“สาธารณะ กับ สาธารณ์” มันเปลี่ยนได้แค่สระตัวเดียว

14443787121444378737l

“สาธารณะ กับ สาธารณ์” มันเปลี่ยนได้แค่สระตัวเดียว

ทีวีสาธารณะ มันเป็นบ่อเงินบ่อทองที่จ้องเข้าไปกอบโกยกันมานาน

เปลี่ยนผู้บริหารเพราะทำผิดระเบียบ นั่นแค่ข้ออ้าง

สิ่งที่ควรจับตาคือ บอร์ดจะเอาใครเข้าไปดำเนินการนั่นสำคัญกว่า

จะว่าไป ใช้ ม.44 กวาดล้างให้สะอาดทั้งยวงจะดีที่สุด

ถามเข้าจริงๆ ประชาชนคนดูกำหนดอะไรได้บ้างจากสิ่งที่ทำๆกันมา ตั้งแต่ยึดมาในปี 2549 ประชาชนคนไหน มีสิทธิ์แต่งตั้งบอร์ดทีวีสาธารณะ

เจตนารมณ์ดั้งเดิมคือให้เป็นกระบอกเสียงฝ่ายประชาชน แต่มันกลายเป็นกระบอกเสียงประชาชนแดงซะนี่..

กปปส.สู้แทบตาย ทีวีไทยเคยไปดูดำดูดีมั๊ย?

การเลือกซื้อรายการ การพิจารณารายการ จะจ้างใครทำอะไร…”เงินทั้งนั้น”

เมื่อไม่มีอำนาจประชาชนตัวจริงเข้าไปมีส่วน….”ทีวีสาธารณะ” ก็พร้อมเปลี่ยนสีเป็น”ทีวีสาธารณ์” ได้ทุกเมื่อ

แค่เปลี่ยนสระ อะ เป็น การันต์ เท่านั้นเอง

แคน ไทเมือง

สาธารณ์, [สาทาน] ว. ตํ่า, เลว; ชั่วช้า, เช่น ดังกากาจชาติช้าสาธารณ์ จะ ประมาณหมายหงส์ พงศ์พระยา

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

พวกล้มเจ้าสู้ทีไรแพ้ทุกที…จาก 6 ตุลาถึงคนเสื้อแดง ยังตะแบงอะไรกันอีก นิรโทษมันต้องมีขบวนการตกผลึกร่วมกันนะ

สู้ในเมืองก็แพ้ สู้ในป่าก็แพ้…พอแพ้ก็ไปตั้งกองโจร กองหลอนแอบเข่นฆ่าเจ้าหน้าที่

ผมไม่รู้ว่า 6 ตุลา 19 ยิ่งใหญ่อะไรนักหนา จึงต้องเรียกร้องรำลึกกันทุกปี

ผลมันเกิดจากเหตุ เหตุที่พวกตนเองก่อทั้งนั้น สู้ในเมืองแพ้ก็ไปตั้งกองโจรเข่นฆ่าทหาร ฆ่าตำรวจตำรวจ ฆ่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอีกไม่รู้เท่าไหร่ ยังไม่สะใจอีกหรือ?

เพราะจะว่าไป ไม่ว่า การต่อสู้ของพันธมิตร 2 รอบ กปปส.อีกไม่รู้กี่เดือนกี่ปี มีใครแอบเอากระสุนไปฝังหัวตำรวจที่เข่นฆ่าประชาชนหลังจบเหตุการณ์มั๊ย…ก็ไม่มี

พันธมิตรกับกปปส. เคยเรียกร้องนิรโทษมั๊ย ก็ไม่มี มีคดีก็ขึ้นศาลกันไป ก็เท่านั้น

ผมรู้แต่ว่าการต่อสู้ด้วยเลือดและน้ำตา มีมาตลอด เพื่อต่อต้านเผด็จการจากการเลือกตั้ง

การต่อสู้ของพันธมิตร และกปปส. มีคนเจ็บ คนตาย มากกว่าพวก 6 ตุลาเป็นไหน ๆ

ตายทั้งๆที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งนี่แหละ แล้วเอาคนสั่งการเข่นฆ่าประชาชนมารับโทษได้มั๊ย?

ทำไมต้องปิดหู ปิดตา ทำเป็นไม่เห็น 7 ตุลา และการต่อสู้ของ กปปส. ที่มาหมาดๆ ไม่เห็นมีใครเค้าเรียกร้องรำลึกอะไรกัน

ผมไม่เคยเห็นฝ่ายซ้าย ฝ่ายต่อต้านกษัตริย์ ต่อสู้แล้วชนะซักครั้ง ไม่ว่าพรรคคอมมูนิสต์ต่อสู้ในป่า ไม่ว่า 6 ตุลา 19 หรือการต่อสู้ของเสื้อแดงล้มเจ้าเผาบ้านเผาเมือง เสื้อแดงสู้ทีไรก็แพ้ทุกที

มันมีอะไรต้องรำลึกนักหนา?

ต่อสู้แล้วก็แพ้ ทำผิดกฎหมายเค้าก็นิรโทษให้ หาทุนการศึกษาให้ กลับใจมาช่วยชาติบ้านเมือง

ก็มันไม่เคยยอมรับว่าพวกตัวเองผิด…มีแต่ทำผิดแล้วมาเรียกร้องนิรโทษกรรม โดยไม่เคยสำนึกผิดอะไรเลย

ไม่เข้าใจ รำลึกหาพระแสงด้ามยาวอะไรครับ

ช่วยสรุปวีรกรรมของ 6 ตุลา 19 มาชัดๆหน่อยซิ มันมีอะไรที่เรียกว่า “วีรกรรม” ได้บ้าง?

นี่เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมองก็จะมาเรียกร้องนิรโทษ เฮ้ย…ฟังชาวบ้านชาวเมืองที่เขาเดือดร้อนเพราะพวกมึงบ้าง…ว่าเขาคิดยังไง…เอากฎหมายไว้ไหน

หรือจะเล่นถูกใจแต่กฎหมู่?

บทสรุปวันนี้…

“พวกล้มเจ้าสู้ทีไรแพ้ทุกที…จาก 6 ตุลาถึงคนเสื้อแดง ยังตะแบงอะไรกันอีก นิรโทษมันต้องมีขบวนการตกผลึกร่วมกันนะ”

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

สั่งถอนลงทุน-ฟ้องแพ่งผู้บริหาร! ปตท.พร้อมร่วมมือสอบทุจริตปลูกปาล์มอินโดฯ

ปตท.แจงพร้อมให้ความร่วมมือ ป.ป.ช. ตรวจสอบความไม่โปร่งใสโครงการปลูกปาล์ม “อินโด” ยันพบ “ผู้บริหาร” ส่อทุจริต สั่งการลงโทษแล้ว เผยมีมติให้ถอนการลงทุน เริ่มทยอยขายกิจการมากว่า 1 ปี ป้องกันความเสียหายในอนาคต ย้ำผ่านกระบวนการประมูลรอบคอบรัดกุม

ptrdededeed

จากกรณีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับบริษัท พีทีที.กรีนเอเนอร์ยี่ หรือ PTTGE เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นจำเลย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในฐานะผู้อำนวยการโครงการพัฒนาธุรกิจน้ำมันปาล์ม และปลูกปาล์มน้ำมัน 5 โครงการที่ประเทศอินโดนีเซีย ต่อศาลแพ่ง โดยเรียกค่าเสียหายทั้งสิ้น 624,850,887 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 20,307,653,844 บาท นั้น

(อ่านประกอบ : “นิพิฐ”อ้างบอร์ด ปตท.สมคบกันทุจริตทำโครงการปลูกปาล์มอินโดฯเจ๊ง)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ต.ค.2558 ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า  นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวการถอนการลงทุนในธุรกิจปลูกปาล์ม ที่ประเทศ อินโดนีเซีย นั้น ปตท. ใคร่ขอชี้แจงว่า ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวมีผลขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 จากการตรวจสอบภายในของ ปตท. พบปัญหาต่างๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากที่มีผู้บริหารดำเนินการผิดทางวินัย และกระทำการส่อไปในทางทุจริต จึงได้สั่งการลงโทษ และส่งเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมทั้งฟ้องต่อศาลแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหาย เพื่อรักษาประโยชน์ของ ปตท. ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดี

ส่วนการพิจารณาถอนการลงทุนในธุรกิจปลูกปาล์มนั้น สืบเนื่องมาจาก การลงทุนมีจำนวน 5 พื้นที่ ได้ประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการ ปตท. พิจารณาเห็นว่า เป็นธุรกิจที่ ปตท. ไม่มีความเชี่ยวชาญทั้งในเชิงธุรกิจและความเข้าใจในพื้นที่ จึงมีมติให้ถอนการลงทุน และขายกิจการออกไปเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต โดยขณะนี้ได้ขายไปแล้ว 3 พื้นที่ และกำลังดำเนินการในอีก 2 พื้นที่ ซึ่งการขายพื้นที่ นั้นผ่านกระบวนการประมูลอย่างรอบคอบ รัดกุม เหมาะสม โดยได้ดำเนินการมาแล้วเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปี

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ การดำเนินการสอบสวนอยู่ในขั้นตอนของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลฯ ซึ่ง ปตท. พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสอบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส

สำนักข่าวอิศรา

อ่านประกอบ :

เปิดผลสอบ ปตท.ปมปลูกปาล์มอินโดฯ ชนวนทำ“บิ๊ก ปตท.สผ.”พ้นเก้าอี้

บอร์ด ปตท.สผ.ให้ “นิพิฐ”พ้นสภาพพนักงานปมปลูกปาล์มอินโดฯ-ฟ้องอาญาสู้

ป.ป.ช.ยกคำร้อง“บิ๊ก ปตท.สผ.”ค้านอนุฯสอบปมปลูกปาล์มน้ำมันอินโดฯ

“บิ๊ก ปตท.สผ.”ทำหนังสือค้าน 5 อนุฯป.ป.ช.สอบปมปลูกปาล์มน้ำมันอินโดฯ

ศาลไฟเขียว“บิ๊ก ปตท.สผ.”ขอเลื่อนคำให้การคดีปลูกปาล์มอินโดฯ 4 ก.ย.-ทนายถอนตัว

ปตท.สผ.แจงเหตุสอบช้า “บิ๊ก” คดีปลูกปาล์มฯ ยันเอกสารเยอะ-ย้ายมาส่วนกลางแล้ว

บอร์ด ปตท.มีมติไล่ออก”บิ๊ก”ปมปลูกปาล์มอินโดฯเจ๊ง2หมื่นล.-สผ.ดองข้ามปี

เจาะพฤติกรรม“บิ๊ก ปตท.สผ.”ปมถูกฟ้องเรียก 2 หมื่นล.คดีปลูกปาล์มอินโดฯ(1)

เจาะพฤติกรรม“บิ๊ก ปตท.สผ.”ปมถูกฟ้องเรียก 2 หมื่นล.คดีปลูกปาล์มอินโดฯ(จบ)

ฟ้องบิ๊ก ปตท.สผ.เรียก 2 หมื่นล.กล่าวหาทุจริตคดีปลูกปาล์ม อินโดฯ

บอร์ด ปตท.มีมติไล่ออก”บิ๊ก”ปมปลูกปาล์มอินโดฯเจ๊ง2หมื่นล.-สผ.ดองข้ามปี

ปตท.ระทึก!อนุฯ ป.ป.ช.พบปมซื้อที่ดินปลูกปาล์ม ปท.อินโดฯ เล็งชี้มูล 2 โครงการ

ป.ป.ช.พบตัวละครคดีข้าวจีทูจีโยงซื้อขายมันเส้น!-สอบปตท.ปมปลูกปาล์มในอินโดฯ

ป.ป.ช.เหลือสอบพยานคดีปลูกปาล์มอินโดฯ 6-7 ปาก ขีดเส้น 2 เดือนเสร็จ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ใครคือเสียงข้างมาก?

วิเคราะห์ข้อมูลผิด ก็ทำให้คิดอะไรๆต่อแบบผิดๆ

บรรดาคอการเมืองฝั่งเสื้อแดง รวมทั้งสื่อเสื้อแดง นักวิชาการเอียงแดงยังคงมองภาพคนไทยผิดไปเยอะ เพราะเอาจำนวนสส. ใครได้มากกว่าใครไปวัดว่านั่นคือ “เสียงส่วนมาก” เสียงจากฝั่งประชาธิปไตย ฯลฯ

หากจะมองพลพรรคของประชาธิปตย์กับเพื่อไทยวัดกันจากการเลือกตั้งครั้งสุดท้าย

พรรคเพื่อไทย 15,744,190 คะแนน และรองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ 11,433,501 คะแนน ก็ไม่ถึงกับห่างกันมากมาย เพราะคนลงคะแนนมีมากถึง 32,525,504 เสียง หมายถึงมีประชาชนไม่เลือกพรรคทักษิณอีกจำนวนถึง 5 ล้านเสียงโดยประมาณ


คะแนนปาร์ตี้ลิสต์นี่แหละตัวสำคัญ ปชป.กับเพื่อไทยคะแนนสูสี มีกระเส็นกระสายไปพรรคขนาดกลางขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง

หากจะอ้างว่าพรรคที่นิยมทักษิณชนะเด็ดขาด จนสามารถอ้างได้ว่าเป็น “เสียงข้างมาก”..เด็ดขาด น่าจะเป็นการสรุปข้อมูลคลาดเคลื่อน เอาแค่พลังขับไล่ยิ่งลักษณ์ของ กปปส. เมื่อเทียบกับม้อบเสื้อแดง ถ้าจะว่ากันด้วยจำนวนก็แตกต่างกันลิบลับ

ก่อนจะเอ่ยเรื่องเสียงข้างมาก ต้องคิดให้ดีๆ วิเคราะห์ให้ชัดๆ จะได้ไม่หลงทาง คนไม่เลือกทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย รวมๆแล้วกว่า 17 ล้านนะ

ดูแค่คะแนนโพลที่สนับสนุนทหารในวันนี้ก็คงรู้ ประชาชนฝ่ายดีมากมากมายมหาศาลขนาดไหน

กลุ่มนี้แหละที่ “ไม่เอาทักษิณและขี้ข้าทั้งมวล” ถ้ารัฐบาลทหารลากยาวไปอีก เสียงฝั่งนิยมทักษิณก็ยิ่งจะนับวันเหือดหาย

นี่จริงเป็นเหตุผลง่ายๆ ทำไมฝ่ายชั่วร้ายถึงเรียกร้องให้รีบเลือกตั้งโดยเร็ว…


แคน ไทเมือง
Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ทุนนิยมสามานย์ กับ เศรษฐกิจพอเพียง

ทุนนิยมสามานย์ กับ เศรษฐกิจพอเพียง

ประเทศทุนนิยมสามานย์ เผยแพร่ลัทธิประชาธิปไตยแบบกอบโกย มือใครยาวสาวได้สาวเอา เกี้ยเซี้ยแต่ในกลุ่มผู้มีอำนาจ ซื้อสัมปทานชาติกันสนุก ประชาชนต้องทนทุกข์กับคาถา “ข้าฯมาจากประชาชน” โกงชาติยังไงก็ได้ในขณะที่ประชาชนมองตาปริบๆ ไล่มันไม่ได้

ส่วนที่อเมริกายิ่งพัฒนาประชาชนยิ่งจนลง…ทำไมยังงั้นล่ะ?

ลุงนายกบิ๊กตู่จะไปยูเอ็น ชูธงเศรษฐกิจพอเพียงกอบกู้วิกฤติ ใช้ทุนคุณธรรมผสานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นวิสัยทัศน์ในอีก 15 ปีข้างหน้า โลกเราจะเดินหน้าพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนด้วยการแบ่งปันไม่ใช่กอบโกย

โลกนี้ต้องใช้หลักปรัชญาของเศษฐกิจพอเพียงและทุนคุณธรรมเป็นกุญแจเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เราจะคอยดูวันนั้น วันที่ผู้แทนจากประเทศทั่วโลกยืนขึ้นปรบมือให้ลุงบิ๊กตู่และประเทศไทยอย่างกึกก้องและยาวนาน…

แคน ไทเมือง

นายกฯเตรียมพูดเวที UNเศรษฐกิจพอเพียงทำไทยพ้นวิกฤต

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

นี่แหละ “นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเรียกร้องให้อยู่ในตำแหน่งมากที่สุด” ตั้งแต่เคยมีนายกรัฐมนตรีในประเทศไทย

แคน

จากเจ้าพระยาถึงฝั่งโขง @ 10 มิถุนายน 2558

อย่าล้อเล่นกับนายกลุงตู่

ในฐานะที่ครูประถมสั่งให้ท่องชื่อนายกทุกคนให้ได้มาตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ จอมพล ป. พิบูลสงครามและโตทันรู้ความมาตั้งแต่มีนายกจอมพลผ้าขะม้าแดงปฏิวัติ 2501 ต่อด้วยจอมพลถนอม กิตติขจร ไล่เรียงมาจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสมัยมีเลือกตั้ง ปี 2512 และจะว่าไป จอมพลถนอม กิตติขจรก็เป็นนายกที่มาจากการเลือกตั้งปี 12 ด้วยนะ แต่มาปฏิวัติตัวเองประชาชนเลยทนไม่ไหวเรียกร้องรัฐธรรมนูญจนเกิดเหตุ 14 ตุลา 2516

ถามว่าในแวดวงการเมืองของประเทศนี้เคยมีปรากฏการณ์ “นายกรัฐมนตรีฟีเวอร์” อย่างนี้มาก่อนมั๊ย

ไม่ว่านายกฯที่มาจาก “เผด็จการ” หรือ “ประชาธิปไตย” ก็ตาม

คำตอบคือเหลือเชื่อว่า “นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเรียกร้องให้อยู่ในตำแหน่งมากที่สุด” กลายเป็น “นายกรัฐมนตรีที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร”…ที่ชื่อ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในประเทศที่ร่ำหาและอยากมีอยากเป็นประเทศประชาธิปไตยนี่แหละ

เลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ ชอบประชาธิปไตยหรือเผด็จการกันแน่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำลายสถิตินายกรัฐมนตรีที่มีประชาชนชื่นชอบมากที่สุดตั้งแต่เคยมีนายกรัฐมนตรีในเมืองไทยมาเลยก็ว่าได้เพราะสถิตินี้ถูกบันทึกแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นจอมพล ส. หรือ ทักษิณ ชินวัตร ก็เถอะ เทียบกับ”คะแนนนิยม” ของ “นายกลุงตู่” ของประชาชนคนไทยไม่ได้แล้ว…

เพราะฉนั้นใครหน้าใหนก็อย่ามาแส่กับเรื่องของประเทศไทย…ยิ่งถ้าทำประชามติผลออกมาใสๆ “ให้อยู่ต่อ” ทีนี้อย่าหาว่าไม่ได้เชื่อมโยงกับประชาชนเป็นอันขาด เพราะอาจโดนสั่งให้ “หุบปาก” หรือ “ตบปาก” ได้ไม่ยาก

สองวันก่อนสวนดุสิตโพลถามว่า ประชาชนคิดอย่างไรกับ กรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนจึงจะมีการเลือกตั้ง โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศไปก่อน อันดับ 1 ร้อยละ 76.94%…ว้าววว

นิด้าโพลวันนี้น่าสนใจตรงที่ มีคนอยากให้ลุงตู่ลงจากตำแหน่งทันที 12.96 % ตีซะว่า 13 %

ส่วนที่เหลือยอมรับให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” น่าจะเป็น 87 %

ไม่ว่าให้อยู่ตามโรดแมป….. 30%
ให้อยู่ต่ออีก 2 ปี….. 27%
ให้อยู่ไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2563 ….18%
ให้อยู่ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น 5 %

จากโพล  2 สำนัก คะแนนการยอมรับการทำงานของนายกรัฐมนตรีคนนี้น่าจะเรียกได้ว่า……

“สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย”

หรือพูดได้ว่า เป็น “นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุดในเมืองไทย” ตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีมาเลยก็ว่าได้

แข่งเรือแข่งพายพอแข่งได้ แต่บุญแข่งวาสนามันแข่งกันยาก

หากใครก็ตามคิดว่ามีตำแหน่งสูงส่งในอดีตที่ผ่านมา หรือเป็นนักการเมืองอาวุโสอะไรก็เถอะครับ ที่รับตำแหน่งกันมาถ้านับคนในแวดวงการเมืองเฉพาะ “รัฐมนตรี” ก็น่าจะเกิน 200 คน

หากนับนายกรัฐมนตรีที่ยังมีชีวิตอยู่ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 10 คนแต่ไม่เคยได้รับ “คะแนนนิยม” มากเท่านายกรัฐมนตรีคนนี้

ก็เพราะคนที่ผ่านๆมาไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติได้ไม่มีอะไรที่เป็นความคาดหวังให้กับประชาชนได้

ดังนั้นหากใคร ผู้ใดจะมาตั้งท่าแขวะรัฐบาลนายกลุงตู่ตอนนี้….

ก็เหมือนเปิดโลงเตรียมลงนอนนั่นเลยทีเดียว…อะจร้า…

แคน ไทเมือง

@@@@@@

ข้อมูลเสริม

สวนดุสิตโพล ชี้ ปชช.เห็นด้วย ‘บิ๊กตู่’ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งคาด2ปีพร้อม

โพล เผย!! ปชช.หนุน ‘บิ๊กตู่’ นั่งนายกฯต่ออีก 2 ปี

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

“ใครได้–ใครเสีย” อยู่ต่ออีก 2 ปี

แค่จุดประกายความคิดในรูปแบบ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ก็พอจะมองเห็นอะไรต่อมิอะไรในประเทศนี้ได้หลายมิติว่า ผู้คนเขาคิดกันอย่างไร มีมุมมองที่ต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าจุดตัดสินตรงนี้จึงต้องอยู่ที่ประชาชน

ความเห็นต่างในเรื่องนี้ย่อมมีแน่ เพียงแต่จะตั้งอยู่บนพื้นฐานอะไรนั่น คือคำตอบที่จะนำไปสู่ความเป็นเหตุเป็นผล

สิ่งที่สำคัญก็คือ ต้องมองย้อนกลับไปสู่ความเป็นจริงที่ผ่านมาว่า ประเทศนี้มันเกิดปัญหาอะไรขึ้น และเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก ควรจะทำอย่างไร แก้ไขกันอย่างไร

คำตอบมันน่าจะอยู่ตรงนี้มากกว่า…

ถ้าคิดกันอย่างง่ายๆไม่ต้องลึกซึ้งอะไรมาก ทำนองว่าเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตจะต้องเปลี่ยนแปลง ย่อมนำมาสู่สิ่งที่ดีได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ตัดสินใจเข้าควบคุมการปกครองประเทศด้วยเหตุนี้ เพราะมีความจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกันนั่นคงเป็นเหตุผลหนึ่ง

แต่อีกหลายๆเหตุผลนั้นเชื่อว่ามีแน่ เพราะได้รับรู้ได้เห็นถึงความเป็นไปของบ้านเมือง ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนเป็นรากเหง้าที่ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปในสภาพเช่นนี้ไม่ได้แน่

เพราะมีแต่จะทำให้ตกต่ำ เสื่อมถอยและล้มละลายไปต่อหน้าต่อตาแน่ เนื่องจากทุกอย่างล้มเหลวไปทั้งระบบ

แนวคิดเพื่อปฏิรูปประเทศจึงเป็นจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่า จะต้องทำการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ให้ได้

จะต้องทำอย่างจริงจัง รวดเร็ว จริงใจด้วยความหาญกล้า

พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่า ตั้งใจว่าเวลาสัก 5 เดือนน่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้ แต่พอมาทำจริงๆมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างนั้น

ถ้าจะถามว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากทำต่อไปหรือไม่?

ถ้าจะตอบคำถามนี้แทนกัน อยากทำต่อไปแน่ เพราะหากหยุดแค่นี้ไม่มีโอกาสได้ทำต่อมันก็เหมือนกับทำได้แค่ครึ่งๆกลางๆ แล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย แม้จะได้บ้างแต่มันก็คงไม่ต่างกัน ดีไม่ดีพอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ อาจจะคืนกลับไปสู่สภาพเดิมหรือแย่ลงไปกว่าเก่าเสียอีก

อย่าได้แปลกใจว่าเสียงของประชาชนที่วัดจากทำโพลมาเป็นระยะๆนั้น นอกจากพอใจการทำงานของนายกฯแล้ว

ยังยืนยันขอให้อยู่แก้ปัญหาและจัดการประเทศให้นานๆ

ในวงรอบการเมืองของประเทศนี้ไม่เคยมีปรากฏการณ์อย่างนี้มาก่อน ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็ตาม

ไม่ว่านายกฯที่มาจาก “เผด็จการ” หรือ “ประชาธิปไตย” ก็ตาม

ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องช่วยกันคิด และไตร่ตรองกันให้ดีว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ และควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของประชาชน

มีความจริงใจ กล้าตัดสินใจ ซื่อสัตย์สุจริต มีวิสัยทัศน์ ตรงไปตรงมาและกล้าที่จะเข้าไปแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบและตัวบุคคลก็ตาม

นั่นเป็นความเชื่อมั่นที่ประชาชนมอบให้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่สำคัญก็คือไม่ได้คิดว่าที่จะต้องอยู่ต่อไปอีก 2 ปี เพราะต้องการ “สืบทอดอำนาจ” ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังมีการปลุกระดมให้เกิดการต่อต้านแนวคิดนี้

หากย้อนกลับไปบรรดานักการเมือง หรือนักเลือกตั้งทั้งหลายที่ออกมาโจมตีเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมาพวกเขาได้แก้ปัญหาหรือสร้างปัญหา ทำอะไรไว้กับประเทศชาติและประชาชน

ถ้าเข้าใจกันตรงนี้ได้ประเทศชาติจะได้ประโยชน์เต็มๆ.

“สายล่อฟ้า”

ไทยรัฐ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ย้อนรอย รวมพลคนสร้างสรรค์ …การเมืองภาคพลเมือง

วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม 2550

Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 757 , 05:43:40 น.
หมวด : การเมือง
260

ห่างหายจากเพื่อนในโอเคเนชั่นไปเกือบ 1 สัปดาห์ เพราะมัวแต่เดินทางไปโน่นมานี่

พอดีวันเสาร์ที่ผ่านมา ไปร่วมงานรวมพลคนสร้างสรรค์สังคม ที่เมืองทองธานีมาครับ

( รถติดระเบิดเถิดเทิง )

เป็นเรื่องการเมืองภาคพลเมือง ที่ผมสนใจและติดตามมาตลอด

ที่จริงในเรื่องการเมืองนั้น ผมสนใจในเรื่องการเมืองภาคพลเมือง หรือ การเมืองภาคประชาชนมากกว่าการเมืองภาคตัวแทน

เพราะการเมืองภาคตัวแทนนั้นมีจุดอ่อนมากมาย ซึงในฐานะเราเป็นประชาชนต้องออกแรงใช้ประชาธิปไตยทางตรงให้มากขึ้น

การเมืองภาคตัวแทนนั้นมีจุดอ่อนที่พอมองเห็นหลายประการ มีคนสรุปไว้ง่าย ๆ เช่น

- การเมืองแบบเลือกผู้แทน มักจะแข่งขัน เอาชนะกันทุกรูปแบบ ไม่คำนึงถึงวิธีการว่า ชอบ หรือ ไม่ชอบ( ถูกต้อง/ไม่ถูกต้อง )

- การเมืองแบบเลือกผู้แทน ทำให้เกิดความแตกแยก ชุมชนอ่อนแอ และทำให้จัดการตัวเองไม่ได้เนื่องจากผู้แทนละทิ้งหน้าที่

- การเมืองแบบเลือกผู้แทนนั้น ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในบั้นปลาย ทำได้แค่เป็นฐานเสียง เป็นแค่ผู้รอรับบริการจากรัฐ

- การเมืองแบบเลือกผู้แทนไม่โปร่งใส ตรวจสอบยาก

- การเมืองแบบเลือกผู้แทน มักจะเป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ ย่อมพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเป็นหลัก

- การเมืองแบบเลือกผู้แทนนั้น ตัวผู้แทนตกอยู่ภายใต้อาณัติและการอุปถัมป์รวมทั้งรับใช้พรรคการเมือง มากกว่ารับใช้ประชาชน

แล้วมีวิธีใหนที่จะแก้ไข…ก็ต้องหันไปมองการพัฒนาสังคมไทยในปัจจุบันว่า มีจุดอ่อนอะไรบ้างเช่น

การพัฒนาสังคมไทยในปัจจุบัน ปิดกั้นการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น ตามสิทธิ์ชุมชนที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

การพัฒนาสังคมไทยในปัจจุบัน ไม่เน้นขบวนการ”ชุมชนเข้มแข็ง” พึ่งตนเอง แต่เน้นให้รับบริการจากรัฐแบบปัจเจก รอรับการสงเคราะห์จากรัฐ

เช่น…การกู้เงิน ใช้เงินเป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินชีวิต

ใช้วิธีคิดแบบธุรกิจแสวงหากำไร แปรธรรมชาติให้เป็นเงิน แปรวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเป็นสินค้าเพื่อเปลี่ยนให้เป็นเงิน

ทางแก้ไขก็ต้องหันไปใช้หลักการประชาธิปไตยชุมชน หรือทำให้ฐานรากเข้มแข็งก่อน เช่น

- การนำพลังทุนทางสังคมและวัฒนธรรมมาใช้ให้เกิดผลเช่น จัดตั้งเครือข่าย

ขอแรงผู้อาวุโสทั้งวิชาการและประสบการณ์รวมทั้งใช้หลักคุณธรรมในทางศาสนามาใช้อย่างตั้งใจ เต็มใจ และทุ่มเท

- จัดตั้งสภาผู้นำเครือข่ายผู้นำเพื่อร่วมวิเคราะห์แลกเปลี่ยนเรียนรู้

- ต้องมีขบวนการคัดสรรผู้นำแบบฉันทานุมัติ ( ไม่ใช่แบบเลือกตั้ง )

- ตัวผู้นำ ต้องมีคุณธรรม มีจิตสาธารณะ และรู้จักการทำงานเป็นทีม

- ต้องมีการะบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน มีแผนแม่บทชุมชน

- มีการกระจายทรัพยากรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

- ต้องทำงานเพื่อชุมชนท้องถิ่น และไม่อยู่ภายใต้การอุปถัมป์ของนักการเมืองหรือนายทุนภายนอก

ซึ่งบทสรุปของการพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืน และเป็นธรรม จะมีเรื่อง “ชุมชนเข้มแข็ง” เป็นแกนหลัก

และมี 4 องค์ประกอบที่สอดรับประสานกันเช่น

1. การเมืองภาคประชาชน ต้องทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม ชุมชนเข้มแข็งและรู้จักจัดการตนเอง

2. ภาคเศรษฐกิจ ต้องใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ( มีคุณธรรม นำความรู้มาใช้ สร้างภูมิคุ้มกัน และไม่ทำอะไรเกินตัว )

เน้นการพึ่งพาตนเองและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน

3. นำเรื่องวัฒนธรรมมาเป็นองค์ประกอบหลัก อีกด้านหนึ่งโดยให้ชุมชนรู้จักเรื่องการยอมรับความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม

รวมทั้งให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่ประชาชนต่างวัฒนธรรม

4. สังคมเป็นสุข ทำสังคมให้น่าอยู่ มีการเรียนรู้สรุปบทเรียน และมีความสมานฉันท์

เนื้อหาที่ผมกล่าวมาทั้งหมด เป็นแนวทางของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ชุดปัจจุบัน ( ถ้าเปลี่ยน รมต.เป็นชุดเลือกตั้ง ก็ไม่ทราบว่านโยบายจะออกไปทางใหน )

ซึ่งนำเสนอในงาน “รวมพลคนสร้างสรรค์สังคม” ในชื่อ “เวทีประชาธิปไตยชุมชนเพื่อความมั่นคงของมนุษย์”

และผมคิดว่าเป็น “บทสรุป” ที่ถูกใจมากที่สุด

ส่วนการเมืองแบบมีตัวแทนเราหลบไม่ได้ ก็ต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด จริงจัง

มีพลังร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่ประชาชนด้วยกันผ่านเครือข่ายให้มากที่สุด

ช่วงนี้ผมก็พยายามทำตัวเป็นคนกลาง ติดต่อเพื่อนฝูงให้มาช่วยกันทำงานเพื่อสังคม

ในนามกลุ่มเสี่ยวอีสานสมานฉันท์ สร้างสรรค์ชุมชนอินเตอร์เน็ตให้แสดงศักยภาพออกไปในโลกจริงให้มากที่สุด

ถ้าสนใจอยากร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่พวกเราก็เชิญนะครับ

แคนไทเมือง

@@@@@


อัพเดท

5 มิถุนายน 2558

การเมืองภาคพลเมืองทำกันมาหลายปี ในชื่อต่างๆมากมาย ในกลุ่มนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ ฯลฯ จนมีคำจำกัดความเกี่ยวกับ “พลเมือง” ขึ้นมาเป็นพิเศษ

หัวใจสำคัญของการร่างรัฐธรรมนูญฉับที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือ

1. การสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่
2. การเมืองใสสะอาด
3. หนุนสังคมให้เป็นธรรม
4. นำชาติสู่สันติสุข

ถ้าตัดคำว่า”พลเมือง” เปลี่ยนเป็น “ประชาชน” แบบเดิมๆ ก็เท่ากับไม่ได้เสริมสร้าง”หน้าที่พลเมือง” ซึ่งคนรุ่นเก่าๆ สร้างไว้เป็นมาตรฐาน

คำว่า”พลเมือง” มาจากภาษาอังกฤษว่า “Citizen” เป็นคำที่มีพลังในทางการเมืองผู้เป็นเจ้าของประเทศนั้นๆ สังคมนั้นๆ แตกต่างจากคำว่า ไพร่ รากหญ้า ราษฎรหรือประชาชน ยังมีความรู้สึกแยกตัวและแบ่งแยกตัวเองออกมาจาก “เจ้า” หรือ “รัฐ” อย่างมีนัยยะสำคัญ

ถ้าให้ดี ควรเติมวิชา “หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม” ลงไปในหลักสูตรนักเรียนทุกชั้นเรียน เป็นวิชาบังคับ

เรายังจะมีหวังสร้างอนาคตของชาติให้ไปสู่สังคมที่มีความหวังได้…และต้องทำจริงทำไว ไม่ใช่รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอเช่นทุกวันนี้

แคน ไทเมือง

@@@@

การเมืองภาคพลเมือง หมายถึงการที่ประชาชน

• ได้เข้าไปมีบทบาท  ส่วนร่วมในกิจกรรมและกระบวนการทางการเมือง เพื่อการกำหนดแผนงาน    การผลักดันนโยบายสาธารณะต่อสังคม

• มีส่วนร่วมในการตัดสินใจขององค์กรทางการเมือง และ ระบบราชการ ในทุกระดับ

• ส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินการทั้งในการเมืองและงานสาธารณะ

• ได้การดำเนินกิจกรรม   ที่เป็นผลต่อการกระตุ้น การส่งเสริมให้ เกิดความตระหนักและกระตือรือร้น   ที่จะเข้าไปมีบทบาท ในกระบวนการดังกล่าว

หมายเหตุ

1.  การเข้าไปมีบทบาท / ส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง ต้องมีเป้าประสงค์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

2. กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หมายถึงกิจกรรมทางสังคม  เศรษฐกิจ  การเมือง

- กิจกรรมที่ปกติถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ  แต่รัฐยังทำหน้าที่ได้ไม่ครบถ้วน
- เป็นกิจกรรมที่ยังหาเจ้าภาพที่แท้จริงมิได้ กลุ่ม องค์กร เครือข่าย จึงรวมตัวกันดำเนินกิจกรรมตามลำพังหรือร่วมกับภาคีอื่น ๆ  หรือร่วมกับองค์กรภาครัฐก็ได้

3. การดำเนินกิจกรรมของ กลุ่ม องค์กร เครือข่าย ต้องมีลักษณะที่ต่อเนื่องเป็นที่รับรู้ของสังคม การบริหารงานของกลุ่ม องค์กร เครือข่าย ต้องให้สมาชิกมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์ และตัดสินใจร่วมกัน ภายใต้วิถีวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น

การเมืองภาคพลเมือง จึงเป็นเรื่องของทุกคนที่พร้อมแสดงออกทางความคิด การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ต่อสาธารณะ และสุดท้ายพลังของพลเมืองจึงกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ด้วยตนเอง

(หมายเหตุ เป็นการรวมรวบ รับฟังจากผู้รู้จากพื้นที่ปฏิบัติการ สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้านำมาเรียบเรียงเพิ่มเติมเพื่อที่จะเรียนรู้ร่วมกันต่อไป)

ชาติชาย  เหลืองเจริญ
มหาวิทยาลัยบ้านนอก

1 พฤษภาคม 2553

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

หากท่านโบอามาเป็นโรฮีนจา ท่านจะเลือกไปประเทศไหน? เด็กไทยถาม

111

https://www.youtube.com/watch?v=GgOqSdArAsQ
ขอบคุณโพสต์ทูเดย์

@@@@

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

อย่าขายชาติล้างหนี้ แล้วเอาระบอบประธานาธิบดีมาครอบไทย

สุเมธ

วันนี้มีประเด็นร้อนๆ หลายเรื่องที่ยังต้องเกาะติด ไอเดียขายสมบัติชาติมาใช้หนี้ เป็นวิธีอุบาทว์ที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา

นี่แหละ”ขายชาติ” ของแท้ ถ้าใครยังคิดอยู่ก็เลิกคิดซะ

แนะให้ทำแบบเดิมๆ ก็คือ กู้ หรือออกพันธบัตร และหาวิธีจัดเก็บภาษีมาชดใช้ความเสียหาย เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ไม่เคยทำ หรือไม่เคยเป็นหนี้

ความเห็น ดร. ดนุวัศ สาคริก บอกว่าความเสียหายจากโครงการทุจริตรับจำนำข้าวนั้น ”..ต้องนำคนผิดมาลงโทษ และชดใช้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการผลิตและค้าขายข้าวของประเทศไทย..”

เช่นเดียวกับสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และประธานมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เตือน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีอย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา

พร้อมลั่นคนสร้างหนี้ข้าว 6 – 7 แสนล้านบาท ต้องรับผิดชอบ

คำตอบของสังคมเรื่อง “หนี้ข้าว” มันชัดเจนแล้ว

“โรฮีนจา” คงต้องว่ากันต่อด้วยศูนย์ช่วยเหลือเคลื่อนที่ทางเรือและรัฐบาลตั้งลำได้ดี รับมือกับองค์กรและต่างชาติได้ดี น่าชมเชย

ส่วนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญด้วยการเชิญฝรั่งเศสมาสอนมวย ผมว่าคนคิดซวยแท้ๆ ไปเอาประเทศที่มีประธานาธิบดีมาถอดบทเรียน เสมือนจะบอกสังคมโลกว่า อนาคตประเทศไทยจะก้าวไปสู่รัฐธรรมนูญในระบอบบประธานาธิบดียังไง ยังงั้น

ทำไมไมเชิญอังกฤษหรือเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีประมุขประเทศเป็นพระมหากษัตริย์มาเล่าให้ฟัง

เท่าที่รู้ ควีนเนเธอร์แลนด์องค์ก่อน ทำหน้าที่ ซุปเปอร์ซีอีโอด้วยซ้ำ ครม.ต้องเข้าถวายรายงานทุกสัปดาห์

เชิญแค่ท่านทูตอังกฤษหรือเนเธอร์แลนด์มาบรรยาย ก็คงได้เรื่องดีๆมากกว่าที่จะพูดเรื่องรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสเยอะเลย

เพราะมีองค์พระประมุขเป็น”กษัตริย์” เช่นเดียวกัน

เอาล่ะท้ายสุดขอประกาศว่า…”อย่าขายชาติล้างหนี้ แล้วเอาระบอบประธานาธิบดีมาครอบไทย”

อ้อ เถียงกันนานๆหน่อยก็ได้นะครับ…”กำลังสำลักความสุข ไม่มีทุกข์เพราะนักการเมือง” พวกร่างรัฐธรรมนูญเถียงนานๆอีก 10 ปี ก็รอได้

ให้นายกลุงตู่อยู่นานๆ ไปเรื่อยๆแบบนี้ ชาวบ้านชอบ ขี้เกียจไปเลือกตั้ง …ว่างั้น

ชาวนาบ้านนอก คิดได้แค่นี้เองแหละ เนอะ

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment