วันปิยะมหาราช ปลุกสำนึก “ไทยมิใช่ทาส”

จู
วันปิยะมหาราช ปลุกสำนึก “ไทยมิใช่ทาส”

เพราะไทยเราพ้นจากประเทศที่มีทาสเนื่องเพราะพระมหากรุณาธิคุณของ “พระปิยะมหาราช” เรามีเอกราชมานานช้า

บทพิสูจน์โลกโซเชียลเหมือนมดแดงตัวน้อยๆ เมื่อรวมพลังก็สามารถเขย่าโลกได้ในเวลาชั่วข้ามคืน

“จดหมายถึงอเมริกา” ของอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่นำมาเผยแพร่ใน”เจ้าพระยา” มีคนเข้าไปร่วมรับรู้มากกว่า “สองแสนคน” (ไม่นับที่เว็บของอาจารย์และสื่ออื่นๆอีกมากมาย)

จๅ

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้เปิดโลกทัศน์ให้ “อเมริกาผู้ที่ไม่ยอมเข้าใจ” ได้รับรู้เบื้องลึกจิตใจคนไทย…อย่างน้อยวัฒนธรรมไทยก็มีมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 700 ปี ซึ่งเวลานั้นหลายๆประเทศยังมีแต่ชนพื้นเมือง

“เราไม่ลืมรากเหง้าคนไทยเราเอง” รากเหง้าที่บรรพบุรุษถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ประเทศเราคือประเทศนักรบ หัวหน้านักรบของไทยคือ “กษัตริย์” ซึ่งรักษาเอกราชไม่เคยเป็นเมืองใครในประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ที่สำคัญเมื่อ 700 ปีที่แล้วเรามีจารึกเป็นหลักฐาน

“เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหงเมืองสุโขทัยนี้ดี

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

เจ้าเมืองบ่เอาจกอบ ในไพร่ลู่ทาง

เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย

ใครจักใคร่ค้าช้าง ค้า ใครจักใคร่ค้าม้า ค้า

ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทอง ค้า”


เรามีเสรีภาพแบบพ่อปกครองลูกมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ผิดตรงไหนที่ไทยเรารักพระเจ้าอยู่หัวแบบเคารพรักพ่อของตัวเอง

ขอบพระคุณอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่ตะโกนคนแรก

ขอบคุณคนไทยที่ช่วยกันตะโกนใส่หน้าประเทศผู้ไม่หวังดี

คนไทยเราก็เป็นเช่นนี้ ดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายไป ตายเป็นตาย

เราเป็นประเทศเล็กๆที่พร้อมเป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมโลกเสมอมา เราแสดงให้เห็นมาแต่โบราณแม้สงครามโลกเราก็ร่วมรบมาแล้ว…ขอเพียงมีความชอบธรรมเราก็ร่วมเดินทุกครั้งในแนวทางที่สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อโลก

ถ้าใครไม่อยากคบเราก็ไม่เคยง้อ ขออย่างเดียวอย่าทำร้ายทำลายกันเพื่อหวังให้คนไทยแตกแยกแล้วเข้ามาครอบครอง

เราเป็นประเทศเอกราชมาช้านาน นานกว่าประเทศผู้อพยพหลายๆประเทศ ที่กำลังบ่อนทำลายไทยในทุกทาง

นี่คือคนไทยที่รักชาติรักประเทศและพร้อมแทนคุณแผ่นดิน

เรามีเสรีภาพที่จะพูด อ่าน เขียน การแสดงออก ประกอบสัมมาอาชีพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

นอกจากเราเป็นประเทศเอกราชแล้ว…เราเป็น”นิติรัฐ”

เรามีเสรีภาพและหน้าที่ที่จะเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เสรีภาพที่จะเลือกใชวิถีพอเพียงอันเป็นคำสอนที่กษัตริย์พระราชทานมา ตามรัฐธรรมนูญ

ที่สำคัญเรามีเสรีภาพที่จะปกป้องผืนแผ่นดินที่บูรพกษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ที่ได้พระราชทานไว้ให้ลูกหลานของพระองค์ ดุจมรดกอันล้ำค่าที่ปวงประชาล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สำนึกรักแผ่นดินเกิด คือสำนึกแห่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์.

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ประมวลภาพ ประชาชนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง

ประมวลภาพ ประชาชนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง

http://news.thaipbs.or.th/content/256946 #ThaiPBS

3

4

5

26
7

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เสียงร้องไห้ของคนบนดินได้ยินถึงฟ้าหรือไม่ เพลงเล่าสู่หลานฟัง เวอร์ชั่นต่ายอรทัย 2 วัน 2 ล้านวิว

ล้าน
เพลงเพื่อในหลวงที่มาแรงสุดในเวลานี้เป็นเพลง “เล่าสู่หลานฟัง” ประพันธ์คำร้อง-ทำนองและขับร้องครั้งแรกโดย สลา คุณวุฒิ

จากนั้น “ต่าย” อรทัย ดาบคำ นักร้องยอดนิยมหญิง นำมาขับร้องเพิ่งเผยแพร่ผ่าน เฟซบุ้ค Tai Orathai มียอดวิวหรือคนเข้ารับฟัง “2 ล้านคน”

จากนั้นนำไปเผยแพร่ในยูทูป ทำท่าจะมาแรงในกลุ่ม “มิกซ์ เล่าสู่หลานฟัง” (คลิกฟัง)

เนื้อเพลง เล่าสู่หลานฟัง

เพลง เล่าสู่หลานฟัง
ศิลปิน ต่าย อรทัย

คำร้อง/ทำนอง สลา คุณวุฒิ
เรียบเรียง ธีระพงษ์ ศักดิ์แก้ว

นั่งเบิ่งเทียนชัยที่จุดไว้หน้ารูปในหลวง
หลานน้อยมาท้วง ว่าเป็นหยังน้าจึงร้องไห้
เช็ดน้ำตาบ่ทัน จักสิบอกหลานว่าจังได๋
ตั้งแต่ในหลวงจากไป หัวใจก็จุกน้ำตา

ชาตินี้เกิดมา ก็ท่องคำว่า ทรงพระเจริญ
แม่พ่อพาเอิ้น พระเจ้าอยู่หัว กราบไหว้เด้อหล่า
คนไทยทั้งแผ่นดินนี้ บารมีในหลวงรักษา
กอดหลานเบิ่งรูปข้างฝา บ่ฮู้น้ำตาเผลอมาตอนไหน

สิบอกฮักจังได๋ บอกรักอย่างไร ให้พ่อได้ยิน
เสียงร้องไห้ของคนบนดิน ได้ยินถึงฟ้าหรือไม่
สิทำความดี รักสามัคคี ที่พ่อสอนไว้
เป็นวิธีบอกรักส่งไป ถวายบุญให้พ่อบนสวรรค์

เล่าสู่หลานฟังบอกรักดังๆ ด้วยการทำดี
รักพ่อแบบนี้ ช่วยดึงใจพาไทยข้ามผ่าน
ที่ในหลวงท่านทรงห่วงใย คืออยากให้คนไทยรักกัน
หากเรารักพระองค์ท่าน ก็ต้องช่วยกันตามรอยความดี

สิบอกฮักจังได๋ บอกรักอย่างไร ให้พ่อได้ยิน
เสียงร้องไห้ของคนบนดิน ได้ยินถึงฟ้าหรือไม่
สิทำความดี รักสามัคคี ที่พ่อสอนไว้
เป็นวิธีบอกรักส่งไป ถวายบุญให้พ่อบนสวรรค์

เล่าสู่หลานฟังบอกรักดังๆ ด้วยการทำดี
รักพ่อแบบนี้ ช่วยดึงใจพาไทยข้ามผ่าน
ที่ในหลวงท่านทรงห่วงใย คืออยากให้คนไทยรักกัน
หากเรารักพระองค์ท่าน ก็ต้องช่วยกันตามรอยความดี

หากเรารักพระองค์ท่าน ก็ต้องช่วยกัน รักสามัคคี

…อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/11858

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เมื่อนิสิตจุฬาฯตีกันและถูกให้ออก 9 คนถวายฏีกา…เกิดอะไรขึ้น?

สกุลไทย1

นับตั้งแต่ช่วงปลาย พ.ศ.๒๕๐๙ ถึง ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในถิ่นทุรกันดาร โดยปรากฏว่าได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆนับได้รวมกันถึง ๑๒๑ ครั้ง ทำให้ในเวลานั้นสถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับการยกย่องและเป็นที่เคารพศรัทธาจากประชาชนทั่วไป

นอกจากประชาชนแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีความใกล้ชิดกับกลุ่มนักศึกษา และปัญญาชนทั่วไปภายในประเทศด้วย เช่น กลุ่มนิสิตนักศึกษา ซึ่งนอกจากงานพระราชทานปริญญาบัตรแล้วก็ยังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษอีกด้วย โดยเฉพาะในงานทรงดนตรีที่มักจะมีพระบรมราโชวาทกล่าวถึงเหตุการณ์ของบ้านเมืองอยู่บ่อยครั้ง

พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อนิสิตนักศึกษา จะเห็นได้จากครั้งหนึ่ง ใน พ.ศ.๒๕๐๖ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สั่งลงโทษนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ก่อเรื่องวิวาทร้ายแรงกับนิสิตคณะอื่น ด้วยมาตรการรุนแรงถึงขั้นไล่ออกก่อให้เกิดความบาดหมางน้ำใจระหว่างนิสิตกับมหาวิทยาลัย ประกอบกับเวลานั้นมีรัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจดำรงตำแหน่งอธิการบดี ทำให้บรรยากาศในมหาวิทยาลัยมีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก และส่อเค้าที่จะลุกลามเป็นความบาดหมางระหว่างนิสิตกับรัฐบาลต่อไปได้

นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวน ๙ คน ได้ไปรอเฝ้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งกำลังเคลื่อนออกจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเพื่อเสด็จฯไปทรงดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณรับฎีกาไว้และพระราชทานพระบรมราโชวาทว่า

“ในขณะที่จะถวายฎีกานั้น จะต้องมีความสำนึกผิดจริงๆ ทางใจด้วย ต้องยอมรับว่าที่ได้กระทำไปแล้วเป็นความผิดจริงจึงจะอภัยกันได้ ไม่ใช่เป็นการถวายฎีกาแต่เพียงลายลักษณ์อักษร”

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงมหาวิทยาลัย ได้ทรงเล่าเรื่องนี้ให้กับที่ประชุมมหาวิทยาลัยให้รับทราบ และมีพระราชดำรัสว่า

“ฎีกานี้ นิสิตทั้งหลายที่ถูกทำโทษ เขียนมายอมรับว่าทำผิดจริง การที่เขียนมายอมรับว่าทำผิดนี้ แสดงว่าเขารู้ตัวว่าผิด คนเราทำผิดครั้งเดียวนับว่าเก่ง นิสิตพวกนี้ไม่เคยบอกว่าทำผิดมาก่อน การที่พวกเขาทำผิดและฎีกาบอกมาในวันนี้ จึงอยากให้อธิการและอาจารย์อภัยเขาเสีย”

ด้วยพระราชดำรัสอันละมุนละม่อมนี้เอง ผู้ใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจึงน้อมรับพระราชดำรัส เมื่อนิสิตได้มาปฏิญาณตนและขอขมาโทษต่ออาจารย์แล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็ได้คืนสภาพการเป็นนิสิตให้ นับเป็นการคืนอนาคตที่ยาวไกลให้กับนิสิตนักศึกษาที่สำนึกผิดเหล่านั้นเลยทีเดียว

(ข้อมูลจากหนังสือ “เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย)

ขอบคุณสกุลไทยออนไลน์

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ประเทศไทยไม่เคยมีปมด้อยที่ต้องไปกลัวทุกชาติในโลกนี้

ชัย

Chai Seeho ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 2 ภาพ

เวลาเปลี่ยน…คนไม่เปลี่ยน

เห็นข่าว”ทีวีออสเตรเลีย” เอาเรื่องคนไทยเศร้าที่สูญเสีย”ในหลวง”มาล้อเลียน

ผมไม่แปลกใจ เพราะพวกนี้”สันดาน”ไม่เปลี่ยน”

ชาวออสเตรเลีย ไม่ได้เป็น”ผู้ดี”มาจากไหนหรอก มันเป็นพวก”นักโทษ”ที่ถูกอังกฤษนำตัวไป”ปล่อยเกาะ” แล้วก็รุกรานเจ้าถิ่น …

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ”ความทรงจำ ในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ” ตอนหนึ่ง เล่าถึงการเสด็จประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2505

ซึ่งที่นั่น มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาบัตรนิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

มีเรื่องที่”พระราชินี”..ทรงบันทึกไว้…ความว่า

..

วันแรกที่ถึงประเทศออสเตรเลีย เราก็โดนดีทันที พอพิธีรับเสด็จ ที่สนามบินแคนเบอร่าเสร็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จขึ้นประทับรถพระที่นั่งพร้อมด้วยข้าพเจ้า ทันใดนั้นก็มีเสียงพึบ ๆ ดังออกมาจากราษฎรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมาคอยรับเสด็จอยู่มากมายสองข้างทาง ข้าพเจ้าหันไปดูอย่างแปลกใจ ก็เห็นตำรวจกับประชาชนที่ยืนอยู่แถวนั้น ช่วยกันปล้ำคว้าตัวผู้ชายผู้หนึ่งไว้ แต่ไม่ทัน ผู้ชายนั้นได้ยกมือสองข้างขึ้น แล้วคลี่ป้าย … ป้ายนั้นมีใจความเป็นภาษาไทยว่า เราไม่ต้องการต้อนรับผู้เผด็จการเมืองไทยครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้เห็นคนเรียกพระเจ้าอยู่หัวว่า ผู้เผด็จการและแสดงว่าไม่ยินดีต้อนรับเมื่อเสด็จมาถึงเมืองเขา ข้าพเจ้ารู้สึกใจหายวาบไปหมด กระซิบทูลถามพระเจ้าอยู่หัวว่าทอดพระเนตรเห็นป้ายไล่ผู้เผด็จการหรือไม่ รับสั่งตอบว่าเห็นแล้ว พลางหันไปทรงยิ้มและโบกพระหัตถ์กับประชาชนที่มาโห่ร้องต้อนรับ โดยไม่ทรงแสดงความรู้สึกแม้แต่น้อย

ต่อมา ถึงวันที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นถวายปริญญาเอกทางนิติศาสตร์ (กิตติมศักดิ์) แด่พระเจ้าอยู่หัว ท่านกลางคณาจารย์ ปัญญาชนณ หอประชุม มีคนเต็มไปหมดคนสำคัญของเมลเบิร์นและนักหนังสือพิมพ์มากหลาย

เมื่อพิธีเริ่มต้น อธิการบดีลุกขึ้นไปอ่านคำสดุดีถวายพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว ก่อนที่จะถวายปริญญา ทันใดนั้นเอง ข้าพเจ้าได้ยินเสียงเอะอะ เหมือนโห่ปนฮาอยู่ข้างนอก คือกลุ่ม ปัญญาชนที่ยืนท่าต่าง ๆ ไม่น่าดู เช่นเอาเท้าฟาดบนต้นไม้บ้าง ถ่างขาบ้าง มือเท้าสะเอวบ้าง ซึ่งจากเสียงโห่ปนฮาของเขา ดังพอที่จะรบกวนเสียงที่อธิการบดีกำลังกล่าวอยู่ทีเดียว ข้าพเจ้ารู้สึกโกรธพุ่งขึ้นมาทันที รู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัว จนทำอะไรไม่ถูก ในที่สุดก็ฝืนใจมองขึ้นไปเพื่อถวายกำลังพระทัย แต่แล้วข้าพเจ้านั่นแหละที่เป็นผู้ได้กำลังใจกลับคืนมา เพราะมองดูท่านขณะที่ทรงดำเนินไปยืนกลางเวที เห็นพระพักตร์สงบเฉย

ทันใดนั่นเอง คนที่อยู่ในหอประชุม ก็ปรบมือเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายถวายกำลังพระทัยท่าน พอเสียงปรบมือเงียบลง ก็เห็นพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดพระมาลาที่ทรงคู่กับฉลองพระองค์ครุย แล้วหันพระองค์ไปโค้งคำนับกลุ่มที่ส่งเสียงอยู่ข้างนอก อย่างงดงามที่สุด น่าดูที่สุด พระพักตร์ยิ้มนิด ๆ พระเนตรมีแววเยาะหน่อย ๆ แต่พระสุรเสียงงามเรียบยิ่งนัก กระแสพระราชดำรัชของพระเจ้าอยู่หัวที่ตรึงใจทั้งหอประชุมและภายนอกมีความว่า

ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอันมาก ในการต้อนรับอันอบอุ่นและสุภาพเรียบร้อยที่ท่านแสดงต่อแขกเมืองของท่านรับสั่งเพียงเท่านั้นเอง ก็หันพระองค์มารับสั่งต่อกับผู้ที่นั่งฟังอยู่ในหอประชุม เสียงฮานั้นเงียบลงทันทีราวกับปิดสวิตช์ แล้วตั้งแต่บัดนั้นก็ไม่มีอีกเลย ทุกคนข้างนอก ข้างใน ต่างฟังพระราชดำรัสด้วยท่าทางดูขบคิด

ข้าพเจ้าเห็นว่าพระราชดำรัสวันนั้นดีมาก รับสั่งสดโดยไม่ทรงใช้กระดาษเลย ทรงเล่าถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของไทยว่า

เรามีเอกราช มีภาษาของเราเอง มีตัวหนังสือซึ่งคิดค้นขึ้นใช้เอง เราตั้งกฎหมายปกครองของเราเอง ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมา 700 กว่าปีมาแล้ว

ท่านกลางพระสุรเสียงที่ตรึงใจชาวออสเตรเลีย และปัญญาชนหลังจากรับสั่งว่า 700 กว่าปีมาแล้วทรงทำท่าเหมือนพึงนึกออก ทรงสะดุ้งนิด ๆ แล้วโค้งพระองค์อย่างสุภาพเมื่อตรัสว่า

ขอโทษ…ลืมไป…ตอนนั้นยังไม่มีประเทศออสเตรเลียเลยแล้วทรงตรัสต่อไปว่า

แต่ไหนแต่ไรมา คนไทยเรามีน้ำใจกว้างขวางพร้อมที่จะให้โอกาสคนอื่น และฟังความคิดเห็นของเรา เพราะเราใช้ปัญญาขบคิดไตร่ตรองหาเหตุผลก่อน จึงจะตัดสินใจว่าสิ่งไรเป็นอย่างไร ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าตัดสินใจอะไรตามใจชอบ โดยไม่ใช้เหตุผล

เมือเสร็จพิธีถวายพระเกียรติเรียบร้อยแล้ว ก็จำต้องผ่านคนกลุ่มนั้นอีก เขายังคงยืนคอยเราอยู่ที่เก่าแต่อากัปกิริยาเปลี่ยนไปหมด บางคนหน้าตาเฉย ๆ ดูหลบตาพวกเรา ไม่มีการมองอย่างประหลาดอีกแล้ว แต่บางคนก็มีน้ำใจเป็นนักกีฬา พอที่จะยิ้มแย้มแจ่มใสโบกมือและปรบมือให้เราตลอดทางตนถึงที่รถพระทีนั่งจอดอยู่

….

ข้อความจากหนังสือ “ความทรงจำ ในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ” โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ

ภาพในวันนั้นเมื่อปี 2505

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

“เบิร์ด” พูดถึง “ในหลวง” พระองค์ท่านรักพวกเรา

เบิร์ด

“เบิร์ด” พูดถึง “ในหลวง” พระองค์ท่านรักพวกเรา

“เบิร์ด”ธงไชย แมคอินไตย์ พูดถึง “ในหลวง” พระองค์ท่านดูแลพวกเราเหมือนพ่อดูแล พระองค์ท่านรักพวกเรา ทำให้พวกเรามีความสุข เชื่อทั้งโลกนี้คนไทยน่าอิจฉาที่สุด

หากพูดถึงบุคคลในวงการบันเทิงที่เคยถวายงานผ่านเสียงร้องในบทเพลงต่างๆ ที่เป็นบทเพลงเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสต่างๆ คนลำดับต้นๆที่ทุกคนนึกถึงนั่นก็คือ “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์ ซูเปอร์สตาร์หนึ่งเดียวของเมืองไทย โดย “เบิร์ด” ได้เปิดใจกับ ผู้สื่อข่าวบันเทิง คม ชัด ลึกในฐานะนักร้องผู้ถวายงานผ่านบทเพลงมานับครั้งไม่ถ้วน โดยซูเปอร์สตาร์คนดังเปิดใจดังนี้

“เบิร์ด” พูดถึง “ในหลวง” พระองค์ท่านรักพวกเรา

“ความรู้สึกแรกที่ทราบว่า พระองค์ท่านจากไป คือเบิร์ด (นิ่งสักพัก) ได้ติดตามข่าวของพระองค์ท่านมาตลอด ทั้งๆที่ทำใจไว้แล้ว แต่ก็พอถึงเวลาที่รู้ข่าวนี้จริงๆ เราทรุดตัวก้มกราบตรงนั้นเลย ตรงกลางบ้าน หัวใจเรา… มันวูบลงไปเลย เสียงที่บอกมาจากหัวใจเราคือ ได้ทรงพักแล้ว ได้ทรงพักแล้ว ทรงได้พักผ่อน ทรงเหนื่อยมามากแล้ว อารมณ์ตอนนั้นทั้งสูญเสียทั้งเศร้าแล้วก็ (ถอนหายใจยาว) ได้พักแล้วพระเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร

อย่างน้อยที่สุดพระองค์ท่านก็ได้ (เสียงเงียบลง จากนั้นน้ำเสียงก็เริ่มสั่นเครือ) ได้พบกับแม่ ได้พบกับพี่ ท่านทรงเหนื่อยมามาก ทั้งทรงงาน และเหนื่อยจากพระอาการประชวร ท่านต้องต่อสู้ ต้องเจ็บท่านได้พักแล้ว ท่านได้พักแล้ว เราบอกตัวเองอย่างนั้น แต่ก็ร้องไห้ไม่หยุด ต้องปล่อยให้ได้ระบายออกมาบ้าง พูดตรงๆ เรียกว่าเสียขวัญดีกว่า เราผ่านการสูญเสียมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่ทวีคูณเลย เป็นการสูญเสียพร้อมๆ กัน เป็นโมเม้นท์ที่ประเทศไทย คน70ล้านคนคิดถึงเรื่ิองเดียวกัน ร้องไห้พร้อมๆ กัน หัวใจของพวกเราทุกๆ คนต้องกลับมาแข็งแรงให้ได้พร้อมๆ กัน เพื่อพระองค์ท่าน” เบิร์ดกล่าว

ขอบคุณคมชัดลึก ชมคลิป

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ฝรั่งหัวใจไทยตั้งใจเดิน 900 กม. จากเกาะสมุยมุ่งหน้าพระบรมมหาราชวัง

ฝรั่งฝรั่งๅ

***ฝรั่งออสซี่หัวใจไทย ตั้งใจเดิน 900 กม. จากเกาะสมุยมุ่งหน้าพระบรมมหาราชวัง***

วันที่: 19 ต.ค. 59
เวลา: 19:37 น.
Matichon Online

☆●☆เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 19 ตุลาคม ที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี พบชาวต่างชาติชื่อนายไมเคิล แฮมมิล (Michael Hammill) อายุ 46 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติออสเตรเลีย สวมชุดกีฬาสีดำ สะพายเป้ถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใต้ภาพเขียนคำว่า “Walk for the King” (เดินเพื่อในหลวง) เดินอยู่ริมถนนสายบ้านใน-ขนอม (401) ในเขตบ้านเขาน้ำซับ ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก โดยมีชาวบ้านเข้าสอบถามและจะรับขึ้นรถยนต์ให้ไปด้วย แต่นายไมเคิลปฎิเสธและต้องการเดินเท้าไป

นายไมเคิล กล่าวว่า ได้มาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย 3 เดือน เมื่อได้ทราบข่าวกษัตริย์ของไทยสวรรคตจึงเข้าใจในความรู้สึกสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ของคนไทย จึงตั้งใจจะเดินเท้าไปกรุงเทพฯ เพื่อไปลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง โดยตั้งใจจะเดินให้ได้ระยะทางวันละ 50 กิโลเมตรคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 15 วัน รวมระยะทางประมาณ 900 ก.ม.

” ขอให้กำลังใจแก่ประชาชนชาวไทยในช่วงเหตุการณ์นี้ ให้ทุกคนเข็มแข็งและรักกันไว้ ” นายไมเคิล กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทางได้มีประชาชนแวะทักทายชมเชยให้กำลังใจพร้อมขอถ่ายรูปร่วมกับนายไมเคิล และมอบของเพื่อใช้สอยระหว่างการเดินทาง แต่นายไมเคิลไม่ขอรับ

☆●☆//sm.rp.

ขอบคุณข่าวมติชน

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

“คนรักในหลวง” ไม่ใช่แค่ชื่อหรือหัวโขนติดไว้เท่ๆ แต่ต้องอยู่ในหัวใจและจิตวิญญาน

ใหม่

“คนรักในหลวง” ไม่ใช่แค่ชื่อหรือหัวโขนเท่ๆ แต่ต้องอยู่ในหัวใจและจิตวิญญาน

ตั้งใจทำดี “เทิดทูน ปกป้อง พอเพียง…”

ตามรอยพระราชดำรัส “ทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์”

ผมแชร์ข่าวดีๆ พระราชกรณียกิจผ่านเว็บ ผ่านบล็อค ผ่านโซเชียลมีเดียทุกวัน วันละหลายสิบข่าว หลายปีมาแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าเวลา 1 ปี ที่พวกเราร่วมกันไว้ทุกข์ต่อจากนี้จะสามารถแชร์ข่าว บทความ ฯลฯ ของพระองค์ท่านได้หมดหรือไม่

คงต้องทำไปเรื่อยๆ เท่าที่ยังมีสมองและเรี่ยวแรงจนหมดแรง

และตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด…เพราะอีก 2-3 ปี ก็อายุ 70 แล้วไม่ต้องพูดกันมาก

งานเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็รู้กันหมดแล้ว ยังเหลือแค่เรื่อง “ยังไม่ได้ลงมือจริงจัง”

ปล.ใครรักและปกป้องในหลวงในพระบรมโกศ คนรักสถาบันฯเป็นเพื่อนเรา-พวกเราทุกคน และคนรักในหลวงจะไม่ทอดทิ้งกัน

ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจเพื่อนๆบ้างก็อภัยให้บ้างละกันครับ เชื่อเถอะว่าไม่มีเจตนาร้ายใดๆทั้งสิ้น ซื่อๆ ตรงๆ เปิดเผย จริงใจ

แคน ไทเมือง

รักในหลวง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

กระทรวงต่างประเทศตำหนิสื่อนอก เสนอข่าวไม่บริสุทธิ์ใจ เต็มไปด้วยอคติ

กระทรวงการต่างประเทศ ออกข่าวตำหนิการกระทำดังกล่าวที่ส่อความไม่บริสุทธ์ใจ ของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ระบุ เต็มไปด้วยอคติอย่างมาก รายงานข้อมูลที่ผิดจากความเป็นจริง หรือใช้ข้อความเท็จ กล่าวหา บิดเบือน หรือมีเนื้อหารุนแรง

18King Heaven 141059

วันที่ 17 ตุลาคม กระทรวงการต่างประเทศ ระบุ ตามที่ได้ปรากฏรายงานข่าวในสื่อต่างประเทศว่า มีประชาชนไทยเข้าร่วมไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระบรมมหาราชวัง เป็นหลักพันคน

ข้อเท็จจริงคือ จำนวนชาวไทยที่เข้าร่วมพิธีดังกล่าวเป็นจำนวนที่มากกว่านั้นหลายเท่า ซึ่งคนไทยนับล้านคนทั่วประเทศต่างรวมใจกันถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยประชาชนหลายแสนคนได้ร่วมกันรอรับเสด็จขบวนพระบรมศพตลอดเส้นทางจากโรงพยาบาลศิริราชจนถึงพระบรมมหาราชวัง ในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรอรับชมการถ่ายทอดพิธีเคลื่อนพระบรมศพหน้าจอโทรทัศน์

ทั้งนี้ ประชาชนจากทุกสารทิศได้เข้ามาจับจองพื้นที่ตลอดเส้นทางเพื่อแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติและทรงงานอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อปวงประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด

ในการนี้ รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนนับล้านคนที่กำลังทยอยกันหลั่งไหลเข้ามาถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โดยที่สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งได้รายงานข้อมูลที่ผิดจากความเป็นจริง หรือใช้ข้อความเท็จ กล่าวหา บิดเบือน หรือมีเนื้อหารุนแรง ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ชาวไทยกำลังไว้อาลัยถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ  ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนไทย ตลอดจนขัดต่อขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของไทย

ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศจึงขอตำหนิการกระทำดังกล่าวที่ส่อความไม่บริสุทธ์ใจ เต็มไปด้วยอคติอย่างมากของผู้เขียน/ผู้ร่วมเขียน และองค์กรเหล่านั้น และขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเลี่ยงการกระทำนั้น ๆ เสีย

ที่มา:http://www.mfa.go.th

ขอบคุณสำนักข่าวอิศรา

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ภาพหายาก : มีลายพระหัตถ์

112เจ้าพระยาภาพหายากr1

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment