สมชาย แสวงการ แฉ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

สมชาย แสวงการ โพสต์ตอบโต้นายอัมสเตอร์ดัม ในทันทีที่มีเหตุจากเวทีชุมนุมเสื้อแดงที่ถนนอักษะ

00000

สมชาย แสวงการ
18 hours ago near Amphoe Dusit

เห็นฝรั่งอย่างนายอัมสเตอร์ดัมล้อบบี้ยิสต์ที่รับจ้างทักษิณ โฟนอินหลอกคนเสื้อแดง ระหว่างการชุมนุมรวมพลนปชที่ถนนอักษะ แล้วทนไม่ไหว ทนไม่ได้ที่เห็นคนต่างด้าวเห็นแก่เงินพวกนี้ มาโกหกหลอกลวงคนไทย แม้พวกผู้ชุมนุมเค้าจะไชโยโห่ร้องด้วยสำคัญผิดหรือเชื่อคำโกหกพกลม ฝรั่งขี้นกคนนี้ก็ตาม
แต่ข้อเท็จจริงที่ต้องให้พี่น้องคนไทยทุกคนรู้คือ สิ่งที่หมอนี่พูดนั้นโกหกครับ 1)นายอัมเสตอร์ดัมรับจ้างล้อบบี้พาอดีตสสหญิงบางคนไปเจนีวาจริงเมื่อวันที่25มีคที่ผ่านมา เพื่อยื่นหนังสือให้กับนายแอนเดอร์สจอห์นสัน เลขาธิการองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศIPUจริง แต่เป็นการไปยื่นหนังสือเฉยๆ ไม่ได้มีการพบปะพูดคุยกับตัวแทนชาติสมาชิกรัสภาประเทศต่างๆแต่อย่างใด อาจเนื่องจากพวกเขาจงใจหรืออาจได้รับการปฏิเสธให้เข้าร่วมประชุมIPU. ที่มีการประชุมในระหว่างห้วงวันที่15-19มีนาคม พูดง่ายๆคือไปยื่นวันที่25-26มีนาคมซึ่งการประชุมจบไปตั้งเกือบสัปดาห์แล้ว จึงไปยื่นหนังสือ ไม่มีการหยิบยกเข้าที่ประชุมรัฐสภาระหว่างประเทศตามที่มาโฆษณาโกหกคนไทยแต่อย่างใดเลย 2)การยื่นหลังจากการประชุมIPUปีนี้จบไปแล้ว ทั้งๆที่บุคคลเหล่านี้รู้อยู่แก่ใจว่า มีการประชุมวันไหน นั่นคือรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเสนอเข้าที่ประชุมจริงก็จะไม่ได้รับความสนใจและอาจถูกโจมตีเรื่องการปลอมรัฐธรรมนูญ การโกงคะเเนนโดยเสียบบัตรแทนกัน รวมถึงการเสี้ยมให้ฮาร์ดคอร์ข่มขู่ศาล ปปช องค์กรอิสระ และการปล่อยให้ใช้ระเบิดและเอ็ม79ยิงใส่ประชาชนที่มาชุมนุม ซึ่งผมได้มอบเทปข้อมลต่างๆไว้ให้กับIPUทั้งหมดแล้ว 3)การยื่นกับเลขาธิการแอนเดอร์สที่กำลังจะหมดเทอมในอีกไม่กี่วัน เพราะมีการเลือกเลขาธิการใหม่นายมาร์ตินชาวคาเมรูนที่เราได้ช่วยเลือกและยินดีกันในที่ประชุมIPUกันนั้นแสดงถึงความไม่เอาไหนของนายอัมเสตอร์ดัม ล้อบบี้ยิสต์ที่ไม่มีข้อมูลพอจะรู้ช่องทางจริง แถมเลขาธิการคนเก่าเค้าบอกรับแค่ว่าจะตอบรับจดหมายที่ยื่นมา ดันไปโกหกทักษิณและผู้ชุมนุมว่าเค้าตอบรับและตำหนิศาลองค์กรอิสระของไทย โกหกครับ เรื่องจริงเค้าแค่ตอบรับว่าได้รับหนังสือเท่านั้น ไม่สามารถมาประนามหรือออกความเห็นตามที่พวกนี้โม้ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่เลขาธิการ ต้องเป็นมติที่ประชุมเท่านั้น อีกปีหนึ่งมั้งถึงจะเอาเรื่องเข้า ถ้าเค้าสนใจนะ
ขอร้องเถอะนายอัมสเตอร์ดัม นายจะหากินหลอกเงินคุณทักษิณได้บ้างไม่ได้บ้าง ทะเลาะกันอย่างที่เป็นข่าวเบี้ยวเงินกันบ้าง ผมไม่สนใจคุณเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่นายมาหลอกคนไทย แม้จะมีความเห็นทางการเมืองอาจแตกต่างบางเรื่องกับผม แต่เค้าก็เป็นคนไทยเชื้อสายเดียวกับผม ซึ่งผมยอมไม่ได้ที่ให้ฝรั่งขี้นกอย่างนายมาโกหกหลอกลวงเช่นนี้. ขอให้เลิกซะ พูดความจริงและขอโทษคนไทย ขอโทษประเทศไทยที่นายบังอาจทำสิ่งที่ไม่ดีครั้งนี้

ที่มา :

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

สุญญากาศที่อาจมีปัญหา

หลายฝ่ายหวังว่าวิกฤติการเมืองอาจผ่าทางตันได้ง่ายขึ้น หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้รับคำร้อง ของกลุ่ม ส.ว. ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหลายมาตรา กรณีสั่งย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคง แห่งชาติ (สมช.) ที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่าทำโดยมิชอบ และให้คืนตำแหน่ง

คำร้องของคณะ ส.ว.กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีสั่งย้ายนายถวิลจากเลขาธิการ สมช. ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไม่ใช่การแต่งตั้งโยกย้ายตามปกติ แต่เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พ้นจาก ผบ.ตร. ไปเป็นเลขาธิการ สมช. เพื่อเปิดทางให้ญาติคือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบ.ตร. จึงฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 268

คดีนี้ไม่มีความซับซ้อน และศาลปกครองได้ตัดสินเรียบร้อยแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจึงให้เวลา น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียง 15 วัน เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะพ้นจากนายกรัฐมนตรีในทันที และจะฉุดคณะรัฐมนตรีให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ หลายฝ่ายจึงเชื่อว่าจะทำให้เกิดสุญญากาศการเมือง

ถ้าเกิดสุญญากาศทางการเมือง ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร มีแต่เพียงวุฒิสภา ไม่ครบองค์ประกอบของรัฐสภา อีกทั้งไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม กลุ่ม กปปส. ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้นำ หวังว่าจะนำไปสู่การตั้ง “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” เพื่อวางแผนปฏิรูปประเทศ เป็นรัฐบาลเฉพาะกาลชั่วระยะเวลาอันสมควร ก่อนที่จะให้มีการเลือกตั้ง

แต่ฝ่ายรัฐบาลก็อาจเถียงว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 181 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง จะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ฉะนั้น ถึง ครม.ปัจจุบันจะต้องพ้นตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกจากการยุบสภา) ก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นรัฐบาลรักษาการต่อไป จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ แต่มีปัญหาว่า ครม.ชุดใหม่ก็ยังมืดมน

กกต.ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งใหม่เมื่อใด หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ มีรายงานข่าวว่าอาจจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกราว 5 เดือน คือจนกว่าจะมั่นใจว่าจะไม่มีกลุ่มใดขัดขวาง เพราะถ้ารีบร้อนจัดการเลือกตั้งเหมือนครั้งก่อน ก็อาจถูกขัดขวางอีกและเป็นโมฆะอีก สูญเปล่าทั้งเวลาและเงินแผ่นดิน

หนทางที่จะผ่าทางตันการเมือง และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 2 หน ก็ไม่ควรดึงดันรักษาการต่อไป หรือมิฉะนั้น ทุกฝ่ายต้องหาทางให้คู่ขัดแย้งพูดจากัน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ มิฉะนั้นประเทศก็อาจเผชิญทั้งวิกฤติการเมือง วิกฤติเศรษฐกิจและสังคม กวักมือเรียกหาความหายนะ.

