เรื่องฉาวและโฉ่ ของพรรคภูมิใจไทย

เรื่องฉาวและโฉ่    ของพรรคภูมิใจไทย

pumjaitai

สำเริง      คำพะอุ    

 

ผมเชื่อว่าใครที่ได้อ่าน    สรุปจากบันทึกของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ    ( ปปช.)    แจ้งข้อกล่าวหา    นายวงศ์ศักดิ์    สวัสดิพาณิชย์    อธิบดีกรมการปกครอง    นายวุฒิชัย   เสาวโกมุท    ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่    นายครรชิต   สลับแสง    เลขานุการกรมการปกครอง  และนายสำราญ    ตันเรืองศรี    ผู้อำนวยการส่วนกำนัน   ผู้ใหญ่บ้าน    กรมการปกครอง   รวมทั้งผู้เข้าสอบคัดเลือกอบรมหลักสูตรนายอำเภอ    ปีงบประมาณ    ๒๕๕๒   รุ่น    ๖๘-๗๐    จำนวน    ๑๔๒    คน     (มติชนฉบับวันที่    ๑๒-๑๓     ตุลาคม     ๒๕๕๓)     ต้องตะลึงพรึงเพริดอย่างแน่นอน     พร้อมกับจะต้องตั้งคำถามว่า       เป็นไปได้หรือ    ชั่วช้า  เลวทราม    บัดซบ    กันขนาดนี้หรือ     จนถึงคำถามที่ว่า     แล้วประเทศชาติ    แล้วบ้านเมืองของเราจะไปอย่างไร    เป็นอย่างไร

สรุปจากบทสรุปที่มติชนได้สรุปมาแล้วก็คือ

เมื่อมีการเปิดสอบคัดเลือกผู้เข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอปีงบประมาณ    ๒๕๕๒    รุ่น    ๖๘-๗๐      โดยรุ่น    ๖๘   จำนวน   ๙๖   คน   รุ่น    ๖๙    จำนวน   ๙๖   คน    และรุ่น   ๗๐   จำนวน    ๖๔   คน     มีผู้มีสิทธิเข้าสอบคัดเลือกเกือบ   ๑,๕๐๐   คน

ในรายงานบอกว่า    ข้าราชการในกรมการปกครองตั้งแต่อธิบดี    ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่   เลขานุการกรม   (ดังที่ได้เอ่ยชื่อมาตั้งแต่ต้น)    ต้องสุมหัวกันเพื่อผู้ที่สมัครสอบคัดเลือกเข้าอบรม     ๑๕๐    คนผ่านการสอบตามที่ฝ่ายการเมืองขอมา

กรรมวิธีในการช่วยเหลือนั้นพิลึกพิลั่นมาก   เริ่มตั้งแต่กำหนดคนออกข้อสอบอัตนัย     ให้คะแนน     ส่วนข้อสอบปรนัยนั้นให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชออกและตรวจให้คะแนน     ซึ่งคะแนนจากข้อสอบปรนัยจะไม่ต่างกันมาก

คะแนนในวิชาอัตนัยนั้นผู้เข้าสอบ   ๑๕๐   คนที่นักการเมืองมีใบสั่งมาจะเขียนมาอย่างไร    ผู้ให้คะแนนไม่สนใจ    ให้คะแนนสูงเข้าไว้   ก็สามารถช่วยเด็กฝากตามใบสั่งได้

มีผู้ที่จะเข้าอบรม   ๓ รุ่นในปีนี้สองร้อยกว่าคน    มีเด็กฝากของนักการเมืองแล้ว    ๑๕๐    คน     เหลือไปถึงคนอื่นเขากี่คนกัน      ลองคิดดูเถอะ  พี่น้องทั้งหลาย

และเมื่อเรื่องจะแดงออกมาก็หาวิธีแก้ไข    ด้วยการมีวิธีการเปลี่ยนคำตอบข้อสอบอัตนัยให้ใหม่     โดยเขียนคำตอบให้ผู้เข้าสอบที่มีใบสั่งว่าจะต้องผ่านการคัดเลือกตอบใหม่    ผ่านหัวหน้าในแต่ละรุ่น

ขั้นตอน   กรรมวิธีอันเลวทรามต่ำช้านี้      ปปช.   มีบันทึกไว้หมดว่าทำกันอย่างไร     ประชุมกันที่ไหน    มีพิรุธให้เห็นอย่างไรบ้าง

นี่เป็น   ผลงานโบว์ดำอีกชิ้นหนึ่งของกระทรวงมหาดไทยที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้นับตั้งแต่ที่รัฐบาลผสม   อภิสิทธิ์      เวชชาชีวะ    จัดตั้งขึ้น   หลังจากที่    นายสมชาย    วงศ์สวัสดิ์   ต้องกระเด็นไปจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี     เพราะพรรคพลังประชาชนที่เขาเป็นกรรมการอยู่ถูกยุบ

พรรคพลังประชาชนถูกยุบ    เพราะรองหัวหน้าพรรคคือนายยงยุทธ   ติยะไพรัช     ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง   รัฐธรรมนูญเชียนเอาไว้ชัดเจนว่า     กรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบต้องถูกลงโทษมีกิจกรรมทางการเมือง    (ตามกฎหมาย )ไม่ได้

ความที่นายอภิสิทธิ์    เวชชาชีวะ   อยากเป็นนายกรัฐมนตรี     ความที่พรรคประชาธิปัตย์   ต้องการเป็นแกนในการจัดตั้งรัฐบาลเอามากๆจึงต้องยอม   กลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งที่ว่ากันว่ามีนายเนวิน    ชิดชอบ   อยู่เบื้องหลัง    กลุ่มการเมืองกลุ่มนี้แยกตัวมาจากพรรคพลังประชาชนที่ถูกยุบ      พรรคพลังประชาชนมาจากพรรคไทยรักไทย  ที่ถูกยุบ

กลุ่มการเมืองนี้ขณะนี้คือพรรคภูมิใจไทย

พรรคประชาธิปัตย์  โดย   นายอภิสิทธิ์    เวชชาชีวะ   หัวหน้าพรรค    นายสุเทพ    เทือกสุบรรณ    เลขาธิการพรรค   ตระหนักดีว่า    ถ้าหากไม่มีกลุ่มการเมืองของนายเนวิน   ชิดชอบ   (พรรคภูมใจไทย)      รัฐบาลผสมที่มีนายอภิสิทธิ์   เป็นนายกก็เกิดขึ้นไม่ได้     จึงยอมตามที่พรรคภูมิใจไทย  ทุกอย่างทุกประการ

นี่เป็นความอัปยศอดสูประการหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ยอมให้กระทรวงมหาดไทย     กระทรวงพาณิชย์     กระทรวงคมนาคม  

และดูเหมือนพรรคภูมิใจไทยจะไม่ได้เกรงอกเกรงใจพรรคประชาธิปัตย์     หรือนายอภิสิทธิ์    เวชชาชีวะ  เลยแม้แต่สักนิด

นายอภิสิทธิ์   ต้องการแต่งตั้ง     พลตำรวจเอกปทีป    เป็น   ผบ.ตร.     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย     ปลัดกระทรวงมหาดไทย   ซึ่งถือว่าเป็นเด็กในคาถาของรัฐมนตรี     หรือของพรรคภูมิใจไทย     ยังกล้าโหวตสวนมติหน้าตาเฉย    

จนแล้วจนรอดนายอภิสิทธิ์ก็ไม่สามารถแต่งตั้ง    พลตำรวจเอกปทีป    เป็น   ผบ.ตร.ได้    ต้องให้รักษาการจนกระทั่งเกษียณ

โครงการเช่ารถเมล์   ๔-๖   พันคันที่พรรคประชาธิปัตย์    เมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้านอยู่   ตีฆ้องร้องป่าวให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นโครงการที่เตรียมการคอร์รัปชั่นกันอย่างมโหฬาร  พันลึก    เมื่อมาร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยก็ประกาศนำนโยบายนี้กลับเข้ามาอีก    ไม่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกระอักกระอ่วนใจ

พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เกรงอกเกรงใจพรรคประชาธิปัตย์    ไม่ได้เกรงอกเกรงใจนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ   เลยแม้แต่น้อย

นายอภิสิทธิ์    บอกไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม     แต่เห็นด้วยกับการทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย     ใครทำผิดก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

แต่พรรคภูมิใจไทยเสนอนโยบายนิรโทษกรรม     แถมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนที่เห็นด้วย    ประหนึ่งว่าจะเอารายชื่อประชาชนนั้นมาบีบพรรคประชาธิปัตย์ให้คล้อยตาม       หรืออย่างน้อยที่สุดก้ทำให้ประชาชนเข้าใจไขว้เขวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ปรองดอง    ไม่สมัครสมานสามัคคี     ไม่พยายามทำให้ประเทศชาติสงบ

ขณะเดียวกันในกระทรวงมหาดไทยก็มีเรื่องราวฉาวโฉ่    ไม่แต่เรื่องการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนนายอำเภอที่ฝากกันถึง     ๑๕๐    คน    (เฉพาะที่จังหวัดบุรีรัมย์มีปลัดอำเภอมีความสามารถเป็นพิเศษสอบเข้าได้เกือบ   ๒๐    คน  )    มีการแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด     ผู้ว่าราชการจังหวัดข้ามอาวุโส    อธิบดี    ปลัดกระทรวง    ข้ามอาวุโส

เฉพาะปลัดกระทรวงมหาดไทยยังแต่งตั้งไม่ได้

ที่กระทรวงพาณิชย์มีเรื่องข้าวฉาวโฉ่ทุกปี

ที่กระทรวงคมนาคมมีกรณีที่ทำให้สงสัยในความซื่อสัตย์สุจริตหลายเรื่อง     ล่าสุดก็   ตัดถนนขึ้นเขาใหญ่โดยอาศัยช่วงชุลมุนเดือนพฤษภาคม   ที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมินี่ก็ช่วงเมษายน-พฤษภาคม   เช่นกัน

เรียกว่า   เผลอเป็นไม่ได้

เรื่องฉาวโฉ่     ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม   กระทรวงมหาดไทย    ไม่ได้ทำให้   รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงรู้สึกรู้สา    มีความละอายแต่สักนิดไม่

ยิ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้ยิ่งไม่รู้สึกละอาย     คิดแต่ที่จะกำเริบเสิบสานขึ้นทุกที    ทุกที   ด้วยถือว่ามีคะแนนเสียงอยู่ในมือ มี  ส.ส.อยู่ในมือ   ถือว่ามาจากประชาชน คิดว่านี่เป็นวิถีของประชาธิปไตย    และถือคติว่า  น้ำขึ้นต้องรีบตัก  ด้านได้   อายอด   เอาประเทศไทยทั้งประเทศไว้ภายใต้อำนาจของตัว     ถ้าหากคุมนายอำเภอได้เกือบทุกอำเภอ     คุมผู้ว่าราชการจังหวัดได้เกือบทุกจังหวัด    ประเทศไทยจะไปไหนเสีย

จะบอกให้ว่าเคยมีคนคิด   และทำเช่นนี้มาแล้ว    ไม่แต่กุมกระทรวงมหาดไทยได้หมด    เกือบทุกองค์กรอยู่ภายใต้อำนาจเขาทั้งนั้น

ปี   ๒๔๙๗-๒๕๐๐     เผ่า   ศรียานนท์    ไม่ยิ่งใหญ่หรือ   ?    ถึงกับประกาศว่า  “ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ “    จำได้ไหมเล่า    ?

ถนอม/ประภาส/ณรงค์    ก่อน   ๑๔   ตุลาคม    ๒๕๑๖    ไม่ยิ่งใหญ่หรือ   ?   มี ทรราชไหนยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้

ทักษิณ    ชินวัตร    ๒๕๔๔   -   ๑๙   กันยายน   ๒๕๔๙      ใครจะเทียบบารมีเขาได้    ธงชาติที่ชาวบ้านโบกต้อนรับ    ถึงกับมีคำว่า   “ ทรงพระเจริญ “    ให้   ทรราชตนนี้เป็นปลื้ม    จำไม่ได้หรือ    ?

ถามว่า  จุดจบ   หรือ บั้นปลายชีวิตของผู้คนเหล่านี้เป็นอย่างไร     น่าสมเพชเวทนาขนาดไหน ?

ช่างไม่รู้จักสรุปบทเรียนกันเลย     น่าสงสารจริงๆ

 

 

 

 

 

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

2,085 Responses to “เรื่องฉาวและโฉ่ ของพรรคภูมิใจไทย”

  1. jin

    ไอ้พวกนักการเมืองคางคกยางหัวไม่ตกมันไม่รู้สึกหรอกครับ

    จริง ๆ แล้วฉันเกลียดเผด็จการทหาร แต่บางครั้งก็ทนไม่ไหว อยากให้เข้ามากวาดนักการเมืองเลว ๆ ออกไปให้หมดเหมือนกัน

  2. זקוקים לצמיחה אישית ועוד תוכלו לקבל עזרה מאנשי מקצוע מוסמכים בתחום זה.

  3. stuff which are when considered inconsequential consider extra

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com