื่องพฤติกรรมและแรงจูงใจประกอบการพิจารณา
               ฟังแล้วก็อ่อนใจ   เพราะแม้จะมีผู้ที่จะดำเนินการในการถอดถอน   คือนายแพทย์   ตุลย์   สิทธิสมวงศ์   แกนนำเครือข่ายพลเมืองอาสาป้องกันแผ่นดิน    ซึ่งเข้าแสดงตนต่อ    พลเอก ธีรเดช   มีเพียร    ประธานวุฒิสภาเพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา    ๒๗๔    นายแพทย์ตุลย์ก็จะต้องไปรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า   ๒  หมื่นคน     ส่งให้วุฒิสภา
               วุฒิสภาก็คงจะต้องใช้เวลาในการตรวจดูรายชื่อ    อย่างน้อยก็   ๒   หมื่นรายชื่อว่าถูกต้องหรือไม่     มีสิทธิเลือกตั้งจริงหรือไม่จริง   เลือกตั้งที่ผ่านมาได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่    ส่งไปยัง   ปปช.       และ   ปปช.ก็คงจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาว่าจะรวม   ๒   กรณี   คือล้อบบี้รัฐบาลญี่ปุ่น    กับ ออกพาสปอร์ตให้ ทักษิณ   หรือไม่รวม     ได้มติแล้ว    ก็รอที่จะพิจารณา   อาจจะอีก   ๖  เดือน    ๑   ปี   ๒   ปี    หรืออาจจะนานกว่านั้น    บางคดี     เช่นคดีที่องค์กรอิสระบางองค์กรขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง     กรรมการขององค์กรอิสระนั้นตายไปแล้ว (ก็มี)        ปปช. ยังพิจารณาไม่เสร็จเลย    ยังเอาผิดใครไม่ได้เลย
               กรณีของนายสุรพงษ์    โตวิจักษณ์ชัยกุล    ก็อาจจะเข้าทำนองเดียวกันก็ได้     ซึ่งจะส่งผลเสียหายให้กับประเทศ   เพราะนายคนนี้หากให้อยู่ในตำแหน่ง    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต่อไป   หรือนานกว่านี้จะส่งผลเสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองของเรา   เพราะสติปัญญา    ความคิดความอ่านของนายคนนี้แตกต่างไปจากคนทั้งหลาย     เห็นง่ายๆก็คือ   เมื่อได้รับตำแหน่ง    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ     ควรที่จะทำงานในตำแหน่งอันมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีนี้ให้ดี  กลับทุ่มเทสติปัญญาในการที่จะรับใช้   ทักษิณ   ชินวัตร    เสียเป็นส่วนใหญ่    เช่นการเจรจากับรัฐบาลญี่ปุ่นให้ได้รับวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น     จนกระทั่งมีคนยื่นถอนถอนไปยัง   ปปช.แล้ว
               มาวันนี้ยังมีหน้าออกพาสปอร์ตให้   ทักษิณ   ชินวัตร    ด้วยเหตุผลที่มีแต่คนหน้าด้านเท่านั้นที่จะทำได้    เพราะ    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนก่อน ในรัฐบาลก่อนคือ   นายกษิต   ภิรมย์   ได้ยกเลิกพาสปอร์ต    ทักษิณ  ชินวัตร   ไปแล้วด้วยเห็นว่าจะเกิดความเสียหายแก่ประเทศและต่างประเทศ   เนื่องจาก
               ทักษิณเป็นนักโทษหนีคุก
               ทักษิณมีหมายจับอยู่หลายคดี
               ทักษิณยุงยงปลุกปั่นให้เกิดการจราจล   เผาบ้านเผาเมืองขึ้นในบ้านเมืองเมื่อเมษายน   ๒๕๕๒   และ   ๒๕๕๓
              โทษสมบัติอย่างนี้ของทักษิณ    ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ออกหนังสือเดินทางให้      มีแต่ที่จะหลับหูหลับตาให้    อย่าง  มอนเตรเนโกร    ซึ่งทักษิณก็ต้องไปถือสัญชาตินั้น     (ถ้าหากประชาชนมอนเตรเนโกรทำผิดกฎหมาย   ถูกศาลตัดสินจำคุก   มอนเตรเนโกรก็ไม่ออกหนังสือเดินทางให้   มีอย่างเดียวคือจับเข้าคุก)                  
              แต่นายสุรพงษ์  นอกจากเคารพนับถือ  ทักษิณเสมอพ่อบังเกิดเกล้า     หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ   เพราะพ่อบังเกิดเกล้าของสุรพงษ์ไม่สามารถแต่งตั้งให้สุรพงษ์เป็นรัฐมนตรีได้        แต่ทักษิณ   ทำได้          ทำให้สุรพงษ์ไม่สนใจระเบียบ   วิธีปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศ
             ด้วยเหตุนี้เอง      ภาระหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจริงๆ    นายสุรพงษ์จึงไม่ใส่ใจ     หรือละเลยเสีย    เช่นเมื่อ   กัมพูชายิงเฮลิคอปเตอร์ไทย    สุรพงษ์ก็เฉย    ไม่ประท้วง     ไม่เรียกค่าเสียหาย    ไม่เรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบ    เพราะสุรพงศ์มุ่งแต่ที่จะรับใช้ทักษิณเป็นหลัก
             และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านหนึ่งคือ     นาวาอากาศตรี ประสงค์  สุ่นศิริ    ออกมาเตือนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศให้นึกถึงเกียรติยศ   ศักดิ์ศรีของข้าราชการและองค์กรคือ   กระทรวงการต่างประเทศ    อย่าได้ทอดตัวลงไปรับใช้การเมือง   อันอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร   และเสียศักดิ์ศรี
             เข้าใจละครับว่า    งานที่   ปปช.แบกรับอยู่ทุกวันนี้มีค่อนข้างมาก     แต่ละคดี    แต่ละเรื่องจะต้องใช้เวลา          เป็นไปได้ไหมที่    คณะกรรมการ   ปปช.จะนำเรื่องที่จะเป็น   รีบด่วน     ขืนทิ้งไว้นานจะเกิดความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองมาพิจารณากันก่อน
            ไม่แน่นะครับ    ไอ้ที่ผมกำลังพูดถึงนายสุรพงษ์อยู่ขณะนี้     ปปช.อาจจะเห็นว่า   ถูกต้องแล้ว   ดีแล้ว   ชอบแล้ว    วุฒิสภาเห็นว่าดีแล้ว    ชอบแล้ว      ศาลสถิตยุติธรรมก็บอกว่ฟา    สมควรแล้ว    ถูกต้องแล้ว
             ผมจะได้รู้ว่า    ผมก็บ้าพอๆกับนายแพทย์ตุลย์

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 3 Comments

“ฟางเส้นสุดท้าย”กำลังจะมาถึง

“ฟางเส้นสุดท้าย”กำลังจะมาถึง

                                                                                           สำเริง    คำพะอุ     
           รัฐบาล   ซึ่งมีนางสาว ยิ่งลักษณ์    ชินวัตร   เป็นนายกรัฐมนตรี   มีพรรคเพื่อไทย  เป็นแกนนำคงจะเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแล้วละครับ     ถ้าหากคิดว่าได้เสียงข้างมาก   ได้จัดตั้งรัฐบาล   ได้อำนาจรัฐแล้วจะจัดการอย่างไรก็ได้กับประเทศนี้    
           น้ำเสียงของ   สุรพงษ์   โตวิจักษณ์ชัยกุล     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ   แถลงข่าว   การคืนหนังสือเดินทางให้   ทักษิณ   ชินวัตร    อดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังหนีคุกอยู่ขณะนี้หนึ่ง   พฤติกรรมของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์   ชินวัตร     ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง     และข้าราชการการประจำอีกหนึ่ง    ชวนให้คิดเช่นนั้น
           กูจะทำยังไงกับประเทศนี้ก็ได้
           รัฐบาลชุดที่แล้วที่มีนายอภิสิทธิ์    เวชชาชีวะ   เป็นนายกรัฐมนตรี     นายกษิต   ภิรมย์     เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ     กว่าจะถอนหนังสือเดินทางของ   ทักษิณ    ชินวัตร     อดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีคุกอยู่ขณะนี้    ก็รอจนกระทั่งวันที่  ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒     เป็นในช่วงที่มีการชุมนุมใหญ่ของคนที่สนับสนุน  ทักษิณ ชินวัตร   ที่จะ พลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน    
          โดยทักษิณประกาศว่า     เมื่อใดที่เสียงปืนแตก    เขาจะเดินนำหน้าประชาชนทั้งหลายที่สนับสนุนเขาเข้ากรุงเทพฯ    ( แต่สิ่งที่ทักษิณทำคืออพยพลูกเมียออกนอกประเทศ   ทั้งเมษายน ๒๕๕๒   และเมษายน ๒๕๕๓    โดยคนที่เสียเลือดเสียเนื้อเสียชีวิตคือ    ประชาชน    คนยากคนจนทั้งหลาย  ที่เชื่อ ทักษิณ )  เกือบจะเกิดจราจลขึ้นในปีนั้น
           เหตุผลในการถอนหนังสือเดินทาง  ของ  ทักษิณ   ฟังก็สมเหตุสมผลอยู่  นั่นก็คือ   เห็นว่าอยู่ต่างประเทศอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทยและต่างประเทศ
           เพราะ   ทักษิณหนีประกันไม่มาฟังคำพิพากษา      ทักษิณถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้จำคุก    ๒   ปี    และทักษิณยังหนีหมายจับอีกหลายคดี
           หนีคุก   หนีหมายจับ     ถ้าหากหนีไปเงียบๆอย่าง   นายวัฒนา    อัศวเหม     อดีตรัฐมนตรี  หลายกระทรวง     หรือ  นายสมชาย  คุณปลื้ม     (กำนันเป๊าะ)      ผู้ทรงอิทธิพล   อาจจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทยและต่างประเทศ     
           แต่ทักษิณหนีคุก   หนีหมายจับแล้วยังเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเปิดเผย   ยุยงให้เกิดสงครามไพร่ โค่นอำมาตย์     ยุยงให้ประชาชนออกมาโค่นล้มรัฐบาล    ยุยงให้ผู้ที่สนับสนุนเผาบ้านเผาเมือง       กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ถอนหนังสือเดินทาง
          เป็นการกระชับวงล้อมทักษิณให้แคบเข้าว่าอย่างนั้นเถอะ  
          แต่วงล้อมที่กระชับนั้นหามีความหมายต่อทักษิณไม่   เพราะทักษิณมั่งคั่ง   มั่นคง     แม้จะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ยึดทรัพย์ทักษิณ  ๔.๖  หมื่นล้านบาท      ก็หาได้ทำให้ความมั่งคั่ง มั่นคงของทักษิณคลอนแคลนลงแต่อย่างใดไม่     
          การถูกยึดทรัพย์  ยิ่งเป็นการสะสมความแค้นให้แก่ทักษิณ    เขาจึงต้องพยายามที่จะต่อสู้เพื่ออิสรภาพของเขาหนึ่ง    เพื่อเอาทรัพย์สินของเขาคืนอีกหนึ่ง     และก็มองเห็นทางชนะอยู่ข้างหน้านั่นก็คือ    เอาชนะด้วยการเลือกตั้ง
          เลือกตั้งเมื่อไร   เขาก็ชนะเมื่อนั้น    เขาทำให้   สมัคร   สนุทรเวช   ได้เป็นนายกรัฐมนตรี    โดยที่ก่อนหน้านั้นสมัคร   สุนทรเวช   ใช้ความพยายามมาตลอดชีวิตไฟม่เคยสำเร็จ   และเกือบจะสิ้นหวังไปแล้ว     
          เขาเสริมส่งให้น้องสาวของเขาคือ   นางสาวยิ่งลักษณ์   ชินวัตร    ซึ่งไม่ประสีประสาทางการเมืองได้เป็นนายกรัฐมนตรี   ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก   เพราะนโยบายประชานิยมของเขา    เพราะเขาใช้งบประมาณแผ่นดินในการหาเสียงในการสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเขาและพรรคของเขา
          แต่เพราะเขาทำเพื่อตัวเอง      เป้าหมายที่เขาทำเมื่อตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี    เมื่อตอนที่มีอำนาจ    ก็คือเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง   เพิ่มความร่ำรวยให้ตัวเอง    ในที่สุดเขาก็ถูกโค่นจากอำนาจด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร    และเมื่อเขาสร้างรัฐบาลสมัคร   สุนทรเวช ขึ้นมา     รัฐบาลสมัครก็ต้องรับใช้เขา    
          นั่นก็คือจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ    จะหาทางให้ทักษิณกลับประเทศ   และก็กลับมาได้   แต่ก็ต้องเผ่นออกไปอีก    เพราะไม่สามารถ  วิ่งศาล ได้
          การเคลื่อนไหว  เพื่อที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ   เป็นเหตุให้ประชาชนลุกขึ้นมาคัดค้าน
         ทักษิณไม่เคยสรุปบทเรียนตรงนี้     เมื่อสร้างน้องสาวให้เป็นนายกรัฐมนตรี     ก็พยายามที่จะใช้   รัฐบาลของน้องสาว   เพื่อประโยชน์ตน   ทุกอย่าง
         [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 3 Comments

จะรอดู วิจารณญาณของใต้เท้า

จะรอดู  วิจารณญาณของใต้เท้า
                              สำเริง  คำพะอุ

                                                           ขอขอบคุณภาพจาก ครอบครัวข่าวช่อง3                 
         นายอริสมันต์    พงษ์เรืองรอง    แกนนำกลุ่ม   นปช.ยื่นขอประกันตัวครั้งแรกเมื่อวันที่   ๗   ธันวาคม   ๒๕๕๔   หลังการเข้ามอบตัว    ซึ่งเขาบอกกับนักข่าวว่า   ได้ประสานกับทางฝ่ายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว นั้น    ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลว่า
         คดีมีข้อหาร้ายแรง     มีอัตราโทษสูง    หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนี
         ผ่านไป   ๗   วัน  ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว   ที่นายอริสมันต์   พงษ์เรืองรอง    อายุ   ๔๗   ปี   จำเลยในคดีก่อการร้ายได้ยื่นคำร้องพร้อมทั้งหลักทรัพย์ขอประกันตัวต่อศาลอาญาเป็นครั้งที่   ๒   รวม   ๓   คดี   คือ  คดีก่อการร้ายที่นางสาว ศันสนีย์   นวลสนิท    เป็นนายประกัน   วางเงินสดเป็นเงิน    ๔   ล้านบาท   คดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ   อดีตนายกรัฐมนตรี   และคดีหมิ่นประมาท    พลตำรวจตรี อำนวย นิ่มมโน    นางรพีพรรณ    พงษ์เรืองรอง     ภรรยานายอริสมันต์    ใช้ตำแหน่ง   ส.ส.  ขอประกัน
         ศาลมีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริง
         นายอริสมันต์  ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษ   มาเบิกความสรุปว่า    ที่ผ่านมาไม่คิดหลบหนีศาล    แต่หนีความตาย   เนื่องจากตลอดเวลาได้ติดต่อขอมอบตัว   แต่ได้รับแจ้งวาจะไม่ปลอดภัย   เหตุการณ์ทำให้ตนคิดว่าตกอยู่ในอันตราย    โดย    เมื่อวันที่     ๑๒    เมษายน   ๒๕๕๒   มีตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบบุกเข้ามาที่บ้านจับตัวและพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์    และมีการพยายามให้เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา     แต่ไม่ให้พบญาติและทนายความ     จึงมีการต่อสู้ขัดขืนบนเฮลิคอปเตอร์    จนมีการยอมให้ลงมาพบนายจตุพร  พรหมพันธุ์    นำเรื่องไปแจ้งข่าวที่เวทีปราศัยทำเนียบรัฐบาล    ส่วนตนถูกควบคุมตัวไปค่ายนเรศวร   และได้รับการปล่อยตัวที่ศาลจังหวัดพัทยา
         ๒    มีความพยายามที่จะอุ้มตน    โดยมีเจาหน้าที่ข่าวกรองชี้เป้า
         ๓    ขณะที่อยู่ที่เชียงราย   มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาประชิดตัว    โดยมีอาวุธครบมือ
         ๔  มีการบุกจับที่โรงแรมเอสซีปาร์ค    และ  
         ๕   มีข่าวแจ้งให้ระวังตน    เนื่องจากเป็น   ๑  ใน   ๓   เป้าสังหาร   ซึ่งมีนายจตุพร    พลตรีขัติยะ     หลังการชุมนุมยังมีแกนนำแนวร่วม   นปช.จังหวัดต่างๆถูกฆ่าตาย เช่น   อ้วน   บัวใหญ่      แดง   คชสาร     รวมทั้ง   นายอดิศร เพียงเกษ     นายพายัพ   ปั้นเกษ    นายสุภรณ์  อัตถาวงศ์   นายอารี    ไกรนรา    นายชินวัตร   หาบุญพาด  ก็ถูกไล่ล่า
        นายอริสมันต์  เบิกความต่อไปอีกว่า    หลังมีการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่  คิดจะเข้ามอบตัวและสมัครเข้ารับการเลอกตั้งเป็น  ส.ส.    แต่ผู้ใหญ่หลายคนได้บอกให้ชะลอการมอบตัว   เพราะไม่ได้รับการยืนยันว่าจะปลอดภัย    และเกรงว่าจะเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย จึงเสียสละ  ไม่กลับมา   รอจนการเลือกตั้งจบลงด้วยดี   และได้รัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย    แต่ปรากฏว่าช่วงประสานงานกลับมามอบตัวเกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่   จึงรอให้สถานการณ์น้ำแห้งลง    และทราบข่าวว่า   มี   ส.ส.หลายพรรคร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางปรองดองแห่งชาติ  เพื่อให้ประเทศเกิดความสามัคคี    ตนเห็นเป็นโอกาสดี   อยากเห็นบ้านเมืองเกิดความปรองดองจึงเข้ามามอบตัว
        “ตลอดเวลาผมเป็นผู้ถูกกระทำ    ยืนยันว่าตั้งแต่อดีต   ปัจจุบันและอนาคต    ผมเป็นคนรักสงบ  มีความยุติธรรม   นิยมความรุนแรงนายอริสมันต์”  บอกศาล
         ต่อมาอัยการโจทก์   ได้ซักค้านโดยอ่านคำพูดของนายอริสมันต์    เมื่อครั้งที่ชุมนุมที่แยกราชประสงค์   เรียกร้องให้คนเสื้อแดงเผากรุงเทพฯ
         นายอริสมันต์ตอบว่า  ที่พูดไปอย่างนั้นเป็นการปรามเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้ปฏิวัติ   และทำร้ายประชาชนด้วยอาวุธสงคราม    ซึ่งการชุมนุมทุกครั้งก็มีการตรวจค้นผู้เข้าร่วมชุมนุมตลอดไม่พบว่ามีใครพกมีด   หรือขวดแก้ว  เข้าไปในที่ชุมนุม
         จากนั้นศาลเริ่มตั้งคำถามไต่สวนเอง   ศาลถามว่าที่จำเลยระบุว่า   เป้าสังหารคือจำเลย    พลตรีขัตติยะ   และนายจตุพรนั้นได้ข้อมูลมาจากที่ใด     นายอริสมันต์เบิกความว่า   จากนักข่าว    ข้าราชการทหาร  และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแจ้งข้อมูลหลังเวที
         ศาลถามว่า  ที่จำเลยตกเป็นเป้าหมายมาจากสาเหตุใด    นายอริสมันต์เบิกความว่า   มาจากการนำประชาชนไปยื่นหนังสือถึงผู้นำอาเซี่ยน  ที่มีการจัดประชุมที่โรงแรม รอยัล  คลิฟฟ์ บีช รีสอร์ท   ในวันที่ ๑๐   เมษายน     ๒๕๕๒
        ศาลได้ตั้งคำถามอีก    นายอริสมันต์ก็ตอบชี้แจงไปทุกถาม
        เป็นคำชี้แจงที่อยู่ในกรอบที่ว่า    นายอริสมันต์เป็นคนรักสงบ    รักสันติ   รักความเป็นธรรม   อะไรทำนองนี้
        ศาลนัดฟังคำสั่งศาลที่จะปล่อยตัวชั่วคราวนายอริสมันต์หรือไม่    ในวันจันทร์ที่    ๑๙    ธันวาคมนี้
        คำเบิกความทั้งหลายทั้งปวงของนายอริสมันต์   จะทำให้วิจารณญาณของศาลที่เคยมีความเห็นว่า     คดีนี้เป็นคดีสำคัญ     มีอัตราโทษสูง    หลังเกิดเหตุ จำเลยหลบหนี    เปลี่ยนไปหรือไม่
         ศาลท่านจะเชื่อคำพูดที่จำเลยคือ   นายอริสมันต์   พงษ์เรืองรอง      โดยที่ศาลไม่เคยดูข่าว    เห็นภาพนายอริสมันต์   เรียกร้องให้ผู้ที่จะมาร่วมชุมนุมเตรียมขวดมาคนละขวด     น้ำมันหาเอาข้างหน้า      กรุงเทพฯก็จะตกอยู่ในทะเลเพลิง
         จะมีการตรวจค้นผู้เข้าร่วมชุมนุมโดยอ้างว่าไม่พบมีด     ไม่พบอาวุธ     อย่างที่นายอริสมันต์พูดจริงหรือไม่ไม่รู้ละครับ    แต่ก่อนหน้าที่ศาลจะพิจารณาเรื่องการจะปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ของนายอริสมันต์    ศาลอาญาก็ลงโทษอดีตตำรวจที่ใช้เครื่องกระสุนยิงกระทรวงกลาโหม
         อดีตตำรวจที่ว่านี้ในสำนวนบอกว่า    เป็นส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมชุมนุมเมื่อเดือนมีนาคม   เมษายน  และพฤษภาคม   ๒๕๕๓   ที่มีนายอริสมันต์    พงษ์เรืองรอง   เป็นแกนนำอยู่ด้วย
         การชุมนุมครั้งนั้นก่อนที่   นายอริสมันต์จะหลบหนี      ก็มีการเผาบ้านเผาเมืองขึ้นจริงๆ     ศาลากลางหลายจังหวัดในภาคอีสานถูกเผาไปจริงๆ           
         อนึ่ง     วันที่ศาลพิจารณา    คำเบิกความของนายอริสมันต์     ศาลก็คงจะเห็นด้วยตาของศาลเองแล้วว่า    นายอริสมันต์นั้น    เป็นจำเลยทีมีอภิสิทธิแค่ไหน     เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพก็ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎ    ระเบียบของเรือนจำ     ที่จะต้องตัดผม      เพราะมีรัฐบาลที่คนเสื้อแดงสนับสนุน     มี     นางสาวยิ่งลักษณ์       ชินวัตร    นายกรัฐมนตรีที่ตัวสนิทสนมดูแล    (ปรับเปลี่ยนอธิบดีกรมราชทัณฑ์)
         วิจารณญาณของศาลที่จะให้ประกันตัวนายอริสมันต์   หรือไม่     จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 1 Comment

ทักษิณ เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว

ทักษิณ เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว

                                                                                              สำเริง คำพะอุ     
        พอน้ำลด    ทักษิณ    ชินวัตร    เจ้าของพรรค   ผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลก็เริ่ม  รุก    เพราะรอช้าต่อไปไม่ได้     แม้จะมีเสียงค่อนข้างมากในสภา    ก็ไม่แน่ใจว่า    รัฐบาลที่มีน้องสาวเป็นนายกรัฐมนตรีจะอยู่ไปได้นานแค่ไหน  เพราะ  ยิ่งนานก็ยิ่ง  เป๋อ   ยิ่งนาน    ผู้คนก็ยิ่งเห็นขี้เท่อ
        ในที่สุด   ทักษิณ   ก็เสนอแนวทางเปิดโต๊ะเจรจา ๖ ข้อ  คือ
        ๑.  คดีทางการเมืองจะทำอย่างไร   เช่นการยุบพรรค   การตัดสิทธิทางการเมืองของบ้านเลขที่ ๑๑๑ และ ๑๐๙   เพราะกฎหมายไม่เป็นธรรม   นั่นคือ มาตรา ๒๓๗
        ๒.  คดีอาญาที่ต่อเนื่องหลายคดี ที่เริ่มด้วยการเอาคนที่เป็นปฏิปักษ์และมีอคติต่อ  ทักษิณ  [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 1 Comment

อำนาจตุลาการ/อำนาจที่พวกมันแทรกแซงไม่ได้

อำนาจตุลาการ/อำนาจที่พวกมันแทรกแซงไม่ได้

                                                                                         สำเริง   คำพะอุ  
         หลังจากที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศปีกว่า   นายอริสมันต์   พงษ์เรืองรอง    ผู้ต้องหาคนสำคัญก็เข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ   เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีก่อการร้าย   คดีบุกรุกอาคารรัฐสภา   และคดีปราศัยยุยงปลุกปั่น   ๓   ข้อหา    โดยนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดี    พันตำรวจเอก ณรัชต์   เศวตนันทน์   รองอธิบดี   และพันตำรวจโท ถวัลย์   มั่งคั่ง   ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ   มาให้การต้อนรับ  การมอบตัว
         มีมวลชนคนเสื้อแดงประมาณ   ๕๐   คน  มามอบดอกกุหลาบสีแดง   และชูป้ายให้กำลังใจ
         ก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา    นายอริสมันต์ให้สัมภาษณ์ว่า   มามอบตัวเพื่อต่อสู้คดีตามขั้นตอน   เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้น    และดีเอสไอจะเปลี่ยนแปลงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการก่อการร้าย    การเดินทางมาครั้งนี้มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม  และมั่นใจในความปลอดภัย   โดยจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา    นอกจากนี้ยังเตรียมจะยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดรุนแรงไปหรือไม่
         นายอริสมันต์กล่าวอีกว่าได้ประสานกับรัฐบาลเป็ยการภายในพอสมควร    เมื่อมีความมั่นใจจึงได้เดินทางกลับเข้ามา    แต่รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้     เพราะเป็นเรื่องของขบวนการยุติธรรม
         นายธาริต   เพ็งดิษฐ์   อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ    ไม่คัดค้านการประกันตัว  เนื่องจากได้สรุปสำนวนทั้ง ๓ คดีส่งให้อัยการคดีพิเศษแล้ว
         โชคดีที่    กรมสอบสวนคดีพิเศษสรุปสำนวนคดีนี้   และ  ส่งสำนวนการสอบสวนให่อัยการพร้อมความเห็น  สั่งฟ้อง  ให้อัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  หาไม่นายธาริต  เพ็งดิษฐ์    ก็ต้องมาสอบสวนใหม่    ระหว่างการสอบสวนจะควบคุมตัวไว้จนกว่าจะสอบสวนเสร็จ   ระหว่างที่สอบสวนไม่เสร็จต้องขออำนาจศาลควบคุมตัวไว้สอบสวนต่อ    คงจะยุ่งพิลึก   ในสถานการณ์อย่างนี้   และรัฐบาลนี้
         เมื่อพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษคุมตัวนายอริสมันต์ส่งให้นายรุจ   เขื่อนสวรรณ   อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ ๑   พนักงานอัยการนำตัวนายอริสมันต์ไปเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา
         และนำไปฟ้องต่อศาลอาญาเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย    โจทก์ไม่ขอคัดค้านการประกัน   เนื่องจากจำเลยเข้ามอบตัวกับเจ้าพนักงาน
         ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่  อ. ๔๙๕๘ /๒๕๕๔    
         ศาลเรียกนายอริสมันต์เพื่อสอบถามคำให้การว่าจะรับสารภาพ  หรือ ปฏิเสธ    นายอริสมันต์แถลงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา    ศาลจึงมีคำสั่งนัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน   ในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๕   เวลา ๑๓.๓๐ น.
         และเวลา ๑๖.๓๐ น.ศาลอาญามีคำสั่งเรื่องการขอประกันตัวชั่วคราว         นายอริสมันต์    ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า    คดีนี้มีข้อหาร้ายแรง   และอัตราโทษสูง    หลังเกิดเหตุ  จำเลยหลบหนีมาตลอด    แม้ต่อมาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานก็เป็นเวลานาน   และยังเป็นบุคคลที่ศาลอาญาออกหมายจับในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่น   หมายเลขคดีดำที่   อ.๔๑๗๗    อ.๑๔๖๓   ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ศาลเชื่อว่า  หากอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว  จะไม่หลบหนีอีก     จึงให้ยกคำร้อง
         หลังจากศาลมีคำสั่ง
         เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์   คุมตัวนายอริสมันต์ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
        เรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างให้นักโทษที่กำลังหลบหนีคุก  และ ยังเป็นผู้หลบหนีบางคดีอยู่ในเวลานี้ได้คิดว่า     แม้จะรอดคุกได้ในคดีหนึ่ง   แต่ยังมีคดีอื่นที่จะต้องถูกดำเนินคดี    และถ้าหากถูกดำเนินคดี    แม้   ตำรวจ    เจ้าพนักงานสอบสวน   อัยการ    จะไม่คัดค้านในการขอประกันตัว   เพื่อให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างถูกดำเนินคดี    ก็อย่าได้ฝันหวานว่าจะรอดจากการคุมขังได้    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง    ผู้ที่หนีประกัน     ศาลท่านจะยิ่งพิจารณาเป็นพิเศษว่า      ไอ้คนนี้มันจะหนีอีก    หากมันเห็นว่า   มันจะแพ้    เจรจากับศาลไม่ได้   (เพราะศาลท่านไม่รับเจรจาอยู่แล้ว)     หรือเห็นว่า    ถุงขนมที่มีเงินเป็นล้าน สองล้าน    ไม่สามารถโยกคลอนวิจารณญาณของตุลาการได้
           การชนะการเลือกตั้ง   ได้จัดตั้งรัฐบาล   ได้อำนาจรัฐอาจจะช่วยพรรคพวกได้โดยให้มารับตำแหน่ง   เป็นรองนายกรัฐมนตรี   เป็นรัฐมนตรี     เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ    เป็นเลขานุการ   เป็นที่ปรึกษา   สุดแท้แต่จะสำคัญแค่ไหน    รับใช้   นายใหญ่   มากน้อยแค่ไหน    ลงทุน ลงแรงแค่ไหน   เสี่ยงคุก เสี่ยงตะรางขนาดไหน    อาจจะคุยกันได้    ช่วยกันได้ในอำนาจของฝ่ายบริหาร   และนิติบัญญัติ   (ซึ่งคาบเกี่ยวกันอยู่    เช่นจะให้ใครสมัคร   ส.ส.    ส่งเมีย  หรือ ผัว   หรือลูก ลงสมัคร   ก็เห็นกันอยู่)    แต่อย่างหนึ่งที่ไม่อาจจะไปเกี่ยวข้องได้คือ  อำนาจตุลาการ
         และเรื่องนี้อีกเหมือนกัน    จะพิสูจน์ให้เห็นว่า    คำพูดที่ว่า    เชื่อในความยุติธรรมของศาลในการมอบตัวครั้งนี้ของนายอริสมันต์จะจริงแท้แค่ไหน    จะขนพวกมากดดันศาล  ป่วนศาล หรือไม่   เมื่อศาลไม่ให้ประกัน
         ขณะเดียวกัน   เหตุผลของศาลที่ว่า   คดีนี้มีข้อหาร้ายแรง   และอัตราโทษสูง    หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีมาตลอด    แม้ต่อมาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน   ก็เป็นเวลานาน     และยังเป็นบุคคลที่ศาลอาญาออกหมายจับในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท    ชั้นนี้จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ศาลเชื่อว่า   หากอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวแล้วจะไม่หลบหนีอีก     นั้นจะเปลี่ยนไปหรือไม่     ถ้าหากเปลี่ยน     เปลี่ยนด้วยเหตุผลใด
         [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 1 Comment

ย่ำยีกฎหมายเกินไปหรือเปล่า?

ย่ำยีกฎหมายเกินไปหรือเปล่า?

                                                                                             สำเริง    คำพะอุ    
        หลังจากที่มีจดหมายว่าไม่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ      ทักษิณ    ชินวัตร    ก็เก็บตัวเงียบๆอยู่ที่ดูไบ    อาจจะสั่งการ    อาจจะให้คำแนะนำรัฐบาลที่มี   น้องสาว   เป็นนายกรัฐมนตรี     แต่ก็ไม่เป็นข่าว     พอเป็นข่าวขึ้นมาก็กลายเป็น   ข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์รายวันอึกทึกครึกโครมไปเลย
        ข่าวที่ว่านั้นก็คือ    อยู่ๆ    นายสุรพงษ์   โตวิจักษ์ชัยกุล      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ   เปิดเผยว่า    ในเวลาไม่นานนี้   กระทรวงการต่างประเทศจะคืนหนังสือเดินทางให้กับ   ทักษิณ    ชินวัตร    ตอนแรกบอกว่าจะให้เป็นของขวัญปีใหม่    พอเปิดเผยออกมาแล้ว     นายสุรพงษ์คงเห็นว่า     รอปีใหม่อาจจะช้าไป      จะให้เป็นของขวัญวันคริสมาสต์เสียเลย
        นายสุรพงษ์   บอกว่าที่จะมอบหนังสือเดินทางให้กับ   ทักษิณ    ชินวัตร     นั่นก็เพราะมีตัวอย่าง     นายวัฒนา  อัศวเหม    นายสมชาย   คุณปลื้ม     ต่างก็ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก     แต่ทั้งสองก็ไม่ถูกถอนหนังสือเดินทาง     เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรที่จะถอนหนังสือเดินทางของ    [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged | 2 Comments

สภาพไร้กฎหมายที่คลองพระยาเสงี่ยมและที่อื่นๆ

สภาพไร้กฎหมายที่คลองพระยาเสงี่ยมและที่อื่นๆ

                                                                         สำเริง คำพะอุ  
        เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน  ที่ประตูระบายน้ำคลองพระสุเรนทร์   ซอยสายไหม ๘๖   เขตสายไหม  กทม.   ประชาชนอำเภอ  ลำลูกกา   ปทุมธานี    และชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากระดับน้ำเหนือประตูระบายน้ำดังกล่าว  ประมาณ  ๑๐๐ คนนำโดย  พันตำรวจตรี เสงี่ยม   สำราญรัตน์   ข้าราชการฝ่ายการเมือง  สำนักนายกรัฐมนตรี    ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนยังคงปักหลักอยู่ที่บริเวณประตูระบายน้ำดังกล่าว    โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ   บก.น.๒   สน.สายไหม  และ  ตชด.อุบลราชธานี   นำโดย   พลตำรวจตรี ดำรงศักดิ์   กิตติประภัสร์  ผบก. น.๒   พันตำรวจเอก พีระพงศ์  วงศ์สมาน  รองผบก.น.๒  คอยดูแลความเรียบร้อย
        เวลา  ๒.๐๐  น.  พันตำรวจตรี  เสงี่ยม  ได้ลระดับบานประตูระบายน้ำในคลองพระยาสุเรนทร์ลงมาที่ ๙๗ ซ.ม.   จาก ๑.๕๐ เมตร   ที่ พันตำรวจตรี   เสงี่ยม   เปิดไว้ก่อนหน้านี้   ทำให้ระดับน้ำเหนือประตูอยู่ที่ ๑.๙๕ เมตร   และท้ายประตูอยู่ที่ ๑.๗๕ เมตร    ทั้งสองฝั่งน้ำลดลง ๓ ซ.ม.  และยังมีความต่างระดับน้ำด้านเหนือประตูระบายน้ำกับท้ายประตูอยู่ที่ ๒๐ ซ.ม.
        พันตำรวจตรี เสงี่ยม   แกนนำชาวบ้านกล่าวว่า    รู้สึกเห็นใจชาวบ้านที่อยู่ใต้ประตูระบายน้ำ   อย่างเขตสายไหม   สุขาภิบาล ๕   และช่วงสายจะเปิดประตูระบายน้ำอยู่ที่ ๑.๕๐ เมตร    ขอยืนยันว่าการเปิด  ปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสนุเรนทร์นี้ตนจะเป็นผู้กำหนดเอง    และไม่สนใจ กทม.ถือว่าตอนนี้ตนเป็นผู้ว่า  กทม. [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 1 Comment