Monthly Archives: พฤศจิกายน 2010

ชั่วช้าสามานย์จริงๆ

ชั่วช้าสามานย์จริงๆ

 
สำเริง     คำพะอุ     
 
 
                เมื่อวันที่   ๒๓  พฤศจิกายนนี้     นายจรูญ    อินทจาร     นายสุพจน์   ไข่มุกด์   และนายเฉลิมพล   เอกอุรุ     ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ    มอบอำนาจให้นาย ณพล   อรุณอาศิรกุล    ทนายความ      ยื่นฟ้องนายพสิษฐ์    ศักดาณรงค์    อดีตเลขานุการ    นายชัช   ชลวร   ประธานศาลรัฐธรรมนูญ     นายพร้อมพงศ์   นพฤทธิ์     โฆษกพรรคเพื่อไทย    และ บริษัทมติชน   จำกัด    (มหาชน)   เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา    และความผิดตาม   พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิเตอร์    พ.ศ.     ๒๕๕๐
                คำฟ้องสรุปว่า    ในระหว่างคดียุบพรรคประชาธิปัตย์   เมื่อวันที่   ๒๖   เมษายน   ๒๕๕๓    [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | 143 Comments

เต้นตาม ทักษิณ ?

เต้นตาม  ทักษิณ     ?

 
สำเริง    คำพะอุ
 
            ตั้งแต่นายจตุพร   พรหมพันธ์   ส.ส.สัดส่วนของพรรคเพื่อไทยออกมาขู่ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อต้นเดือนกันยายน    (หลังคลิปฉาวตำรวจจังหวัดตาก)    ว่า   ถ้าการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิดแล้ว    ก็จะปล่อยคลิปพฤติการร์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้สังคมรับรู้   รับรองว่าจะต้องฉาวยิ่งกว่าตำรวจจังหวัดตากอย่างแน่นอน
           หลังการสืบพยานปากสุดท้ายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่นาน     ก็มีคนปล่อยคลิปดังกล่าวออกมาจริงๆ    เป็น   คลิปพลเอกเปรม   ติณสูลานนท์    ประธานองคมนตรี    นั่งอยู่ในห้องรับรองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศูนย์รังสิต   วันนั้นท่านเดินทางไปมอบรางวัลนักกฎหมายดีเด่นให้แก่   นายชัช    ชลวร     ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
         คลิปดังกล่าวนั้นบรรยายว่า    พลเอกเปรม   ติณสูลานนท์   ประธานองคมนตรี   เจรจากับนายชัช   ชลวร   ประธานศาลรัฐธรรมนูญ    ขอให้ช่วยพรรคประชาธิปัตย์     ไม่ให้ถูกยุบพรรค
        ทั้งที่ความเป็นจริงก็คือ    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์    จะถูก   กกต.ร้องให้ยุบพรรค
          คลิปอื่นๆเป็นคลิปในที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ   ปรึกษาหารือกันว่าจะเชิญ    นายอภิชาต   [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | Tagged , | 188 Comments

เสียงข้างน้อยในพรรคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เสียงข้างน้อยในพรรคของนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ

สำเริง    คำพะอุ    
            ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญชัดเจนขึ้นมาแล้วครับ    ชัดเจนตรงที่ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้งแก้ไขในตอนนี้    เป็นท่าทีเดียวกับที่เคยบอกให้สังคมรู้มาแล้วตั้งแต่สมัยที่คณะกรรมการชุดที่มี  นายดิเรก  ถึงฝั่ง   เป็นประธาน    ได้ช้อสรุปมาว่า   แนวทางที่จะทำให้เกิดความปรองดองนั้นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ   ๕-๖   ประเด็น
        เมื่อท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า   ไม่แก้   ก็เป็นอันพับไป
           ต่อมาหลังเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองเดือนพฤษภาคม    รัฐบาลผสมที่มีนายอภิสิทธิ์    เวชชาชีวะ   เป็นนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาแนวทางที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีก    มีนายสมบัติ   ธำรงธัญวงศ์  เป็นประธาน    ได้ข้อสรุปคล้ายๆกับคณะกรรมการที่มีนายดิเรก   ถึงฝั่ง    เคยศึกษาและได้ข้อสรุปมานั่นแหละครับ
        คราวนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็มีท่าทีเหมือนๆเดิมอีกนั่นแหละครับ    คือยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข
ประเด็นสำคัญที่จะแก้ไขคือ    รัฐธรรมนูญมาตรา   ๑๙๐  ว่ากันว่าทำให้กระทรวงการต่างประเทศทำงานลำบาก   ต้องให้สภารับทราบก่อนที่จะลงนามในสนธิสัญญา
          นายสุทัศน์  เงินหมื่น  ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์   กล่าวว่า   กระทรวงการต่างประเทศเคยชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบของการใช้รัฐธรรมนูญแล้วว่า    หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา   ๑๙๐   ก็สามารถที่จะปฏิบัติงานได้
          มีอีกประเด็นที่เป็นความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคก็คือ    [...]

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | 5 Comments

จะให้ไว้วางใจได้อย่างไร ?

จะให้ไว้วางใจได้อย่างไร    ?

 
สำเริง  คำพะอุ      
 
                ผมยอมรับว่าเคยปรามาสรัฐบาลผสมที่มีนายอภิสิทธิ์    เวชชาชีวะ    เป็นนายกรัฐมนตรีว่า     ๓  เดือน   ก็เก่งแล้ว   นี่อีกไม่นานปีกว่าๆก็จะครบอายุสภาผู้แทนราษฎร    ถ้าหากไม่ฉวยโอกาสยุบสภาเสียก่อนก็อาจจะครบเทอม
                เหตุที่ทำให้ผมคาดการณ์ผิด หรือดูเป็นการปรามาส ก็เพราะ    
นายอภิสิทธิ์  มุ่งมั่นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยให้ได้ตามความใฝ่ฝันสถานเดียว    ไม่คำนึงถึงเหตุผลอย่างอื่น    เป็นต้น  ยอมพรรคภูมิใจไทยทุกอย่าง    ยกกระทรวงสำคัญๆให้เช่น      กระทรวงมหาดไทย    กระทรวงพาณิชย์     กระทรวงคมนาคม   ซึ่งไม่มีพรรคแกนนำรัฐบาลที่ไหนเขายอม    หรือยกกระทรวงสำคัญๆให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างนี้
นอกจากนั้นยังยอมรับ     รัฐมนตรี   ที่มีพื้นเพมาอย่างไรก็ได้     ทำมาหากินร่ำรวยมาอย่างไรก็ได้    พ่อแม่ทำอาบ    อบ นวด    (ก็ซ่องเราดีๆนี่แหละ)   ก็ยอมรับ
เมื่อเริ่มต้นของการบริหารประเทศก็แข็งขันประกาศกฎเหล็กมา    ๙   ข้อ    แต่ปรากฏว่า   กฎเหล็กของนายกรัฐมนตรีไม่ได้งัดออกมาใช้สักข้อเดียว    ปลากระป๋องเน่าก็แค่เปลี่ยนหน้ารัฐมนตรีเท่านั้นเอง    หรือที่เปลี่ยนรัฐมนตรีก็ทำได้เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์     พรรคของตัวเอง
พรรคร่วมรัฐบาลไม่กล้าแตะแม้สักนิด   ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องข้าว   [...]

Posted in บ้านนี้เมืองนี้ สำเริง คำพะอุ | 173 Comments