
ในนาทีนี้ เกมส์รุกของ นปช. คงไม่มีใครเกิน ” จตุพร พรหมพันธุ์” ผู้ชายซึ่งไม่มีใครสามารถทำอะไรได้แล้ว
จากการตามติดในการถอนประกันตัวของ DSI ตั้งแต่
20 พ.ย. 2553 ดีเอสไอส่งสำนวนขอถอนประกันตัว จตุพร หลังการปิดประชุมรัฐสภาสมัยนิติบัญญัติ เมื่อ 28 พ.ย. 2553
28 ธ.ค. ศาลตัดสิน ไม่อนุญาติถอนประกันตัว แต่วางเงื่อนไข ห้ามร่วมชุมนุม เกิน 5 คน ห้ามให้สัมภาษณ์อันเป็นการยั่วยุ
ผลที่ผ่านมา จตุพร ยืนหลา อยู่บนเวที นปช. ถือโทรศัพท์การ phone in ของ นาย ทักษิณ ชินวัตร ทำหน้าตายิ้มแย้ม แจ่มจรัส เหมือนกับว่าข้านี่แหละ “ผู้จงรักภักดีตัวจริง”
แต่ประเด็นอยู่ที่ การเข้าร่วมชุมนุมของ “จตุพร” ที่ราชประสงค์เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาถือว่าเป็นการจงใจ “ฝ่าฝืนอำนาจศาล”หรือ จงใจ ท้าทาย หรือ จะเป็นไปแบบที่ไม่กล้าคาดคิด ??????
ก่อนหน้านี้เป็นที่แน่ชัดว่า จตุพร มีความตั้งใจให้ทนายไปยื่นความขอความเมตตากับศาล ในลักษณะ ที่เรียกว่า หากมีอะไรผิดผลาดศาล ก็คงตักเตือนเพียงเท่านั้น
สุดท้าย ! หวยดันออกไปที่ ศาลชี้ การชุมนุมของ จตุพร เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
เป็นมุมนั้นไป !!!
แล้ว ลักษณะใดที่จะเข้าข่ายไปกว่าการชุมนุมกับคนเสื้อแดง ที่มีการเผาบ้าน เผาเมือง แล้วการชุมนุมก็ออกไปในลักษณะเดิม ยั่วยุ ปลุกปั้น
ปัดโธ่ !!! ไม่เข้าใจจริง ๆ เลยว่า จตุพร แขวนพระอะไร ทำไม่เหนียวจัง กดไม่ลง หรือ จตุพร จะเป็นคนดีศรีชาติของ ประชาชนชาวไทย ซึ่งเป็นคนชอบปิดทองหลังพระ
ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะ ไม่ใช่อยากจะอคติกับศาลท่านหรอก
ในความเห็นของคนระดับรองอธิบดีศาลอาญา มานิต สุขอนันต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ที่แถลงรับรองว่าการออกมาชุมนุมของ จตุพร ไม่ขัดคำสั่งศาล เพราะใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ
จากตรงนี้ หากเป็นนักการเมืองที่ติดแบ็คลิสต์จากคดีปกติก็ไม่ว่าหรอก แต่นี่มีประวัติคดีก่อการร้าย ซะด้วย
ที่สำคัญ คนเป็นระดับ ส.ส. ที่ใช้สิทธิคุ้มกันตนเอง ทำไม ไม่นึกถึงว่า ควรจะใช้อภิสิทธิ์ ในทางที่เป็นประโยชน์กับสังคม และประเทศชาติ ดีกว่า ไปทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์ ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย
หรือ บางอ้อแล้ว
จตุพร ไม่ได้ทำผิดเงื่อนศาล ในการห้ามชุมนุมเกิน 5 คน
แต่ จตุพร ทำตามเงื่อนของศาลทุกประการ
ด้วยการ
ไปชุมนุมกับคนเรือนหมื่นคน
เห็นมั้ยไม่ผิดเงื่อนไข ใดๆ เลย