บทบรรณาธิการไทยรัฐ
5 เม.ย. 2557

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ถอดหัวโขนนักการเมืองออกเถอะครับ…

ถอดหัวโขนนักการเมืองออกเถอะครับ…

ถ้าผมเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่สนับสนุนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ผมจะเสนอให้พรรคปิดปรับปรุงชั่วคราว

ให้สมาชิกพรรคออกไปร่วมการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศกับมวลมหาประชาชนในฐานะประชาชนคนไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง

เพราะผมเชื่อว่า นักการเมืองและพรรคการเมืองไม่มีทางทำการปฏิรูปการเมืองเพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้

ไม่ต้องแทงกั๊ก หรือรอส้มหล่นเผื่อเค้าตกลงกันได้แล้วจะไปลงเลือกตั้ง ทั้งๆที่มวลมหาประชาชนมีธงเดียวในใจคือ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ตราบใดที่พรรคการเมืองยังหวังจะช่วยปฏิรูปมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับในระยะอันใกล้นี้

เพราะมวลมหาประชาชนมีธงเดียว “ปฏิรูปการเมืองโดยไม่มีนักการเมือง”

สิ่งที่พรรคการเมืองศึกษาเรื่องปฏิรูปเอาไว้ ไม่ได้ใช้หรอกครับ เพราะมวลมหาประชาชนอาจไม่ต้องการเป็นขี้ปากของฝ่ายระบอบทักษิณว่าเป็นร่างทรงของพรรคการเมืองบางพรรค

แต่ก็นั่นแหละ ในจำนวนพรรคการเมืองเกินครึ่งร้อยพรรค มีซักกี่พรรคที่สนับสนุนปฏิรูปการเมือง

เห็นมีแต่กระเหี้ยนกระหือรือจะลงเลือกตั้งกันทั้งนั้น

แม้แต่นักการเมืองในพรรคที่เห็นด้วยกับการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งก็ยังมีนักการเมืองยุคไดโนเสาร์ บางคนร่ำๆจะบีบให้ลงเลือกตั้งถ้าเจรจากันเรียบร้อย

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

มวลมหาประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์ 29 มีนาคม วันโค่นล้มระบอบทักษิณ

‘สุเทพ’ปลุกมวลชนเดินขบวนใหญ่ทั่วไทย
โวเปิดเกมรุกปฏิรูปปีครึ่งเสร็จ

“สุเทพ”โววันนี้เดินขบวนเชิญแขกได้เงินบริจาคกว่า 5 ล้าน ปลุกมวลชนเดินขบวนใหญ่ 29 มี.ค.ทั่วประเทศ มั่นใจคนเป็นล้านร่วม ย้ำเป้าหมายต้องปฏิรูปการเลือกตั้ง เปิดทางคนดีเข้าปกครองบ้านเมือง โวปฏิรูปเสร็จภายในปีครึ่ง

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 มี.ค.57 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นปราศรัยเวทีสวนลุม ตอนหนึ่งว่า พรุ่งนี้ (28 มี.ค.) จะเดินเรียกแขกเป็นวันสุดท้าย ที่ถนนเยาวราช ก่อนที่จะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 29 มี.ค. การออกเดินเรียกแขกเพราะ เราถอยมาตั้งหลักในสวนลุมนาน จนพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างนอก อาจจะลืมไปแล้ว ว่าเราสู้อย่างไร แต่เมื่อเราตัดสินใจที่จะเดินขบวนครั้งใหญ่ จึงมีความจำเป็นให้พี่น้องประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน

จากนั้น นายสุเทพ ได้เล่าถึงบรรยากาศ การเดินชวนแขกที่ถนนสุขุมวิทในวันนี้ โดยมีประชาชนมากมายนำเงินมาบริจาค บางคนต้องการมอบให้ถึงมือ ซึ่งสรุปเงินที่รับมาจากประชาชนตลอดทั้งวัน จำนวน 4,728,520 ถ้ารวมกับคนที่ต้องการให้ถึงมือก่อนขึ้นเวทีอีกหลายแสน รวมเป็นเงิน 5,248,520 บาท

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า การเดินขบวนครั้งใหญ่ครั้งนี้ เพื่อต้องการประกาศเจตนารมณ์ของผู้ที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง คือประชาชนทั้งประเทศ ที่ต้องการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อประกาศให้ทุกฝ่าย ทุกองค์กร ได้ตระหนัก ว่าประชาชนคนไทยไม่อดทนอีกต่อไปแล้ว ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศทันที ด้วยมือประชาชน ไม่ใช่ด้วยมือของนักการเมือง ระบอบทักษิณต้องไม่มีอำนาจ สมุนบริวารต้องออกไป หากมีปฏิรูปประเทศแล้ว การเลือกตั้งของประเทศนี้ ก็จะเที่ยงธรรมสุจริต ไม่มีช่องให้คนชั่วเข้ามาได้อีก การดำเนินการดังกล่าว เพื่อให้คนดีได้มีโอกาสปกครองประเทศไทย สรุปสั้น ๆ ว่า เดินขบวนครั้งนี้เพื่อประกาศเจตนารมณ์ ปฏิรูปประเทศโดยทันที ไม่เอาการเลือกตั้ง และอยากบอกว่าไม่ต้องคิดจัดการเลือกตั้งอีกต่อไป

“ใครที่อยู่กรุงเทพฯ หรือ มากรุงเทพได้ 29 มี.ค.ต้องออกมาทำหน้าที่ที่มีเกียรติ คือ หน้าที่ของเจ้าของประเทศตัวจริง ต้องออกมาแสดงตัว ส่วนพี่น้องในต่างจังหวัด ก็ขอให้ท่านจัดเดินขบวนในจังหวัดของท่านทุกจังหวัดที่ทำได้ พร้อมกัน 29 มี.ค. 9.30 น. เหมือนกัน ผมคาดการณ์ใหญ่ การเดินขบวนครั้งนี้ต้องเป็นการออกซึ่งพลังของประชาชนเป็นล้านๆ คน หลัง 29 มี.ค. เมื่อเดินขบวนแล้ว จากนั้นเราจะเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อยึดคืนอำนาจอธิปไตยมาเป็นของประชาชนชาวไทยให้ได้ ตั้งรัฐบาลของประชาชน ตั้งสภานิติบัญญัติของปชช. ปฏิรูปประเทศให้เสร็จ 1 ปีครึ่ง”นายสุเทพ กล่าว

0000

มวลมหาประชาชนยืนยันเช่นเดียวกับลุงกำนันคือ ต้องปฏิรูปประเทศด้วยมือของประชาชน และระบอบทักษิณต้องไม่มีอำนาจในประเทศไทยในระหว่างที่เราปฏิรูปประเทศ

คุณดอกไม้จะมาขวางอีกต่อไปอีกไม่ได้เพราะเราต้องการขจัดการคอรัปชั่นและช่องโหว่ที่ทำให้ระบอบทุนสามานย์ถือเอามาเป็นช่องทางเข้ามาอยู่เหนือระบอบการเมืองไทย

หากยังให้นักการเมืองงปฏิรูป ไม่มีทางเป็นไปได้

และเมื่อเราปฏิรูปแล้วการเลือกตั้งต้องสุจริตเที่ยงธรรม ปิดทางคนชั่วไม่ให้เข้ามาได้เพื่อให้คนดีมีโอกาสมาปกครองประเทศแทนประชาชน

การเดินขบวนคราวนี้คือเดินขบวนประกาศเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศทันที ไม่ต้องคิดเลือกตั้งในปีนี้อีกต่อไป

การเดินขบวนครั้งใหญ่คราวนี้คือ ปฏิรูปประเทศไทยและคุณดอกไม้ต้องออกไป ระบอบทักษิณต้องถูกกำจัดให้สิ้น

หลังจากเดินขบวนวันที่ 29 แล้วจะต้องดำเนินอย่างต่อเนื่องเพื่อการยึดเอาอำนาจมาเป็นของประชาชนให้ได้และตั้งรัฐบาลของประชาชน สภาของประชาชน ภายใน 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่งจัดการเลือกตั้งให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เลขาธิการ กปปส. เรียกร้องให้มวลมหาประชาชนทุกจังหวัดจัดการเดินแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในวันที่ 29 นี้ พร้อมกันทั่วประเทศให้เป็น ล้านๆคน

ตอกย้ำเพียง 2 ประเด็นคือ ยึดอำนาจมาเป็นของประชาชนเพื่อการปฏิรูปครั้งใหญ่ด้วยมือของมวลมหาประชาชน

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

แมลงวันตอมแมลงวัน จดหมายเปิดผนึก จากสมจิตต์ นวเครือสุนทร ถึงสรยุทธ สุทัศนะจินดา

จดหมายเปิดผนึกถึง คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา

เราต่างรักในวิชาชีพสื่อสารมวลชนใช่ไหม?

ดิฉัน สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวการเมือง (เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสังกัด) ในฐานะสื่อมวลชน แม้จะไม่เคยรู้จักคุณสรยุทธ เป็นการส่วนตัว แต่สิ่งที่ได้เห็นคุณสรยุทธ แสดงออกเสมอมาคือความรักในวิชาชีพสื่อสารมวลชน ไม่ว่าวันนี้จะยังเป็นกรรมกรข่าวหรือเศรษฐีค้าข่าว แต่จิตวิญญาณแห่งวิชาชีพน่าจะยังคงอยู่ นอกจากว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ทำทั้งหมดเป็นเพียงแค่การเสแสร้งสร้างภาพ ซึ่งดิฉันคิดว่าคุณสรยุทธ ย่อมมีความซื่อสัตย์ต่อประชาชนที่ศรัทธาและโอบอุ้มคุณสรยุทธ โดยไม่ควรแม้แต่จะคิดทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน

การที่คุณสรยุทธ ตอบโต้แถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิก หลังจากถูกทวงถามด้านจริยธรรมกรณีถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่ายักยอกเงินค่าโฆษณาอสมท. 138 ล้านบาท ด้วยการให้พิจารณาตัวเองจากการทำหน้าที่พิธีกรเล่าข่าวนั้น ถือเป็นการทำร้ายวิชาชีพสื่อสารมวลชนอย่างเลือดเย็นยิ่ง เพราะเท่ากับว่า คุณสรยุทธ ซึ่งมีอิทธิพลต่อสังคมไทยอย่างมากกำลังทำให้คนเข้าใจว่า คนวงการสื่อไม่ยอมรับการตรวจสอบ ไร้ซึ่งจริยธรรมที่จะแสดงตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย

ถามคุณสรยุทธง่าย ๆ ว่า นักเล่าข่าวที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าทุจริต จะตรวจสอบนักการเมืองที่ทุจริตได้อย่างไร

นักเล่าข่าวที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าทุจริต จะกล้าเรียกร้องให้นักการเมืองที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าทุจริตแสดงสปิริตด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือไม่

นักเล่าข่าวที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าทุจริต แต่ยังคงมีสถานะทางสังคมโดยไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบ ใด ๆ จะสร้างค่านิยมแบบไหนให้กับประเทศชาติของเรา?

ค่านิยมที่สังคมยอมรับการโกงว่าเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำ และยังได้ดิบได้ดีไม่ถูกลงโทษจากสังคมจึงไม่จำเป็นต้องมีความละอายต่อบาป เพราะทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไปอย่างนั้นหรือ?

หน้าที่ของสื่อมวลชนส่วนหนึ่ง คือ การชี้นำสังคมให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ถ้าวันนี้คุณสรยุทธ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่คนไทยให้การยอมรับอย่างมาก ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน ก็เท่ากับกำลังบ่มเพาะความไม่ละอายต่อบาปให้เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมนี้ จนเห็นการทำความผิดเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องที่ต้องประนาม

แม้คดีนี้จะยังไม่มีบทสรุปในชั้นศาล แต่องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลแล้ว การแสดงออกให้เห็นว่า “จริยธรรมอยู่เหนือกฎหมาย” จะทำให้คุณสรยุทธ “เป็นเรื่องเล่าระดับตำนานให้คนในแวดวงสื่อสารมวลชนได้กล่าวขานถึงว่า เป็นสื่อมวลชนที่มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพของตัวเองและไม่ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน”

จดหมายเปิดผนึกจากนักข่าวตัวเล็ก ๆ อาจไม่มีความหมายอะไรเลยต่อการตัดสินใจของคุณสรยุทธ แต่ดิฉันเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยหวังว่าจะจุดประกายเล็ก ๆ ให้เพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงสื่อสารมวลชนได้ช่วยกันไตร่ตรองดูว่า เราจะไม่ทำอะไรเพื่อรักษาวิชาชีพที่เรารักเลยหรือ?

เราต่างรักในวิชาชีพสื่อสารมวลชนใช่ไหม?

และอย่าจำนนกับความคิดที่ว่า “เราทำไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ได้ทำ”

สมจิตต์ นวเครือสุนทร
ผู้สื่อข่าวสายการเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ศึกใหญ่เมืองชุมพร เลือกสว. NGO หรือ เครือข่ายนักการเมือง?

ไม่ค่อยได้เขียน “การเมือง” ในบล็อคห้วงนี้เพราะรู้สึกว่าความเห็นตนเอง “เลือกข้างไปแล้ว” เลยไปอิ๊บข้อเขียนจากเพื่อนๆในโซเชียล เรื่อง ๆร้อนๆ ช่วงนี้นอกจากการต่อต้านระบอบทักษิณของกปปส. ก็มีเรื่อง “เลือกตั้งสว.” ที่เลือกตั้งล่วงหน้าอย่างหงอยๆ ไปแล้ว

ที่ว่า “ร้อน” เดือดที่ชุมพร เพราะคุณพงศา ชูแนม ได้เขียนข้อความฝากถึงกำนันสุเทพว่า…

เรียน กำนันสุเทพที่เคารพ..

ผมได้ยินกับหูตัวเองเมื่อเช้าจากชาวบ้านถ้ำธงคนหนึ่งว่า.

“กำนันสุเทพสั่งชาวชุมพรไม่ให้เลือกพงศา”

ผมไม่มีวันเชื่อว่าท่านกำนันจะพูดเช่นนั้น..

แต่ความจริงคือนักการเมืองในชุมพรบางคน แอบอ้างแต้มเติมให้กำนันเสียหายและกปปส.ของพวกเราก็เสียหาย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบครับ

ด้วยจิตคารวะ.. พงศา ชูแนม

ลองอ่านความเห็นหลายๆท่านดูละกันครับ แม้ไม่เกี่ยวกับเราคนจังหวัดอื่น แต่การได้รับรู้เรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลัง ก็สนุกไปอีกแบบ

แคน ไทเมือง

เรียน กำนันสุเทพที่เคารพ..
ผมได้ยินกับหูตัวเองเมื่อเช้าจากชาวบ้านถ้ำธงคนหนึ่งว่า.
“กำนันสุเทพสั่งชาวชุมพรไม่ให้เลือกพงศา”
ผมไม่มีวันเชื่อว่สท่ายกำนันจะพูดเช่นนั้น..แต่ความจริงคือนักการเมืองในชุมพรบางคน แอบอ้างแต้มเติมให้กำนันเสียหายและกปปส.ของพวกเราก็เสียหาย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบครับ
ด้วยจิตคารวะ..แคน ไทเมือง

0000

อึดอัดมาหลายวันแล้ว กรณีอดีต สส.ชุมพร ลูกหมีกับกรณี พงศา ชูแนม ผู้สมัคร สว.ชุมพร และว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้เพื่อแสดงความคิดเห็น แต่ก็พอดีไปเจอข้อเขียนของ ปู จิตกร บุษบา ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า คอลัมน์ เส้นใต้บรรทัด จึงอยากนำมาแชร์ให้บล็อกเกอร์ทั้งหลายที่ติดตามเรื่องนี้ได้อ่านและแสดงความคิดเห็นกัน

กรณี“ชุมพล จุลใส”กับ“พงศา ชูแนม”

ผมค่อนข้างตกใจที่ได้ยินเสียงยามเที่ยงของ “ลูกหมี-ชุมพล จุลใส” หนึ่งในแกนนำรุ่นหนุ่มของ กปปส. ที่พูดเป็นนัยๆ ถึงใครที่มาขึ้นเวที กปปส. แล้วไปลงสมัครรับเลือกตั้ง สว. ในทำนองว่า มาหาโอกาส

น้ำเสียงก็ไม่น่ารักอย่างที่เคยน่ารัก เนื้อหาก็เปิดช่องให้ถูกโจมตีได้ง่ายๆ และเรื่องนี้ก็ถูก “ฉวยใช้”ทำลาย กปปส.ว่า “คับแคบ-หมกหมุ่น-เป็นสันดานประชาธิปัตย์” มาวันสองวันแล้ว

แต่“ลุงกำนัน”หายไปไหน ปล่อยให้ชุมพล จุลใส พูดเรื่องนี้ บนเวทีสวนลุมพินี และออกอากาศช่องบลูสกายไปทั่วโลก ตอนเที่ยงๆ ของวันอังคารที่ 11 มีนาคม 2557

ไม่ต้องสงสัย ว่าคนที่ลูกหมีพูดถึงจะเป็นใครไปได้ นอกจาก “พงศา ชูแนม”คนที่มีทั้งคนโจษขานว่าดีมาก และบางพวกก็ตั้งคำถามถึงนิสัยส่วนตัวบางอย่าง โดยเฉพาะครั้งที่มาร่วมเคลื่อนไหวกับ กปปส. เช่น อยากดัง? อีโก้สูง และที่หนักหน่อยคือ ฉวยโอกาส

“คมชัดลึก”นำเสนอบทความสั้นๆ ชื่อ “ศึกคนกันเอง ‘ลูกหมีVSพงศา’ บนสมรภูมิสว.ชุมพร” ได้ประเด็นครบถ้วนและน่าสนใจมาก ขออนุญาตยกมาอ้างอิงอย่างครบถ้วนทั้งหมดว่า

……………………..

“ส่วนกรณีมีคนลงสมัครรับเลือกตั้งวุฒิสภาแล้วบอกว่า กปปส.ส่งมา อย่าหลงเชื่อ อย่าไปเลือก ให้เลือกคู่แข่งแทน เพราะนั่นโกหก กปปส.ไม่ยุ่งกับการสมัคร สว.จังหวัดไหนทั้งสิ้น”

สุเทพ เทือกสุบรรณ ลั่นคำเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บนเวที กปปส.สวนลุมพินี ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า กปปส.ไม่ขวางเลือกตั้ง เพราะส่งคนลงสมัคร สว. โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

ก่อนหน้านั้น เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงถึงกรณีที่ พงศา ชูแนม นักอนุรักษ์แห่งเมืองชุมพร ซึ่งเคยขึ้นเวที กปปส.ไปลงรับสมัครเลือกตั้ง สว.ชุมพร ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล และการลงสมัครดังกล่าว ไม่ใช่เป็นเพราะ กปปส.พิจารณาส่งลงสมัคร

ที่สำคัญ คืนวันศุกร์ (7 มี.ค.) “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส ฝากข้อความให้โฆษกเวที กปปส.ประกาศผ่านช่องบลูสกายว่า ใครที่เคยขึ้นเวที กปปส. แล้วไปลงสมัครรับเลือกตั้ง สว. ผู้ลงคะแนนโปรดใช้วิจารณญาณ เพราะจุดยืนของ กปปส.ต้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

ทำไมการตัดสินใจของ พงศา ชูแนม ลงสนามเลือกตั้ง สว.ชุมพร จึงมีแกนนำ กปปส.ดาหน้าขึ้นมาชี้แจง ราวกับว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย จริงๆ แล้ว “พงศา” ก็เป็นแนวร่วมของ กปปส. และเคยมาขึ้นเวทีพูดจาปราศรัยหลายหน และมวลมหาประชาชนต่างชื่นชม

สรุปการเปิดรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา(สว.) จ.ชุมพร มีผู้ยื่นใบสมัคร 5 คน ได้แก่ พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร, วรรณา แซ่ติ้ง แม่ค้าสวนยางพารา, สุทรรศ พะลัง น้องชาย สุวโรช พะลัง อดีต สส.ปชป., พงศา ชูแนม อดีตเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ กรมอุทยานฯ และ พ.ต.อ.เอกวัฒน์ โพธิ์เย็นญาติ ข้าราชการบำนาญ

ที่น่าจับตามีเพียง 2 คน คือ พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์ กับ พงศา ชูแนม!

กว่า 2 ทศวรรษแล้ว ที่ “พงศา” หนุ่มใหญ่ชาว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เดินไปบนถนนสายอนุรักษ์ โดยปัจจุบัน พงศาเป็นหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ ส่วนจัดการทรัพยากรต้นน้ำ สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ด้วยความทุ่มเททั้งกายและใจ ทำให้เขาได้รับรางวัลจากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เมื่อปี 2533 ซึ่งเขายังเดินหน้าต่อสู้กับผู้ที่หวังจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากธรรมชาติ

“พงศา” ไม่ได้เป็นเพียงนักอนุรักษ์ต้นน้ำ แต่ยังมีแนวคิดปลูกต้นไม้ในใจคน จัดทำโครงการธนาคารต้นไม้ เพื่อให้คนช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยังได้รับเลือกเป็นบุคคลหนึ่งในโครงการ “ค้นฅนดี” ของรายการ “คนค้นฅน” ประจำปี 2550 รวมทั้งยังรับรางวัลอีกมากมาย

ชาวชุมพรเรียกเขาว่า “นายหัวพงศา” และสื่อหลายสำนักเรียกขานพงศาว่า “สืบ นาคะเสถียร แห่งต้นน้ำพะโต๊ะ “ข้าราชการหัวใจประชาชนแบบ พงศา ชูแนม ไม่เป็นนักการเมือง ผมต้องการ…ปฏิรูปประเทศ อาสาเอาธรรมะชนะอธรรม” นี่คือคำประกาศของนักอนุรักษ์ผ่านเฟซบุ๊ก

กล่าวสำหรับ “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร ที่ประกาศกร้าวว่า ผู้สมัคร สว.ชุมพร อย่าใช้เวที กปปส.เป็นเครื่องมือหาเสียง

“ลูกหมี” ชุมพล ชาวนาสัก อ.สวี จบปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง จบแล้วก็สอบข้าราชการตำรวจ สวมเครื่องแบบสีกากีอยู่ 11 ปี ยศจ่าสิบตำรวจ ก็ลาออก เพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น และได้รับเลือกให้ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

ก่อนเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติ ในปี 2550 “ลูกหมี” ได้เข้าบริหารสัมปทาน “รังนกนางแอ่น” ตามถ้ำบนเกาะแก่งต่างๆ จึงทำให้เขาแผ่บารมีไปในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงทะลุทะลวงสร้อยสนกลในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุนี้ “ลูกหมี” สส.ชุมพร เขต 1 สมัยแรก จึงเป็นกลายดาวรุ่งพุ่งแรงแซงรุ่นพี่อย่าง ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย และสุวโรช พะลัง (เสียชีวิตแล้ว) และเหนืออื่นใด เขาเป็นคนสนิทของ “กำนันสุเทพ”

ปี 2555 “ลูกหมี” สำแดงพลังทางการเมืองครั้งสำคัญ ด้วยการส่งพี่ชาย “ลูกช้าง” สุพล จุลใส อดีตนายก อบต.นาสัก ลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.ชุมพร โดยมีคู่แข่งคือ ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย หรือ “พรมาลัย” อดีต สส.ชุมพร 8 สมัย “ลูกช้าง” สุพล ประสบชัยชนะด้วยคะแนนท่วมท้น ทุบสถิติเป็นนายก อบต.คนแรก ที่ขยับขึ้น “นายก อบจ.” โดยไม่ต้องผ่านการเป็น สจ.มาก่อน มันเป็นที่มาของคำว่า “จุลใสแฟมิลี่” หรือ “บ้านใหญ่ชุมพร” !!

ส่วน พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ที่ตัดสินใจลงสมัคร สว. ก็มีความสนิทชิดเชื้อกับสองพี่น้อง “จุลใสแฟมิลี่” ทั้ง “ลูกหมี” ชุมพล และ “ลูกช้าง” สุพล ซึ่งคนชุมพรทราบดีว่า งานกิจกรรมเพื่อสังคมในเครือข่ายสองพี่น้อง พ.ต.อ.นรินทร์ ก็จะไปเป็นประธานเปิดการแข่งขันทุกครั้ง

ว่ากันว่า พ.ต.ท.นรินทร์ ออกเดินสายแนะนำตัวต่อชาวชุมพรมานานแล้ว รวมทั้งหิ้วกระเช้าดอกไม้ไปอวยพรวันเกิด “ลูกช้าง” สุพล

คนชุมพรรู้ผ่านสื่อว่า กปปส.ไม่สนับสนุนใครลงสมัคร สว. แต่ “จุลใสแฟมิลี่” จะหนุนผู้สมัครรายใด เชื่อว่าคนชุมพรอีกนั่นแหละจะรู้ดีที่สุด

……………………………………

ผมภาวนาว่า เรื่องนี้อย่ากลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ที่สร้างปัญหาให้แก่มวลมหาประชาชนและ กปปส. กำนันสุเทพควรจบปัญหาท่าทีนี้ของลูกหมีอย่างเงียบๆ แล้วดึงประเด็นการปฏิรูปขึ้นมา “นำทาง-สร้างศรัทธา” กันต่อไป วาระสุดท้ายของการก้าวสู่ชัยชนะของประเทศชาติและประชาชน

ต้องไม่ลืมว่า ในเนื้อหาของการปฏิรูป ก็จะต้องเจอกับบางกลุ่มบางคนโจมตีอีก ว่ามีเรื่องนี้ ไม่มีเรื่องนั้น ทำไมไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปพลังงาน เป็นต้น

คุณไพศาล พืชมงคล เขียนไว้ในเฟซบุ๊ค Paisal Puechmongkol น่าคิดมากว่า…

@@การตีจากภายนอกด้วยข้อหาสารพัด ปืน ระเบิด ที่ว่าหนักยังระวังไม่ยากและมีทหารมาช่วยดูแล แต่ตีจากภายในก็หนักไม่แพ้กัน และทหารก็มาช่วยไม่ได้ นอกจากสติปัญญารู้เท่าทัน เรื่องใดที่ทำให้ทะเลาะกันเอง เรื่องนั้นคือปรากฏการณ์ที่ตีมาจากภายใน ใครทำให้ตีกันเอง คนนั้นคือข้าศึกที่แฝงมาตีจากภายใน ดูกันเองก็เห็นได้กระจ่าง จะยอมเป็นเหยื่อไหมโยม

@@แต่ละเวทีย่อมมีภารกิจของตน เวทีไหนมีภารกิจใดก็ว่าไป จะเคลื่อนไปไหนก็เคลื่อนไป เขาคงประสานกันดีแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องถามว่าทำไมเวทีนี้ไม่พูดเรื่องนี้ เวทีนั้นไม่พูดเรื่องนั้น ซึ่งทำให้เกิดความระแวงกันเปล่าๆ ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้

@@เวทีที่เน้นย้ำเรื่องพลังงานมากคือ เวทีแจ้งวัฒนะ และ กปท. ท่านใดสนใจก็ไปร่วมได้ นั่นก็เป็น กปปส. จะว่า กปปส. ไม่พูดเรื่องพลังงานได้ไง

ดังนั้น ผมขอให้ กปปส. ประกาศให้ชัดไปเสียเลยว่า กปปส. ไม่มีแนวทางขัดขวางการเลือกตั้ง สว. ส่วนใครจะเลือกใคร กปปส. ยิ่งไม่ยุ่งใหญ่เลย เพราะมีภารกิจเรื่อง “ขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณ” และนำประเทศไปไปสู่การปฏิรูป และกรณี “ลูกหมี-พงศา” นี้ ในมุมมองของผม

1.คุณพงศามีสิทธิล้านเปอร์เซ็นต์ที่จะลงสมัคร สว. การขึ้นเวที กปปส. ไม่ใช่ข้อผูกมัดว่าคุณพงศาจะลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ ส่วนจะมีสัญญาใจอะไรต่อกัน แล้วละเมิดสัญญานั้นหรือไม่ ผมไม่ทราบ

2.เข้าใจว่า ที่ชุมพรไม่มีการเลือกตั้ง สส. (คือจัดการเลือกตั้งไม่ได้) ดังนั้น คุณพงศาคงไม่ได้หนีมวลมหาประชาชนไปเลือกตั้ง และยังไม่เข้าข่าย ไม่ได้ไปเลือกตั้ง เพราะ กกต. จัดการเลือกตั้งที่ชุมพรไม่ได้ จึงไม่ขาดคุณสมบัติในข้อนี้

3.การลงสมัคร สว. ไม่ใช่เรื่องชั่วร้าย ส่วนตัวคุณพงศา ใช่คนเลวร้ายหรือไม่ ผมตอบไม่ได้ แต่คนชุมพรตอบได้ และจะเลือกหรือไม่เลือก ผมก็เชื่อในวิจารณญาณของคนชุมพร ที่เขารู้จักกันมานานกว่าพวกเรา

4.เราต้องการ สว.ดีๆ ไปช่วยกันตรวจสอบและถ่วงดุลรัฐบาลมิใช่หรือ เห็นว่าใครดีก็เลือกไปเถอะ มันเป็นสิทธิของผู้เลือกน่ะ

5.เมื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปแล้ว หลังจากนั้น สภาพของ สว.จะเป็นอย่างไรก็ยังไม่ทราบเลย ดังนั้น ใครมีหน้าที่ปฏิรูปก็ผลักดันการปฏิรูปให้สำเร็จ ใครเห็นว่าขอแยกทางไปสนับสนุนในบทบาทอื่น ก็ต้องเคารพกัน ถ้าเขาตั้งใจจะไปเป็น สว.ที่ดี ก็ไม่มีอะไรเสียหาย

6.ตอนคุณพงศาเขามาขึ้นเวที มาแสดงตนสนับสนุน เราต้อนรับด้วยอัธยาศัย เมื่อเขาจะก้าวต่อไปในหนทางที่เขาสนใจ เราก็ควรจะยินดี เพียงแต่เราประกาศแนวทางของเราให้ชัดเจน ว่าเราขอปฏิรูปบ้านเมืองให้สำเร็จก่อน

7.คุณลูกหมี จึงควรหยุดพูดถึงเรื่องนี้ได้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อโฆษก กปปส. เคยแถลงข่าวแล้ว ว่า กปปส. ไม่เคยส่งใครไปสมัคร สว. เพราะ กปปส. มีบทบาทเดียว คือ ผลักดันการปฏิรุป และลุงกำนันก็พูดประเด็นเดียวกับโฆษก ผมถือว่าเราเข้าใจตรงกันหมด จบ และเดินหน้าภารกิจของเราอย่างแข็งขันต่อไปด้วยใจชื่นบาน

8.สมมติว่า หากคุณพงศาหรือใครก็ตาม ไปแอบอ้าง กปปส. ประชาชนเขาก็จะรู้เอง ว่าไม่ใช่ เขาก็จะตำหนิหรือลงโทษกันเอง ดังนั้น วางเรื่องเล็ก ไปทำเรื่องใหญ่กันดีกว่า

9.การพูดของคุณลูกหมีจะเข้าทางพวกที่จ้องโจมตี กปปส. ซึ่งมีทั้งพวกแดงและไม่แดง จะทำให้เกิดประเด็น ว่าตระกูลจุลใส ก็ได้หมายตาที่จะสนับสนุนผู้สมัครบางรายอยู่แล้ว ลูกหมีถึงได้ฉุนเฉียวขนาดนี้ ทำให้ลูกหมีซึ่งจะคิดอย่างนั้นอยู่หรือไม่ก็ไม่รู้ ถูกตีตราและน่าเคลือบแคลงใจ

10.หยุด และอย่าเอาตัวเองไปเป็นเหยื่ออันโอชะของใคร ซึ่งจะลุกลามมาทำลาย กปปส. และมวลมหาประชาชน

12.เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องจบลงที่ “ฉันรักลูกหมี เกลียดพงศา” หรือ “ฉันรักพงศา เกลียดลูกหมี” มองผ่านเรื่องนี้ ยิ้มๆ และยกให้พี่น้องจังหวัดชุมพรเขาตัดสินใจกันเถอะครับ นี่คือความงดงามของสังคมประชาธิปไตย ถ้าเรายังสร้างความงดงามนี้ให้เกิดขึ้นไม่ได้ ใครเขาจะมาศรัทธาการปฏิรูปของเรา

ก้าวเข้าไป อย่าได้ถอย มวลชนคอยเอาใจช่วยอยู่!!

แนวทางในการมีวุฒิสภา ตามวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านมาจากสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และอื่นๆ วุฒิสภาจึงควรได้สมาชิกที่ปลอดจากการชักนำของพรรคการเมือง หากอ่านจากบทความข้างต้นอย่างละเอียด ระหว่างตัวเต็ง 2 คนที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดชุมพร พงศา ชูแนม สมควรได้รับเลือกมาเป็น สว.มากกว่า เพราะไม่เกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองใด น่าจะทำหน้าที่ สว.ได้ดีกว่าคนของ ลูกหมี ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางการเมือง แม้ว่าทั้งสองคนเมื่อได้เป็น สว. จะไม่รับเงินเดือนพิเศษจาก ทักษิณ ชินวัตร ก็ตาม

ที่มา : บล็อคเกอร์ “จ่าแป๊ะ”

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เรื่องที่อยากเล่า…

40 ปีที่แล้วเรียนจบใหม่ๆ มีโอกาสได้ทำงานที่นิตยสารสกุลไทยเป็นนักข่าว เป็นลูกน้อง พี่สุภัทร สวัสดิรักษ์ เรื่องราวของ “ข่าวในวัง” มีให้ทำไม่ขาดทุกวัน ทั้งทำข่าวและถ่ายภาพในงานเสด็จฯในที่ต่างๆ ในกรุงเทพ แบกนิคอน F พ่วงแฟล็ชที่มีแบ็ตเตอรี่มีน้ำกรดให้รดเสื้อนอกขาดไปหลายตัว ข่าวในพระราชสำนักของ “สกุลไทย” ถือเป็นเอกลักษณ์มาจนทุกวันนี้

ปัจจุบันยิ่งมีพระราชกรณีกิจให้ติดตามมากขึ้นกว่าเมื่อ 40 ปีที่แล้วหลายเท่า เนื่องเพราะสมัยนั้น พระราชโอรสและพระราชธิดายังทรงศึกษาในสถานศึกษาต่าง ๆ ข่าวในพระราชสำนักจึงยังเน้นหนักที่พระราชการณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จย่า สมเด็จพระพี่นาง ฯ ในท่ามกลาง “สงครามทางความคิด” ไม่ผิดกับสมัยนี้

หลุดจากสกุลไทยเข้าไปไทยรัฐก็ได้ทำข่าวสตรี หนีไม่พ้นข่าวพระราชสำนัก

บัดนี้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสนอง “ตามรอยเท้าพ่อ” เข้มแข็งเสมอมา

โลกเปลี่ยนไป พระราชกรณียกิจยิ่งมากมาย ในหลวงของเราทรงมีพระชนมายุมากแค่ไหน แต่พระองค์ไม่เคยทรงหยุดปฏิบัติพระราชกรณียกิจ แม้ในวัยที่สมควรได้พักผ่อน

แล้วลองมองที่ตัวเราสิ อย่าท้อถอยและห้ามบ่นว่า “แก่แล้ว” เป็นอันขาด

เมื่อใดที่รู้สึกเหนื่อย ท้อ หมดกำลังใจให้มองไปที่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน

เช้าวันจันทร์ปลุกปลอบใจตัวเองให้ลุกขึ้น ไปทำงาน สู้ชีวิต…( ฮา )

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ปฏิรูปประเทศไทย ดีใจที่มีเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”

กระบวนการต่อสู้ทางการเมืองของไทยยังคงเดินหน้าเข้มข้นด้วยสโลแกน “โค่นล้มระบอบทักษิณให้สิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย” ชูประเด็นปฏิรูปประเทศในทุกด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม จากการปฏิรูป 6 ด้าน กำลังขยายออกไปอีกเป็น 9 ด้าน ถือเป็นการชำระล้างล้างประเทศกันเลยทีเดียว
ต้นเหตุที่แท้จริงก็เรื่องเดียวที่เกาะกินประเทศจนจะเหลือแต่โครงกระดูก นั่นคือ “การทุจริตคอรัปชั่น” ต้นธารของระบอบทุนสามานย์ อันชั่วร้าย
ส่วนผลสุดท้ายบ้านเมืองจะเดินไปทางไหน ยังทำนายอนาคตไม่ได้ ก็ต้องสู้ๆ ดูๆ กันไป ถ้าไม่นองเลือดได้ก็ยังว่าโชคดีของประเทศไทย
ในท่ามกลางเวทีปฏิรูปที่จัดเสวนาที่สวนลุมพินี เมื่อวานนี้ มีช่วงที่ดีๆซึ่งมวลมหาประชาชนและ กปปส.แกนนำจัดเวทีให้ชาวบ้านได้เสนอความต้องการช่วยคิดช่วยทำ
บนเวที คุณอานิก อัมระนันทน์เป็นผู้ดำเนินรายการมีผู้ร่วมเสวนามากจาก นครศรีฯ ชุมพร นครปฐม อุบลฯ กทม. ซึ่งมีอาชีพสวนยาง ขายแกง ส่งออกข้าว กระทั่งครรูสอนเต้นบัลเล่ย์-แจ๊ส

ทสรุปสั้นๆ จากเวทีนี้มีข้อเสนอหลากหลายมากมาย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เช่นตั้งสภา-องค์กรเชิดชูคนดีจากภาคส่วนต่างๆ แล้วให้ผลตอบแทน เช่น สวัสดิการรักษาพยาบาลเพื่อให้เขาอยู่ได้สบายขึ้นเพื่อทำดีได้มากขึ้น ในด้านครอบครัว-พ่อแม่ต้องให้เวลากับลูกให้อบอุ่น เรื่องการศึกษา ควรปลูกฝังจริยธรรมและวัฒนธรรมความดีแบบไทยๆ   ต้องรณรงค์ให้คนไทยปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันมากๆ , ปฏิรูปที่ดิน ให้เกษตรกรที่ยากจนมีที่ทำกัน แต่ควรตรวจสอบว่าจนจริง อยากให้เอกสารสิทธิ์แบบต่างๆเสมอภาคขึ้น การให้เอกสารสิทธ์ตามกระบวนการที่โปร่งใส การช่วยเหลือของรัฐต้องเสมอภาค
ด้านเลือกตั้งต้องเพิ่มประสิทธิภาพ กกต.ให้ตรวจสอบนโยบายว่าทำได้จริงและไม่กระทบเสียหาย
สื่อมวลชน ต้องเสนอข่าวรอบด้าน และยึดหลักความถูกต้องในการเสนอด้วย ฯลฯ
ก็ดีใจเป็นพิเศษที่ชาวบ้านแท้ๆ นำเสนอหัวข้อ “น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นธงนำชีวิตในทุกอาชีพ”
ก็ได้แต่เอาใจช่วย ขอให้สำเร็จและบรรจุให้เป็นวาระสำคัญของโครงการปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นคนจัดก็ตาม
พูดถึงงาน”จิตอาสา” เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเอกชนหลายฝ่ายดำเนินการเผยแพร่สร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งด้านชมรมคนรักในหลวงและมูลนิธิต่างๆแล้ว
วันนี้ ( 19 มี.ค. ) ที่คณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ มีกิจกรรมอบรม “สร้างสรรค์สื่อให้ย่อยง่าย” เกี่ยวกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โดยนัดหมายนิสิตนิเทศศาสตร์จุฬาฯและนักศึกษาวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ เข้ารับการอบรมกว่า 50 คน ขนวิทยากรระดับมือพระกาฬของวงการไปติวเข้ม ถึง 3 วัน
วันพรุ่งนี้ลงสนามจริงที่บางกระเจ้า ผลิตสื่อจูงใจทันสมัยและเข้าใจง่ายที่เรียกว่า Info graphic ซึ่งเป็น “สื่อยุคใหม่” ให้นิสิตนักศึกษาได้เพิ่มพูนประสพการณ์ ก่อนออกไปทำงานรับใช้ประเทศชาติในสื่อต่างๆ ตามวิชาชีพซึ่งตนร่ำเรียนมา
หวังว่าเราจะได้คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องพอเพียงประดับวงการสื่อสารมวลชนอย่างมีคุณภาพ
ผมตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมน้องๆ หลานๆเค้าหน่อย เพราะเค้าเชิญไปร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานนิสิตนักศึกษาชุดนี้ด้วย
ช่วงบ่ายวานนี้ กลุ่ม “รู้สู้ฟลัด” ที่เป็นจิตอาสาทำ Info graphic ตอนน้ำท่วมปี 2554 มาเป็นวิทยากร
วันนี้ยิ่งน่าสนใจ กลุ่ม Big tree และเจ้าหน้าที่จาก TDRI มาเป็นวิทยากร แอบอิจฉาเด็กๆ ได้ครูดีๆ
แต่เราคิดว่าจะไปแอบครูพักลักจำอยู่หลังห้อง อิ อิ
ก็ตอนเราเรียนไม่มีเทคนิคพวกนี้ เลยต้องไปเรียนจากเด็ก ๆ จะว่าไปไม่อายนะถ้าต้องถามเด็กๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ก็สมัยเรามันไม่มีนี่หว่า ( ฮา )
ลืมบอกไปว่า “มูลนิธิบุคคลพอเพียง” เป็นผู้สนับสนุนโครงการครับ
แคน ไทเมือง

กระบวนการต่อสู้ทางการเมืองของไทยยังคงเดินหน้าเข้มข้นด้วยสโลแกน “โค่นล้มระบอบทักษิณให้สิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย” ชูประเด็นปฏิรูปประเทศในทุกด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม จากการปฏิรูป 6 ด้าน กำลังขยายออกไปอีกเป็น 9 ด้าน ถือเป็นการชำระล้างล้างประเทศกันเลยทีเดียว

ต้นเหตุที่แท้จริงก็เรื่องเดียวที่เกาะกินประเทศจนจะเหลือแต่โครงกระดูก นั่นคือ “การทุจริตคอรัปชั่น” ต้นธารของระบอบทุนสามานย์ อันชั่วร้าย

ส่วนผลสุดท้ายบ้านเมืองจะเดินไปทางไหน ยังทำนายอนาคตไม่ได้ ก็ต้องสู้ๆ ดูๆ กันไป ถ้าไม่นองเลือดได้ก็ยังว่าโชคดีของประเทศไทย

ในท่ามกลางเวทีปฏิรูปที่จัดเสวนาที่สวนลุมพินี เมื่อวานนี้ มีช่วงที่ดีๆซึ่งมวลมหาประชาชนและ กปปส.แกนนำจัดเวทีให้ชาวบ้านได้เสนอความต้องการช่วยคิดช่วยทำ

บนเวที คุณอานิก อัมระนันทน์เป็นผู้ดำเนินรายการมีผู้ร่วมเสวนามากจาก นครศรีฯ ชุมพร นครปฐม อุบลฯ กทม. ซึ่งมีอาชีพสวนยาง ขายแกง ส่งออกข้าว กระทั่งครรูสอนเต้นบัลเล่ย์-แจ๊ส หลากหลายอาชีพ

บทสรุปสั้นๆ จากเวทีนี้มีข้อเสนอหลากหลายมากมาย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เช่นตั้งสภา-องค์กรเชิดชูคนดีจากภาคส่วนต่างๆ แล้วให้ผลตอบแทน เช่น สวัสดิการรักษาพยาบาลเพื่อให้เขาอยู่ได้สบายขึ้นเพื่อทำดีได้มากขึ้น ในด้านครอบครัว-พ่อแม่ต้องให้เวลากับลูกให้อบอุ่น เรื่องการศึกษา ควรปลูกฝังจริยธรรมและวัฒนธรรมความดีแบบไทยๆ   ต้องรณรงค์ให้คนไทยปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันมากๆ , ปฏิรูปที่ดิน ให้เกษตรกรที่ยากจนมีที่ทำกัน แต่ควรตรวจสอบว่าจนจริง อยากให้เอกสารสิทธิ์แบบต่างๆเสมอภาคขึ้น การให้เอกสารสิทธ์ตามกระบวนการที่โปร่งใส การช่วยเหลือของรัฐต้องเสมอภาค

ด้านเลือกตั้งต้องเพิ่มประสิทธิภาพ กกต.ให้ตรวจสอบนโยบายว่าทำได้จริงและไม่กระทบเสียหาย

สื่อมวลชน ต้องเสนอข่าวรอบด้าน และยึดหลักความถูกต้องในการเสนอด้วย ฯลฯ

0000

ก็ดีใจเป็นพิเศษที่ชาวบ้านแท้ๆ นำเสนอหัวข้อ “น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นธงนำชีวิตในทุกอาชีพ”

ก็ได้แต่เอาใจช่วย ขอให้สำเร็จและบรรจุให้เป็นวาระสำคัญของโครงการปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นคนจัดก็ตาม

พูดถึงงาน”จิตอาสา” เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเอกชนหลายฝ่ายดำเนินการเผยแพร่สร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งด้านชมรมคนรักในหลวงและมูลนิธิต่างๆแล้ว

วันนี้ ( 19 มี.ค. ) ที่คณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ มีกิจกรรมอบรม “สร้างสรรค์สื่อให้ย่อยง่าย” เกี่ยวกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โดยนัดหมายนิสิตนิเทศศาสตร์จุฬาฯและนักศึกษาวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ เข้ารับการอบรมกว่า 50 คน ขนวิทยากรระดับมือพระกาฬของวงการไปติวเข้ม ถึง 3 วัน

วันพรุ่งนี้ลงสนามจริงที่บางกระเจ้า ผลิตสื่อจูงใจทันสมัยและเข้าใจง่ายที่เรียกว่า Info graphic ซึ่งเป็น “สื่อยุคใหม่” ให้นิสิตนักศึกษาได้เพิ่มพูนประสพการณ์ ก่อนออกไปทำงานรับใช้ประเทศชาติในสื่อต่างๆ ตามวิชาชีพซึ่งตนร่ำเรียนมา

หวังว่าเราจะได้คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องพอเพียงประดับวงการสื่อสารมวลชนอย่างมีคุณภาพ

ผมตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมน้องๆ หลานๆเค้าหน่อย เพราะเค้าเชิญไปร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานนิสิตนักศึกษาชุดนี้ด้วย

ช่วงบ่ายวานนี้ กลุ่ม “รู้สู้ฟลัด” ที่เป็นจิตอาสาทำ Info graphic ตอนน้ำท่วมปี 2554 มาเป็นวิทยากร

วันนี้ยิ่งน่าสนใจ กลุ่ม Big tree และเจ้าหน้าที่จาก TDRI มาเป็นวิทยากร แอบอิจฉาเด็กๆ ได้ครูดีๆ

แต่เราคิดว่าจะไปแอบครูพักลักจำอยู่หลังห้อง อิ อิ

ก็ตอนเราเรียนไม่มีเทคนิคพวกนี้ เลยต้องไปเรียนจากเด็ก ๆ จะว่าไปไม่อายนะถ้าต้องถามเด็กๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ก็สมัยเรามันไม่มีนี่หว่า ( ฮา )

ลืมบอกไปว่า “มูลนิธิบุคคลพอเพียง” เป็นผู้สนับสนุนโครงการครับ

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

การเมืองกำลังยุ่ง การมุ้งดันมาเกี่ยวเลยต้องฟ้องแก้เกี้ยวกันซักหน่อย

ท่ามกลางข่าวร้อนๆ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ พรบ.เงินกู้ 2,2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลตกกระป๋อง ช่วยให้ประชาชนคนไทยไม่ต้องเป็นหนี้ไปถึงชาติหน้า ก็ถือว่านับเป็น “ข่าวดี” ที่รอคอยมานาน ส่วนรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่เราไม่อยากจะหวัง

เคยด้านยังไงก็คงยังด้านต่อไป รัฐบาลบ่นว่า “เสียดาย” ที่ศาลไม่มองเจตนารมณ์ แต่เราก็ “เสียดาย” ที่ประเทศชาติเสียโอกาสใช้งบประมาณที่ควรเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย งบประมาณคมนาคมอีกหลายโครงการต้องโดนแช่แข็งเพราะถูกพ่วงเข้าไปในพรบ.นี้ ทั้งๆที่หากแยออกมาใช้ตามงบประมาณปกติก็ย่อมทำได้ เช่นกรณีรถไฟรางคู่เป็นต้น

แต่เอาเถอะยังไงก็ทำให้สบายใจไปเปลาะหนึ่ง มาทึ่งกับข่าวเบาๆ การเมืองกันบ้างดีกว่า

ประสาคนเคยทำข่าวบันเทิงสตรีมาก่อนทำข่าวการบ้านการเมือง เห็นข่าวการเมืองมาปนการมุ้งเห็นเรื่องยุ่งๆ เลยทำให้แอบอมยิ้ม…

ก็ถือซะว่าเป็น “สีสันการเมือง” อย่าไปคิดอะไรมากมาก พระเอกก็หล่อ นางเอกก็สวย แถมมีอุดมการณ์ตรงกันจะรักกันชอบกันมันไม่ใช่เรื่องแปลก ข่าวเค้าบอกว่า…

“นิติธร ล้ำเหลือ” ปัด หมั้น “จอย ศิริลักษณ์” เตรียมฟ้องสื่อกลับ ฐานหมิ่นประมาท เชื่อหวังทำให้เป็นประเด็นการเมือง

นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ได้แถลงข่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์ ว่า ตนเอง และ จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หมั้นหมายกันแล้วนั้นไม่เป็นความจริง เพราะตนเองไม่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องส่วนตัว ซึ่งจากการตรวจสอบก็ได้ทราบแล้วว่า ข่าวเริ่มต้นมาจากสำนักสื่อใดโดยในขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางทีมทนายความ เตรียมดำเนินการฟ้องคดีกับสื่อดังกล่าวในฐานเข้าข่ายหมิ่นประมาททั้งนี้ นายนิติธร ได้ยอมรับว่า สนิทสนมและรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ จอย เพราะจอยเคยมาร่วมชุมนุมด้วยตั้งแต่สมัยพันธมิตรฯ และคดีความของจอย ตนเองก็ได้เป็นทนายความในการดำเนินการ ส่วนเรื่องที่จะถูกมองว่า ไม่เป็นสุภาพบุรุษจากการออกมาแถลงข่าวก่อนจอยนั้น นายนิติธร กล่าวว่า การที่ตนเองออกมาแถลงข่าวครั้งนี้ถือเป็นการแสดงออกถึงการเป็นสุภาพบุรุษ เพราะข่าวนั้นไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม นายนิติธร ยังได้กล่าวว่าสาเหตุของการเสนอข่าวนี้ อาจจะต้องการทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง

0000

ที่จริงข่าวนี้ไม่น่าจะซีเรียสมาก เค้าแค่บอกว่าจะหมั้นกันก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่น่าจะถึงกับเสียหาย

เอาแค่”แก้ข่าว” เหมือนชาวบันเทิงทั้งหลายก็สบายๆ นะครับ “ทนายนกเขา”

ถือเป็นเรื่อง “เบาๆ” เป็น รักระหว่างรบก็ไม่แปลกอะไรน่า…อย่าซีเรียส…

ถ้ามีคนมาบอกว่าผมเป็นข่าวกับนางเอกสุดฮ็อต ผมคงแอบปลื้มไปหลายวัน แถมก็บเป็นประวัติชีวิตรัอันแสนหวานไว้คิดถึงตอนแก่ๆ

เท่…ฝุดฝุด !

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

การเนรเทศคนต่างด้าวที่ไม่มีความผิดทำไม่ง่ายนักหรอก

เฝ้าติดตามการดำเนินการตามคำสั่ง ศรส. ที่ให้เนรเทศนายสาธิต เซกัล ผู้อาศัยอยู่ในเมืองไทยกว่า 50 ปี ผู้ซึ่งเปิดตัวในการขึ้นเวที กปปส. ตั้งแต่อยูที่เวทีสามเสน โดยโฆษกบนเวทีสังเกตเห็นผู้ชายหน้าตาเหมือนชาวอินเดียยืนแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงและริบบิ้นธงชาติแก่ผู้ไปร่วมชุมนุม ด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง และสังคมก็ได้รู้จักตัวตนของนายสาธิต เซกัล คนอินเดียผู้ “รักในหลวง” เป็นชีวิตจิตใจ เวลาขึ้นเวที กปปส. ก็จะเล่าเรื่องความประทับใจในพระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณในด้านต่างๆ ที่หาได้ยากจากพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลก เท่าที่สังเกตุไม่เคยได้ยินว่านายสาธิ เซกัล พูดประเด็นการเมืองอื่น ๆ

ผมไม่แน่ใจว่าคุณสาธิต เซกัล ได้เป็น “แกนนำ” ของกปปส.ที่จัดการชุมนุมหรือไม่ แต่เมื่อใดที่มีการเคลื่อนไหว ก็มักจะเห็นคุณสาธิต เซกัล ไปร่วมงานอยู่เสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มนักธุรกิจสีลม เนื่องจากนายสาธิต เซกัล มีตำแหน่งแห่งที่ในกลุ่มนักธุรกิจสีลม

เมื่อถูกคำสั่ง “เนรเทศ” โดยตำสั่งจาก ศรส.มีไปถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้ดำเนินการต่อ ขณะเดียวกัน มวลมหาประชาชนก็ได้จัดทีมช่วยเหลือโดยครั้งแรกมีข่าวว่าจะเดินเท้าจากกทม.ไปถึงหัวหิน เพื่อเข้าถวายฎีกาจาก แต่เมื่อมีเสียงติติงจากสังคม ทีมงานช่วยเหลือจึงได้ให้น้องชายของนายสาธิต เซกัล ทำหนังสือถวายฎีกาแทนตนเอง

อีกทางหนึ่งแกนนำ กปปส.ได้ให้นายถาวร เสนเนียมดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ ศรส.ระงับคำสั่งดังกล่าว

ข่าวดีก็ออกมาว่า…ศาลแพ่งรับไต่สวนปมเนรเทศ ‘สาธิต เซกัล’ 25 มี.ค.นี้แล้ว จะได้ผลหรือไม่อย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาล

นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. แถลงถึงความคืบหน้ากรณีที่ยื่นเรื่องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ดำเนินการกับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.จากกรณีลงนามในคำสั่งเนรเทศนายสาธิต เซกัล นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการละเมิดคำสั่งศาลแพ่ง ซึ่งหลังจากที่ตนได้ยื่นคำร้อง ศาลได้รับคำร้องและมีการนัดไต่สวน วันที่ 25 มี.ค.นี้ ศาลจะเรียกโจทย์และจำเลยมาไต่สวนพร้อมกัน

นายถาวร กล่าวต่อถึงกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษชนเเห่งชาติ ได้มีข้อสรุปและมีหนังสือไปถึงร.ต.อ.เฉลิม, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร.และนายสาธิต โดยระบุใน 5ประเด็นคือ

1. นายสาธิตมีถิ่นที่อยู่ถาวรในราชอาณาจักรมาแล้วกว่า 50 ปี และมีชื่ออยู่ในเอกสารทร.14 ( ทะเบียนบ้าน) ดังนั้นจึงสามารถอยู่ในประเทศได้โดยไม่ต้องขอเอกสารอนุมัติ

2.การใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา11 ในการเนรเทศนั้นต้องคำนึงถึงการถูกแทรกแซงสิทธิในการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวตามกติการะหว่างประเทศซึ่งไทยได้เป็นภาคีสมาชิกอยู่ในขณะนี้

3.การใช้อำนาจต้องระมัดระวัง และต้องอยู่บนพื้นฐานสุจริตไม่เลือกปฏิบัติ โดยในกรณีของนายสาธิต ซึ่งมีหมายจับในข้อหากบฏอยู่ ดังนั้นจึงต้องอยู่ในประเทศจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งหากมีการสั่งเนรเทศก็เท่ากับว่า เป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาออกนอกประเทศโดยไม่ต้องการรับโทษ

4.การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจคนเข้าเมืองเป็นการพิจารณาที่ขัดหลักธรรมมาภิบาลและ

5. ศาลแพ่งได้ให้การคุ้มครอง ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถใช้ข้อบังคับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ ดังนั้นการเนรเทศจึงไม่สามารถเนินการได้เช่นกัน

นายถาวร เสนเนียมจึงขอให้ ศรส. มีการทบทวนเรื่องนี้ เพราะถือเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมายซ้ำซึ่งอาจนำมาซึ่งการดำเนินคดีอาญา อีกทั้งยังกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและอินเดีย ซึ่งอาจมีการมองว่ารัฐบาลใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงกระบวนการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามในส่วนของกปปส.นั้น เราจะพยายามดำเนินการให้รัฐบาลพ้นสภาพโดยเร็วที่สุด

เห็นการทำงานของ กปปส.กับเรื่องที่อ่อนไหวเช่นนี้ก็ค่อนข้างสบายใจที่ใช้เส้นทางศาลดำเนินการตามกฎหมาย แทนที่จะนำเรื่องไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาทแม้มีสิทธิ์จะทำก็ตาม

กปปส.และทีมงานช่วยเหลือเดินเกมต่อสู้กันในทางกฎหมายให้ศาลตัดสินกันไปเลยดีกว่า ฝ่ายประสงค์ร้ายจะได้ไม่มีการกล่าวหาว่าสถาบันอยู่เบื้องหลังในทุกเรื่อง

เพราะพวกล้มเจ้าถือเป็นสูตรสำเร็จของการกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเช่นเดียวกับเรื่องอื่น ๆ ที่ฝ่าย “ล้มเจ้า” สร้างเรื่องขึ้นมาให้สังคมสับสนเสมอมา

และเชื่อมั่นว่า “คนรักในหลวง” ล้วนทำแต่สิ่งดีๆต่อสังคมและประเทศชาติ มีผลงานให้เห็นเป็นประจักษ์ หวังว่าคงได้รับความเมตตาจากศาลในที่สุด

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment