โปรดเกล้าฯ”พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล” ดูแลทรัพย์สินส่วนพระองค์…

หน้าแรก ข่าวเดลินิวส์ ข่าวพระราชสำนัก
โปรดเกล้าฯ”พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล” ดูแลทรัพย์สินส่วนพระองค์
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล”เป็นผู้ดูแลรักษา-จัดการผลประโยชน์ทรัพย์สิน ส่วนพระองค์
เสาร์ที่ 28 มกราคม 2560 เวลา 17.17 น.
เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศแต่งตั้งผู้ดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์ทรัพย์สินส่วนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า ทรงพระราชดําริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งผู้ดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์ทรัพย์สิน ส่วนพระองค์ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบทรัพย์สิน ฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2479 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2491 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็นผู้ดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์ทรัพย์สินส่วนพระองค์ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 27 ม.ค.พ.ศ.2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี…. อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/royalnews/551968โปรดเกล้าฯ”พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล” ดูแลทรัพย์สินส่วนพระองค์

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล”เป็นผู้ดูแลรักษา-จัดการผลประโยชน์ทรัพย์สิน ส่วนพระองค์

เสาร์ที่ 28 มกราคม 2560 เวลา 17.17 น.

โปรดเกล้า

เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศแต่งตั้งผู้ดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์ทรัพย์สินส่วนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า ทรงพระราชดําริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งผู้ดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์ทรัพย์สิน ส่วนพระองค์ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบทรัพย์สิน ฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2479 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2491 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็นผู้ดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์ทรัพย์สินส่วนพระองค์ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 27 ม.ค.พ.ศ.2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สามารถติดตามรายละเอียดได้ ที่นี่… คลิก

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เจ้าฟ้าของประชาชน : ภาพประทับใจหาชมได้ยาก “สมเด็จพระเทพฯ” ทรงเชิดสิงโตและทรงวาดภาพอวยพร

สมเด็จพระเทพรัตนฯทรงวาดการ์ดอวยพรตรุษจีน ประกอบด้วยไก่มงคลและดอกโบตั๋นร่ำรวย

16387062_10158185841360154_1306503213502252736_n

16266148_1402792989731780_1061970181244139523_n

เมื่อวันที่ 27 มกราคม ผศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ สมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ได้โพสต์ภาพประทับใจลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Pathorn Srikaranonda de Sequeira อันเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระอิริยาบททรงเชิดสิงโต ในโอกาสวันปีใหม่จีน สร้างความประทับใจให้กับชาวไทยจำนวนมาก

(@MatichonOnline)

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ปรองดองคือต้องทำตามกฎหมาย…จบนะ!

xiv
ปรองดองคือต้องทำตามกฏหมาย จบนะ


66/23 เป็นแนวคิดพระราชทานจากในหลวง ร.9 ทรงใช้ความเย็นเข้าแก้ความร้อน ทรงเปรียบคนบนเขาเป็นเตาอั้งโล่มีแต่ความร้อน

พระองค์ทรงใช้น้ำเข้าดับไฟ  เช่นสร้างเขื่อน สร้างฝายให้ประชาชนมีที่ทำกินไม่ฝืดเคือง พวกบนเขารู้ว่ามีที่ทำกิน มีอาชีพที่ดี เขาก็ลงมา ทำมาหากินเลิกเป็นผู้ก่อการร้ายมาร่วมเป็นผู้พัฒนาชาติไทยพระบรมราโชบายไม่ให้เอาผิดผู้มีแนวคิดแตกต่าง  ”วางปืนต้องอภัย”  ทำมาตั้งแต่ปี 2516 กองทัพภาค2 คือ “แม่ทัพเปรม” รับสนองฯมาทำ แล้วกลายมาเป็นนโยบาย 66/23 ยุคสุดท้ายในสมัยนายกเปรม ติณสูลานนท์

คนรุ่น 14 ตุลา 16 รู้ดีทุกคน

อยากรู้ลึกต้องถาม ทหารของพระราชา….พลเอกสนั่น มะเริงสิทธิ์ อดีตแม่ทัพภาค 2 ทหารผู้ถวายงานใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามเสด็จทุกถิ่นทุรกันดารยาวนานกว่า 30 ปี

คอมมูนิสต์คือกลุ่มผู้คิดเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือเปลี่ยนระบอบการปกครองตามอุดมการณ์ที่ตนเชื่อเป็นพลังบริสุทธิ์ย่อมอภัยกันได้

นี่คือความผิดทางการเมืองโดยแท้

แต่พวกนักการเมืองสามานย์ระบอบทักษิณ ขี้ข้าสู้แล้วรวยเป็นโทษทุจริตโกงบ้านโกงเมืองเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ตนผ่านคูหาเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เป็นประชาธิปไตยสามานย์อภัยไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นแนวคิดแสวงหาอำนาจโกงชาติบ้านเมือง สร้างความชิบหายวายป่วงแก่ประเทศชาติมานานนับ 15 ปี


เราอยู่ตรงนี้นานเกินไป ต้องปฏิรูป ใครโกงต้องติดคุกไม่มีนิรโทษเด็ดขาด


เราอภัยให้นิสิตนักศึกษา ชาวไร่ชาวนาเพราะเราเชื่อว่าเขาหลงผิดหนีเข้าป่าเพราะความเกรงกลัวอำนาจรัฐ และเชื่อมั่นในแนวคิดระดับอุดมการณ์


แต่คอมมูนิสต์เก่าพวกขี้ข้าทักษิณไม่คิดเช่นนั้น อภัยโทษแล้ว กินบ้านกินเมืองแล้ว ยังไม่เลิกรารู้สึกนึก นังเข้ามาเกาะเกี่ยวอำนาจจะล้มระบอบ


คอมมูนิสต์เก่าที่ดีๆ เขาก็ทนคนพวกนี้ไม่ได้
ประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ทนไม่ได้จึงร่วมกันต่อสู้


รัฐบาลทหารมาได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่ให้อำนาจโดยฉันทามติ การยึดอำนาจจึงราบรื่นไม่มีปัญหา


รัฐบาลทหารต้องทำตามวัตถุประสงค์แรกคือ “ปฎิรูปการเมือง”


เอาผิดคนทำชั่ว ไม่ใช่นิรโทษ ลดโทษ ไม่เอาโทษ

ถ้าไม่ทำโกรธกัน!!

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ศรัทธานำปัญญาเป็นอามิสบูชาดีแล้ว…ต้องปฏิบัติบูชาต่อไป

img036

“ปิดทองข้างหลังพระไปเรื่อยๆ แล้วทองจะล้นออกมาที่หน้าพระเอง…….”.

ศรัทธา ความเชื่อ กุศโลบายสร้างเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ…เครื่องหมายบอกฝ่าย

ศรัทธานำปัญญาในสังคมเป็นเรื่องปกติเพราะบัวนั้นมีสี่เหล่า การโน้มน้าวให้ทำตามจึงต้องมีกุศโลบาย ทั้งศรัทธานำปัญญา และ ปัญญานำศรัทธา

เมื่อวัฒนธรรมยุโรปกับเอเชีย เอเชียกับเอเชียปะทะกัน ต่างฝ่ายต่างก็อ้างสิ่งเคารพบูชา ยึดเหนี่ยวจิตใจคนแย่งชิงผู้คนหรือสาวก ไม่ให้แตกแถวออกนอกทาง

ดังนั้นความเชื่อในการสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจจึงตกทอดกันมาแต่โบราณ

ในแผ่นดินแหลมทองนี้มีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 6 เป็นต้นมา เริ่มจากทางภาคใต้ของประเทศไทย
กระจายขึ้นเหนือส่วนหนึ่ง มาทางตะวันตกจากอินเดียผ่านพม่าอีกส่วนหนึ่ง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาทำกันมาตั้งแต่หลังพุทธกาลยุคพระเจ้าอโศกมหาราช และปักหลักแน่นที่สุดคือประเทศไทย ทั้งฝ่ายปริยัติและปฏิบัติ ทั้งทางศิลปกรรม พุทธศิลป์เกี่ยวเนื่องทุกแขนง กลายเป็นแหล่งอารยธรรมของโลก ทั้งวัดในวัง วัดบ้าน วัดป่า แหล่งรวมผู้คนที่แสวงหาทางหลุดพ้นของคนทั้งโลก สมญานาม” แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” จึงจริงแท้แน่นอน ไม่รอการพิสูจน์

16178955_1417631754938179_1486572773256852365_o

เครดิตภาพAmnart Ruangturakit

00000

“ศาสตร์พระราชา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ล้วนมีพื้นฐานจากการทรงศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ่ง จนตกผลึกสร้าง”ทฤษฎีใหม่” ให้ทั้งโลกต้องเดินตาม

นี่คือศาสตร์แห่งการพึ่งพาตนเอง “อัตตาหิ อัตโน นาโถ” ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

“เศรษฐกิจพอเพียง” เศรษฐกิจคุ้มครองโลก ให้หลุดพ้นทุนนิยมเสรีสามานย์อย่างไม่เบียดเบียนกัน ทางใครทางมัน อยู่ด้วยกันได้อย่างสมดุล กลายเป็น “ทุนคุณธรรม”

เชื่อในหลวง เดินตามในหลวง ศรัทธานำปัญญา ปฏิบัติตามแล้วได้มรรคได้ผล เห็นความจริง มีความสุขตามอัตภาพ

เมื่อพระพุทธเจ้าดับขันธ์ปรินิพพาน สิ่งที่เหลือไว้คือพระธรรมคำสอนให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ สร้างความสุขให้ทั้งตนเองและสังคมเป็นสุข

ในหลวงภูมิพลมหาราช เสด็จสู่สวรรคาลัย ทรงทิ้งพระราชมรดกอันยิ่งใหญ่ให้แก่ชาวไทยและชาวโลกคือ “ศาสตร์พระราชา” ที่มีแต่มหาบุรุษเท่านั้นจะทำได้

สิ่งใดตกยุค ก็จะหายไป สิ่งใดจริงแท้ก็จะคงอยู่

เหตุผลง่ายๆ คนไทยยังกราบพระพุทธรูป มีสร้างวัด สร้างโบสถ์วิหาร

การตอบแทนศรัทธาจากฝ่ายวัดก็คือสร้างของที่ระลึกให้เป็นเรื่องปกติ ทั้งทางวัด ทางวัง มันคือความเป็นไปของวัฒนธรรมที่แม้นไม่ยอมรับ แต่มันก็เป็นไป

สิ่งใดทำเพื่อความสุขความเจริญทั้งทางใจและวัตถุ แม้ไม่เห็นด้วยก็ไม่ควรคัดค้าน

เพราะนั่นคือการหลอมรวมจิตใจของผู้คนในสังคมให้ยึดมั่นความดี คนดี

นี่คือสัจธรรม ประวัติศาสตร์ ศาสนา ความเขื่อ สืบต่อมาแต่โบราณ

ค้านเขายากครับ เว้นแต่คนขวางโลก

เมื่ออามิสบูชาด้วยการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกันแล้วขาดไม่ได้คือปฏิบัติบูชา “ตามรอยพ่อ”

ทั้งทางศาสนาและศาสตร์พระราชา

จึงจะถือว่าเป็นการบูชาที่นำประโยชน์สุขมาสู่มหาชนชาวสยามและชาวโลก

และนี่จะเป็นการใช้ปัญญานำมาสู่ศรัทธาอันไม่มีใครลบล้างได้ดุจพระธรรมคำสอนอันเป็นสัจธรรมขององค์พระบรมศาสดานั่นเอง

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ประชาชนควรอ่าน ! : คดีครูจอมทรัพย์ในความเห็นอดีตผู้พิพากษา ชูชาติ ศรีแสง

1

…..ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่พิพากษาลงโทษจำคุกนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร มีกำหนด 3 ปี 2 เดือน ที่กำลังมีการกล่าวขานกันอยู่ในขณะนี้แล้ว มีข้อสังเกตหลายประการ ถ้าเขียนให้จบในครั้งเดียวคงยืดยาวมากอาจจะอ่านกันไม่ละเอียดก่อให้เกิดการเข้าใจผิดได้ จึงจะขอเขียนแบบหลายตอนจบ
…..ข้อสังเกตประการแรก คือ
……..คดีนี้มีพยานที่รู้เห็นการณ์ขณะเกิดเหตุคือนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ มาเบิกความต่อศาลว่า รถยนต์กระบะแล่นแซงหน้ารถจักรยานยนต์ที่พยานขับขี่ล้ำเข้าไปชนรถจักรยานที่ผู้ตายขี่สวนมา แล้วคนขับรถยนต์กระบะหยุดรถ คนขับเป็นผู้ชายเปิดประตูลงมาไปดูผู้ตาย
……..นายทวีเลิศและนายสว่างซึ่งเป็นน้องชายของผู้ตายต่างเบิกความว่า นางทัศนีย์มาเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้นายทวีเลิศฟังและบอกด้วยว่า ผู้ที่ขับขี่รถยนต์กระบะชนรถจักรยานที่ผู้ตายขี่สวนมาเป็นผู้ชายและนายทวีเลิศก็มาเล่าให้นายสว่างฟังอีกต่อหนึ่ง
……..แต่ในคำให้การชั้นสอบของนางทัศนีย์และนายทวีเลิศไม่มีข้อความระบุไว้ว่า ผู้ขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชาย โดยนางทัศนีย์เบิกความได้บอกเรื่องนี้แก่พนักงานสอบสวนแล้ว
……..องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้ เชื่อคำเบิกความของนางทัศนีย์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่เชื่อเฉพาะคำเบิกความของนางทัศนีย์และนายทวีเลิศในส่วนที่ว่า คนขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชายเนื่องจากไม่มีระบุไว้ในคำให้การชั้นสอบสวนของนางทัศนีย์กับนายทวีเลิศ และไม่เชื่อว่านางทัศนีย์ได้บอกพนักงานสอบสวนว่า ผู้ขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชาย โดยเห็นว่าถ้านางทัศนีย์บอกก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนไม่บันทึกไว้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือองค์คณะผู้พิพากษาเชื่อถือพนักงานสอบสวนมากกว่านางทัศนีย์นั่นเอง

……..ในวันที่นางจอมทรัพย์ไปออกรายการโทรทัศน์ได้บอกผู้ดำเนินรายการว่าตนเองเห็นพนักงานสอบสวนลบคำให้การของพยานที่ระบุว่า ผู้ขับรถยนต์กระบะเป็นผู้ชายออกไป

…..ขอเล่าประสบการณ์ของผม
……….1 ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ศาลจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้มีคดีอาญาคดีหนึ่ง อัยการโจทก์กล่าวในคำฟ้องว่า ชั้นสอบสวนจำให้การรับสารภาพ ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธและนำสืบว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์ส่งคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งพนักงานสอบสวนพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด เพราะในขณะนั้นยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ ปรากฎว่าคำให้การของจำเลยมีการขีดฆ่าตัวอักษรที่พิมพ์แล้วจำนวนมาก อ่านแล้วก็เป็นไปในทำนองว่าจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ข้อความไม่สอดคล้องกันเลย เมื่อพลิกดูจากด้านหลังที่สามารถอ่านตัวอักษรที่ถูกขีดฆ่าได้ทุกตัวรวมกับตัวอักษรที่ไม่ถูกขีดฆ่าก็จะอ่านได้ความชัดเจนว่า จำเลยให้การปฏิเสธ

……….2 ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ศาลจังหวัดอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง มีคนร้ายขึ้นลักโทรทัศน์ที่บ้านพัก เมื่อไปแจ้งความและให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน โดยเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังแล้วพนักงานสอบสวนก็พิมพ์คำให้ถ้อยคำของผม แต่เมื่อพิมพ์เสร็จปรากฎว่า ไม่ได้เป็นไปตามที่ผมให้ถ้อยคำ เมื่อผมทักท้วงเขาบอกว่า ไม่เป็นไรไม่ใช่สาระสำคัญ

……….3 เมื่อปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ศาลฎีกา มีคดีฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายที่โจทก์กล่าวในคำฟ้องว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ ในชั้นศาลให้การปฏิเสธและนำสืบว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยไม่ได้ให้การรับสารภาพ แต่พนักงานสอบสวนพิมพ์คำให้จำเลยเองแล้วให้จำเลยลงชื่อโดยไม่ได้อ่านให้ฟัง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 33 ปี 4 เดือน แต่ชั้นศาลฎีกาผมและองค์คณะไม่เชื่อว่า จำเลยรับสารภาพและเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระความผิด จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2539 ( เรื่องนี้เคยนำมาเขียนโดยละเอียดครั้งหนึ่งแล้ว )

…..ขอจบตอนแรกเพียงเท่านี้ ขอความกรุณาว่า ถ้าจะแสดงความคิดเห็นขอให้อยู่ในขอบเขตที่เขียนมาและโปรดอย่าใช้คำหยาบนะครับ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เสียงครวญสุดท้ายของสื่อเก่า “ไดโนเสาร์” ก่อนตอกตะปูปิดฝาโลงและถึงเวลาของ “สื่อใหม่-คนรุ่นใหม่”เสียที

ได
ยุคเปลี่ยนผ่านของการสื่อสารมวลชน ล้วนกระทบไปถึงวิสัยทัศน์ของ “ผู้นำองค์กรยุคใหม่” ต้องใส่ใจก่อนตกยุค

