หยุดทำร้ายประเทศไทย:หยุดคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

รายงานพิเศษ

                   หยุดทำร้ายประเทศไทย : หยุดคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ

                                                                                                    สำเริง คำพะอุ

 

          รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ คือรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีการประกาศที่จะแก้ไขตั้งแต่ยังไม่ได้มีการประกาศใช้ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่คณะผู้ร่าง ร่างขึ้นมาจากการศึกษารัฐธรรมนูญปี 2540 ว่ามีข้อบกพร่องประการใดบ้างที่จะทำให้นักการเมืองคนหนึ่งที่ผันตัวเองมาจากนักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาล จากธุรกิจผูกขาดในช่วงสั้น ๆ 2 ทศวรรษ มามีอำนาจทางการเมือง ใช้รูปแบบของประชาธิปไตยครองอำนาจ 5 – 6 ปี ซึ่งหากไม่มีการทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ระบอบอันเลวร้ายที่เรียกกันว่า ระบอบทักษิณ ก็อาจจะยังครองอำนาจอยู่

          ตั้งแต่ปี 2534 – 2535 เป็นต้นมา เสียงพูดถึงการปฏิรูปการเมืองดังหนาหูขึ้น ทั้งนี้เพราะการเมืองระบอบรัฐสภาของเราปรากฏให้ประชาชนทั้งหลายทั้งปวงเห็นชัดเจนว่า การเมืองกลายเป็นธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้นักการเมืองได้ดียิ่งกว่าธุรกิจอื่นใด ใครที่สามารถตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ส่งสมาชิกพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งให้ได้ 7 คน  10 คน หรือมากกว่า(ก็ยิ่งดี)แล้ววิ่งเต้นเข้าร่วมรัฐบาล ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีมาตามโควตา เช่น มี ส.ส.7 คนได้รัฐมนตรี 1 คน มี ส.ส.20 คนได้รัฐมนตรี 3 คน และเมื่อได้ตำแหน่งมาแล้ว ก็ใช้ตำแหน่งนั้นทำมาหากิน

          ทั้งจากงบประมาณแผ่นดิน ทั้งจากข้าราชการประจำ ที่จะต้องพึ่งพานักการเมืองในการไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น

          จากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2506 ซึ่งนักเรียนนักศึกษาประชาชนเคลื่อนไหวต่อสู้เพียงให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองหรือบริหารประเทศ มาถึงปี 2534 -2535 เสียงเรียกร้องเปลี่ยนไปว่า การมีรัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่พอ หากแต่เนื้อหาสาระจะต้องเป็นประชาธิปไตยด้วย ต้องให้ประชาชนทั้งหลายทั้งปวงมีส่วนร่วมมากขึ้น

          รัฐธรรมนูญปี 2540 จึงเกิดขึ้น โดยออกแบบให้เป็นประชาธิปไตย ให้มีองค์กรอิสระต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการกำกับ ควบคุมการบริหารงานของรัฐบาล ให้มีวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง (เพื่อแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศมากขึ้น) ให้มีคณะกรรมการเลือกตั้ง เพื่อจัดการเลือกตั้งให้สะอาด บริสุทธิ์ และยุติธรรม

          โดยรัฐธรรมฉบับปี 2540 ประเทศไทยของเราควรที่จะเดินไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยด้วยความสง่างาม เป็นประเทศไทยใหม่ที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น มีองค์กรอิสระที่คอยควบคุมการทำงานรัฐบาล ให้ทำงานเพื่อประชาชนยิ่งขึ้น ปราศจากการทุจริต คอร์รัปชั่นที่เห็นกันชัดเจนแล้วว่า นักการเมืองที่ทำธุรกิจการเมืองร่ำรวยกันเป็นร้อยล้านพันล้าน ในขณะที่ประชาชน จนลง จนลง

          แต่บังเอิญประเทศไทยโชคร้าย ที่มีนักธุรกิจที่ผันตัวเองมาสู่การเมืองอย่าง พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร การเมืองที่เราควรจะได้ปฏิรูป เราก็เดินทางสู่กองปฏิกูล

          จนกระทั่งเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

          ที่บอกว่าประเทศไทยโชคร้ายที่มี พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ผันตัวเองจากนักธุรกิ้จมาสู่การเมืองก็เพราะพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อาศัยรัฐธรรมนูญปี 2540 ยึดครองประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ผ่านการเลือกตั้ง อย่างไม่ยากเย็นนัก เพราะเขาอาศัยเงินที่ได้จากการทำธุรกิจผูกขาดเป็นปัจจัยสำคัญ

          แรกทีเดียว เมื่อเข้าสู่การเมืองนั้น เขาสังกัดพรรคพลังธรรมที่มี พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้า จนในที่สุดเขาก็เข้าเทคโอเวอร์พรรคกลายเป็นหัวหน้าพรรค แต่พรรคพลังธรรมมีข้อบังคับพรรค มีสมาชิกพรรคพื้นฐานที่ถือศิลถือสัตย์ทำให้พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เคลื่อนไหวลำบาก ต้องออกมาตั้งพรรคใหม่ ใช้เงินรวบรวมกลุ้มก้อนการเมืองต่าง ๆ เข้ามาไว้ในพรรคไทยรักไทยของเขา

          แรกทีเดียว ที่เขาชะนะการเลือกตั้งก็ยังติดปัญหาการซุกหุ้น ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ แต่ก็สามารถเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจจากประชาชนในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เขามีโอกาสบริหารประเทศ ประกอบกับช่วงนั้น เราเพิ่งประสบวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ก็หวังเอาว่า คนที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาแล้ว จะนำพาประเทศชาติให้พ้นวิกฤติได้ และที่สำคัญ เขาร่ำรวยมาแล้ว คงจะไม่ทุจริต คอร์รัปชั่น เหมือนนักการเมืองรุ่นก่อน ที่ตระกละตระกรามให้เห็นมาแล้ว

          ที่ไหนได้ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อาศัยความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อเขา ทำร้ายประเทศไทยยิ่งเสียกว่านักเมืองชั่ว ๆ หรือทรราชเก่า ๆ เดิม ๆ ทำไว้เสียอีก

          องค์กรอิสระที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้ให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล กลายเป็นองค์กรที่ทำงานตามที่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ปปช. ปปช.และ กกต.

          ในสงครามยาเสพย์ติด มีคนตายไปกว่า 2 พันคน อ้างว่าเป็นการฆ่าตัดตอนระหว่างผู้ค้ายาเสพย์ติดด้วยกันเองบ้าง เป็นการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตามตัวบทกฎหมายบ้าง ในสังคมประชาธิปไตยที่ปกครองด้วยตัวบทกฎหมายไม่มีที่ใดในโลกอนุญาตให้ฆ่าได้อย่างนี้

          พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ออกหวย 2 ตัว 3 ตัวบนดิน เอาเงินมาใช้จ่ายโดยที่ไม่ผ่านกระทรวงการคลัง ซึ่งเท่ากับว่า เขาตั้งตัวเป็นเจ้ามือหวยเอง

          คณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ไม่มีปากไม่มีเสียง ทำตัวเหมือนข้าทาสบริวาร ซีอีโอ.ใหญ่ คือพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ทุกอย่างทุกประการ

          ข้าราชการประจำ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร สามารถล้วงลูกได้ทุกกระทรวงทบวงกรม ทหาร ตำรวจ วางวงศาคณาญาติให้เป็นใหญ่กว่าคนอื่น บางตำแหน่งข้ามหัวชาวบ้านมา 20 กว่าตำแหน่งก็ทำได้ โดยที่ไม่มีใครกล้าปริปาก

          งานของรัฐสภา เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจ เพราะวุฒิสภาครึ่งหนึ่งเป็นของเขา ส่วนสภาผู้แทนราษฎร เขาสามารถรวบรวมเสียงข้างมาก เอาพรรคเล็กพรรคน้อยมาร่วมเป็นเดียวในพรรคไทยรักไทย ทางหนึ่งหัวหน้าพรรคบางพรรคมีคดีความ ทางหนึ่งเกรงว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าจะลำบาก เพราะการเลือกตั้งต้องอาศัยเงิน อาศัยอำนาจรัฐ และอาศัย กกต.ซึ่งพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ครอบครองไว้แล้ว

          อำนาจที่เขาได้มาโดยอาศัยรูปแบบของประชาธิปไตยนี้เองที่ทำให้ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร คิดและเข้าใจว่า ประเทศไทยอยู่ภายใต้สองตีนของเขาแล้ว

          รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ในสายตาของนักประชาธิปไตยอาจจะมองได้ว่า เป็นการถอยหลังเข้าคลอง เป็นการนำพาประเทศชาติไปสู่เผด็จการ เป็นหายะของประเทศ

          อยากถามว่า มีวิธีไหนบ้างที่จะล้มระบอบเลวร้ายของทักษิณ ได้

          เลือกตั้ง พรรคไทยรักไทยก็ชนะ เพราะมีเงินมากมายมหาศาล ที่สำคัญมีองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ดูแลการเลอืกตั้งคอยอำนวยความสะดวกให้ด้วย (การที่ศาลสถิตยุติธรรมตัดสินจำคุก กกต.เป็นเหตุผลที่ชัดเจนในเรื่องนี้)

          จะรอให้ประชาชนมองเห็นความเลวร้ายของระบอบทักษิณเองก็จะยาก เพราะทักษิณฉลาด มีวิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ มีชั้นเชิงในการทำตลาด ที่สำคัญคือ หน้าด้านพอที่จะเอางบประมาณแผ่นดินไปใช้ในการหาเสียง

          มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ประธานาธิบดีของสหรัฐ อย่าง ยอร์จ ดับเบิลยู บุช โกหกประชาชนของเขาในการทำสงครามอีรัก อ้างว่าอีรักสะสมอาวุธร้ายจะทำลายโลก แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ …บุช จะเลวร้ายอย่างไร เขาก็ไม่ทำปฏิวัติ รัฐประหาร

          นั่นก็ใช่ เพราะบุชอยู่ได้สองสมัยเท่านั้น ไม่มีโอกาสที่จะเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 และการเมืองของเขาไม่เปิดโอกาสให้ทุจริตโครงการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่อย่างบ้านเรา ไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองสืบวงศาคณาญาติอย่างบ้านเรา

          ที่สำคัญ ประชาชนของเขาไม่ลืมง่าย ไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่เมื่อเขารู้ว่าชั่ว รู้ว่าเลว กลับมามีอำนาจได้ แต่เที่ยวโสเภณี หรือพูดจากสามหาว ดูถูกดูแคลนประชาชน เขาก็หมดโอกาส

แต่ของเราไม่ใช่ เป็นคนเลว คนชั่วในวันนี้ ถ้าหากย้ายพรรค ถ้าหากทำตัวเงียบ ๆ ไม่เห็นข่าวสักปีสองปี ผู้คนก็ลืมไปแล้ว

          ยิ่งถ้าหากมีเงินในการจัดตั้ง ในการหาคนมาเชียร์ ในการหาคนมาให้ดอกไม้ ผู้คนก็ยิ่งลืมความชั่ว ความเลยนั้นได้เลย

          รัฐธรรมนูญปี 2550 เขาเขียนขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว พรรคการเมืองที่ต้องการมีอำนาจทางการเมืองด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย ด้วยการซื้อสิทธิขายเสียง ที่เราเข็ดขยาดกันมาแล้วหลายทศวรรษ มิใช่เขียนเพราะกีดกันทักษิณ หากแต่เขียนเพื่อมิให้คนอย่างทักษิณคนที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เกิดขึ้นได้อีก แค่ทักษิณเดียวก็เลวร้ายพอแล้ว

          สำหรับทักษิณแรกนั้นไม่ต้องไปทำอะไรมากหรอก เขาลงนรกไปแล้ว.

         

หมายเหตุ : คุณสำเริง คำพะอุ เป็นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผ่านการเป็น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวันที่มีเนื้อหาคุณภาพมาแล้วหลายฉบับ ปัจจุบันมีงานเขียนวิพากย์วิจารณ์การเมืองในหนังสือพิมพ์รายวัน ที่เน้นด้านการเมืองอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ทว่า นับจากวันพฤหัสที่ 7 พฤษภาคม 2552 เป็นต้นไป ท่านจะมาเขียนบทความเป็นการเฉพาะให้ สำนักข่าวเจ้าพระยา ทุกวันพฤหัสบดี.

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com