แค่ลมปากตำรวจนำตัว“ยิ่งลักษณ์”ติดคุก

3

นายปกครอง

คงจะไปหวังอะไรกับตำรวจ บ้านเรา ที่คุยไปวันวันว่า จะสามารถนำตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบัน ต้องกลายเป็นผู้กระทำความผิด หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ ที่ไม่แตกต่างอะไรกับผู้เป็นพี่ชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันนี้โทษศาลสั่งจำคุกสองปี ไปอยู่ต่างประเทศเหมือนกัน

ตำรวจไทยเพียงแต่ ออกมาพูดผ่านสื่อว่า พบภาพในโซเชียลมีเดีย เผยแพร่ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยการถ่ายรูปคู่กับคนไทยคนหนึ่ง ด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนไม่มีความทุกข์หรือเดือดร้อนกับการหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ

มันก็แค่นั้นสำหรับตำรวจไทย

การรับรู้ผ่านสื่อนั้น เหมือนไม่ได้ใช้ฝีมือในการสืบสวนสอบสวนแต่อย่างใด มิหนำซ้ำตำรวจที่เกี่ยวข้องบางคน ยังออกมาบอกในทำนองที่ว่า ได้ประสานกับตำรวจสากลเอาไว้แล้ว แต่เมื่อติดต่อไปปรากฏว่า ตำรวจสากลประเทศอังกฤษไม่มีการตอบเรื่องนี้มาแต่อย่างใด

ทำได้แค่นี้เองหรือสำหรับตำรวจไทย

ในเมื่อตำรวจสากลประเทศอังกฤษไม่ตอบมา ก็คงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้อีก จึงต้องปล่อยไปให้เหมือนกรณีของนายทักษิณ ที่ตอบมาว่า มันเป็นเรื่องการเมืองไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ทั้งหมดนี้ประเทศอังกฤษทำไปตามกติกาสากลทุกอย่าง

อะไรแต่ตำรวจที่ยึดอาชีพอยู่ในปัจจุบันนี้ แม้กระทั่งตำรวจที่ติดตามนางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องตั้งคำถามว่า เป็นตำรวจมืออาชีพหรือไม่ ที่ติดตามตัวอยู่ตลอดเวลา กลับกลายเป็นว่า ปล่อยให้หลบหนีไปอย่างได้ลอยนวล

อะไรก็เล่นกับกระแสไปได้วันวัน มีกระแสออกมาถามไปยังตำรวจ ตอบได้เสียทุกเรื่อง แต่ทำไมไม่ไปตามตัวมาติดคุกให้ได้

ในสายตาของประชาชนแล้ว ต้องการเห็นว่า ตำรวจไทยน่าจะทำงานได้ดีกว่านี้ โดยแนวทางแก้ไข คือการไปประสานงาน เพื่อนำตัวทั้งนายทักษิณ พร้อมกับนำตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ มาดำเนินคดีให้ได้

หากวงการสีกากี มีใครดำเนินการได้เช่นนี้ เชื่อว่า กู้ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตนเองกลับมาได้ จนทำให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาได้อีกเป็นจำนวนมาก

มุมหนึ่ง หากเหลือบากกว่าแรง ไม่สามารถเข้าไปล่าตัวทั้งสองคนมาติดคุกได้ ก็ควรจะมีความพยายามที่สัมผัสได้เป็นรูปธรรม ให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ตอบออกมาว่า ประสานกับตำรวจสากลแล้ว แต่ตำรวจสากลของประเทศอังกฤษไม่ยอมตอบอะไรมาเลย

อยากย้อนให้ดูถึงภาพลักษณ์ที่ดีมุมหนึ่ง ที่พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังบุกเข้าจับ เสก โลโซ ศิลปินนักร้องชื่อดัง แต่สร้างความเสื่อมเสียให้กับตนเอง ยิงปืนขึ้นฟ้าบ้าง ฉี่สีม่วงบ้าง

หาผู้นำตำรวจ เตรียมกำลังไล่ล่าทำนองนี้ ไปประสานงานด้วยตนเอง ถึงประเทศปลายทาง ด้วยการอาศัยความสัมพันธ์ที่ดี ประเทศมหาอำนาจ ประสานอะไรมาเราก็ดำเนินการให้

ถ้าภาพลักษณ์ที่ออกไปผ่านสื่อในลักษณะนี้ เชื่อว่า โลกโซเชียลหรือสื่อทั่วโลก คงต้องสรรเสริญเอาจริงเอาจัง สนับสนุนตำรวจไทย เชียร์ให้โด่งดังถึงการส่งหน่วยไล่ล่าไปประเทศต่างๆ เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

มุมหนึ่งเชื่อว่า เป็นการกดดันกับประเทศมหาอำนาจให้รู้สึกว่าการโอบอุ้มคนร้าย เอาไว้ในอ้อมกอดนั้น มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง

นี่แหละ คือจุดอ่อนที่ไม่เอาจริงเอาจังของผู้ที่รับผิดชอบในบ้านเรา จึงต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบออกมาให้เห็นกันเสมอ

ควรแก้ไขได้แล้ว ทำได้ป่าว


About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com