ผลจากการพัฒนาเทตโนโลยีควบรวมโทรศัพท์มือถือกับสื่ออินเตอร์เนต กลายเป็น “โซเชียลมีเดีย” ซึ่งในทางวิชาการเดิมเรียกว่า “สังคมออนไลน์” ทำให้ประชาชนสนใจสื่อกระแสหลักน้อยลงเรื่อยๆ

เนื่องเพราะคนมีเท่าเดิม สื่อใหม่ๆ เกิดขึ้น ประชาชนก็กระโจนเข้าใส่ตามกระแส กลายเป็น “พลังใหม่” พลังสังคมใหม่พลังที่ใครก็ไม่อาจต้านทาน

การรวมตัวของประชาชนผ่านสื่อโซเชียลเป็นไปได้ง่าย แค่มีความเห็นตรงกัน คิดทำในสิ่งคล้ายๆกัน ก็จะเกิดแรงดึงดูดมหาศาล

บางกลุ่ม บางสื่อโซเชียล สามารถรวมกลุ่มส่งข่าวถึงกันนับล้านๆ คน หรือหลายล้านคนในเวลาเดียวกัน โดยแอดมินคนเดียว

ซึ่ง”สื่อเก่า” ไม่อาจทำได้ เพราะสื่อใหม่เขาโยงใยถึงกันแบบใยแมงมุม ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่เป็นทั่วโลก

ความได้เปรียบในเรื่องความฉับไวของ “สื่อใหม่” จึงสามารถสะกด “สื่อเก่า” ได้อย่างชะงัด

บางครั้งกลายเป็น “นักตรวจสอบสื่อ” ไม่ว่าข่าวหรือความเห็น บทความหรือการสัมภาษณ์ หากไม่อยู่ในร่องในรอย ก็อาจถูกสอยลงมาด่าว่า โต้แย้ง ชี้แจงได้ในทันที

เพราะสื่อเสรี ประชาชนก็เสรีเช่นกัน

ไม่ว่าสื่อเก่าจะตะโกนก้องว่า อย่าไปให้ความสำคัญสื่อโซเชียลเพราะไม่มีมาตรฐาน แต่หาทัดทานสื่อใหม่ที่ก้าวใกลได้

สำนักข่าวหลายแห่งรับความเปลี่ยนแปลงจนปรับตัวไม่ทัน ต่างปิดตัวเองลงบางแผนก ทั้งทีวีดาวเทียม นิตยสารที่มีอายุยืนยาวกว่า 60 ปี หรือแม่แต่หนังสือพิมพ์รายวันอายุกว่า 40 ปี ก็ทนกับแรงเสียดทานของความรุดหน้าของเทคโนโลยีไม่ไหวต้องปิดตัวลง

เพราะแค่จะเอารายได้จากยอดขายมาบวกโฆษณา ก็ทำท่าจะไปไม่ไหวเพราะต้นทุนสูงขึ้น คนเสพสื่อน้อยลง

สื่อโฆษณามีทางเลือกเพิ่ม สามารถวัดประสิทธิภาพทางการตลาดด้วยยอดคนอ่าน ยอดคนแชร์ ที่มีหลักฐานวัดผลได้

ในขณะที่สื่อเก่า อาจคุยว่าพิมพ์เท่านั้นเท่านี้ได้ แต่คำถามง่ายๆ ว่า “ใครอ่าน” ก็ลำบาก

เทคโนโลยี่ของสื่อใหม่วัดให้ดูได้ว่าคนร่วมอ่านร่วมเสพข่าวเป็นมีจำนวนเท่าใด เพศใด วัยใด อาชีพอะไร กลุ่มไหน  เป็นต้น

การต่อสู้ด้านดึงผู้ดู ผู้ชม ผู้อ่านเกิดขึ้นมาตลอด แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อฝ่ายประชาชนที่เป็น “เสรีชน”

“สื่อเก่า” กำลังตกยุค ในขณะที่ “สื่อใหม่” มาแรง

เลยต้องขอนำบทความดีๆ มาให้ “ผู้นำองค์กร” ทั้งหลายได้ศึกษาเป็นข้อมูล

ส่วนจะคิดอ่านทำอะไร…ท่านได้สิทธิ์นั้นทันที

แคน ไทเมือง

@@@@@

Leadership Trends 2017 “ถึงเวลาของคนรุ่นใหม่”

1111

บทความโดย : พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม

1

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

เนื่องจากในปี 2017 เป็นปีที่มีการเปลี่ยนผ่านสู่มิติใหม่ที่สำคัญ 2 ประการคือ

(1) การเกิดการหลอมรวมของเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต (Technology convergence) ที่ทรงประสิทธิภาพ ที่ทำให้เกิดการพลิกผันทางเทคโนโลยี (Technology disruption)

(2) คนหนุ่มสาวยุค Millennial หรือ Generation Y และ Z ที่มีความคิดและวิธีการทำงานแบบใหม่ที่แตกต่างจาก Generation X เริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในองค์กร จึงทำให้การบริหารจัดการในทุกมิติต้องเปลี่ยนไป

ประการแรก ประเด็นการหลอมรวมของเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งกำลังเข้ามาไล่ล่าผู้นำไม่ว่าจะเป็นการ shift ความเร็วของการรับส่งข้อมูลบน mobile จาก Mbps ไปสู่ Gbps, ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence; AI) ที่นำมาประยุกต์ใช้ในระบบ Social media, Search engine และ Data Analytics จนมีความฉลาดอย่างมาก ไปจนถึงเทคโนโลยีเข้ารหัส Cryptography อย่างเช่น Blockchain เป็นต้น จนทำให้ผู้บริโภคมีพลังอำนาจสูงขึ้น พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างถอนรากถอนโคน

ประการที่สอง ประเด็นการเติบโตของคนรุ่นใหม่ยุค Millennial (Gen Y ) และ Gen Z ที่มีความคิดแบบใหม่ที่แตกต่างจาก Gen X กำลังเริ่มก้าวเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อองค์กรในปี 2017 อย่างชัดเจน รวมทั้งมีอิทธิพลในการร่วมเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital transformation) และมีกำลังซื้อมหาศาล จึงทำให้การบริหารจัดการในองค์กรและการวางแผนด้านการตลาดต้องถูกเปลี่ยนไป เพราะการวางรากฐานขององค์กรที่มีอยู่เดิมเป็นการวางไว้โดย Baby boomers และ Gen X ซึ่งมีวิธีคิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

leadership-trends-2017

ผู้เขียนได้ค้นคว้าบทวิเคราะห์จาก reference ต่างๆ ที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้นำควรดำเนินการในปี 2017 แล้วนำมาเชื่อมโยงกับประเด็น 2 ประเด็นสำคัญที่ตั้งไว้ จึงทำให้สามารถสรุป Leadership Trends ในปี 2017 ได้ 8 ข้อดังนี้

(1) ลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ให้มากขึ้น

ผู้นำองค์กรในปี 2017 ต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรใน Gen Y ซึ่งถือว่าเป็น work force หลักขององค์กรในเวลานี้ ทั้งนี้เพราะพวกเขามีคุณลักษณะพิเศษที่แตกจากบุคลากร Gen X ที่เราเคยสัมผัสมาก่อนนี้ ผู้นำจึงควรเรียนรู้ให้ลึกซึ้งถึงความแตกต่างและมองให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นกว่าบุคลากรในยุคก่อน ซึ่งหากผู้นำสามารถค้นหาศักยภาพที่มีค่าในตัวพวกเขา ก็จะทำให้องค์กรมีขีดความสามารถเหนือคู่แข่งในตลาดได้ไม่ยาก เพราะ Gen Y เหล่านี้เต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์และมีความคล่องแคล่วในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมาก

(2) มอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้องค์กรสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าในการตอบสนองพวกเขาแบบ realtime และเทคโนโลยีในปัจจุบันยังมีขีดความสามารถที่จะทำให้องค์กรสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการได้หลากหลาย และยังสามารถเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเข้ามาออกแบบสินค้าและบริการได้ตามที่ตัวเองต้องการ (personalization) ได้อีกด้วย โดยองค์กรในยุคนี้จะต้องเชื่อมกับลูกค้าเพื่อให้ข้อมูลและช่วยเหลือลูกค้ามากกว่าการพยายามขายสินค้า เพราะในวันนี้เทคโนโลยีได้ทำให้ลูกค้ามีพลังอำนาจเหนือองค์กรแล้ว ซึ่งผู้นำขององค์กรจะได้รับความท้าทายในการที่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดและการบริหารแบบเดิมๆ ซึ่งมุ่งเน้นแต่ยอดขาย โดยผลที่ได้ออกมากลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม

(3) สร้างการทำงานเป็นทีมในรูปแบบเครือข่าย

ผู้นำองค์กรต้องดำรงขีดความสามารถในปี 2017 นี้ จะต้องนำทีมในรูปแบบการทำงานร่วมกัน (collaboration) ไม่ใช่การสั่งการ นั่นคือ รูปแบบการทำงานที่มี Y Generation มีส่วนร่วมมากขึ้น ผู้นำจะต้องปรับรูปแบบการทำงานใหม่ โดยต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ทำงานเป็นเครือข่ายภายในทีม และยังต้องร่วมมือระหว่างทีมอีกด้วย การทำงานในรูปแบบตามสายงานตามลำดับชั้นนั้น เริ่มเป็นรูปแบบโบราณไปเสียแล้วสำหรับการทำงานในยุคนี้ และผู้นำจะต้องสร้างรูปแบบการทำงานใหม่ให้เกิดขึ้น เช่น การทำงานเป็นทีมร่วมกันระหว่าง freelance workers และ full-time workers ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างทีมแบบ “more flexible teaming” และที่สำคัญรูปแบบการทำงานตัองไม่ยึดติดกับสถานที่และเวลา

(4) องค์กรต้องเตรียมการการพบกันระหว่าง Millennials (Gen Y) และ Gen Z

ในปี 2016 ถือว่าเป็นปีแรกที่ Gen Z ได้จบการศึกษาและเข้ามาร่วมทำงานในองค์กร และในปี 2017 นี้จะเป็นปีที่พวกเขาต้องทำงานอย่างเต็มที่ ส่วน Gen Y จะมีบทบาทในระดับบริหารองค์กร จึงทำให้ในปี 2017 เป็นปีแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงความแตกต่างทางความคิดของบุคลากรทั้ง 3 รุ่นคน (X Y Z) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีความแตกต่างด้านอายุและด้านความคิดอย่างมาก ดังนั้นผู้นำองค์กร จะต้องเข้าใจถึงความต้องการของบุคลากรทั้งสามรุ่น รวมทั้งต้องปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้เพื่อสร้าง momentum ให้เกิดขึ้นในองค์กรอีกด้วย

(5) ปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมใหม่

องค์กรมีความจำเป็นที่จะต้องปรับโครงสร้างใหม่ด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของบุคลากรใน generation ต่างๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ไปจนถึงผู้บริโภคที่จะมีพลังในการหาข้อมูลข่าวสารความรู้ พร้อมกับการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอย่างถอนรากถอนโคน ซึ่งทำให้องค์กรไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแพลทฟอร์ม (Digital platform transformation) ที่ตอบสนองแบบ realtime ได้อีกต่อไป โดยอยู่บนพื้นฐานของการทำงานเป็นทีมในรูปแบบเครือข่าย

(6) ใช้เทคโนโลยีเพื่อการวิเคราะห์และคาดการณ์อนาคตที่แม่นยำจะเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จขององค์กร

ผู้นำไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี Data analytics ได้อีกต่อไป เพราะเครื่องมือชนิดนี้มีอยู่จริงในตลาด ซึ่งนำมาใช้เพื่อการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ต่างๆ ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วยการจำลองพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกมิติในรูปแบบโมเดลทางคณิตศาสตร์ (Mathematical medel) และสามารถมอร์นิเตอร์พฤติกรรมผู้บริโภคได้เกือบ realtime โดยผู้นำองค์กรจะต้องแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ที่จะให้ทั่วทั้งองค์กรตัดสินใจและทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐาน mobile digital platform ที่ใช้ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลที่แท้จริงเป็นหลัก ด้วยการใช้ดุลยพินิจให้น้อยลง ทั้งนี้เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการตัดสินใจ

(7) ตรวจสอบสัญญาณและผลกระทบจากการพลิกผันของเทคโนโลยี (Technology disruption) อย่างสม่ำเสมอ

ความเข้าใจในระบบนิเวศดิจิทัล (Digital ecosystem) นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้นำในยุค Disruption เพราะหากขาดวิสัยทัศน์ มองภาพการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วไม่ออก ก็อาจจะนำพาองค์กรไปสู่หายนะในที่สุด ความประมาทของผู้นำและผู้บริหารที่มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆ อย่างไร้ซึ่งวิสัยทัศน์ ก็สามารถทำให้องค์กรล่มสลายและหายไปจากตลาดได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งองค์กรที่มีอำนาจรุ่งเรืองมานานก็จะยิ่งทำให้ผู้นำตกอยู่ในความภาคภูมิใจ จนไม่เชื่อว่าจะมีใครมาท้าทายได้ ผู้นำจึงควรตรวจสอบสัญญาณการเปลี่ยนแปลงด้านการพลิกผันของเทคโนโลยีทั้งในอุตสาหกรรมของตนเองและอุตสาหกรรมข้างเคียงอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งติดตามสัญญาณการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าอย่างใกล้ชิด

(8) ผู้นำในปี 2017 ต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

“CEO จะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง” มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงแก่บุคลากร ริเริ่มการกระจายอำนาจ ริเริ่มการทดลองทดสอบโครงการใหม่ๆ สร้างให้เกิดความร่วมมือ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลให้เป็นประโยชน์สูงสุด และมีความรวดเร็วในการตัดสินใจ โดยองค์กรที่มี “ความเป็นผู้นำดิจิทัล” ที่ประสบความสำเร็จในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น “วัฒนธรรมองค์กร” คือกุญแจแห่งความสำเร็จ และความสำเร็จดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้กันทั่วทั้งองค์กร ไปจนถึงการร่วมมือกันในการสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ร่วมกันนั่นเอง ผลจากการสร้างสรรค์ความรู้ จึงทำให้บุคลากรทุกคนไม่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และพร้อมรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเช่นกัน


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก it24hrs.com

https://www.it24hrs.com/2017/leadership-trends-2017/

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

สังคมพระเครื่องรุ่นเก่า…เล่านั้ง…ยังมีเยอะ สะสมด้วยศรัทธาจากพระหลักร้อยกลายเป็นพระหลักล้าน

พระเก่า

สังคมพระเครื่องรุ่นเก่า…เล่านั้ง…ยังมีเยอะ

สะสมพระอย่าใจร้อนและควรใช้เงินเย็น

รุ่นๆพวกผมก็ใกล้ๆ 70 ปี สะสมพระมาตั้งแต่วัยรุ่นนุ่งกุงเกงขาสั้น มีแต่เก็บเข้ารังไม่ยอมปล่อย เต็มที่ก็ “ตีไก่” แลกเปลี่ยนกันไป ถูกใจให้เป็นของขวัญ

เราใช้ตำรา “เงินเย็น” สะสมเล่นแบบสบายใจ กำไรคือมูลค่าเพิ่มแทนดอกเบี้ยธนาคาร

ตอนวัยรุ่นฟลุ้คๆได้พระสมเด็จจากแผงแบกะดิน ยื่นให้รุ่นใหญ่ดูก็ไม่เชื่อว่าแท้ เพราะเป็นพิมพ์ที่เขาไม่นิยม แต่เราก็มี “องค์ครู” ศึกษาเนื้อ ทำให้ไม่พลาด

ปี 12-13 ใครจะสู้เจ้าคุณนรฯ บางขุนพรหม ปี 09 มาแลกยังไม่ยอม 100 ปีวัดระฆังสร้างมาราคาทำบุญก็ไม่มาก เวลานี้จับไม่ได้ใกลสุดกู่

เก็บพระปี 2517-18 ยุคเหรียญเกจิกำลังดังองค์ละร้อยสองร้อย วันนี้ 40 ปีผ่านไป ราคาก้าวไปเป็นองค์ละแสน หลายแสน กำไรดีกว่า “ซื้อที่ดิน”

เพราะใช้ทุนน้อยกว่ามาก

แต่อุปสรรคของ”พระเหรียญ” ยุคนั้นเริ่มมีคำว่าปลอมด้วยคอมพิวเตอร์ สร้างบล้อคมาจากเมืองนอก หลวงพ่อแดงเขาบันไดอิฐเพชรบุรีก็เลยเจอทางตัน คนไม่กล้าเล่น

หลวงพอเงินหลวงพ่อเงินเพิ่งเริ่มมีคนหา
หลวงปู่แหวน หลวงปู่เกษมออกนับร้อยรุ่น แต่คนเก็บก็ไม่ขาดทุน แค่กำไรน้อย

ที่ไม่ค่อยพลาดคือเหรียญมีตรา “ภปร.” ประทับด้านหลัง ขลังตั้งแต่มีเริ่มสร้าง เพราะพระองค์ท่านเสด็จทรงเยี่ยมพระปฏิบัติดี ปฏิบีติชอบ

ความแรงจึงไปอยู่ที่พระเนื้อผง พระเหรียญรุ่นเก่า
พระอาจารย์ฝั้นมาแล้ว แต่ปลอมระบาด

หลวงพ่อคูณมายังไม่ถึงกับแรงนัก คนรักยังไม่มาก กว่าจะติดตลาดก็หลังปี 30

หลวงปู่ทิม ระยองมาเงียบๆ ดังเฉพาะในกลุ่มลูกศิษย์ เปิดเช่าผ่านนิตยสารก็เยอะ พระเลยกระจายไปหลายจังหวัด ออกแบบสวย มีสร้างรูปแบบพิมพ์โบราณหลากหลาย คล้ายสมัยสมเด็จโตสร้างพระพิมพ์โบราณมากมาย เวลานี้ผมยังจำได้ไม่หมดมีกี่พิมพ์

พระเก่า2

กลุ่มนายทุนเก็บเหรียญ แทงหวยผิดก็มากมาย ใครทนแบกมาได้ถึงวันนี้คงอยากตามไปเก็บของเก่า…รู้งี้เอาไว้เยอะๆก็คงดี ว่าไปโน่น

กรุนาดูนแตกใหม่ๆ ให้เปล่าก็ไม่มีใครกล้าเล่น เรียกเป็นกรุอาดูรว่าไปโน่น เพราะพระดินดิบใครจะกล้าหยิบ พระกรุเล่นแต่เนื้อดินเผา เอาเบญจภาคีเป็นที่ตั้ง

เวลานี้อย่าถามนะ กรุนาดูนไปใกลขนาดไหน

40 ปี 50 ปี ผ่านไป ไวเหมือนโกหก

เวลานี้เก็บแล้วก็มีเพื่อนเกษียณแล้วนำของสะสมมาอวดกัน ทั้งผู้พิพากษา นายพลตำรวจ นายพลทหาร ข้าราชการระดับอดีตอธิบดี รองอธิบดี อดีตนักการทูต กูรูพระเครื่องอีกหลากหลายสาขา ทั้งนักนิยมประกวด กรรมการตัดสินพระเครื่อง รุ่นหนุ่มๆก็มีบ้างเราคบหลายวัยเพื่อทราบความเป็นไป

เขาโชว์พระเราก็มีโชว์กับเขาไม่น้อยหน้า
ของมีคุณค่าไม่ได้วัดที่ราค

แต่พอมาสมัยนี้พระเครื่องราคาแพง จับมายุคหลังก็มีต้นทุน พอคิดบัญชีแล้วมันชักเกินลิมิต เลยต้อง “ปล่อยออก” เอามาทำทุนต่อ เฉพาะที่มี “หลายองค์”

สะสมพระเครื่องเลยต้องหูไวตาไว ตามติดตลาดพระไม่ให้ตกรุ่นตกสมัย จะกลายเป็นขายหมู

แต่พวกเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยปล่อยเก็บไว้ให้ลูกหลาน เพราะเก็บเฉพาะหลักๆ ประเภท “หุ้นพื้นฐานดี” มีแค่ “ปันผล” ก็ล้นเหลือ

แต่ถ้า “หุ้นขึ้น” ก็ปล่อย “ลดพอร์ต” หากำไรไปเที่ยวทำบุญบ้างพอเพลินๆ

สะสมพระเครื่องไม่ใช่เรื่องธุรกิจ แต่มันมีเสน่ห์ มีศรัทธา มีศิลปะ มีประวัติศาสตร์ มีศาสนา ปรัชญาความเชื่อ มีมิตรภาพ และที่สุด “มีมูลค่าเพิ่ม” เติมกำไรให้ชีวิต

ก็เท่านั้นเอง…

แคน ไทเมือง

พระเก่า1
หมายเหตุ : “พระโชว์” เก็บไว้ให้ลูกหลานครับ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

รู้มั๊ย ฝนหนัก 3 ครั้ง ทำไมน้ำไม่ท่วมหาดใหญ่?

Screenshot_2017-01-10-16-59-44

เพราะ “พ่อ” ได้สร้างไว้ให้คนหาดใหญ่

รู้ไหม ?? ทำไมหาดใหญ่เจอฝนหนัก 3 รอบที่ผ่านมาไม่ท่วม เพราะ “ในหลวง ร.๙” ได้เสด็จและตรวจดูการระบายน้ำด้วยพระองค์เองช่วงน้ำท่วมหนักๆเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว และเมื่อทุกอย่างเห็นทางออกพระองค์จึงได้รับสั่งสร้างคลองระบายน้ำ ร.1-6 ไว้รองรับน้ำและเมื่อเจอฝนตกหนักๆติดต่อกันหลายวัน น้ำทั้งหมดได้ระบายออกสู่ทะเล และนับตั้งแต่นั้นมาหาดใหญ่ไม่เคยท่วมอีกเลย …

บทความ : @Jatuporn Boonya
……………………
สำหรับกรณีปี 53 ขออนุญาตตอบตามนี้นะครับ “ด้วยผังเมืองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีสิ่งปลูกสร้าง ได้สร้างขว้างทางน้ำไว้ ทำให้น้ำระบายไม่ทันและน้ำทะเลหนุน”

#ตอบข้อสงสัยโดย : @Phocup’s Memories
…………………….
Top Comment No.1 @เกตุ ช่อดอก

“ตอนนี้น้ำท่วมใต้แสนสาหัส พ่อจากลาลับไม่หวนกลับ ลูกใต้คิดถึงพระคุณล้น ช่วยกู้วิกฤต นานับ โอ้พ่อจ๋าขาดพ่อแล้วใครได้แลเหลียว ตอนนี้น้ำพานองทั่วด้ามขวาน พ่อจ๋าอยู่บนฟ้าโปรดประทาน ขอพระบารมีปกป้องลูกๆแห่งแผ่นดินด้ามขวานของพ่อด้วยเทอญ”
……………………
Top Comment No.2 @หนึ่ง เว้ย เฮ้ย

“ณ วันนี้ด้วยเหตุการภาคใต้ถูกน้ำท่วมทำให้ผมนึกถึงหาดใหญ่ที่เคยโดนน้ำท่วมผมอยู่ในเหตุการณ์รู้สึกหดหู่ใจในการถูกตัดขาดหลายอย่าง และสูญเสียข้าวของ #แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่คือในหลวง ร.๙ ทรงช่วยประชาชนของพระองค์ในอำเภอหาดใหญ่และใกล้เคียง พระองค์ทรงสำรวจเหตุการน้ำท่วมหาดใหญ่ทรงชี้แนะแนวทางแก้ปัญหา ในหลวง ร.๙ ไม่เคยละทิ้งประชาชนทั้งๆที่พระองค์จะทรงอยู่อย่างสุขสบายอย่างพระมหากษัตริย์ประเทศอื่นก็ได้ แต่พระองค์ไม่เลย ถ้า ณ ตอนนี้ พระองค์ยังอยู่ ทรงแข็งแรง พระองค์ต้องลงมาช่วยแก้ปัญหาชาวใต้ให้เป็นแน่แท้ นี่แหละคือพระราชา นี่แหละคือผู้นำ ที่ควรแกการเคารพนับถือ กราบไหว้ 

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ชาวชุมพรรอดวิกฤติจากหนักกลายเป็นเบา แก้มลิงหนองใหญ่โครงการพระราชดำริ

Screenshot_2017-01-10-14-02-20

5

6

แก้มลิงหนองใหญ่ ชุมพร
สำนักข่าวเจ้าพระยา

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

กระหึ่มโซเชียล : กรณีครู กลายเป็นแพะ ติดคุกฟรี คือความล้มเหลวทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตำรวจ

20170110_142210

ครูสาว’แพะ’ติดคุกฟรีปีครึ่ง ลูกไม่ได้เรียน/ขอเป็นอุทาหรณ์
ยุติธรรมช่วย “แพะครู” ติดคุกฟรี คดีขับรถชนคนตายนาน 1 ปี 6 เดือน ก่อน จนท.ช่วยหาหลักฐานจนศาลสั่งรื้อฟื้นคดี เหตุคนผิดให้การรับสารภาพต่อหน้าศาล ด้านศูนย์ช่วยเหลือฯแนะประชาชน หากเชื่อว่าไม่ผิดต้องต่อสู้คดี
จันทร์ที่ 9 มกราคม 2560 เวลา 14.11 น…. อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/regional/547753
ครูสาว’แพะ’ติดคุกฟรีปีครึ่ง ลูกไม่ได้เรียน/ขอเป็นอุทาหรณ์
ยุติธรรมช่วย “แพะครู” ติดคุกฟรี คดีขับรถชนคนตายนาน 1 ปี 6 เดือน ก่อน จนท.ช่วยหาหลักฐานจนศาลสั่งรื้อฟื้นคดี เหตุคนผิดให้การรับสารภาพต่อหน้าศาล ด้านศูนย์ช่วยเหลือฯแนะประชาชน หากเชื่อว่าไม่ผิดต้องต่อสู้คดี
จันทร์ที่ 9 มกราคม 2560 เวลา 14.11 น….
อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/regional/547753

กรณีครู กลายเป็นแพะ ติดคุกฟรี
คือความล้มเหลวทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตำรวจ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็นแชร์

10 ความคิดเห็น
ความคิดเห็น
รักทุกคนนะ ชุมคุณ
รักทุกคนนะ ชุมคุณ ใครๆก็รู้ครับ เริ่มตั้งแต่ผู้บังคับใช้กฏหมายไปจนถึงผู้ตัดสินนั่นแหละ ลองถ้าเส้นใหญ่ นามสกุลดัง ตังเยอะสิครับ จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับพวกเขาเด็ดขาด

Sutep Onsakol
Sutep Onsakol คดีลูกเศรษฐีข้บรถหรูชนตำรวจตายใครทราบบ้างว่าคดีถึงใหนแล้ว อย่างนี้ล้มเหลวมั้ย

วีระยุทธ ต้อม บูรณะประภา
วีระยุทธ ต้อม บูรณะประภา ตำรวจ อัยการ ทนายจำเลย แต่ไม่ใช่ศาลแน่นอน เพราะศาลจะพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ฝ่ายอัยการอ้างส่ง ทนายความจำเลยก็ต้องตีพยานนั้นๆ ให้แตกหรือเพียงให้ศาลสงสัย เพื่อยกประโยชน์ให้จำเลย เมื่อไม่มีใครทำให้ศาลสงสัย ศาลก็จะพิจารณาไปตามพยานที่ต่างนำเข้ามากล่าวอ้างทั้งหมดเพียงแค่นั้น

รักทุกคนนะ ชุมคุณ
รักทุกคนนะ ชุมคุณ งั้นขอถามหน่อยครับ ผมยังข้องใจเกี่ยวกับคดีของตายายเก็บเห็ดติดคุก 15 ปีไม่หายเลย ทั้งหลักฐานและพยานนี่ศาลจะไม่เอะใจมั่งหรือครับ คนสองคนตัดไม้ 72ไร่วันเดียวและอยู่คนละที่ด้วย

รักทุกคนนะ ชุมคุณ
รักทุกคนนะ ชุมคุณ อีกคดีคือ ลุงขาพิการรับซื้อของโจรแต่ดารารับซื้อของโจรกลับไม่โดนอะไรคือผิดอะไรคือไม่ผิด …?

วีระยุทธ ต้อม บูรณะประภา
วีระยุทธ ต้อม บูรณะประภา รักทุกคนนะ ชุมคุณ คดีตายายเก็บเห็ด ตามข่าวบอกว่าถูกกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นตั้งแต่ป่าไม้ ทำสำนวนเอาผิด แต่บอกกับตายายอีกอย่างว่าโทษแค่ปรับ ทำนองว่าไปถึงศาลแล้วให้รับสารภาพตามฟ้อง ศาลก็อ่านคำฟ้องแล้วถามตายายๆ ก็บอกรับสารภาพ ศาลจึงพิพากษา ตายายถึงรู้ว่าดูเพิ่มเติม

<em style=”background-image: url(/rsrc.php/v3/yB/r/FR-PknWtTq6.png); background-size: auto; backg

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | ไม่ให้ใส่ความเห็น