“ต้นตะโก” พรรณไม้หลักประดับพระเมรุมาศ สัญลักษณ์แทนความพอเพียง

1

มาทำความรู้จัก “ต้นตะโก” หนึ่งในพันธุ์ไม้มงคลที่ถูกนำมาประดับพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

หลังจากที่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อพรรณไม้ที่สวนนงนุชพัทยาจะเลือกนำมาใช้ประดับพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเน้นใช้ต้นตะโกเป็นหลักแล้ว [อ่าน : เปิดภาพล่าสุด การสร้างพระเมรุมาศ ร.9-เตรียมพรรณไม้กว่า 2 แสนต้นประดับ]

กระปุกดอทคอมเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักอย่างลึกซึ้งกับต้นตะโก ต้นไม้หน้าตาธรรมดา ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายแฝงอันทรงคุณค่า รวมไปถึงวิธีการปลูกและสรรพคุณที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายจากต้นไม้ต้นนี้กันค่ะ

2

1. ความสำคัญ

ต้นตะโก เป็นต้ไม้มงคลพันธุ์ไทยแท้ สามารถเจริญเติบโตได้เองตามธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถทนทานได้ทุกสภาพอากาศ จึงทำให้ต้นตะโกถูกยกขึ้นมาเป็นพรรณไม้หลักที่ใช้ประดับพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเสริมให้พระเมรุมาศสง่างามมากที่สุดและสื่อถึงแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง สมบัติอันล้ำค่าที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานไว้ให้กับคนไทย

2. ลักษณะ

พรรณไม้ทรงคุณค่าชนิดนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า “ต้นตะโก” มีชื่อท้องถิ่นก็มีหลากหลาย ได้แก่ ตะโกนา นมงัว มะโก มะถ่านไฟผี โก ตองโก และพญาช้างดำ ส่วนชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Ebony และชื่อวิทยาศาสตร์ Diospyros rhodocalyx Kurz

ต้นตะโกเป็นไม้ต้นยืนเนื้อเหนียวขนาดกลาง ต้นมีลักษณะเป็นทรงพุ่ม ขึ้นตามป่าเขาทั่วไป สูงสุดได้ถึง 15 เมตร ลำต้นเป็นสีดำมีเปลือกหนา ออกใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับกัน ลักษณะใบคล้ายรูปไข่ ปลายใบแหลมโค้งเว้า ขอบใบเรียบ และกว้างประมาณ 7 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อตามก้านใบ มีผลกลมติดขนน้ำตาลแดงด้านในมียางมาก รสชาติจะออกฝาด

3

3. วิธีปลูกและการดูแลรักษา

การขยายพันธุ์ต้นตะโกสามารถทำได้หลายวิธี อย่างเช่น เพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง ซึ่งการเพาะเมล็ดอาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อย แต่เป็นวิธีที่สามารถควบคุมคุณภาพของต้นได้ดี โดยการนำเมล็ดตะโมมาปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เมื่อกล้าเจริญเติบโตแข็งแรงดีแล้วให้นำมาปลูกลงในหลุมดินร่วนที่ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ย หลุมต้องมีขนาด 50×50x50 เซนติเมตร ดูแลรดน้ำปานกลางให้ดินชื้นแต่อย่าแฉะ เป็นไม้กลางแจ้งที่ต้องการแสงปานกลางถึงจัด หมั่นบำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 4-6 ครั้ง

4. ประโยชน์และสรรพคุณ

เนื่องจากเป็นไม้ที่ทนทุกสภาพอากาศ ปลูกง่าย เลี้ยงง่าย และโตไว คนโบราณจึงนิยมนำมาปลูกประดับไว้ในรั้ว ในวัง และวัดสำคัญหลายแห่ง ทั้งนี้ตะโกยังเป็นไม้เนื้อเหนียวที่นักเล่นบอนไซชื่นชอบ นิยมนำมาดัดเพื่อเลี้ยงเป็นไม้บอนไซให้ความสวยงาม มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรช่วยทำให้เจริญอาหาร ใช้เป็นยาแก้กษัย แก้อาการคลื่นไส้ แก้ไข้ แก้พิษผิดสำแดง ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ และอื่น ๆ อีกมามาย แถมเป็นไม้มงคลเหมาะแก่กการนำมาปลูกไว้ทางทิศใต้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความอดทนอดกลั้นให้กับคนในบ้าน

แม้จะเป็นเพียงต้นไม้ธรรมดา ๆ แต่ด้วยคุณค่าและคุณสมบัติที่ดี จึงทำให้ตะโกกลายเป็นสัญลักษณ์แทนความพอเพียงที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย หากใครกำลังมองหาไม้ประดับมามาจัดสวน ก็ลองนำต้นตะโก ต้นไม้ธรรมดา ๆ ที่มาพร้อมความหมายดี ๆ ไปปลูกกันนะคะ

ขอขอบคุณ Kapook ,medthai, Kasetkawna , Gotoknow

goo.gl/SdRDr6

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ผักอะไรปลูกเองได้? รวม 5 ผักปลูกในคอนโด แป๊บเดียวได้กิน

1

แหม่…คนเมืองหลวงเมืองกรุงอย่างเรา ต้นทุนในชีวิตก็สูงเสียจริง ค่าคอนโดฯ ค่าที่พัก ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ไหนจะเสื้อผ้า หน้าผม และค่าเข้าสังคมอีก โอ๊ย…สารพัดจะค่า รวมๆ โฮมมี่ เรียกมันว่า “ค่าใช้จ่าย”

วันนี้ โฮมมี่ มีวิธีประหยัดมานำเสนอ กับการปลูกผักเลี้ยงชีพตัวเอง ได้กินดีอยู่ดี ไร้ซึ่งยาฆ่าแมลง มาลองทำตามกันดู เชื่อมั้ย ไม่นานก็ได้กินผักเหล่านี้แล้ว จะเอาไปใส่มาม่า แล้วเติมเครื่องให้เจ๊โอวอายไปเลย หรือจะเอาไปต้มๆ ผัดๆ ได้หมด…ถ้าสดชื่น ไปดู!

2

1. ผักชี

ง่ายมากๆ แค่ซื้อเมล็ดพันธุ์ผักชีมา 1 ซอง 10 บาทเองค่ะคุณผู้ชม จากนั้นก็จัดหาภาชนะมา จะกระบะหรือกระถางได้หมด ไม่ต้องมากมาย ใส่ดินร่วนลงไป ซื้อมาเป็นถุงๆ ตามตลาดนัดต้นไม้ หรือจะตามร้านต้นไม้นั่นแหละ ได้หมด ก่อนจะใส่บรรจุลงกระถาง และนำเมล็ดผักชี วางลงไป กดให้จมประมาณ 1 นิ้ว ไม่นานคุณได้ผักชีต้นสวยงาม ไปใส่แกงจืด หรือจะเด็ดไปจิ้มน้ำพริก ได้หมดค่ะคุณขา

3

2. ผักบุ้ง

โฮมมี่ชอบมากๆ กับการปลูกผักบุ้งแบบไม่ต้องคิดหวังอะไรมากมาย ขึ้นมาฉันก็กินคุณ ไม่ขึ้นก็ปลูกใหม่ ไม่มีอะไรยากเย็น แค่นำต้นผักบุ้งที่ซื้อมา แล้วเราตัดรากมันทิ้ง เอาส่วนรากนั้นแหละ มาปักใส่ในกระถางใบเล็ก วางไว้ในห้องน้ำ เพราะเจ้าผักบุ้งนี้ นางชอบความชุ่มชื้นมากมาย แต่เช้าเย็นก็เอาออกมาโดนแดดบ้างนะ ไม่งั้น หากผักบุ้งไม่โดนแดดเลย มันจะไม่โตและจะตายลง ปล่อยเวลาผ่านไป 3-4 วัน ก็ได้กินแล้วจ้า

4

3. พริกขี้หนู

อันนี้หลายคนถามว่า จะไปหาต้นจากไหนมาปลูกละ บอกแบบนี้…ง่ายนิดเดียว เดินไปซื้อต้นพริกขี้หนู ที่ฟอร์มสวยๆ จากร้านต้นไม้เลยจ้า เล่นมันง่ายๆ แบบนี้แหละ แป๊บเดียวเดี๋ยวพริกมันก็สุกและแก่ กลายเป็นสีส้มสีแดงเถือก เก็บไปรับประทานและปรุงอาหารได้ เชื่อมั้ยคะ? โฮมมี่ซื้อมาต้นหนึ่ง กินไป 6-7 เดือนทีเดียว เพราะมันจะออกดอกและออกเม็ดใหม่ แต่ขอแค่เราเด็ดมันดีๆ นะ เพื่อให้มันได้งอกงอยมาให้เรากินอีก ไม่งั้นมันจะช้ำมือตาย เพราะต้นมันเล็กเนอะ

5

4. ต้นหอม

ไม่รู้ใครทำแแบบเรามั้ย ก็เอาหัวหอมนั่นแหละ กดจมลงดินไปให้หัวดิ่งลงกระถางใบน้อยไปโล้ด ผ่านเวลาไม่นาน ต้นหอมสีเขียวๆ ก็โผล่มาให้เราชื่นใจ แค่ตอนเลือกหัวหอม คุณเลือกหัวที่มันดีๆ สมบูรณ์หน่อยนะ ต้นหอมจะได้มีคุณภาพ อ้อ…เกือบลืม รังไข่ไก่ ใครมีละก็ นำมาแล้ววางจบเลย อย่าลืมรดน้ำนะคะ

6

5. ถั่วงอก

นำเมล็ดถั่วเขียว มาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นหาผ้ากระสอบ ผ้าขาวบาง หรือจะกระดาษทิชชูแบบแผ่นใหญ่มาวางในภาชนะ ชามใบใหญ่ (ถ้าใช้กระดาษทิชชูควรใช้ 3 แผ่น) ก่อนจะนำถั่วเขียววางเกลี่ยให้ทั่ว แล้วนำผ้ากระสอบ ผ้าขาวบาง หรือกระดาษทิชชู มาวางทับถั่วเขียวอีกทีหนึ่ง จากนั้นรดให้ชุ่ม แต่อย่าให้น้ำขังนะ เก็บในที่มิดชิด 3 วันได้กินถั่วงอกไร้สารพิษค่ะคุณๆ จะนำไปผัด ไปกินกับขนมจีน หรือจะไปขายข้างบ้าน เพื่อนที่ทำงานก็ได้นะจ๊ะ แหม่…ของดี ลองทำกันดูค่ะ

ขอขอบคุณ ไทยรัฐออนไลน์

goo.gl/jqcXxf

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

“ไข่ดิบ” มีประโยชน์ หรือให้โทษต่อร่างกายกันแน่?

1

มีเพื่อนที่เป็นคนออกกำลังกายหนักๆ หรือผู้ชายที่กำลังเพาะกล้ามกันไหมคะ พวกเขาเหล่านี้จะบริโภคโปรตีนมากกว่าคนอื่น เพราะเชื่อว่าโปรตีนจะช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทั้อกไก่ ไข่ต้ม และเนื้อไม่ติดมัน

แต่บางก็ทานไข่ดิบเป็นฟองๆ ซึ่งนอกจากจะมีความเชื่อเรื่องเพาะกล้ามได้ดีขึ้นแล้ว ยังมีความเชื่อว่าจะช่วยโด๊ปให้ร่างกายแข็งแรง เสริมสมรรถภาพทางเพศ

จริงๆ แล้ว ไข่ดิบมีประโยชน์หรือไม่ หรือขะมีโทษอะไรต่อร่างกายหรือเปล่า มาหาคำตอบกันค่ะ

ประโยชน์ของไข่ไก่

ไข่ไก่ เป็นอาหารที่มีโปรตีน และไขมันที่ให้พลังงานและความร้อนราวๆ 70-90 กิโลแคลอรี่ ไข่ไก่ 1 ฟองให้พลังงานเท่ากับการดื่มนม 30 ซีซี หรือเนื้อสัตว์ 42 กรัม

แต่การจะทานไข่ไก่ให้ได้ประโยชน์ ควรต้องทำให้ไข่สุกเสียก่อน เพราะการทานไข่ดิบๆ นอกจากจะไม่ได้คุณค่าทางอาหารอย่างที่ต้องการแล้ว ยังก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายหลายประการอีกด้วย

ไข่ดิบ ให้โทษ?

ไข่ดิบมีความลื่นสูงมาก ทำให้ไข่ดิบไหลผ่านลำไส้เล็กไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ลำไส้เล็กดูดซึมไม่ทัน อีกทั้งเมือกของไข่ขาว ยังเข้าไปขัดขวางการทำงานของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารอีกด้วย

นอกจากนี้ ในไข่ดิบยังมีสารที่มีชื่อว่า สารอะวิดิน ที่อาจส่งผลทำให้ร่างกายขาดไบโอติน เพราะสารอะวิดินในไข่ดิบ จะไปจับกับสารไบโอติน ซึ่งเป็นวิตามินชนิดหนึ่งของร่างกาย ส่งผลทำให้ร่างกายขาดวิตามินชนิดนี้ จนอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพ

ดังนั้น การรับประทานไข่ดิบ จึงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และอาจทำให้เรารับเชื้อโรคเข้าไปอีกด้วย ดังนั้นการรับประทานไข่ดาว จึงควรทำให้ไข่สุกทั้งสองด้าน หรือสุกทั้งไข่แดง และไข่ขาว เพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคทิ้งไป โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก และคนชรา ควรรับประทานไข่ที่สุกแล้วเท่านั้น

หากใครที่ชอบทานเมนูไข่ โปรดทราบเพิ่มเติมเอาไว้ด้วยว่า เราควรทานไข่คู่กับผัก เพราะไฟเบอร์ หรือใยอาหารที่อยู่ในผัก จะช่วยดูดซับคอเลสเตอรอลในไข่ได้ส่วนหนึ่ง และคนที่มีไขมันในร่างกายสูง ควรรับประทานแต่ไข่ต้ม หรือไข่ตุ๋น แทนไข่เจียว ไข่ดาวที่ทอดในน้ำมันพืช เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากไข่ได้สูงสุด

ขอขอบคุณ Sanook

goo.gl/32IV6W

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ไอเดียสุดเจ๋ง จาก “ขวดพลาสติก”

0000000000000000000000000000000000

ขอขอบคุณ คลิปจาก Thaitrick

https://www.youtube.com/channel/UCobJuNZM0teTrd2YLnDUTzA/videos


Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ระวัง..!! ซื้อทอง สอดไส้ผงเหล็ก ได้น้ำหนักทองไม่เต็ม (ชมคลิป)

ระวัง..!! ซื้อทอง สอดไส้ผงเหล็ก ได้น้ำหนักทองไม่เต็ม

ชมคลิป

https://www.facebook.com/clipsak/videos/1669729726656516/

2

ชมคลิป

https://www.facebook.com/clipsak/videos/1669729783323177/

3

ชมคลิป

https://www.facebook.com/clipsak/videos/1669729943323161/

4

ขอขอบคุณ เพจ  คลิปเด็ด คลิปดัง เฟสบุ๊ค

https://www.facebook.com/pg/clipsak/photos/?tab=album&album_id=1669729479989874

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

“น้ำมันปลา” ไม่ช่วยให้ทารกฉลาดขึ้น

1

BBC ไทย

ในทางการตลาด น้ำมันปลาถูกโฆษณาให้เป็นอาหารเสริมสำหรับสตรีมีครรภ์ แต่การศึกษาผู้หญิงตั้งครรภ์ 2,500 คน เป็นเวลา 10 ปี นักวิจัยในออสเตรเลียพบว่า น้ำมันปลาไม่ได้ช่วยเพิ่มระดับสติปัญญาของทารก

ดร. แจกเกอลีน กูลด์ หนึ่งในทีมวิจัยบอกบีบีซีว่า หากว่าที่คุณแม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบทุกหมู่ การใช้น้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมก็ไม่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางสมองของทารก

วิตามินดีอาจช่วยป้องกันหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ได้

งานวิจัยฉบับนี้ของสถาบันวิจัยสุขภาพและการแพทย์แห่งเซาท์ออสเตรเลียติดตามผู้หญิงตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ ไปจนถึงตอนที่ทารกมีอายุ 7 ขวบ โดยแบ่งหญิงตั้งครรภ์ออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับน้ำมันปลาขนาด 800 มิลลิกรัมเป็นอาหารเสริมทุกวัน และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก

2

ในทางการตลาด มีการโฆษณาให้น้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมสำหรับสตรีมีครรภ์

ผลที่ได้ปรากฏว่า การได้รับน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมไม่มีผลต่อพัฒนาการทางสมองของทารก

ดร. กูลด์ชี้ว่าน้ำมันปลาถูกใช้โฆษณาว่าเป็นอาหารเสริมเพื่อบำรุงพัฒนาการทางสมองของทารก ทว่าผลจากการศึกษาครั้งนี้กลับบ่งชี้ว่าน้ำมันปลาอาจเพิ่มระยะเวลาของการตั้งครรภ์ขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีอัตราทารกที่เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้คลอดก่อนกำหนดเพียงไม่กี่ราย

อย่างไรก็ตามทีมนักวิจัยกำลังพยายามศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่กว่านี้เพื่อยืนยันว่าผลการวิจัยที่ได้ในครั้งนี้มีความเที่ยงตรง

ขอขอบคุณ  BBC ไทย

goo.gl/Znnmno


Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ทำไมจึงสำเร็จ! ตามไปดู “เนเธอร์แลนด์” ประเทศเล็กสู่ยักษ์เกษตรเบอร์ 2 ของโลก

1

“เนเธอร์แลนด์” ประเทศแสนสงบในยุโรป แม้จะมีขนาดเล็กด้วยประชากรเพียง 17 ล้านคน แต่ศักยภาพกลับไม่เล็กตามไปด้วย เพราะเป็นประเทศอันดับ 2 ของโลกที่ส่งออกผลผลิตด้านเกษตรกรรม เป็นรองแค่สหรัฐเท่านั้น นอกจากนั้น ยังสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้เป็นอันดับ 1 ของโลก

เกษตรกรรมและการส่งออกด้านอาหารของเนเธอร์แลนด์คิดเป็นมูลค่าถึง 91,000 ล้านยูโร เท่ากับ 22% ของการส่งออกทั้งหมด และเป็น 8.8% ของการจ้างงานทั่วประเทศ เบื้องหลังความสำเร็จมาจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับการเกษตร

ในการบรรยายพิเศษเรื่อง “The Netherland”s Top Sectors : Policy and Implementation” ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย “ศาสตราจารย์อัลด์ ไดเฮาเซนส์” ประธาน บริษัท “Dutch Topsec-tor Agri & Food” ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาและวิจัยภายใต้ความร่วมมือของรัฐ กล่าวถึงอนาคตในอีก 40 ปีข้างหน้าว่า ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนถึง 2-3 พันล้านคน ชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นอีก 3,000 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูง

“แม้ว่าจะเป็นความท้าทายของโลกครั้งยิ่งใหญ่ แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรรม และการพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับคนรุ่นใหม่เช่นกัน” ไดเฮาเซนส์กล่าว

ความท้าทายที่ว่า ได้แก่ การเพิ่มผลผลิตการเกษตรและผลผลิตจากสัตว์ การพัฒนาคุณภาพอาหารและความปลอดภัยด้านอาหาร การลดผลกระทบจากการผลิตต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศ และการนำผลผลิตที่เหลือมาผลิตซ้ำใหม่

ดูเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการนำผลผลิตที่เหลือทิ้งมาผลิตซ้ำใหม่ แต่ไดเฮาเซนส์ชี้ว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้หากใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ

อนาคตคือโลกแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีการปรับใช้กับการเกษตรอย่างกว้างขวาง “สมาร์ทเทคโนโลยี” ทั้งระบบเซ็นเซอร์ โดรน และหุ่นยนต์ สามารถช่วยเพิ่มสมรรถภาพด้านผลผลิตได้ เช่น ระบบเซ็นเซอร์ช่วยให้อาหารสัตว์หรือใส่ปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ รวมถึงช่วยเหลือในระบบจัดการน้ำ โดรนใช้ในการสำรวจผลผลิต หรือหุ่นยนต์ช่วยทุ่นแรง หรือช่วยด้านการขนส่งและจัดเก็บได้

“จีโนมิกส์” การศึกษาด้านจีโนมของสิ่งมีชีวิต ก็สามารถช่วยเหลือในการผสมพันธุ์สัตว์เพื่อขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น ได้สัตว์ในเจเนอเรชั่นถัดไปที่มีกำลังผลิตเพิ่ม เช่น วัวที่รีดน้ำนมได้ไวขึ้น หรือการผลิตผลิตผลที่เหมาะกับบุคคลประเภทต่าง ๆ

เทคโนโลยี “ไบโอรีไฟเนอรี่” หรือการใช้วัตถุดิบธรรมชาติหรือของเสียจากอุตสาหกรรม มาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นผ่านกระบวนการเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบเหลือเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้ไม่เหลือของเสียทิ้งอีกเลย (Zero Waste) และเป็นการทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนที่เป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงเทคโนโลยี “การควบคุมสภาพภูมิอากาศ” เช่น การเลี้ยงมะเขือเทศในเรือนกระจก ใช้ความร้อน คาร์บอนไดออกไซด์ และแสงประดิษฐ์ ซึ่งผลผลิตจะงอกงามโดยไม่กระทบสภาพแวดล้อมโลก เพิ่มผลผลิตจาก 5 กก./ตร.ม.เป็น 75 กก./ตร.ม.

อย่างไรก็ตาม ไดเฮาเซนส์มองว่าโลกยังต้องการเทคโนโลยีด้านอาหารมากกว่านี้เพื่อรองรับอนาคต จึงเสนอแนะว่าการร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจ รัฐบาล และเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ นับตั้งแต่วันนี้คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จทั้งมวล

ที่เนเธอร์แลนด์มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้านเกษตรและอาหาร “WageningenUniversity” ได้รับการก่อตั้งมาร่วมร้อยปี ท่ามกลางหลายประเทศในยุโรปทยอยปิดประเทศในช่วงเวลานั้น ทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องดิ้นรนด้านอาหารด้วยตัวเอง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยถือเป็นความสำเร็จระดับนานาชาติ มีนักศึกษาจากทั่วโลกนับหมื่นคน

การก่อตั้งมหาวิทยาลัยดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ด้านอาหารของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับความร่วมมือของภาคธุรกิจและรัฐบาลมาโดยตลอด โดยเฉพาะนโยบาย “ท็อปเซ็กเตอร์” นโยบายด้านอุตสาหกรรมที่มีมานับตั้งแต่ปี 2010 ให้ความสำคัญกับการให้เงินกองทุนสนับสนุนด้านงานวิจัยด้านเกษตรและอาหาร ซึ่งเงินทุนจะมาจากภาครัฐและเอกชน 50/50 ปัจจุบัน Wageningen University มีโปรเจ็กต์ด้านอาหารกว่า 450 โปรเจ็กต์ ในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก นับเป็นความสำเร็จระดับสากลอย่างยิ่งยวด

ไดเฮาเซนส์ ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการรับมือกับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของโลกอนาคตว่า ความร่วมมือ “ระหว่างประเทศ” คือหัวใจสำคัญ เพราะเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ต่างคนต่างมีให้แก่กันและกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ปัจจุบันสามารถคิดค้น และพัฒนาได้จากคนทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย Wageningen University กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถร่วมมือกันในด้านการจัดอบรบบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือด้านเทรนนิ่งนักวิจัยรองรับโลกในอนาคตได้เช่นเดียวกัน

ขอขอบคุณ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

goo.gl/YnLQLy

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

“วิธีสรงน้ำพระที่บ้าน” ขั้นตอน-การทำความสะอาดอย่างถูกต้อง

1279

วิธีสรงน้ำพระที่บ้าน อยากรู้ขั้นตอนการทำความสะอาดหิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา และพระพุทธรูปอย่างถูกวิธี วันนี้เรามีวิธีสรงน้ำพระที่บ้านมาบอก การสรงน้ำพระ คือ การทำความสะอาดพระพุทธรูป หิ้งพระ รูปภาพ และสิ่งของต่าง ๆ รวมไปถึงที่ประดิษฐานขององค์พระพระพุทธรูปให้สะอาดบริสุทธิ์ หรือเรียกอีกอย่างว่า “การถวายเครื่องเถราภิเษก” ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลและสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบันและต้องทำเป็นประจำทุกปี ถือว่าเป็นการชำระพระวรกายของพระพุทธเจ้าให้ปราศจากมลทิน เพื่อให้เกิดมุทิตาจิต เบิกบานใจ สุขใจ และเกิดความเป็นสิริมคลกับผู้ที่ปฏิบัติและทุกคนในบ้าน นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงความคารพและเสื่อมใสศรัทธาต่อพระรัตนตรัยทั้ง 3 ประการอีกด้วย กระปุกดอทคอมเลยนำวิธีสรงน้ำพระที่บ้านอย่างถูกต้องมาใช้ได้ชม เพื่อให้ผู้ที่เลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้นำไปปฏิบัติกัน

อุปกรณ์สรงน้ำพระที่บ้าน

- ผ้าเช็ดทำความสะอาดผืนใหม่หรือฟองน้ำสะอาด ๆ

- ขันใส่น้ำสำหรับเช็ดทำความสะอาดทั่วไป

- โต๊ะที่ประดิษฐานชั่วคราว

- พานและถาดรองตามความเหมาะสม

- เครื่องหอม (ดอกไม้หอม, พวงมาลัย, น้ำหอม/ น้ำอบ/ น้ำปรุง)

- ขันใส่น้ำสำหรับสรงน้ำพระ

1277

ขั้นตอนการสรงน้ำพระที่บ้าน (ถวายเครื่องเถราภิเษก)

1. เริ่มจากอันเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยผ้าผืนใหม่หรือฟองน้ำสะอาดทีละองค์ ถ้าหากเป็นกรอบรูปก็ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำบิดหมาดแล้วเช็ดให้เกลี้ยงเกลา

2. จากนั้นอันเชิญพระพุทธรูปทั้งหมดไปประดิษฐานไว้ที่พาน โดยมีรองถาดรองบนโต๊ะที่ประดิษฐานชั่วคราว พร้อมทั้งประดับประดาโต๊ะด้วยดอกไม้หอม กลีบดอกไม้ และพวงมาลัยให้สวยงาม

3. ต่อมาก็เตรียมเครื่องหอม โดยการโรยดอกไม้หอม พวงมาลัย น้ำหอม น้ำอบ หรือน้ำปรุงใส่ในขันน้ำสะอาดไว้สำหรับสรงน้ำพระ

4. หลังจากนั้นก็หันมาทำความสะอาดที่ประดิษฐานองค์พระประจำบ้าน เช่น หิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับที่ประดิษฐานองค์พระให้สะอาดสะอ้าน

5. ขั้นตอนสุดท้ายก็ถึงเวลาที่ทุกคนในบ้านต้องมาตั้งจิตอธิฐานและร่วมสรงน้ำพระไปพร้อม ๆ กัน โดยการนำขันน้ำที่ใส่เครื่องหอมเตรียมไว้มาสรงที่พระพุทธรูปให้ครบทุกองค์ พร้อมกับกล่าวขอขมา ดังต่อไปนี้

1278

การกล่าวขอขมาก่อนสรงน้ำพระที่บ้าน

- ก่อนอันเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานที่สรงน้ำชั่วคราว ให้กล่าวขอขมาเพื่อไม่ให้เกิดโทษ โดยการตั้งนะโม 3 จบ และตามด้วย “ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต” แล้วจึงอันเชิญพระพุทธรูปไปยังที่ประดิษฐานชั่วคราว

- ก่อนเริ่มสรงน้ำพระพุทธรูปด้วยน้ำสะอาดที่ปรุงด้วยเครื่องหอมนั้น ให้ตั้งนะโม 3 จบ และตามด้วย “อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง” เพื่อกล่าวคำอธิฐาน แล้วค่อยตักน้ำสรงพระพุทธรูปต่อไป

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

พืชผักผลไม้สารพิษตกค้าง…น่าตกใจ

aHR0cDovL3AxLnMxc2YuY29tL2hlLzAvdWQvMC8zNDI5LzEuanBn

ในสภาวะเหตุการณ์ที่บ้านเรามีผักผลไม้ออร์แกนิกขายอยู่เพียงน้อยนิด หนำซ้ำยังมีราคาแพงกว่าผักผลไม้อื่นๆ ตามท้องตลาด การเลือกซื้อทานแต่ผักผลไม้ออร์แกนิกทุกวัน จึงอาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน แต่รู้หรือไม่ว่าผักผลไม้หลายชนิดที่พบสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงมาก จนถึง 100% เลยก็มีนะ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ ไทยแพน (Thai-PAN) มีข้อมูลมาฝากค่ะ
aHR0cDovL3AxLnMxc2YuY29tL2hlLzAvdWQvMC8zNDI5LzIuanBn

นอกจากนี้ยังพบว่า จำนวนตัวอย่างของผักและผลไม้ซึ่งจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดซึ่งผู้บริโภคต้องจ่ายแพงกว่ากลับมิได้มีความปลอดภัยมากกว่าตลาดสดโดยทั่วไป เพราะมีจำนวนตัวอย่างการตกค้างเกินมาตรฐานถึง 46% ในขณะที่ตลาดสดมีสัดส่วนมากกว่าเล็กน้อยที่ 48%

ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อผักผลไม้มาทาน ไม่ว่าจะซื้อมาจากแหล่งผลิตที่ใด ควรล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนลงมือประกอบทุกครั้ง Sanook! Health มีเทคนิคการล้างผักผลไม้อย่างไรเพื่อลดปริมาณสารตกข้างจากยาฆ่าแมลงได้ไม่มากก็น้อยมาฝากกันค่ะ

เทคนิคการล้างผักผลไม้ให้สะอาด ปราศจากสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง

1. ผักผลไม้ที่สามารถเด็ดเป็นใบๆ ก้านๆ ได้ ควรเด็ดออกมาแช่น้ำอย่างน้อย 15 นาที อาจจะแช่น้ำซาวข้าว น้ำผสมด่างทับทิม หรือน้ำยาล้างผักที่มีขายตามท้องตลาดก็ได้

2. เปิดน้ำจากก๊อกให้ไหลผ่านผักผลไม้นั้นๆ ประมาณ 2 นาที คลี่ใบ คลี่ก้านออกให้สัมผัสน้ำให้ทั่วถึงด้วย

3. ผักผลไม้ใดที่สามารถปอกเปลือกได้ ให้ปลอกเปลือกออกไป หากกลัวจะไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ จะใช้วิธีขัดเปลือกข้างนอก ปอกเปลือกออกแค่บางๆ หรือปอกเปลือกออกไปเพียงบางส่วนก็ได้

4. ลวกผักก่อนทาน สำหรับผักบางชนิดที่สามารถลวกทานได้

ขอบคุณสนุกนิวส์
เนื้อหาบางส่วนจาก thaipan.org

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

คนญี่ปุ่นเก็บของที่ทำตกหรือลืมทิ้งไว้ คืน จนท. มูลค่ารวมกว่าพันล้านบาท

shutterstock_86973980

by สลิสา ยุกตะนันทน์

คนญี่ปุ่นเก็บของที่ทำตกหรือลืมทิ้งไว้ คืน จนท. มูลค่ารวมกว่าพันล้านบาท 3ใน4 ถูกส่งคืนให้เจ้าของเรียบร้อย

ญี่ปุ่นอาจเป็นประเทศที่ประชากรซื่อสัตย์ที่สุดในโลก โดยมีการรวบรวมข้อมูลว่าปีที่แล้ว ชาวโตเกียวเก็บสิ่งของและเงินที่ตกอยู่มูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 1 พันล้านบาท มาส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อตามหาเจ้าของ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าญี่ปุ่นอาจเป็นประเทศที่ประชากรซื่อสัตย์ที่สุดในโลก หลังจากสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา ชาวโตเกียวช่วยเก็บสิ่งของและเงินที่มีผู้ทำตกหรือลืมทิ้งไว้มาส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านบาท โดย 3 ใน 4 ของสิ่งของเหล่านี้ ถูกส่งคืนให้เจ้าของเรียบร้อยแล้ว

บลูมเบิร์กยังระบุอีกว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมน้อยมาก ชาวญี่ปุ่นจึงไม่ค่อยกังวลเรื่องของหาย ทำให้ชาวญี่ปุ่นเคยชินกับการจองที่นั่งในร้านอาหาร ด้วยการวางโทรศัพท์ไอโฟนเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปสั่งอาหารที่เคาท์เตอร์ และสำหรับผู้ที่ลืมสิ่งของทิ้งไว้ พนักงานในร้านก็มักจะเก็บไว้ให้

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีความซื่อสัตย์ เกิดจากวัฒนธรรมและระบบการศึกษาของญี่ปุ่น โดยในหลักสูตรการศึกษา นักเรียนจะถูกถ่ายถอดเรื่องจริยธรรมและศีลธรรม ด้วยการให้จินตนาการถึงสถานการณ์ที่ตัวเองต้องสูญเสียสิ่งของมีค่าหรือเงิน ทำให้แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ เมื่อเก็บเหรียญ 10 เยนที่ตกอยู่บนถนนได้ ก็จะนำมามอบให้เจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ กฎหมายญี่ปุ่นยังตั้งรางวัลให้แก่ผู้ที่นำสิ่งของที่ตกอยู่มามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า พลเมืองดีที่นำสิ่งของมาคืนจะได้รับเงินรางวัลร้อยละ 5-20 ของมูลค่าของสิ่งของชิ้นนั้น หากมีเจ้าของมาขอรับคืน แต่หากไม่มีผู้มารับคืนภายใน 3 เดือน พลเมืองดีที่เก็บสิ่งของชิ้นนั้นได้ ก็จะได้รับสิ่งของชิ้นนั้นไป

ขอขอบคุณ Voicetv

goo.gl/WeL69V

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment