ประเมินกำลังรบ กองทัพไทย VS กองทัพกัมพูชา

 

ประเมินกำลังรบ กองทัพไทย VS กองทัพกัมพูชา

 

    การจัดซื้ออาวุทธยุทธภัณฑ์ครั้งล่าสุดของกัมพูชา เมื่อช่วงเดือนกันยายนปี พ.ศ.2553 เมื่อปีที่แล้ว ถือว่าเป็นการบูรณาการกองทัพเขมรก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านี้อาวุทยุทธโปกรณ์ของทัพเขมรนั้น ก็คืออาวุธในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ ช่วงมีการรบของเขมรหลายฝ่าย ในช่วงที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ เผยแพร่นั่นเอง

   อาวุทยุทธโปกรณ์ของทัพเขมรในช่วงเวลาดังกล่าวประกอบไปด้วย

รถถัง

-      รถถังหลัก T-55 จากรัสเซียจำนวนราว 100 คัน

-      รถถังหลัก Type-59 จากจีนจำนวนราว 200 คัน

-      รถถังเบา PT-76 จากรัสเซีย

-      รถถังเบา Type-62/63 จากจีน

-      รถถังเบา AMX-13 จากฝรั่งเศสจำนวนราว 50 คัน

รถเกราะ                                                                                                            

-      รถรบทหารราบ BMP-1 จากรัสเซียจำนวน 10 คัน

-      รถเกราะสายพาน M113A1/A3 จากสหรัฐจำนวน 20 คัน 

-      รถเกราะล้อยาง BTR-60 จากรัสเซียจำนวน 120 คัน

-      รถเกราะล้อยาง BTR-152 จากรัสเซียจำนวน 100 คัน 

-      รถเกราะล้อยาง OT-64 จากโปแลนด์จำนวน 26 คัน

ปืนใหญ่/ปืนต่อสู้อากาศยาน/จรวดต่อสู้อากาศยาน

-       ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. แบบ M101

-      ปืนใหญ่ขนาด 155 มม. แบบ M114 จากสหรัฐ หรือ ปืนใหญ่สนามขนาด 130 มม. แบบ M1954

-      ปืนใหญ่วิถีโค้งขนาด 152 มม. แบบ M1955

กองทัพเรือกัมพูชา

    กองทัพเรือกัมพูชายังมีสถานการณ์เป็นกองทัพเรือใกล้ฝั่ง (Green Navy) โดยกัมพูชามีเรือตรวจการณ์ลำน้ำชั้น Kaoh จำนวน 2 ลำ และเรือเร็วโจมตี (ปืน) อีก 2 ลำ ทั้งนี้ ในปี 2548 รัฐบาลจีนได้บริจาคเรือตรวจการณ์ขนาด 46 เมตรจำนวน 4 ลำ เรือตรวจการณ์ขนาด 20 เมตรจำนวน 3 ลำ และเรือลำเลียงสัมภาระอีก 1 ลำให้กองทัพเรือกัมพูชาเพื่อช่วยเหลือในการป้องกันการกระทำผิดกฏหมายทางทะเลและลาดตระเวนปราบโจรสลัด

กองทัพอากาศกัมพูชา

    กองทัพอากาศกัมพูชามีฐานบินอยู่สองฐานคือ ฐานทัพอากาศพระตะบอง และฐานทัพอากาศพนมเปญ แต่มีเครื่องบินประจำการที่ฐานทัพอากาศพนมเปญเพียงที่เดียว

กองทัพอากาศกัมพูชามีอากาศยาน ดังต่อไปนี้

-      เครื่องบินขับไล่ MiG-21 Bis และ MiG-21UM จากรัสเซียอย่างละ 1 ลำ (ทำการบินไม่ได้)

-      เครื่องบินขับไล่ฝึก L-39C จากสาธารณรัฐเช็คจำนวน 6 ลำ

-      เครื่องบินลำเลียง Y-12 จากจีนจำนวน 2 ลำ

-      เครื่องบินลำเลียง An-24RV จากรัสเซียจำนวน 2 ลำ (รับโอนจากกัมพูชาแอร์ไลน์)

-      เครื่องบินลำเลียงเบา BN-2A Islander จากอังกฤษจำนวน 2 ลำ

-      เครื่องบินรับส่งบุคคลสำคัญ Falcon 20E จากฝรั่งเศสจำนวน 1 ลำ (ได้รับบริจากจากฝรั่งเศส)

-      เฮลิคอปเตอร์ AS350 Ecureuil จำนวน 2 ลำ (ได้รับบริจากจากฝรั่งเศส)

-      เฮลิคอปเตอร์ SA365 Dauphin จำนวน 1 ลำ (ได้รับบริจากจากฝรั่งเศส)

-      เฮลิคอปเตอร์ Mi-8/Mi-17 จำนวน 6 ลำ

-      เฮลิคอปเตอร์ Mi-26 จำนวน 2

    โดยการจัดซื้อ อาวุทยุทธปกรณ์ของทัพเขมร ในช่วงเดือนกันยายนปี พ.ศ.2553 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดของทัพเขมรในการเสริมเขี้ยวเล็บให้กับกองทัพ ซึ่งประกอบไปด้วยรถถังรุ่น T-55 เป็นรถถังที่มีขนาด 40 ตัน พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น T-34 ของยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่มีข้อเสียก็คือ ค่อนข้างไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับรถถังสมัยใหม่ แต่หากใช้ในการต่อต้านพลเรือนรถถังรุ่นนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ

 

 

t55 

รถถัง T 55

 

 

 t55tokmer

ภาพการลำเลียงรถถัง T 55 มายังเขมร

 

    ตามมาด้วย รถยานเกราะลำเลียงพล รุ่น BTR-60 จำนวน 44 คัน โดยระบุว่ายานรบทั้งสองรุ่นผลิตขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1950 โดยรถยานเกราะ BTR-60 มีน้ำหนัก 10 ตัน บรรทุกพลขับได้ 3 คน และลำเลียงทหารได้ 8 คน มีปืนกลประจำป้อมขนาด 14.5 ม.ม. และปืนกลขนาด 7.62 ม.ม. อย่างละหนึ่งกระบอก ถูกผลิตขึ้น 27,000 คัน ก่อนที่การผลิตจะยุติลงในช่วงทศวรรษ 1970 ยานเกราะชนิดนี้ให้การป้องกันผู้โดยสารจากกระสุนปืนกลและระเบิด

 

BTR- 60 

รถยานเกราะลำเลียงพล รุ่น BTR- 60

 

 redBTR-60

ภาพการลำเลียง รถยานเกราะลำเลียงพล รุ่น BTR-60

 

 t55

รถถังรุ่น T-55

 

    หากลองเทียบกับกองทัพไทยแล้ว ในรถถังของทางฝ่ายไทย คือ กองทัพไทยใช้ รถถังรุ่นที่มาจากสหรัฐ อย่าง M48 และ M60 ซึ่งมีศักยภาพและสมรรถนะที่เหนือกว่า รถถังรุ่น T-54 และ T-55 ของกัมพูชาอย่างชัดเจน

 

 M48

รถรังรุ่น M48

 

M 60 

รถถังรุ่น M 60

 

    ส่วน ที่จัดว่าเป็นไฮไลท์ว่า ทัพเขมรจะสู้ ทัพไทยได้อย่างไร บ้างก็บอกแค่ 5 นาที ทัพเขมรก็จะราบเป็นนาบกอง ซึ่งก็คือ กำลังของกองทัพอากาศ ที่มีฝูงบินกริฟฟิ่น จากสวีเดน และ F 16 ตาเหยี่ยวจากสหรัฐฯ เป็นพระเอกในกองทัพ

    หากจะว่าไปแล้ว ในปัจจุบันไทยมี F 16 ถึง 60 ลำ อันประจำการในส่วนภาคกองทัพต่างๆ และกริฟฟิ่น เครื่องบินฝูงไล่สัญชาติสวีเดน ที่ในปัจจุบันกองทัพไทยมีประจำการแล้ว 6 ลำ และจะตามมาอีก 6 ลำในปี ค.ศ. 2013 นี้ยังไม่รวม Northrop F-5 , Aero L-39 Albatros , Dassault-Breguet/Dornier Alpha Jet , และ  Pilatus AU-23A Peacemaker ซึ่งประจำการอยู่ในกองทัพอยู่แล้ว

 

 F 16

เครื่องบิน F 16

 

 Gripen

เครื่องบิน Gripen

 

    ที่กล่าวไปเช่นนี้ ไม่ได้หมายถึง อยากจะให้มีการรบราฆ่าฝัน หรือ อยกมีรอยยิ้มบนกองเลือดแต่อย่างใด แต่อยากจะประเมินกำลังรบ และตั้งข้อสงสัยว่าทำไม กองทัพไทยถึง ดูดโรยรา ใกล้หมดสังขาร บอกไม่ถูก ?

   แล้วทำไม ล่ะ ? กองทัพเขมร ออกอาการฮึกเหิมเหมือนไม่เกรงกลัวกองทัพไทยแต่อย่างใด ก็เข้าใจดีว่า กองทัพเขมรขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่อง กำลังใจที่ฮึกเหิม พร้อมรบอยู่ตลอด เพราะประสบการณ์ทีทำให้พวกเขาเป็นราชาในสนามรบ

   แล้วทำไม ล่ะ ? เขมรไม่เคารพ พี่ไทยในอาเซียนเลย หรือ เขมรนั้นทราบดีว่า คนไทย แตกสามัคคีไปแล้ว มีเหลือง มีแดงและหลายสี ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปกลัวทัพรบที่แม้แต่คนไทยในประเทศ ยังไม่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแต่อย่างใด

   หรือ เขมรนั้นทราบดีว่า พวกคนไทย ห่วงแหนผลประโยชน์ของตนเอง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ทั้ง JBC , MOU 43 ถึงเป็นประเด็น เป็นตัวปัญหาอยู่ตลอด ถ้ามันดีจริงแล้ว ทำไม ไม่แถลงทำความเข้าใจกับคนไทยทั้งประเทศล่ะ ???

    เห็นรัฐบาลเอาแต่ห่วงผลประโยชน์ตนเอง ปล่อยให้เรื่องต่างๆ มันคาราคาซัง ไม่เสร็จสิ้น ในทางตรงกันข้าม กลับเมินเฉย เฉยชา !

    โผล่มาอีกทีก็ เสนอสูตร 375 : 125 อีกแล้ว ตามมาด้วย ประชานิยม 9 ข้อ อีกแล้ว อ้าวแล้ว !!! ปัญหาชายแดนไทย – เขมร ล่ะ

    ลอยตัวอีกแล้ว

ทำกันอย่างงี้ อย่าว่าแต่กองทัพเขมร มันจะกลัวเลย !!!!

    เรามากลัวคนไทย ฉะกันเองดีกว่า

Leave a Reply





พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com