Princess of Thailand Cries for Her Father When Hearing Royal Anthem ● King Bhumibol

Princess of Thailand Cries for Her Father When Hearing Royal Anthem ● King Bhumibol

พระเทพ

Princess of Thailand Cries for Her Father When Hearing Royal Anthem ● King Bhumibol

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เพลงสรรเสริญพระบารมี กึกก้องท้องสนามหลวงฉบับเต็มรวมกลางวันกลางคืน

สรรเสิรญ

เพลงสรรเสริญพระบารมี กึกก้องท้องสนามหลวงฉบับเต็มรวมกลางวันกลางคืน (คลิก)

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ฉันไว้ใจเธอ….เรื่องราวความประทับใจต่อในหลวงของ น.พ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร

ฉัน

*** ฉันไว้ใจเธอ ***

……. ฉันไว้ใจเธอ………เรื่องดีๆๆ เก็บมาฝาก

เป็นเรื่องเล่าของ น.พ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน

……. ……. เรื่องเกิดในปี 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมทหารที่กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ที่เชียงกลาง ในคราวนั้นเล่ากันว่ามีนายทหารเข้ามากราบบังคมทูลฯ ว่า มีทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส นำตัวออกจากแนวหน้าไม่ได้ พระองค์ก็เลยเสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมสมเด็จพระราชินี นายทหารที่โดยเสด็จ ก็ต้องคุ้มกันกันอุตลุด ก็นำทหารที่บาดเจ็บออกมาได้

น.พ.บุญยงค์ “ผมจำได้แม่นยำ ชื่อ พลฯ บิน มาลิกา ถูกยิงไส้ไหล และที่โคนขา เสียเลือดมาก เดิมจะส่งตัวไปรักษาที่ รพ.พระมงกุฎ แต่ไม่ไหวต้องมารักษาที่ รพ.น่านก่อน ”

ชะตากรรมของพลทหารที่บาดเจ็บกลางสมรภูมิ ทำให้ชีวิตของคุณหมอผูกพันกับฟ้า การนำพลฯ บินมารับการรักษา ทำให้ในหลวงได้มีโอกาสเสต็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบ แล้วสิ่งที่หมอและพยาบาลทำการรักษาโดยไม่เห็นแก่เหนื่อยยาก ก็ทราบถึงพระเนตรพระกรรณ หลังเสด็จพระราชดำเนินได้ให้ สมุหราชองครักษ์ พล.ร.อ. ม.จ. กาฬวรรณดิศ ดิศกุล นำหนังสือจากสำหนักงานสมุหราชองครักษ์ แจ้งว่าในหลวงทรงพอพระราชหฤทัยกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ รพ.น่าน และมีพระประสงค์ที่จะสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ และความต้องการอื่น

น.พ.บุญยงค์ “เราก็กราบบังคมทูลฯไปว่ามีอะไรบ้างที่เราขาดแคลน ทั้งเครื่องมือแพทย์ และการขยายอาคารเพื่อรับผู้บาดเจ็บ” หลังจากนั้นในหลวงก็ทรงมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากการสู้รบที่ รพ.น่านอีกครั้ง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2511 นายแพทย์ผู้อำนวยการหนุ่มเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูล ถวายรายงานอย่างฉาดฉาน

………….สิ่งของพระราชทาน ได้แก่เครื่องเอกซเรย็เคลื่อนที่ เครื่องดูดเลือดและน้ำจากปอด เครื่องรมยาสลบ เครื่องปรับอากาศ ประดิษฐานอยู่บนโต๊ะ ยังความปลาบปลื้มให้กับหมอหนุ่ม แต่ที่เหนืออื่นใด เมื่อพระองค์ท่านพระราชทานสิ่งของให้แล้วก็ตรัสว่า

…………. เงินที่ขอไปนั้น ฉันนำมามอบให้แล้ว

……… ขอให้หมอดำเนินการก่อสร้างเองนะ ……ไม่ต้องผ่านราชการ……

.******* ฉันไว้ใจเธอ ******

น.พ.บุญยงค์ “คำว่า ฉันไว้ใจเธอ ใครได้ฟังแล้วจะรู้สึกอย่างไร ท่านเป็นกษัตริย์ เราเป็นหมอบ้านนอก โอ้โฮ ใจเราในเวลานั้น เมื่อพระองค์ท่านรับสั่งแบบนี้ ย่อมมีผลต่อการทำงานต่างๆ มากมายโดยไม่อาจบิดพลิ้ว“

นายแพทย์หนุ่มยังมีอันต้องสะดุ้งใจซ้ำเป็นคำรบสอง เมื่อทรงกำชับว่า “สร้างเสร็จแล้วให้บอกด้วยนะ จะมาเปิด”

น.พ.บุญยงค์ “ ยิ่งสะดุ้งมากขึ้นเพราะผมขอพระราชทานเงินไปสองแสนสี่ เพื่อใช้ต่อเติมอาคารไม้ให้รองรับผู้ป่วยได้อีก 20-25 คน เอาแค่พอใช้ได้ ไม่ได้คิดว่าจะทาสีด้วยซ้ำไป แต่พอพระองค์ท่านบอกว่าจะมาเปิด โอ้โฮ นึกไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไร”

แต่ปัญหาทั้งมวลก็ลุล่วงไปได้ด้วยความช่วยเหลือของคนไข้รายหนึ่ง “คนไข้ที่เราดูแลเขามาพบ พาลูกชายมาด้วยชื่อ ทองจุล สิงหกุล เป็น ผอ. กรมโยธาฯ พอถามว่า คุณหมอมีอะไรให้ช่วยเหลือก็ขอให้บอก ผมบอกเลยว่ามีแน่ครับ ผมได้เงินพระราชทานมาขยายอาคาร ต้องเขียนแปลน ตอนนี้จะทำเป็นไม้แค่พอใช้ไม่ได้แล้ว เขาก็ช่วยเหลือเรื่องแบบ หาช่างรับเหมามาทำให้อย่างดีเลย ยิ่งรู้ว่าเป็นเงินพระราชทาน ผู้รับเหมาถึงขนาดควบคุมดูแลการก่อสร้างอย่างดี”

ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างก็ได้ขอพระราชทานนาม ได้รับพระราชทานนามอาคารใหม่ว่า “พิทักษ์ไทย” เป็นอาคารที่ใช้รองรับผู้บาดเจ็บจากการสู้รบต่อเนื่องมาอีกหลายปี

ปีถัดมา ภายหลังอาคารใหม่สร้างเสร็จแล้ว เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่จังหวัดน่านได้กราบบังคมทูลฯ เชิญในหลวง เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในการเปิดอาคารศาลากลางจังหวัด และอาคารโรงเรียนราชานุบาล ทางจังหวัดก็ถามผมว่า จะได้กราบบังคมทูลฯ เชิญเพื่อทรงเปิดอาคารตึกพิทักษ์ไทยด้วยไหม ผมก็เห็นว่าพระองค์ท่านต้องเสด็จฯ ถึงสองแห่งแล้ว ก็บอกไปว่าคงไม่ต้องกระมัง แจ้งทางจังหวัดไปอย่างนั้น ปรากฏว่า ม.ล.ปีย์ มาลากุล กรมวังผู้ใหญ่ ท่านมาเลย บอก คุณหมอ ในหลวงรับสั่งกับผมว่า

…..……… “แล้วตึกฉันล่ะ จะไม่ให้ฉันเปิดหรือ ” …………..

ผมได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ เราไม่ได้เตรียมอะไรเลย ท่านก็บอกว่าไม่ต้องเตรียม หมอมีป้ายไหม มีครับ หมอหาพรมมาผืนหนึ่ง เพราะท่านจะประทับยืนทรงพระสุหร่าย ส่วนอื่นๆ จะจัดมาจากกรุงเทพฯ แล้วก็หาสมุดอัลบัมมาเล่มหนึ่งสำหรับทรงลงพระนามปรมาภิไธย

น.พ.บุญยงค์ “ ผมก็ทำอย่างที่แนะนำ เตรียมทุกอย่างเพียงชั่วโมงเดียว ลงทุน 35 บาท ซึ้อสมุด 1 เล่ม ครั้นเสร็จพิธียังทรงพระราชทานเงินอีก 5 หมื่นบาท เพื่อซื้อสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ”

………

คำของในหลวงมีความหมายกับชีวิตผมทั้งชีวิต เมื่อพระองค์ท่านทรงทราบว่ามีคนที่ได้รับบาดเจ็บกลางสมรภูมิ พระองค์ท่านตัดสินพระราชหฤทัยเด็ดเดี่ยวที่จะไปพาตัวออกมาให้ได้ แน่นอนเหลือเกินว่ามันต้องยากและเสี่ยงกว่าเราที่เป็นผู้ที่ดูแลต่อ ความพยายาม ความเพียรของพระองค์ต้องมากจริงๆ และเมื่อได้พบพระองค์ท่าน และมีพระราชดำรัสว่า ฉันไว้ใจเธอ ก็ยิ่งทวีความหมาย

คุณหมอบุญยงค์ ใช้ชีวิตราชการที่น่านต่อเนื่องจากปี 2507 จนถึงปี 2537 เป็นนายแพทย์ที่ปฏิเสธความก้าวหน้าบนเส้นทางวิชาชีพ รวมถึงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง

คัดลอกมาจากหนังสือ ฅ คนฉบับ ๘๐ พรรษา พระราชาเหนือนิยาม เดือนธันวาคม 2550

จากคุณ      : เราชาวไทย รักในหลวง

เขียนเมื่อ     : 30 พ.ย. 53 23:54:58 A:58.9.125.162 X: TicketID:244624

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เยาวชนอาเซียน 10 ประเทศ เข้าเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาทที่ห้วยฮ่องไคร้

โครงการ เยาวชนอาเซียนเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาท ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  นายประจวบ กันธิยะ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับคณะเยาวชนผู้แทนประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำเยาวชนอาเซียน จำนวน 70 คน จาก10 ประเทศ เดินทางเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาท

100

จากนั้น นางกมลินี สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการกองศึกษาและขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ บรรยายสรุปพระราชดำริด้านการพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แนะนำศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และดร.สุภาพ ปารมี นักวิชาการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บรรยายสรุปการดำเนินงานสนองพระราชดำริ และผลสำเร็จจากการพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

101

ต่อจากนั้น คณะเยาวชนอาเซียนทั้ง 70 คน กิจกรรมการพัฒนา “ต้นทางป่าไม้ ปลายทางประมง ระหว่างการทำเกษตรกรรม” จำนวน3 จุด จุดที่ 1 การพัฒนาและการฟื้นฟูป่าตามแนวพระราชดำริ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยการฟื้นป่าเต็งรังเป็นป่าเบญจพรรณ ส่งผลให้สร้างน้ำ สร้างป่า สร้างสมดุลระบบนิเวศ เดินชมเส้นทางธรรมชาติระยะทาง 500 เมตร จุดที่ 2 การทำเกษตรตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่:การบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำในพื้นที่ขนาดเล็ก เพื่อประโยชน์สูงสุด เป็นจุดเริ่มต้นของการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตร

102

โดยเยาวชนทั้ง 70 คน เดินชมแปลงสาธิต ประกอบด้วย แหล่งน้ำและเลี้ยงปลา นาข้าว ไม้ผลพืชไร่ ที่อยู่อาศัย และพื้นที่เลี้ยงสัตว์จุดที่ 3 การฟื้นฟูต้นน้ำลำธารด้วยวิธีการเรียบง่ายและประหยัดโดยการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นหรือ Check Dam โดยเยาวชนทั้ง 70 คนรับฟังการบรรยายสรุปวิธีการจัดทำฝายชะลอความชุ่มชื้นในรูปแบบต่างๆ พร้อมลงมือปฏิบัติจริงในการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนเยาวชนไทยจากทั่วประเทศที่มีองค์ความรู้ในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเยาวชนจากประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 4-17 ตุลาคม 2559

584282

การมาดูงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2559 เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ โครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งเกิดจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปฏิบัติเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทย และรับรู้ถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังเป็นโอกาสที่ดีที่เยาวชนในภูมิภาคอาเซียนได้มีโอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวความคิด ประสบการณ์ และวัฒนธรรมระหว่างกันในภูมิภาค

104

เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคม เพื่อเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศชาติของตนเพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนของเราได้มีการพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนร่วมกันตลอดไปเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี วันที่ 9 มิถุนายน 2559และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา84 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2559

ขอบคุณเชียงใหม่นิวส์

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ความจริงของ cp ที่คุณรู้แล้วคุณต้องตะลึง

เจ้าสัว

ความจริงของ cp ที่คุณรู้แล้วคุณต้องตะลึง

หลังได้ทำงานกะ cp มานานนับสิบปี ดิฉันรู้ได้อย่างแน่นอนว่า cp นี้ไม่ธรรมดาเลย ความคิดสุดท้ายคือ รวบยอดประเทศไทย ทำงานกะเจ้าสัวมานาน ทำไมดิฉันจะไม่รู้ความคิดนี้ กลยุทธทุกอย่าง ล้วนเสแสร้งและเอาเปรียบ พี่น้อง คนยากคนจน กลยุทธ กะบีบให้ตายคามือ คือ สิ่งที่เจ้าสัวพร่ำบ่นให้ฟังประจำ การทำธุรกิจทุกอย่าง ในที่ประชุมพูดกันนั้น เนื้อหาหลักๆ ก็คืออำนาจต่อรอง  พูดวกวนกันอยู่ประเด็นเดียวจริงๆ คือทำอย่างไรจะทำให้มีอำนาจต่อรองมากที่สุด  ดิฉันมาตามดู ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่เคยมีคู่ค้ารายไหน ที่ไม่ถูก cp เอาเปรียบ บางราย สิ้นเนื้อประดาตัวแถมเป็นหนี้เป็นสิน ดิฉัน ได้ข่าวมาหลายรายว่า ว่าเกษตรกร บางรายถึงกะฆ่าตัวตาย  ดูอย่างประเด็น siam banana นั้น เป็นจริงทุกประการ ความจริงยังมีประเด็นเหล่านี้อีกมากมาย ที่ยังไม่มีใครพูดถึง

ในภาคเหนือและอีสาน cp รู้มานานแล้ว ว่า การปลูกข้าวโพดแบบล้างผลาญป่า แต่ก็ทำเฉยเสีย น้ำหลากดินโคลนถล่ม คนตายที่เพชรบูรณ์ น้ำก้อ น้ำชุน เจ้าสัวก็รู้อยู่แก่ใจว่าเกิดจากการบุกรุกแผ้วถางป่าปลูกข้าวโพด แต่ ก็ได้ใช้กำลังภายใน บิดเบือนว่า เป็นการทำไร่ขิง แทน หมอกควันในภาคเหนือ cp ก็รู้มานานแล้วว่า เกิดจากการแผ้วถางป่าของชาวบ้าน เพื่อปลูกข้าวโพด น้ำหลากดินโคลนถล่มที่น่าน cp ก็รู้มานานแล้วว่าเกิดจากฝีมือของตัวเองทั้งนั้น แต่ก็ทำเฉยเสีย  สิ่งที่ cp ทำไว้ในภาคเหนือ คือทำลายป่า จนน้ำไม่เหลือในเขื่อน และ น้ำเค็มหนุน จนข้าวในภาคกลางตาย และ น้ำประปาเค็ม เรื่องแรงงานทาส ปลาป่น มีผู้ให้คำแนะนำว่า ไม่ควรทำ แต่ cp ไม่เคยสนใจ มีผู้ทักท้วงในห้องประชุมหลายครั้ง แต่ ท่านประธาน กลับทำเฉยเสีย แถมแนะนำให้แอบซื้อมาทอดหลังๆ เพื่อ ตบตาผู้คน ใครเขียนด่า cp ก็มีหน่วยจัดการ ซื้อ สื่อให้หมด จ่ายไม่อั้น แถมจ้างนักวิชาการ เขียนเชียร์ ในสื่อสังคมออนไลน์ ก็ซื้อ admin ไว้หมดแล้ว เพื่อคอยตามลบข่าวร้ายของ cp ให้หมด  ระดับรัฐบาลและ คนในกองทัพ cp ก็จ่ายเงินดูแลหมด แบบไม่อั้น ท่านประธานดูจะมั่นใจมาก แต่ สิ่งที่ cp พลาดและไม่มีทางจะแก้ตัวได้เลย คือ การเอาเปรียบคนอื่น ในห้องประชุม จึงไม่มีใครกล้าค้าน แต่ท่านประธานดูจะกลัว social media เอามากๆ

เพื่อการขึ้นไปเทียบ กะ samsung บริษัท ยักษ์ในเอเซียและทั่วโลก cp ทำได้ทุกอย่าง หากทำให้กิจการขยายใหญ่โตขึ้น จะผิดศีลธรรม ดูไม่เหมาะไม่งาม อย่างไร cp ไม่เคยสนใจ ท่านประธาน พูดถึง samsung บ่อย อาจเพราะเป็น เอเซียเหมือนกัน  แต่หาเทียบได้ไม่ เพราะ สายงานและความคิด อ่อนว่าเค้ามาก เค้าขายสินค้าเทคโนโลยี ทุกอย่างเกิดจากมันสมอง และผลงานวิจัยของคน แต่ เงินทุกบาทของ cp เกิดจาก การเอาเปรียบคนเล็กคนน้อย คนยากคนจน การลอกเลียนแบบ การทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คิดจะไปเทียบกะเค้าจึงไม่มีทางเป็นไปได้  ข้อนี้ทุกคนรู้ดี แต่หากพูดออกไป มีหวัง โดนท่านประธานเฉดหัวโดนไล่ออกจากงานแน่

บริษัทยักษ์ใหญ่ ที่มีมาตรฐาน ทั้งหลายทั่วโลก เค้าทำธุรกิจด้วยความเป็นธรรม สินค้าของเค้ายังอยู่ยั่งยืน แต่ แนวคิด ของ cp โดยมีท่านประธานเป็นผู้ชี้นำ นั้น หาได้คิดเรื่องพวกนี้ไม่ cp จึงอยู่เบื้องหลังของทุกรัฐบาล ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐ เพราะ เราซื้อไว้หมดแล้ว คือกะรวยทางลัด อย่างเดียวเท่านั้น สิ่งที่สังคมพูดถึง จริงๆ ดิฉันว่ายังน้อยกว่า ความเลวร้ายของ cp ในความเป็นจริงอีกมาก  เขียนไป อาจโดนสอบสวนและ ไล่หาตัวคนเขียนบทความนี้ และเสี่ยงต่อการตกงานแต่ ดิฉัน เชื่อว่า ความถูกต้องความเป็นธรรมเท่านั้น จึงจะทำให้บริษัท อยู่รอดได้ จะเสี่ยงขนาดไหนก็ต้องเขียนให้สังคมรับรู้

ผู้รักความเป็นธรรม

…ขอขอบคุณข้อมูล จาก ดร.สุมน  ฤทธิกัน ……ที่บอกต่อกันมา

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ฉะทุกประเด็น ที่วันเพ็ญชอบอ้าง ฟังแล้วถึงกับก้มกราบน้องคนนี้ วันเดียว 1,414,164 ครั้ง

ฉะวันเพ็ญ

ฉะทุกประเด็น ที่วันเพ็ญชอบอ้าง มันฟังแล้วถึงกับก้มกราบน้องคนนี้

รวมกลุ่ม บุกล่าอีวันเพ็ญถึงที่ หลบในห้องแทบกราบขอชีวิต เป็นลมตายคาห้อง

”คุณยาย” ทนไม่ไหว ขอด่าอี ”ป้าวันเพ็ญ”..”อายุกูปูนนี้แล้ว เกิดไม่เคยพบเคยเจอ”..!!

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งวอชิงตัน อเมริกา ยกย่องในหลวงในห้องเลคเช่อร์

USA: A University Class Honoring His Majesty King Bhumibol, Father of Thailand

Amazing how many hearts and minds the King of Kings has reached around the world.

https://www.youtube.com/watch?v=whWY0Sc3mBE&app=desktop

เผยแพร่เมื่อ 18 ต.ค. 2016

This lecture was presented at the Univ of Washington, Bothell by Prof James Reinnoldt of the School of Business in honor of the late His Majesty the King of Thailand. jreinn@uw.edu

Https://www.youtube.com/watch?v=whWY0Sc3mBE&app=desktop

watch?v=whWY0Sc3mBE&app=desktop

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ทำไมเราถึงน้ำตาไหลเมื่อเห็นในหลวง

King Waves Edited

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนที่มาเข้าเฝ้ารับเสด็จฯ ในงานฉลองสิริราชย์สมบัติครบ 60 ปี  Cr ภาพ palaces-thai

**หมายเหตุ** บทความนี้เดิมเขียนขึ้นไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๕๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๙ ดังนั้นพระนาม “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ในบทความนี้ จึงหมายถึง สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

———————————

ซีรี่ส์ “เรื่องดี ๆ จากดร.ณัชร” เรื่องที่ 128

“…พอเห็นพระองค์ท่านโบกพระหัตถ์ ผมก็น้ำตาไหลเลยครับ  ไม่รู้ว่าทำไม  อยู่ ๆ ก็ไหลออกมา…”

“…พอขบวนรถท่านเสด็จฯ ผ่าน  พี่ก็น้ำตาท่วมเลย  ได้แต่โบกธง  พยายามจะตะโกนคำว่า “ทรงพระเจริญ” แต่มันพูดไม่ออกน่ะค่ะ  มันสะอื้นเฮือกออกมาจากข้างในอกเลย  ไม่รู้ว่าเป็นอะไรค่ะ…”

ผู้เขียนเชื่อว่า พวกเราชาวไทยที่มีความจงรักภักดีทุกคนคงจะเคยมีประสบการณ์ตื้นตันน้ำตาไหลหรืออย่างน้อยก็น้ำตาคลอกันบ้างเวลาเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ไม่ว่าจากการได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ ณ สถานที่จริงหรือเพียงการได้เห็นพระองค์ท่านผ่านสื่อต่าง ๆ

หลายคนพูดเหมือนกันว่า “ไม่รู้ว่าทำไม…”

วันนี้เราจะมาพบกับคำตอบว่า “ทำไม”

เชื่อหรือไม่ว่าทั้งวิทยาศาสตร์และพุทธศาสตร์มีคำตอบ!

“ปีติ” ในแง่วิทยาศาสตร์

ผู้เขียนได้อ่านนิยามของปีติในแง่วิทยาศาสตร์ครั้งแรกเมื่อได้ลงทะเบียนเรียนออนไลน์วิชา ศาสตร์แห่งสุข (The Science of Happiness) ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแห่งเมืองเบิร์คลีย์เมื่อปีที่แล้ว

ผู้ริเริ่มค้นคว้าเรื่องนี้คือศาสตราจารย์โจนาธาน ไฮด์ท (Jonathan Haidt) นักจิตวิทยาสังคมแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก  เขาตั้งคำถามว่า

“ทำไมบางครั้งมนุษย์เราจึงรู้สึกตื้นตันถึงขั้นน้ำตาไหลเมื่อได้เห็นหรือรับรู้การทำความดีหรือความเสียสละของผู้อื่น…

…ถึงแม้ตัวเราเองจะไม่ได้เป็นผู้ได้รับประโยชน์นั้นโดยตรง?”

King with People 2

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จฯ เยือนถิ่นทุรกันดารเพื่อทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทุกคน  Cr ภาพ Bloggang

หลังจากการค้นคว้าวิจัย ศ.ไฮด์ทค้นพบสิ่งที่เขาเรียกว่า “Elevation” ซึ่งผู้เขียนขอแปลว่า “ปีติ” อันมีนิยามว่า “ความรู้สึกอบอุ่นใจ ซาบซึ้งประทับใจ และการรู้สึกว่าจิตได้รับการยกขึ้น”

ศ.ไฮด์ทกล่าวว่า สภาวะ “ปีติ” นี้ จะเกิดขึ้นเมื่อเรา “ได้เห็นผู้อื่นทำความดี แสดงความเมตตากรุณา หรือความกล้าหาญ”

ทันทีที่เห็นคำนิยาม ผู้เขียนก็นึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นมาทันที

King with Child

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปฏิสันถารกับเด็กที่ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือ  Cr ภาพ Ohayo-tepoy

“ปีติ” ไม่ได้เพียงแค่ทำให้เราน้ำตาไหลเท่านั้น  แต่ศ.ไฮด์ทค้นพบว่ามันส่งผลให้เรา “ลงมือทำ” อะไรบางอย่างต่อไปด้วย!

ลองอ่านดูว่าคุณเองก็เป็นเช่นนี้หรือไม่

ผลที่ตามมาของ “ปีติ”

ศาสตราจารย์ไฮด์ทอธิบายว่าเมื่อภาวะ “ปีติ” นี้เกิดขึ้นกับใคร มันจะส่งผลให้ผู้นั้น

๑) อยากช่วยเหลือผู้อื่นบ้าง

๒) อยากเป็นคนที่ดีขึ้นมีคุณธรรมขึ้น และ

๓) ทำให้เกิดความต้องการที่จะมีส่วนร่วมหรือผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกับบุคคลที่ทำให้เราเกิดความ “ปีติ” นั้นด้วย

ฟังแล้วยิ่งขนลุกและรู้สึกขึ้นมาว่า “ใช่เลย!”

เพราะไม่เพียงน้ำตาแห่งความปีติเท่านั้น  เมื่อคนไทยเราได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เราจะอยากทำสิ่งต่อไปนี้ด้วย คือ

๑) “ทำดีเพื่อพ่อหลวง” ในรูปแบบการช่วยเหลือผู้อื่น

๒) “ตั้งใจจะเป็นคนดีเพื่อพ่อ” และ

๓) ตั้งสัจจอธิษฐานว่า “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ซึ่งก็คือความประสงค์ที่จะ “ผูกพัน” เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ท่านนั่นเอง

ตรงเป๊ะครบทั้ง ๓ ข้อตามผลการวิจัยของศ.ไฮด์ททุกประการ!

Charity for Dad Post Today

ภาพประชาชนจิตอาสาทำสาธารณะประโยชน์ในโครงการทำดีเพื่อพ่อ  Cr ภาพ โพสต์ทูเดย์

“ปีติ” ที่วิทยาศาสตร์ยังอธิบายไปไม่ถึง

แต่ที่น่าสนใจก็คือ คนไทยเราจะเกิดภาวะ “ปีติ” นี้ไม่เพียงแต่ในขณะที่เราเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความลำบากเท่านั้น

เพราะเพียงแค่ได้เห็นพระองค์ท่านโบกพระหัตถ์ให้ หรือแม้แต่การได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในขณะแย้มพระสรวลน้อย ๆ ในคลิปเพลงสรรเสริญพระบารมี  คนไทยเราก็สามารถเกิดภาวะ “ปีติ” นี้ได้เช่นกัน

อย่าว่าแต่การได้เห็นพระองค์ท่านเลย  ผู้เขียนเองและเชื่อว่าชาวไทยแทบทุกคนที่ไปรอเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จอยู่ริมถนนก็เคยเกิดสภาวะ “ปีติ” น้ำตาไหลจากการเพียงได้เห็นรถพระที่นั่งประดับธงประจำพระองค์วิ่งช้า ๆ มาแต่ไกลแล้ว

King's Van teenee

รถพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังเคลื่อนมาช้า ๆ โดยมีพสกนิกรจำนวนมหาศาลเฝ้ารอรับเสด็จฯ อยู่สองข้างทาง  Cr ภาพ teenee

King in Car KhamsangEnglishพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงทอดพระเนตรพสกนิกรของพระองค์ที่มารอเฝ้ารับเสด็จฯ สองข้างทางด้วยพระเมตตา  Cr ภาพ Khanmsangenglish

คำอธิบายทางพุทธศาสตร์

ถึงแม้วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมแค่ได้เห็นเพียงรถพระที่นั่งพร้อมธงประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังเคลื่อนที่มาช้า ๆ พวกเราคนไทยก็เกิดปีติตื้นตันน้ำตาไหลได้แล้ว แต่พุทธศาสตร์สามารถอธิบายได้

นั่นคือ จิตมนุษย์นั้นเป็น “ธาตุรู้” พูดง่าย ๆ ก็คือ จิตเราสามารถ “รับรู้” ได้ถึง “พระเมตตา” ที่มีต่อพวกเราตลอดมาทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

ไม่ว่าในวินาทีนั้นสายตาเราจะกำลังเห็นภาพของพระเมตตาอยู่หรือไม่ก็ตาม!

พระเมตตาที่บางท่านอาจยังไม่รู้

พระเมตตานั้นลึกซึ้งกว่าที่เราเห็นด้วยตาจากพระราชกรณียกิจที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงช่วยราษฎรตามถิ่นทุรกันดารมากมายนัก เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง “เจริญเมตตาภาวนา” ให้พสกนิกรและสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่เสมอด้วย

การเจริญเมตตาภาวนา  คือการตั้งจิตเป็นสมาธิ ส่งความเมตตาปรารถนาดีอยากเห็นผู้อื่นเป็นสุขที่ส่งออกมาจากหัวใจอย่างไร้เงื่อนไขและไม่ปรารถนาสิ่งใดตอบแทน

King with Yatoom Anat Bunnag

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปฏิสันถารกับคุณยายตุ้ม จันทนิตย์ วัย 102 ปี ที่มาเฝ้ารอถวายดอกบัว 3 ดอกตั้งแต่เช้า Cr คุณอาณัติ บุนนาค

จากการศึกษาคำปรารภของเหล่าพระอริยสงฆ์ของไทยทุกองค์ที่พูดถึงพระองค์ท่าน ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญเมตตาภาวนาเพื่อพวกเราทุกวันอย่างแน่นอน

King with Luang Ta Dhammajak

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปกราบนมัสการและสนทนาธรรมกับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542  Cr ภาพ Dhammajak

นอกจากนี้ในทุก ๆ วันพระ (อย่างน้อยในช่วงก่อนที่จะมีพระชนมพรรษามากขึ้นและทรงพระประชวร) ก็ยังทรงรักษาอุโบสถศีล หรือศีล ๘  และทรงอธิษฐานบุญกุศลนั้นให้พสกนิกรอย่างพวกเราทุกคนอยู่เย็นเป็นสุขอีกด้วย

“จิต” รู้ แม้ “สมอง” ยังไม่รู้!

เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงยอมสละความสะดวกสบายส่วนพระองค์ งดพระกระยาหารเย็น งดเว้นมหรสพในวันพระ รักษาศีลเจริญภาวนา เพื่อที่จะทรงอธิษฐาน “ยกส่วนบุญกุศลนั้นให้ประชาชนทุกคน” มาเป็นเวลาหลายสิบปีนั้น  “จิต” ซึ่งเป็นธาตุรู้ของพวกเราต้องรับรู้ได้แน่นอน

“จิต” ของพวกเราทุกคนได้รับพระเมตตาและพระกุศลที่ทรงอุทิศให้พวกเรามาโดยตลอด  ดังนั้นจิตจึง “รู้” และ “จำได้”

ถึงแม้ “สมอง” ของพวกเราจะยังไม่เคยทราบเรื่องราวเหล่านี้มาก่อนก็ตาม!

และนั่นคือคำอธิบายทางพุทธศาสตร์ว่า  “ทำไมเราถึงตื้นตันน้ำตาไหลเมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

King Peers Out Windows bloggang

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรลงมายังประชาชนที่เข้าเฝ้าฯ อยู่ด้านล่างของโรงพยาบาลศิริราช  ใจของผู้เขียนรู้สึกว่า แม้ขณะนี้ก็ยังทรงทอดพระเนตรลงมาที่พวกเราจากเบื้องบนอยู่ด้วยความห่วงใยเสมอ  Cr ภาพ bloggang

อย่าเพียงแต่โศกเศร้า แต่เราจงสืบสานพระราชปณิธาน

วันนี้ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ สู่สวรรคาลัยแล้ว  พวกเราชาวไทยอย่าเพียงแต่โศกเศร้า  แต่เราจงร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานด้วยการ “ทำดีเพื่อพ่อ” กันตลอดไปเถิด  เพื่อที่เราจะได้มีกำลังกุศลพอที่จะได้ “เกิดเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” จริง ๆ สมดังคำอธิษฐาน

————-

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ “สำเร็จทางโลก เพราะสุขทางธรรม” ของผู้เขียน หากมีกุศลใดที่เกิดขึ้นจากการเผยแพร่บทความนี้เป็นธรรมทาน  ผู้เขียนขอถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมด  ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้มีโอกาสเกิดเป็นข้ารองพระบาทในชาตินี้

และขอให้ทีมงานทุกท่านที่สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะได้มีส่วนร่วมในกุศลดังกล่าวไปด้วยทุกประการ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ปิดเว็บล้มเจ้า ไทยอีนิวส์แล้ว

“ปิด Thai E- News”

ตีถูกจุดแล้ว….ตามเว็บนี้มานานเกิน 10 ปี
บัดนี้ Thai E- News เครือข่ายต้นทางเว็บล้มเจ้า ต้านม.112 โดนปิดแล้ว

เข้าไม่ได้แล้วนะครับ

ส่วนประชาไทยังอยู่แต่ข่าวสารบทความไม่มีเรื่องสถาบัน

24 ตุลาคม 2559ปิด

อย่างไรก็ดีจากการตรวจสอบพบว่าเนื้อหาของ ไทยอีนิวส์บางส่วน ยังคงประกฏที่เว็บไซต์ประชาไท

ซึ่งเปรียบเสมือ “เว็บพี่เว็บน้อง” มาตั้งแต่ต้นโดยใช้หน้าเว็บว่า ประชาไท

ประชาไท

แม้เฟซบุ้คไทยอีนิวส์ พยายามแก้เกม ใช้เว็บไซต์ตางประเทศในชื่อเดิม เนื้อหาเดิม ทางการไทยก็สามาถปิดได้…ทุกช่องทาง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

อ.เฉลิมชัย นำศิลปินภาคเหนือ วาดภาพเพื่อพ่อ เล่าความยิ่งใหญ่ของรัชกาลที่ 9 ที่เชียงราย

151617
(มติชนออนไลน์ 24 ตุลาคม 2559)

วันที่ 24 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ขัวศิลปะเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์รวมศิลปินชาวเชียงราย ได้มีการจัดกิจกรรมรวมพลังศิลปินขัวศิลปะ “วาดภาพเพื่อพ่อ” เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยกิจกรรมมีอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชื่อดังชาวเชียงรายนำศิลปินทั่วภาคเหนือและโดยเฉพาะ จ.เชียงราย ร่วมในการวาดภาพสดบนผืนผ้าใบขนาดกว้าง 2.50 เมตร ยาว 17 เมตร โดยพบว่ามีศิลปินที่มีฝีมือเข้าร่วมนำพู่กันวาดภาพบนผืนผ้าใบดังกล่าวโดยสลับสับเปลี่ยนกันวาดภาพตามมุมต่างๆที่ตนเองได้เลือกและมีความถนัดตลอดทั้งวัน ซึ่งภาพที่วาดออกมาเป็นภาพของรัชกาลที่ 9 ที่มีความงดงามเป็นสง่าสร้างความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปมาและผู้ไปเยือนขัวศิลปะเชียงรายเป็นอย่างมาก

อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่ากิจกรรมครั้งนี้เป็นการแสดงความจงรักภักดีของบรรดาศิลปินภาคเหนือโดยเฉพาะชาวเชียงรายที่มีการรวมตัวกันกว่า100 คน โดยบางคนเป็นศิลปินต่างประเทศ โดยเป็นการแสดงออกทางด้านศิลปะตั้งแต่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจซึ่งล้วนเกิดประโยชน์ต่อพสกนิกรชาวเชียงราย ซึ่งภาพที่ร่วมกันวาดกำหนดให้ใช้โทนสีเทาเป็นหลักซึ่งแสดงออกถึงความสงบร่มเย็นโดยมีการคุมโทนสีและวิธีการอย่างดีเพราะศิลปินแต่ละคนมีความถนัดในงานศิลปะแตกต่างกันเบื้องต้นจึงให้ศิลปินผู้ถนัดด้านการวาดภาพเหมือนทำการร่างภาพรวมทั้งหมดออกมาก่อนจากนั้นแบ่งศิลปินแต่ละคนเข้าทำการวาดเป็นส่วนๆ ซึ่งล้วนแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของรัชกาลที่ 9 รวมไปถึงแสดงถึงความเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางศิลปะด้วย

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวอีกว่าสำหรับภาพประวัติศาสตร์ใบนี้มีขนาดใหญ่มาก เบื้องต้นจึงจะมีการจัดแสดงภาพวาดดังกล่าวเอาไว้ ณ ด้านหน้าขัวศิลปะดังกล่าวไปก่อน จากนั้นอาจจะนำไปเก็บไว้ที่ศาลาธรรมวัดร่องขุ่นเพราะมีสถานที่กว้างขวางเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมความงดงามและรำลึกถึงรัชกาลที่9 ส่วนในอนาคตก็จะได้พิจารณาหาสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อนำไปเก็บเอาไว้ให้คนทั่วโลกได้ชมความยิ่งใหญ่ของพระองค์ผ่านภาพวาดนี้โดยหากทางหน่วยงานราชการมีสถานที่เก็บเราก็จะมอบให้แต่หากไม่มีตนก็พร้อมจัดทำสถานที่เพื่อเก็บไว้อย่างดีต่อไป

ด้านอาจารย์สุวิทย์ใจป้อม รองนายกสมาคมขัวศิลปะเชียงรายและศิลปินผู้วาดภาพในหลวงมาตลอดชีวิต กล่าวว่าตนวาดภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตลอดตั้งแต่ยังอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยเริ่มต้นจากการใช้เหรียญ 1 บาทเป็นต้นแบบ กระทั่งปัจจุบันวาดได้กว่า 500 ใบแล้ว แต่เหลือเก็บรักษาเอาไว้และมีผู้เป็นเจ้าของแล้วประมาณ 300 ใบ ส่วนหนึ่งจัดแสดงที่ขัวศิลปะเชียงราย สำหรับภาพวาดใบใหญ่นี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างมากเพราะมีศิลปินจำนวนมากร่วมกันแสดงความจงรักภักดีในการวาดภาพด้วยซึ่งพวกเราตั้งใจว่าจะวาดให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment