วิเคราะห์ม้อบเอาฮา ประสามติชน

ผ่านมาครึ่งเทอมรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรากฏกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันมาหลายกลุ่ม อย่างเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม มี 1.กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนไทย ชุมนุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ปักหลักเป็นวันที่ 75 โดย นายสุชาติ ศรีสังข์ และ นายทองดี นามแสงโคตร ยังคงชุมนุมบริเวณทางเดินสนามหลวง ตรงข้ามศาลฎีกา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลถอนตัวออกจากศาลโลก ปกป้องศาลรัฐธรรมนูญ และขับไล่

รัฐบาล ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 300 คน ยังคงชุมนุมอย่างสงบ พักผ่อนตามเต็นท์และทำภารกิจส่วนตัว ไม่มีการจัดกิจกรรมใดๆ

2.กลุ่มภาคีพลังประชาชน (ภปช.) ชุมนุมต่อเนื่องที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ (วงเวียนบางเขน) เขตบางเขน นับเป็นวันที่ 31 นำโดย นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ เล็ก บ้านดอน และ นายธีร์ธวัช พจนายน

จัดเวทีปราศรัยทางการเมือง ภายใต้ชื่อ “ภาคีพลังประชาชน พิทักษ์รัฐบาล ต่อต้านกบฏ” โดยมีผู้ชุมนุมประมาณ 10 คน

3.กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนา ชุมนุมต่อเนื่องที่หน้ากระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม นับเป็นวันที่ 14 นำโดย นายชรินทร์ ดวงดารา และ นาย

ยศวัฒน์ ชัยศิริวัฒนกุล เพื่อติดตามเรื่องเดิมกรณีจำหน่ายหนี้ ธ.ก.ส. กรณีสมาชิกเสียชีวิต และทุพพลภาพ เรียกร้องให้รัฐบาลคงราคารับจำนำข้าวอยู่ที่ตันละ 15,000 บาท และโควต้าของกองทุนขอให้กลุ่ม 5 แสนตัน โดยมีผู้ชุมนุม 50 คน

4.กลุ่มกองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ ทำกิจกรรมวันอาทิตย์สีดำ รวมตัวกันที่บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้ชื่อ “พร้อมเดินทางสู่กิจกรรมสร้างสรรค์อิสระ” ทำกิจกรรมเขียนป้ายผ้าเนื้อหาโจมตีรัฐบาล ผูกริบบิ้นดำหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอดผู้ชุมนุม 250 คน จากนั้นแยกย้ายไป 2 ส่วน คือ ไปให้กำลังใจ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และอีกกลุ่มมาสมทบที่ลานพระรูป ร.6 สวนลุมพินี

5.กลุ่มหน้ากากขาว (V For Thailand) ไม่ปรากฏแกนนำ รวมตัวกันที่ลานพระบรมรูป ร.6 สวนลุมพินี เพื่อสร้างประติมากรรม “ครบรอบ 2 ปี ผลงาน

โบดำ กับการชักใยของระบอบทักษิณ” ยอดชุมนุมที่จุดนี้ 100 คน ก่อนเคลื่อนไปที่สวนลุมพินี ยอดผู้ชุมนุมสูงสุด 800 คน ทำกิจกรรมเขียนป้ายผ้า ก่อนแยกย้ายกันกลับและนัดกันใหม่สัปดาห์หน้าที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์

6.กลุ่มนักรบนิรนาม นำโดย ผู้กองปูเค็ม จัดกิจกรรม “สลายสีเสื้อ” ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า หลังออกจาก สน.พระราชวัง ประกาศทำกิจกรรมต่อต้านระบอบทักษิณ ยอดผู้ชุมนุมสูงสุด 500 คน ก่อนแยกย้ายกันกลับ และนัดรวมตัวที่ลานพระบรมรูปทรงม้าอีกครั้งในวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 16.00 น.

และ 7.กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล เวลา 16.00 น. รวมตัวกันที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จัดเวทีปราศรัยสัญจร เพื่อปลดปล่อยนักโทษทางการเมือง มีผู้เข้าร่วม 100 คน

แม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้จะไม่มีพลังมวลชนถึงขั้นล้มรัฐบาลได้ หากแต่หน่วยงานด้านความมั่นคงก็ประมาทไม่ได้

โฟกัสที่ “กลุ่มหน้ากากขาว” ที่ทำท่าจะยุติการชุมนุมแต่แล้วก็ยังคงเคลื่อนไหวต่อ คล้ายไม่ต้องการให้ปึกแผ่น พลังมวลชนผู้ร่วมอุดมการณ์หายไป ทำนองเลี้ยงกระแสเอาไว้ รอจุดไฟ เติมเชื้อ ระดมพล เรียกแขก เมื่อสถานการณ์เขม็งเกลียวมากขึ้น จนถึงขั้นสุกงอม โดยมีเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาล ดังที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุทำนองว่า เป็นการเลี้ยงกระแสเพื่อรอจังหวะยกระดับ

“กลุ่มหน้ากากขาว” เป็นกลุ่มมวลชนที่นัดแนะกันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ออกมาพบปะกันเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ปรากฏแกนนำ รวมตัวและใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันประมาณ 3-5 ชั่วโมง ก่อนแยกย้ายกันกลับ เรียกว่ามาไวไปไว

โดยประเด็นในการเรียกร้องหลักๆ หนีไม่พ้น การต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณ

“กลุ่มหน้ากากขาว” เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวหนึ่งที่ถูกจับตาจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคง เหตุเพราะภายใต้หน้ากากขาวมีใบหน้าบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จัก และบางคนเคยอยู่ในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาก่อน และที่สำคัญการนัดแนะโดยใช้สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ชนิดรวดเร็วทันใจ

อย่างไรก็ตาม ตรรกะในการปลุกม็อบระดมพลอย่างเห็นผล ปัจจัยหลักหนีไม่พ้นเรื่องเงินทุน ทั้งค่าเครื่องเสียง เวที ตลอดจนของว่างและอาหาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกจำนวนมาก ดังนั้น การระดมทุนและท่อน้ำเลี้ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าทุนไม่หนาพอโอกาสสำเร็จตามเป้าก็น้อย ประกอบกับเหตุผลในการรวมพลยังไม่ถึงขั้นสุกงอม

ส่วน ม็อบแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน นำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่เคยชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง ทว่าเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายไชยวัฒน์ ควงคู่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานบริษัทเสียงประชาชนไทย ผู้ดำเนินการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่อง 13 สยามไท แถลงยุติการชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง

นายไชยวัฒน์ให้เหตุผลว่า เกิดจากความขัดแย้งทางความคิดภายในกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มธรรมาธิปไตย จากเหตุการณ์ที่กลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติฯ ขัดขวาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในกระทรวงกลาโหม จนนำไปสู่เหตุปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ครั้งนั้นกลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติฯ ขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มธรรมาธิปไตย แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่ามีจุดยืนชุมนุมอย่างสงบที่บริเวณท้องสนามหลวง รวมทั้งมีความขัดแย้งทางความคิดเป็นสัญญาณว่าม็อบที่ท้องสนามหลวงเริ่มแตกคอ

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงวิเคราะห์ว่า สถานการณ์การเมืองอาจเข้มข้นอีกครั้งในห้วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ช่วงปลายเดือนสิงหาคม

เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงวิเคราะห์ว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองและหลากหลายกลุ่มได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยไม่พ่วงแกนนำ แบบสมประโยชน์ สถานการณ์ไม่น่าจะรุนแรง

ทว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จัดเป็นร่างที่เปราะบาง ซึ่งต้องดูรายละเอียดเนื้อหาว่าครอบคลุมถึงใครบ้าง เหตุการณ์ใด และกระทำความผิดข้อหาใด เพราะแต่ละเหตุการณ์แต่ละข้อหาไม่อาจเทียบเคียงกันได้ อาทิ คดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงและกลุ่มเสื้อเหลือง คดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ คดีเผาศาลากลางจังหวัด

คดีสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ตกเป็นผู้ต้องหาฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล รวมถึงคดีที่ดินรัชดาภิเษกที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 2 ปี

ฉะนั้น ห้วงเดือนสิงหาคมต้องจับตาความเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา!!?

หน้า 11,มติชนรายวัน ฉบับวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2556

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ชมรมคนรักในหลวงแจ้งความดำเนินคดี ส.ศิวลักษณ์ ข้อหาหมิ่นฯเบื้องสูง

ชมรมคนรักในหลวงแจ้งความดำเนินคดี ส.ศิวลักษณ์ ข้อหาหมิ่นฯเบื้องสูง
http://welovethaiking.com/forum/?mingleforumaction=viewtopic&t=1005

0000

ประธานชมรมคนรักในหลวงชลบุรี ขึ้นโรงพักแจ้งความคนหมิ่นฯในหลวง จากอินเตอร์เน็ต เฟซบุ๊ค

วันนี้ ( 16 ก.ค.  56 ) ดร.เพียงพร กันหารี ประธานชรมคนรักในหลวงจังหวัดชลบุรี นำหลักฐานการกระทำความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์และความผิดตามป.อาญา มาตรา 112 เข้าแจ้งความต่อเจ้าพนักงานที่ สน.บางละมุง จังหวัดชลบุรี ตำรวจรับแจ้งความและลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

เพจที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์และ ป.อาญา ม.112 อาทิเช่น ส.ศิวลักษณ์,ประโมทย์ บุญเจิม,เด็ดโมทย์ โลกสวยมั๊ง,เจ๊ขก แม่สนปิหอยลิ้มดอกทองและ ANDREW MacGreGOR MARSHALL

อนึ่ง ประธานชมรมคนรักในหลวงอีกหลายจังหวัดได้แจ้งความดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน รายละเอียดจะนำเสนอต่อไป

0000

เนื่องจากเกรงว่าหากนำเนื้อหาทั้งหมดมานำเสนอเกรงว่าจะกลายเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง จึงไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาทั้งหมดได้

คำว่า “จงรักภักดี” มี 2 ความหมายคือ “ปกป้องและเทิดทูน”

วันนี้ชมรมคนรักในหลวงทำตามภารกิจ”ปกป้องในหลวง” ด้วยการนำหลักฐานการกระทำความผิดตาม ม.112 เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว

ไม่ใช่แค่จังหวัดเดียวแต่จะเข้าแจ้งความให้มากที่สุด หากประชาชนพบการกระทำความผิดชัดเจน สามารถใช้สิทธิ์ของประชาชนแจ้งความกล่าวโทษร้องทุกข์ได้

นี่คือการปกป้องสถาบันอย่างเป็นรูปธรรม เท่าที่กฎหมายให้สิทธิ์ไว้

เวลาขึ้นแจ้งความเราไม่ต้องพูดมาก ห้ามถ่ายเอกสารเกินกว่าที่นำขึ้นแจ้งความ บอกชื่อ ที่อยู่ของเรา แจ้งความประสงค์แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลตามรายชื่อที่ส่งมาด้วย ในข้อหาหรือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14,16,17

เมื่อเจ้าพนักงานสอบสวนให้การได้เลยว่า เมื่อวันที่…ข้าฯได้เปิดคอมพิวเตอร์ ( โทรศัพท์ฯลฯ )เพื่อดูเวบไซต์ หรือ เฟซบุ๊ค ฯลฯ มีข้อความที่ผิดตาม ป.อาญา ม.112 ตามเอกสารแนบ

เมื่อได้อ่านแล้วเห็นว่าข้อความดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท อันเป็นการกระทำความผิดตาม ม.อาญา ม.112 และความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ ม.14,16,17 ข้าฯได้สั่งพิมพ์หน้าเพจ(หน้าเว็บ) ของผู้กระทำความผิดมอบให้แก่เจ้าพนักงานจำนวน 2 ชุด เพื่อให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ถามว่าเหตุเกิดที่ไหน ตอบว่าเหตุเกิดที่บ้านข้าพเจ้า (สถานที่เปิดดูคอมพิวเตอร์ ) และทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดต่อเนื่องกันไปทั่วประเทศไทย

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ประท้วงเงียบหน้าสวนลุมฯ หน้ากาก ปากกา และผ้าดิบ 15.00 น อาทิตย์ 14 นี้

ประท้วงเงียบ…แต่มีสีสัน

“หน้ากาก ปากกา ผ้าดิบ”…อาวุธร้ายแรงที่จะถล่มระบอบทักษิณโกงกินชาติ

15.00 น. หน้าสวนลุมพินี ทำด้วยมือของเราเอง ไม่มีแกนนำแต่ก็ใช่จะไรซึ่งการนำ…ทำด้วยมือของเราเอง

Liked · 9 hours ago
เรียนเชิญชาว V และสื่อมวลชนทุกสำนัก
Together reflect the a rogue city in “Textiles Thailand reviled governments around the world” was a handmade crafts from people to tell the world that the people of Thailand are being governed and managed. by autocracy. And Corruption “.

Together create the crafts people.

Lumpini Park 14.07.2013 at 3:00 PM

唾骂泰国政府,共同反映了一个流氓“泰国纺织城”是一个人告诉世界,泰国人民正在管辖和管理的手工工艺品。专制。和腐败“。
共同创造的手工艺人。
Lumpini公园56年7月14日下午15:00

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

การต่อสู้ของภาคประชาชนควรจะไปจบตรงจุดไหน?

ผ่านไปในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค หลากหลายความเห็นหลากหลายแนวคิดเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมันจะเป็นไปในแบบไหนกันแน่

“…ปฏิวัติ ร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ก่อม้อบ ขอบริจาค ยกระดับ แก๊สน้ำตา ห่ากระสุน บาดเจ็บล้มตาย ปฎวัติ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ฯลฯ….”

เลยต้องย้อนรอยเหตุการณ์บ้านเมืองในรอบหลายปีที่ผ่านมาไล่เรียงดูให้กระจ่าง

การชุมนุมของมวลชนพันธมิตรรอบแรก นำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จากรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ถือว่าดีที่สุดฉบับหนึ่งมาเป็นรัฐธรรมนูญ 2550 ปิดจุดอ่อนมากมายที่หมาลอดได้ ให้ประชาชนลงประชามติและเราได้ใช้มากว่า 6 ปีแล้ว

การชุมนุมของพันธมิตรรอบที่สอง รัฐบาลโดนไล่ลงจากอำนาจด้วยคำสั่งศาล โดยหลักนิติธรรม เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีโดยการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรในชุดเดียวกัน เจอหกการต่อต้านฆ่าฟันกันหนักหน่วง รัฐบาลเป็นฝ่ายชนะ ผู้ประท้วงเสื้อแดงตกเป็นผู้ปราชัยต้องไปสู้กันในศาลตามหลักนิติรัฐ

เมื่อคำถามมาถึงในยุคปัจจุบัน มีมวลชนก่อตั้งขึ้นเพื่อขับไล่รัฐบาลหลากหลายกลุ่ม หลายสาย ยังไม่ทราบทิศทางแน่ชัด แต่กลุ่มก้อนมีแนวทางต่อสู้อย่างไร อยากให้จบแบบไหน เรายังมองภาพไม่ชัดสำหรับกลุ่มอื่น ๆ

แต่ขอโฟกัสไปที่กลุ่ม V For Thailand ซึงมีแนวทางสันติวิธี และกำลังถูกบ่อนเซาะด้วยพรรคการเมือง นักจัดม้อบรับจ้าง องค์กรการเมืองภาคประชาชนอื่น ๆ ซึ่งอยากจะเข้าไปเทคโอเวอร์กันเหลือเกิน

เมื่อโฟกัสถึงแนวทางแล้ว ประชาชนชาว V ก็เกิดเกรงกริ่งว่า V ทำให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาไล่รัฐบาลแล้วไงต่อ ถ้าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วเสื้อแดงจะไม่ลุกขึ้นมาก่อกวนอีกหรือ

คำตอบคือยังตอบไม่ได้…

แต่ในความเห็นผมคิดว่า… สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง อย่างมากก็ยุบสภาหรือลาออก มันก็จบเกมไปเพราะไล่รัฐบาลชั่วแล้วก็ไปสู่โหมดเลือกตั้งถือเป็นเรื่องปกติของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบมีตัวแทน

กรณีคล้ายกันไพร่แดงลุกขึ้นมาเผาเมืองขับไล่รัฐบาล ด้วยเหตุผลว่า ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งๆที่เค้าเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาเดียวกับที่เลือกนายสมัคร สุนทรเวช หรือ นายสมชาย เหตุการณ์จบลงที่ไพร่แดงเผาเมืองพ่ายแพ้ ตกเป็นผู้ต้องหาผู้ก่อการร้าย ติดคุกเรื่องเผาศาลกลางมากมายเป็นอุทาหรณ์ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่รัฐบาลผู้ปกครองประเทศในยามนั้นก็ไม่พ้นต้องถูกดำเนินคดีว่ากันไปตามกระบวนการ

หลังจบเหตุการณ์ รัฐบาลก็อยู่เรื่อยมาจนนายกรัฐมนตรียุบสภามีเลือกตั้งใหม่ นั่นเป็นอำนาจโดยชอบของนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญกำหนด

การต่อสู้ของชาว V For Thailand ในขณะนี้ หากกดันจนประชาชนออกมาร่วมมากมายมหาศาล ก็จะนำไปสู่การที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยุบสภาหรือลาออกหรือถูก ปปช.ชี้มูลความผิด หรือถูกศาลสั่งให้การกระทำต่างๆ บางเรื่องบางราวมีความผิด รัฐบาลก็ต้องตกจากอำนาจเหมือนกัน

ถามว่าแล้วต่อไปเหตุการณ์จะเป็นยังไง….?

คำตอบคือ…ก็กลับไปสู่โหมดเลือกตั้งกันใหม่ ไม่ว่ารัฐบาลจะทนได้ครบ 4 ปี หรือไปไม่รอดยุบสภาเร็วกว่ากำหนดก็ต้องไปสู้กันในสนามเลือกตั้งเช่นเดิม

เส้นทางการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมีทางเดียว ไปสู้กันในสนามเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสิน

การขับไล่รัฐบาลมันมีหลากหลายรูปแบบตามรัฐธรรมนูญกำหนด

เมื่อมีรัฐธรรมนูญอันประชาชนลงประชามติยอมรับแล้วก็ต้องถือว่าประชาชนพร้อมใจกันยึดถือรัฐธรรมนูญเป็นสรณะเป็นหลักในการปกครองประเทศ

ประชาธิปไตยมันไม่มีทางลัด ก็วนๆ เวียนๆอยู่แบบนี้ แต่มันดีตรงที่ไม่จำเป็นต้องบาดเจ็บล้มตายเพียงเพราะต้องการเปลี่ยนรัฐบาล

กรณีการปฏิวัติในอียิปต์ไม่กี่วันมานี้ เจ็บตายกันหลายร้อยแล้วเพราะการรัฐประหาร เพราะฝ่ายสนับสนุนสองฝ่ายมากมายมหาศาลพอๆกัน การเปลี่ยนขั้วใดๆ ที่ไม่เป้นไปตามกติกาก็ต้องมีการปะทะรุนแรงเป็นธรรมดา

ที่สำคัญ ประเทศไทยผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาหมดสิ้นแล้ว วนๆ เวียนๆ พายเรือในอ่างไม่ไปถึงไหน

เรายังไม่เข็ดหลาบในเหตุการณ์แบบนั้นอีกเหรอครับ

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ชัย ราชวัตร เจ้าของวลีดังสะท้านการเมืองประกาศหยุดเขียนในโซเชียลมีเดีย

เมื่อ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมาหรือเวลาประมาณ 19.00 น. ชัย ราชวัตร นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองอันดับหนึ่งของเมืองไทย ประกาศอำลาวงการโซเชียลเน็ตเวิร์ค ท่ามกลางความเข้าใจและให้กำลังใจมากมาย…โดยชัย ราชวัตร ได้เขียนข้อความในเฟซบุ๊คของตนเองความว่า…

ท่องไปในโลกไซเบอร์ด้วยความเชื่อว่า มันเป็นโลกสมมุติ
แต่บัดนี้ โลกแห่งความเป็นจริงได้ล่วงล้ำกร่ำกรายเข้ามาในโลกสมมุติของผมเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

โลกสมมุติของผมได้กลายเป็นป่าดงดิบที่ภยันตรายรอบด้าน
ทุกย่างก้าวมีไฮยิน่ากระหายเลือดฝูงหนึ่งจ้องตาเขม็ง แอบเฝ้าสกดรอยตามทุกขณะจิต รอจังหวะผมก้าวพลาดสะดุดขาตนเองหกล้ม
แล้วมันก็จะกระโจนเข้ามาฉีกเนื้อไปสังเวยนายเหนือหัวของมัน

ผมต้องขอตัวออกไปจากโลกไซเบอร์ เพื่อไปต่อสู้ให้เห็นหน้ากันจะ ๆ กลางแสงตะวันในโลกแห่งความเป็นจริง

ขอลาเพื่อน ๆ ในโลกไซเบอร์ไปด้วยความอาวรณ์ เมื่อเสร็จศึกค่อยกลับมาพบกันอีก หรือไม่พบกันอีกเลย

สวัสดีครับ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ภาพการชุมนุมหน้ากากหนุมานวันนี้จบลงแล้ว คนมาร่วมน้อยเกินคาด

 

รายงานข่าวกล่าวว่าวันนี้หน้ากากหนุมานจัดการชุมนุม จากการประกาศครั้งแรกว่าจะแจกหน้ากากหนุมานและเดินทางจากหอศิลป์ไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปรากฎว่ากลางดึกเมื่อคืนประกาศใหม่ว่าจะเริ่มต้นที่ CTW มาที่หอศิลป์ กทม. โดยงดแจกหน้ากากหนุมาน แต่จะแจกหน้ากากขาวแทน

วันนี้ประชาชนมาชุมนุมกันบางตาประเมินด้วยสายตาน่าจะ 500-700 คน มีรถนำขบวน 2 คัน การ์ดต่างๆ ไม่ทำตัวโดดเด่นคงเดินปะปนไปกับมวลชนเป็นปกติ

เมื่อถึงหอศิลป์มีการเปิดเพลงสามัคคีชุมนุม เพลงก็แล่วแต๊ เพลงพี่น้องพันธมิตร และสดุดีมหาราชา ซึงนักสังเกตการณ์ชุมนุมกล่าวว่าการเรียงเพลงใช้เพลงแตกต่างจากการชุมนุมทุกครั้งของ V For Thailand แสดงว่ามีการเปลี่ยนคนดำเนินการชุมนุมครั้งนี้ชัดเจนแล้ว

การข่าวกล่าวว่าเนื่องจากมีการช่วงชิงการนำเพื่อยึดหน้ากากขาวเป็นของกลุ่มของตน ทำให้การต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกันตลอดเวลา ทางฟากสนามหลงมีการประชุมแกนนำถึงดึก ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าฝ่ายตำรวจเตรียมการรับมือหากมีเหตุรุนแรงโดนเตรียมการรถดับเพลิงไว้จำนวนหนึ่ง ฝ่ายสนามหลงจึงต้องปรับแผนรองรับการแสดงมวลชนเป็นรูปแบบเรียบร้อยสวยงาม

เนื่องจากผู้จัดการชุมนุมในวันนี้ยังไม่พร้อมที่จะแตกหักหรือยกระดับการชุมนุม เดินไปโน่นมานี่จึงสงบเสงี่ยมเจียมตัวเป็นพิเศษ

พิธีกรบนรถนำ มาทำหน้าที่แล้วรีบปิดตัวเองสลัดการเกาะติดของทีมข่าวความมั่นคงซึงลงไปแทรกซึมอยู่ในมวลชนจำนวนมาก

การชุมนุมจบลงด้วยคววามเรียบร้อย สวยงาม เหมือนการชุมนุมครั้งที่ผ่านๆมา แต่จำนวนคนมาร่วมน้อยเกินคาด และมีประชาชนเฝ้าสังเกตการณ์ตามระเบียงทางเดิน ไม่ยอมลงมาร่วมชุมนุม คอยดูว่าการชุมนุมครั้งนี้จะเป็นไปในรูปแบบใด

อย่างไรก็ดี กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า V For Thailand ประกาศจัดสามัคคีชุมนุมแสดงศิลปะการชุมนุมด้วยตัวประชาชนชนเอง ทำนองใครอยากแสดงศิลปะการแสดงออกในทางการเมืองผ่านป้าย การแต่งกาย บทกวี หรือดนตรี ก็นำไปแสดงกันที่ลานอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินีตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2556

แคน ไทเมือง รายงาน

0000

หมายเหตุ คำว่า “สนามหลง” เป็นคำที่ใช้ในการรายงานครั้งนี้…ไม่ใช่พิมพ์ตกหล่นแต่ประการใด

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เมื่อสมาชิกหน้ากากขาว V For Thailand ชี้แจงกับหน้ากากหนุมาน

วันนี้มีการโต้แย้งแถลงข่าวกันในเฟซบุ๊ค คุณบวร ยะสินธร มาโพสต์ในหน้าเพจผม แล้วผมก็ได้ชี้แจงตามสมควร หากอยากอ่านเนื้อหาทั้งหมดอยู่ในเฟซบุ๊ค New CanThai นะครับ

0000

Boworn Yasintornposted toNew CanThai
23 minutes ago.

นี่คือ status ที่คุณแคนไทเขียนล่าสุด จากที่ได้พาดพิงผมมาหลายวัน จนเป็นเหตุให้ผมต้องเขียนชี้แจงในวันนี้ ครับ และไม่ว่าคุณแคนจะตอบอย่างไร ผมจะหยุดโต้ตอบ เพื่อไม่ต้องการขยายความขัดแย้งมากไปกว่านี้

Can Thai/ “จับสัญญาณการเมืองช่วงนี้ 13 สยามไทย สนามหลวง เอ่เอ้ทีวี หมอตุลย์ บวร กำลังเจาะฐาน ปชป. หวังให้เสียงกระเด็นมาทางตัวเอง แทนที่จะออกไปหาคะแนนจากแดงกลับใจ หรือคนที่เดือดร้อนจากนโยบายประชานิยมของทักษิณ

ดูๆไปเหมือนคนสิ้นคิด คนส่วนน้อยตีกันเอง เพื่อโค่นล้มศัตรู

หากินกันง่ายๆ แบบนี้ อีก 10 ก็ล้มระบอบทักษิณไม่ได้

แคน ไทเมือง”

 
0000

ผมเห็นคุณ New CanThai พาดพิงผมมาสัก ๒ – ๓ วันแล้ว ในทำนองว่าอยู่เบื้องหลังกลุ่มหน้ากากหนุมาน ผมก็อดใจที่จะไม่เขียนโต้ตอบ เพราะไม่อยากขยายเรื่องออกไป ท่ามกลางความสับสนเรื่องของหน้ากาก แต่วันนี้ คุณ Can เริ่มขยายเรื่องที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับผมมากขึ้นทุกที จนผมเห็นความจำเป็นที่จะต้องชี้แจง มิฉะนั้น คนจะเข้าใจผิด และทำให้ผมต้องมีความขัดแย้งกับผู้อื่น จึงขอเริ่มเรื่องดังนี้

๑. วันอังคารที่ ๒ กค ๕๖ …เวลาเย็น ผมทราบข่าวว่า V for Thailand จะพักการชุมนุมในวันอาทิตย์ที่ ๗ กค นี้ ผมมีความคิดว่า ไม่น่าจะพักอยากให้มีการชุมนุมต่อเนื่อง ซึ่งผมเองก็ไปร่วมอยู่ ๒ ครั้ง แต่ไม่ได้ไปเมื่อวันที่ ๓๐ มิย ๕๖ ผมก็นึกถึงคุณ Can เพราะเคยไปชุมนุมแล้วเจอกัน และเดาเอาว่า คุณ Can น่าจะเกี่ยวข้องเป็น Adm หรืออย่างน้อยก็รู้จักกับ Adm ของ VFT จึงโทรศัพท์หาเป็นคนแรก ถามว่า ทำไมจึงพักการชุมนุม คุณ Can ก็บอกว่า อาทิตย์ที่ผ่านมามีปัญหา มีคนพยายามดึงมวลชนไปอนุสาวรีย์ชัย ผมก็ถามว่าเป็นใคร คุณ Can บอกว่า น่าจะเป็นพวกสนามหลวง ผมเสนอว่า น่าจะจัดต่อ และเรียกคนพวกนั้นมาคุยปรับแนวทาง และ ขอไม่ให้ใช้รถและเครื่องเสียงได้ไหม คุณ Can บอกว่า เขาไม่ใช่ Adm ของ VFT แต่รู้ว่าเขามีการประชุมและลงมติไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืน (วันจันทร์) มีเด็กมาบอกให้รู้ตั้งแต่เมื่อคืน ผมจึงถามว่า คุณจิ๋ม(หลากสี)เป็น Adm ของ VFT หรือเปล่า คุณ Can บอกว่าน่าจะเกี่ยวข้องแต่ก็ไม่ยืนยัน

๒. หลังจากนั้น ผมโทรหาคนที่ผมรู้จักที่สนามหลวง ถามว่า ใครรู้เรื่องรถที่ไปจากสนามหลวงในวันที่ ๓๐ มิย. จนได้เรื่องว่า เกี่ยวข้องกับกลุ่มครัวจิตใจอาสา และได้เบอร์โทรของคุณหมีมา ผมก็โทรหาและก็ได้รับการยืนยันว่า เป็นกลุ่มพวกเขาจริง ผมจึงบอกให้เขารู้ว่า ผมกำลังติดต่อกับ VFT อยู่ อยากให้จัดต่อเนื่อง และถ้าเขาตกลงจัดต่อ จะขอให้ทางกลุ่มครัวจิตใจอาสา เปลี่ยนวิธีการร่วมได้ไหม เอาแบบสงบสันติ สุภาพ งานหน้ากากขาวจะได้เดินต่อได้ดีเหมือนเดิม คุณหมีก็ยอมรับว่า คนในกลุ่มวู่วามไป และตกลงว่า จะปรับท่าทีใหม่ตามที่ผมแนะนำ

๓. ผมโทรหาคุณจิ๋ม (หลากสี) บอกว่า อยากให้ VFT จัดต่อ โดยปัญหาที่เกิดจากรถเครื่องเสียงอีกคัน น่าจะแก้ไขได้ คุณจิ๋มบอกว่า ตนเองไม่ได้เป็น Adm ของ VFT และไม่รู้ว่าใครเป็น การติดต่อต้องฝากทางกล่องข้อความของ VFT เท่านั้น

๔. ผมย้อนโทรไปหาคุณ Can อีกครั้ง แล้วบอกว่า ผมได้คุยกับกลุ่มสนามหลวงที่เกี่ยวข้องแล้ว เขายินดีร่วมมือกับ VFT ทุกประการ ฝากคุณ Can หาวิธีประสาน กับ VFT หน่อย เพราะคุณจิ๋มบอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมก็คงทำได้แค่นี้ คุณ Can ไม่ได้รับปาก ส่วนผมก็ตั้งใจว่า จะยุติการติดต่อตรงเพียงแค่นี้ เพราะช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง และในวันอาทิตย์ที่ ๗ กค นี้ ผมร่วมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติกับประชาชนที่จังหวัดลพบุรี จึงไม่ได้อยู่ กทม.ในวันที่ ๗ กค นี้

๕. คืนวันนั้น ผมได้โพสใน FB โดยเรียน Adm ของ VFT ให้ความเห็นว่า ไม่อยากให้พักการชุมนุม ปัญหาน่าจะแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยกับกลุ่มที่ไม่เข้าใจกัน เพราะหากมีกลุ่มอื่นออกมาเคลื่อนไหวแทน อาจเป็นปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก

๖. วันพุธที่ ๓ กค. มีคนแจ้งผมว่า กลุ่มครัวจิตใจอาสาจะประสาน การชุมนุมหน้ากากขาวต่อ โดยใช้ชื่อกลุ่มลูกพระพาย กลุ่มหนุมานอาสา และจะแจกหน้ากากหนุมานด้วย (ต่อมามีประกาศว่า ไม่แจกแล้ว) โดยจัดที่ CTW และเดินไปในเส้นทางเดียวกัน โดยไม่มีรถเครื่องเสียงนำ จะไม่ใช้คำหยาบคาย ผมก็ได้ตามเรื่องการชุมนุมหน้ากากขาวทาง FB ต่อ จนมีโพสขององค์การพิทักษ์สยาม ที่ว่า สนับสนุนการชุมนุมที่ CTW ในวันอาทิตย์นี้ ผมก็แชร์มาลง และก็โพสใน FB ว่า การชุมนุมของสัปดาห์นี้ มีต่อ ใช้หน้ากากอะไรก็ได้ แต่ผมจะไม่เรียกว่า การชุมนุมของหน้ากาก วี เพราะเดี๋ยว VFT จะต่อว่าได้ เพราะเขาประกาศพัก แล้วเราไปบอกชุมนุมหน้ากาก วี ต่อ จะขัดแย้งกัน ผมก็เรียกว่า เป็นหน้ากาก (ไทย) แทน

๗. ปรากฏว่า ข่าวสดออนไลน์ ลงข่าวว่า มีกลุ่มหนุมานอาสาเกิดขึ้น โดยมีอดีตแกนนำองค์การพิทักษ์สยาม คือ นายบวร ยสินทร สนับสนุน ซึ่งผมไม่ได้เป็นแกนนำ อพส. และไม่ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มหนุมานอาสา แต่อย่างใด ผมจึงสันนิษฐานว่า เกิดจากการที่เห็นว่า กลุ่มครัวจิตใจอาสา เคยจัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยก่อนเกิด VFT และผมเคยไปเป็นวิทยากรให้ ตลอดจน ผมเคยใช้รูปประจำตัวใน FB เป็นหน้ากากหนุมาน และผมก็เข้าใจอีกว่า นักข่าวอาจได้ข่าวที่ผมพยายามประสานปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ จึงคาดเอาว่า ผมอยู่เบื้องหลังกลุ่มหนุมาน

๘. หน้าเพจของผมลงเรื่องรามเกียรติ์ เพราะเห็นว่า มีคนไปโจมตีกลุ่มหนุมานอาสาว่า เป็นหน้ากากลิงค่าง ผมเห็นว่า เป็นการโจมตีอย่างไม่มีสติ การชุมนุมหน้ากากขาว ก็ควรใช้หน้ากากอะไรก็ได้ และไม่ควรนำมาเหยียดหยามคนอื่น ซึ่งผมเห็นว่าไม่เหมาะ หนุมานเป็นทหารเอกของพระราม จึงเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์แบบไทย ๆ ที่งดงาม

๙. แล้วที่โยงผมไปเกี่ยวกับการเจาะฐาน ปชป. ด้วยเรื่องนี้ ยิ่งเป็นการใช้จินตนาการที่เหลวไหล ดูเหมือนคุณ Can จะพยายามเสี้ยมให้ผมกับหมอตุลย์ขัดแย้งกัน ทั้งที่เราทั้งสองมิได้มีปัญหาอะไรกันอย่างที่คุณ Can เข้าใจ
จากการติดตามการโพส แบบหมาบ้าที่กัดคนไปทั่วของคุณ Canในช่วง ๒-๓ วันนี้ ผมพอสรุปได้ว่า คุณ Can กำลังแสดงตัวเป็นแกนนำ หรือทำให้ดูเหมือนเป็นแกนนำ ของ VFT และกำลังทำตัวให้เด่นดังจากการพุ่งชนคนนั้นคนนี้ ผมพยายามประสานปัญหาที่เกิดขึ้น โดยไม่เคยคิดจะเข้ามามีบทบาทในเรื่องหน้ากากขาว เพราะผมมีเรื่องอื่นที่ต้องทำมากมายในการต่อสู้กับระบอบเผด็จการทุนสามานย์อยู่แล้ว ซึ่งคนทั่วไปก็รับรู้กันอยู่ การที่คุณเอาผมเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมจึงรับไม่ได้ จำเป็นต้องเสียมารยาทเขียนชี้แจงมาอย่างยืดยาว แต่ทุกคำพูดคือความจริง ครับ

0000

 CanThai ตอบบวร

ทำไมไม่ให้ VFT เค้าจัดการปัญหาเองละครับ ปัญหามันเริ่มจากเมื่อ V ประกาศหยุด แต่มีคนไม่อยากให้หยุด การประสานงานใดๆ มันน่าจะเป็นเรื่องยุ่งในเรื่องที่ไม่ใช่ธุระของตนเอง

เพราะผมเชื่อว่าคุณบวรก็ไม่ได้คิดเรื่องหน้ากาก V For Thailand

ผมไม่ได้ยุให้คุณบวร แตกกับหมอตุลย์ แต่ผมแจ้งหมอตุลย์ ในบัดดลว่า คุณบวรสนับสนุนให้จัดที่เดิม โดยผมแนะว่าหากอยากจัดก็จัดที่อื่นได้ จะได้ไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิด โดยจัดที่อนุสาวรีย์หรือ สวนลุมฯก็ได้ หมอตุลย์บอกว่าเฮ้ย สวนลุมผมจองแล้ว

แล้วในที่สุด V ก็ประกาศจัดสามัคคีชุมนุมที่สวนลุมฯ

นี่เป็นความจริงที่พูดแบบลูกผู้ชาย ไม่มีอะไรมาค้ำประกันได้ นอกจากความจริงใจของ
คนชื่อ CanThai ซึ่งกล้าพูด กล้าเขียนวิพากษ์ทุกกลุ่ม ทุกสี ทุกพรรคการเมือง

หากการแสดงความคิดเห็นเชิงเสนอเห็นซึ่งเป็นความเห็นอันบริสุทธิ์และบอกเสมอว่าอันไหนดีก็เอาไปทำอันไหนดีก็ไม่ต้อง

ไม่เคยเคลมหรืออุปโหลกตัวเองเป็นแกนนำแกนนอนใด ๆ CanThai ก็แค่ประชาชนชาวโซเชียลที่มีสิทธิ์เขียนในสิ่งที่ตนคิด พูดในสิ่งที่ตนเห็น ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็น แอดมินหรือต้นคิดหรือมีอิทธิพลใดๆ กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นี่คือความจริงจากผมครับ ผู้อ่านตัดสิน

อ้อ คุณบวรประสานมาที่ผมเองบอกว่ถ้าผมยืนข้างคุณแล้วเด็กๆ จะเชื่อ ผมปฏิเสธ…คุณกล้ายอมรับอย่างลูกผู้ชายมั๊ยว่า คุณขอให้ผมยืนข้างคุณ สนับสนุนคุณบวร

โตๆ กันแล้วอย่าสร้างภาพที่ไม่ดีให้อายเด็กมันเลย ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

แคน ไทเมือง

0000

ความเห็นเพิ่มเติม…

ที่จริงบทวิเคราะห์การตั้งข้อสังเกตทางการเมือง มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเห็นด้วยก็ได้ ไม่เห็นด้วยก็ได้ทั้งนั้น

แต่ความจริงหลากหลายประการที่ผมมีข้อมูลในมือ ถ้าเขียนให้ยาวมันก็ยาว เพราะความเคลื่อนไหวตั้งแต่การก่อเกิด V For Thailand มันประสานกับความเคลื่อนไหวของหลากหลายกลุ่มการเมือง

ในการชุมนุม V ครั้งแรก เท่าที่จับทางได้คือคนของกลุ่มหลากสีดำเนินการโดยไม่มีหน้าตาหมอตุลย์โผล่มาให้เห็น

ในการยื่นถวายฎีกา หมอตุลย์ไปร่มเดินกับกลุ่มสนามหลวง พอคนถามว่าในฎีกาเขียนว่าอย่างไร หมอตุลย์ก็ตอบไม่ได้

ในการชุมนุมครั้งที่ 2 มีการประสานให้กลุ่มสนามหลวงมาช่วยเป็นการ์ด มีการแต่งตัวหลากสี มีรถนำ มีการชักชวนให้ไปต่อที่สนามหลวงถึง 5 ทุ่ม เพื่อเช้าวันจันทร์จะไปถวายฎีกา

ในการชุมนุมครั้งที่ 3 ชาว V ในโซเชียลไม่เอารถนำเพราะรบกวนชาวบ้าน หากนำมาแล้วจะกระทบชาวบ้าน คนเป็นพิธีกรหรือผู้จัดยินยอมตาม รถขยายเสียงมารอที่หอศิลป์

ครั้งที่ 4 จัดนำรถพร้อมการ์ดและขบวนมาเช่นเดียวกับครั้งที่ 3

ครั้งที่ 5 เกิดเหตุการณ์ชักชวนคนไปอนุสาวรีย์นอกกำหนดการที่ตกลงกันไว้

เมื่อ  V For Thailand ประกาศหยุดที่ CTW หมอตุลย์บอกกับผมเองว่าจองสวนลุม ลานอนุสาวรีย์ แล้วมันก็เป็นไปตามนั้น

ทั้งหมดนั้นในการชุมนุมมีการ์ดและทีมงานเดิมของม้อบพันธมิตรแทรกอยู่แทบทุกจุด

เมื่อเกิด หน้ากากหนุมาน มีการไปยื่นหนังสือต่อพรรคประชาธิปัตย์เพื่อขอร้องให้สส.ลาออกมาร่วมชุมนุมกับประชาชน

หมอตุลย์เป็นคนหนึ่งที่แสดงความเห็นสนับสนุนการลาออกของสส.พรรคประชาธิปัตย์

สรุปความได้ว่า ขบวนการนอกสภาครั้งนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการปลุกเร้าให้มวลชนออกมาเดินถนนให้มากที่สุดเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งไม่ทราบจะจบลงในวิธีใด แบบไหน หรือจะเป็นไปตามข้อเรียกร้อง นายกพระราชทาน การปฏิวัติโดยทหาร ก่อจราจล ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ขบวนการนอกสภาไม่เคยยืนยันชัดเจนว่า ผลที่สุดของการต่อสู้จะเดินไปทางไหน

จะเอารัฐธรรมนูญ เดินตามรัฐธรรมนูญหรือจะมานอกรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคำตอบในสายลม

ในฐานะประชาชนคนไทย เคารพกฎหมาย เคารพในสิทธิ์ของประชาชนคนเลือกตั้ง ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียง ย่อมต้องเคารพรัฐธรรมนูญอันประชาชนได้ลงประชามติไว้แล้ว

หากการต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ หมายถึงการโค่นล้มพรรคการเมืองทุกพรรคด้วยหรือไม่ การเข้าสู่อำนาจหลังการโค่นล้มไปสู่ระบอบใหม่จะมาได้ด้วยวิธีการอันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นั่นหมายถึงการเป็นกบฎในราชอาณาจักร

แต่สิ่งที่ V For Thailand ประกาศเจตนารมณ์โค่นล้มระบอบทักษิณ ด้วยการประท้วงอย่างสันติ อหิงสา สุภาพ และไม่รบกวนประชาชนส่วนอื่นเกินความจำเป็น เป็นแนวทางซึ่งประชาชนชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คกึ่งๆ ให้สัตยาบันและประกาศวาทกรรมล้วนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ

เมื่อเดินตามรัฐธรรมนูญไปแล้วจะไปหันเหหัวเรือไปสู่ระบอบเผด็จการเก่าๆ ด้วยวิธีเก่าๆ ก่อม้อบ ยกระดับ ขอบริจาค แก๊สน้ำตา บาดเจ็บล้มตาย ทหารปฏิวัติ ร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ก่อม้อบ ยกระดับ …

จะเอาแบบนี้กันอยู่อีกหรือ?

81 ปี ประชาธิปไตยไทย ไม่เคยให้บทเรียนกับประชาชนคนไทยเลยเชียวหรือ

พลาดครั้งเดียวเค้าเรียกว่าไม่รู้ พลาดบ่อยๆ เค้าเรียกโง่ซ้ำซาก

แล้วยังจะลากประเทศไปสู่หุบเหวแห่งความขัดแย้งอันไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐได้อย่างไร

บรรดานักต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณทั้งหลายพึงตระหนักว่า “ชัยชนะไม่ได้อยู่ที่สนามหลง แต่ชัยชนะจะอยู่ที่หมู่บ้าน”

กลับไปทำไรไถนาบอกกล่าวความไม่ชอบมาพากลของระบอบทักษิณแก่ประชาชนผู้ไม่รู้ข้อมูลให้หยุดเลือกพรรคทักษิณ นั่นต่างหากคือชัยชนะ

ซีโร่ซัมเกม ทักษิณมี 15 ล้านเสียง ปชป.มี 12 ล้านเสียง เพียงแค่ดึงเสียงจากประชาชนที่เสพติดประชานิยมออกมาให้ได้ 2 ล้านเสียง พรรคทักษิณก้ถือว่าพ่ายแพ้แล้ว

แก่จะเข้าโลงกันเป็นแถวทำไมคิดไม่ออก เวลาอยากเป็นสส.ก็ลงไปสมัคร บางทีก็ขอเป็นหหัวหน้าพรรคการเมือง

พอลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วก็สอบตกไม่มีงานทำก็ออกกำลังเล่นว่าวสนามหลวงไปวันๆ เหมือนคนไม่มีงานทำ

เลิกเถอะครับ ส่งพี่น้องสหายทั้งหลายกลับสู่ไร่นาอันอุดมของเขาเถิด…อย่าเอาอะไรไปล่อเขาไว้เลย

พวกหากินกับม้อบรับจ้างก็ควรเลิกๆ เถอะครับ อายเด็กๆ มันบ้าง เค้ารู้ทันกับพวกม้อบหาเงินพวกนี้หมดแล้ว

แคน ไทเมือง

คมชัดลึก

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

Exclusive : บทสนทนาจากแดนไกล ฉบับเต็ม “ทักษิณกับใครคนหนึ่ง”

แฉคลิปเสียงคนแดนไกล หารือคนใกล้ชิด เตรียมมุบมิบดันกฎหมายสำคัญเป็น พ.ร.บ. ก่อนปรับเป็น พ.ร.ก.ภายหลัง ยกเหตุเพื่อความรวดเร็วป้องกันเหตุวุ่นวาย เย้ยพวกต่อต้านมีนิดเดียว ทหารไม่เอาด้วยก็จบ กำชับต้องเอาทหารให้อยู่ก่อน โว ผบ.เหล่าทัพแฮปปี้กับนายกฯ หลังจากเคยคลางแคลงใจ เผลอสบถ”ไม่มีนักเรียนนายร้อยที่ไหนแม่..งไม่จงรักภักดี”
       
       ลึกสุดใจกับบทสนทนาของ “ชายสองคน” จากแดนไกล เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมือง และการเมืองไทย ณ เวลานี้ ทีมงานเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการ จึงขอนำเสนอ บทสนทนาลับสุดๆ ชิ้นนี้ดังนี้
       
       
       
       ตอนที่ 1
       
       ชายคนที่ 1- …สร้างสถานการณ์ขึ้น เมื่อวานก็ทหารตายไปคน บาดเจ็บสาหัสพันเอกนะ ไอ้พันเอกนี่เป็นลูกพี่ ทส.ผม มันโดน มันเป็นหน่วยสันติสุข มันไปเป็นหน่วยจิตวิทยานะครับ ไปดูเรื่องการสร้างสันติสุขในพื้นที่ มันก็ไม่คิดว่าจะโดน โดน 6 คนเลย เมื่อวาน โดนระเบิดครับ มันเอาระเบิดฝังไปในใต้ท่อ แต่ผมว่ามันไม่มี มันทำได้นะตอนนี้ เพราะว่าในความรู้สึกของผม ผมว่าเราเป็นต่ออยู่ ฝ่ายเรายังเป็นต่ออยู่ ไอ้ฝ่ายค้านนี่ หรือฝ่ายที่ต่อต้านมันไม่มี
       
       ชายคนที่ 2 – ดูดีเชียว เท่าไหร่พี่ปีนี้
       
       ชายคนที่ 1- 76 ละครับ
       
       ชายคนที่ 2 – เออ…ดูดี ดูเป็นคนไม่แก่นะ ปกติคนอายุ 70 กว่า มันจะเริ่มดูอมโรค แต่พี่ดูดีเชียว เออดีๆ
       
       ชายคนที่ 1- พวกภาคใต้เขาบอกแหมเดิน ผมก็บอกไอ้ตู่มึงเดินช้าๆ หน่อยสิ อายุน้อยกว่าตั้ง 20 ปี ยังกับวิ่งไป เดินรอหน่อย เวลาไปตรวจนะครับ นายกฯ ท่านบอกว่า ให้ผมไปด้วยทุกครั้ง แล้วให้รายงานทุกเรื่อง ผบ.ทบ.สั่งอะไรให้รายงานหมด
       
       ชายคนที่ 2 – นายกฯ เขาแฮบปี้กับพี่นะ คือสมมติว่า เกิดว่าพี่ต้องไปทำงานให้นายกฯ โดยที่นายกฯ เขาไม่ได้ขอร่วม เรื่องของเรื่อง อยากให้พี่มีอะไรจะพูดกับเขา โดยตรงเป็นหลัก คือถ้าพูดกับเขาเรียบร้อยแล้วอะไรแล้ว การพูดคุยต้องเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ใช่คนภายนอกรู้ก่อน แล้วเขาไม่รู้อะไรอย่างนี้ เขาจะกลัวเขาเป็นคนที่ Sensitive เรื่องนี้
       
       ชายคนที่ 1- ก็พูดกันเมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว นายกฯ บอกผม ต่อไปปูรู้ก่อน แล้วค่อยบอกคนอื่น ผมก็บอกมีตั้งหลายเรื่อง ผมบอกว่าตอนนี้ผมไม่บอก ต้องขออนุญาตต้องคุยกับนายกฯ ก่อน
       
       ชายคนที่ 2 – มันเป็นเรื่องของลีดเดอร์ชิป (Leadership) เพราะเขาโดนว่า โดนพูดเยอะ
       
       ชายคนที่ 1- ไอ้ ผบ.สูงสุด ตอนแรกก็พูดกับท่านนายกฯ ไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้ก็เรียบร้อยละครับ มันก็มาพูดกับนายกฯ เมื่อวันพฤหัสฯ ตรงๆ ว่าเมื่อก่อนนี้ผมยังมีอะไรเกี่ยงงอนอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวนี้
       
       ชายคนที่ 2 – (เสียงเบา) ใช่ๆ โทษที โทร.จิกใหญ่เลย คืออย่างนี้วันที่เกี่ยวกับเรื่องประเทศไทย คือผมกลัวมันจะไปโจมตีเรื่องมาเก๊าก่อนที่เราจะประกาศอะไร กลัวมันจะ พอดีมันมีขาใหญ่สำคัญลงไปหลายตังค์ช่วงนี้ ช่วยงานมาเป็นร้อยล้าน ช่วยงานที่มาเก๊า มันต้องย้ายมาที่นี้ ดีๆ ช่วยจัดการให้เลย … ไม่มีเซอร์ไพรส์ เดี๋ยวๆ ผมให้จัดการ แต่ว่าเป็นอิทธิพรแน่นอน …ไม่ไปฮะ ช่วงนี้เดินทาง ไม่มีเวลาเลย เดี๋ยวมาคราวหน้า ผมจะมา อาทิตย์หน้า ผมจะมา ผมจะกลับวันที่ 24 และวันที่ 1 ผมคิดว่า
       
       ชายคนที่ 1- ผบ.สูงสุดก็สารภาพตรงๆ กับนายกฯ ว่า ยังมีอะไรบางอย่างที่ยังค้างใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ผมสนับสนุนหมดทุกเรื่อง ผมก็ชื่นใจ พา ผบ.สูงสุดมาพบกับนายกฯ ได้เรื่องนี้ด้วย
       
       ชายคนที่ 2 – มันหูเบานะ ติดฟังเรื่องแม่ บ้าอะไร บ้าบอ
       
       ชายคนที่ 1- ครับตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจอะไรต่างๆ ผมก็พูดกับมันตรงๆ
       
       ชายคนที่ 2 – มีนักเรียนนายร้อยที่ไหน แม่งไม่จงรักภักดี ใช่มั้ย
       
       ชายคนที่ 1– ขอบคุณครับ … ไม่มีฮะปฏิญาณทุกเช้าทุกเย็น
       
       ชายคนที่ 2 – ปรากฏว่า ไอ้เจ๊กแม่งจงรักภักดีมากกว่านักเรียนนายร้อยอีก (ไม่มีหรอก) ไอ้เจ๊กลิ้มอ่ะจงรักภักดีกว่านายร้อยอีก
       
       ชายคนที่ 1- โธ่! เดี๋ยวนี้มันเข้าไม่ได้แล้วครับ เขาเริ่มรู้มันแล้ว เขารู้หมดละๆ ผมอยากให้นายกฯ เวลาไปต่างประเทศในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาทำอย่างสมัยที่ ท่านนายกฯ ทักษิณไปนอก เอามันไปด้วยซักคน 2 คน สมัยนั้นที่ท่านเอาไป ยังทำกับข้าวให้มันกิน กลับมามันคุย โอ้ย! วันนี้นายกฯ ทำกับข้าวเลี้ยงพวกเราอร่อยจังเลย มันก็คุย มันพูดมัน Happy มัน สมัยไอ้บิ๊ก ไอ้ช้างอะไรพวกนี้นะครับ ไอ้เกาะ สมัยนั้นเอาพวก ผบ.เหล่าทัพไปด้วย ไอ้ … พอสมัยนี้ บางทีทิ้งมันไว้ บางทีผมว่าเอาไปด้วยดีกว่า เหมือนสมัยที่ท่านเอาไป ตอนนายกฯ ไปมาเลเซียเอาไอ้ ผบ.ทบ.ไปด้วย มันก็ Happy มันบอกพี่ คอยกระซิบนายกฯ ตลอด อะไรควรอะไรไม่ควรเรื่องความมั่นคง ผมก็เดินกระซิบนายกฯ ตลอด ผมว่ามันดี แต่นายกฯ นี่ ได้ทั้งใจ ได้ทั้งความจริงใจ ได้ทั้งความเชื่อถือของ ผบ.เหล่าทัพ ตอนนี้มากเลย
       
       ชายคนที่ 2 – เขาตรงๆ เขาก็เหมือนผม นิสัยเดียวกัน มีอะไรพูดตรงๆ ความเป็นผู้หญิงมีแต่ความซอฟต์
       
       ชายคนที่ 1- ท่าน คือ เพราะความเป็นผู้หญิงมันทำให้เบาลง
       
       ชายคนที่ 2 – มัน soft ลง
       
       ชายคนที่ 1- ของท่านแรงหน่อย บางทีไม่พอใจว่าตรงๆ
       
       ชายคนที่ 2 – เรามันนักเรียนนายร้อย นิสัยมันเหมือนทหารนะ มีอะไรตรงไปตรงมา ห่วยก็ว่าเลย
       
       ชายคนที่ 1- เหมือนไอ้สมัยสุรยุทธ์มัน ที่ท่านด่าในห้องประชุมวันนั้น
       
       ชายคนที่ 2 – เออ สุรยุทธ์มันถึงแค้นนะ เออ ด่าตรงๆ
       
       ชายคนที่ 1- แล้วพี่จิ๋วเงียบเลย โอ๊ย วันนั้นนะ ท่านพูดแรง แต่มันก็ทำแรง มันทำเกินเหตุนะ ครับ
       
       ชายคนที่ 2 – มันทำเกินไป จู่ๆ บุก เอาทหารไปยิงพม่า แล้วมาเบิกเงินหลวง เท่ากับรัฐบาลรู้เรื่องสิวะ
       
       ชายคนที่ 1 – ขนกำลังไปเสร็จ เอากำลังกลับมาไม่ได้ แล้วมาขอเงินท่านอีกพันกว่าล้าน บ้าจริงๆ
       
       ชายคนที่ 2 – มันเกินไป
       
       ชายคนที่ 1- ตอนนั้น ผมยังไปกระซิบท่านว่า ไม่ให้ เสร็จแล้วท่านบอกว่า ผมให้ไปแล้ว
       
       ชายคนที่ 2 – บิ๊กจิ๋วบอก ให้มันเถอะๆ ไม่งั้น มันไม่มีกำลังพล มันทำงานไม่ได้
       
       ชายคนที่ 1- ให้มันรู้สึกซะบ้าง
       
       ชายคนที่ 2 – ผมก็ดึงอยู่ตั้งนาน ถึงได้โกรธผมไง เรารู้ทันมั่ง แล้วพี่อ่า! มีอะไร พี่ก็ต้องรายงานให้รู้ก่อน มีอะไรก็ต้องปรึกษาผม
       
       ชายคนที่ 1- ครับ ผมสัญญาฮะ
       
       ชายคนที่ 2 – อย่าปรึกษา ปรึกษานายกฯ กับ ผบ.เหล่าทัพได้ คนภายนอกไม่ต้องเกี่ยว แล้วก็ เห็นพี่เห็นบอกจะเอา ถ้ากฎหมายโอเคแล้ว พี่จะเอาเข้าผ่านสภากลาโหมด้วยหรือ
       
       ชายคนที่ 1- ผมจะเอาเข้าสภากลาโหมเพื่อหารือให้ ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพมีความคิดอันเดียวกันเลย ถ้าไม่งั้นถ้าไม่เข้า เดี๋ยวคนนั้นพูดทีคนนี้พูดที วิธีเดียวก็คือขออนุญาตเอาเรื่องนี้เข้าสภากลาโหมเพื่อหารือให้เกิดเป็นความคิดอันเดียวกัน
       
       ชายคนที่ 2 – เอาเข้าสิ เอาเข้าสภาความมั่นคง ส่งให้รัฐบาล จบ ลัดขั้นตอนเลย
       
       ชายคนที่ 1- จบเลย ครับ เอาเข้าได้ ก่อนที่จะเข้าก็ต้องหารือกับเหล่าทัพแต่ละคนก่อน เฮ้ย! ลื้ออ่านนะ มีอะไรที่จะแก้ไข มีอะไรที่จะพูด พูดกันนอกการประชุมเสียก่อน
       
       ชายคนที่ 2 – เราเสนอเป็น พ.ร.บ. ไม่มีใครรู้ แต่พอถึงสภาความมั่นคงปุ๊บเนี่ย เราก็ เพื่อความไม่วุ่นวายเสนอเป็น พ.ร.ก.
       
       ชายคนที่ 1- เพราะว่า ไอ้วาระนี้ ถ้าผมได้อยู่นะครับ ได้ทำ ผมจะไม่เอาเข้าวาระ แต่เป็นวาระที่ จรเข้าไปเลย บอกว่า ขอเสนอวาระสำคัญ
       
       ชายคนที่ 2 – ในสภากลาโหมนี่ ก็ใช้วิธีว่า เอ้ย! สภาความมั่นคง ก็ใช้วิธีเข้าไปเสร็จปุ๊บ เนี่ย หน้าตาเป็น พ.ร.บ. และก็ในสภากลาโหมก็ไม่ต้องออกข่าว แต่บอกให้รู้ว่า ถ้าเพื่อความรวดเร็ว และไม่วุ่นวาย น่าจะเป็น พ.ร.ก. อะไรอย่างนี้ พูดไว้ บันทึกไว้ พอไปถึงสภาความมั่นคงปั๊บ พอเข้าไป บอกว่าเสนอเป็น พ.ร.บ. หน้าตาเป็น พ.ร.บ. นะ แล้วสภาความมั่นคงก็บอกว่า ขอให้รัฐบาลเสนอออกเป็น พ.ร.ก. มันจะได้มีอะไรรองรับ
       
       ชายคนที่ 1- มันทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ไอ้ฝ่ายต่อต้านวันนี้นะ
       
       ชายคนที่ 2 – นิดเดียวเอง เพียงแต่ว่าสำคัญคือ ทหารไม่เอาด้วยก็จบ
       
       ชายคนที่ 1- ทหารไม่เอาด้วยจบ แต่ต้องเอาทหารก่อน ผมถึงบอกต้องเอาทหารก่อน
       
       ตอนที่ 2
       
       ชายคนที่ 2 – เพราะฉะนั้นนี่้แต่งตั้งโยกย้ายทหารเที่ยวนี้ ก็ต้องดูว่าอย่างไร ก็ คือเราก็ไม่อยากคาน ไม่อยากคาน เพียงแต่ว่าอย่าให้เขาไปอย่าไปทำพวกเดียวกันเองเสียขวัญในกองทัพเท่านั้นเอง
       
       ชายคนที่ 1 - ผมว่า ผมจะคุยทั้ง ผบ.สูงสุด และ ผบ.ทบ. บอกว่า เฮ้ย! คุยกับนายกฯ ก่อน คุยนอกรอบก่อน จะเอาอย่างนี้นะ ไม่เอาอย่างนี้นะ แล้วพอทุกอย่างตกลงกันได้ ค่อยประชุมสภากลาโหม แป๊บเดียวจบเลย อย่าไปๆ ต่างคนต่างถือกันไว้แล้วไปประชุมกัน อย่างที่ เดี๋ยวผมก็ด่าไอ้โอ๋ ไอ้โอ๋มันทำไป แล้วไอ้พวกนั้นก็ เฮ้ย! อย่างนี้ไม่ได้ เพราะมันต้องมีตัวทำให้
       
       ชายคนที่ 2 - ไอ้โอ๋นี้มันเผด็จการไปนิดนึง
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ มันแรงไป
       
       ชายคนที่ 2 - มันถือเป็นรุ่นใกล้กัน รุ่นใกล้กันไป พอไปทำอะไรแรง มันยุ่ง
       
       ชายคนที่ 1 - ครับมันรุ่น 10 รุ่น 12 ต้องคุยส่วนตัวก่อน
       
       ชายคนที่ 2 - อย่างพี่เองนะ พี่มีไรต้องคุยกันก่อน ต้องให้นายกฯ เขารู้ตลอด ไม่งั้นทำไรไม่พูด นี่ทำอะไรก็ไม่พูด ไม่รู้เรื่องกันพอดี
       
       ชายคนที่ 1 - ผม ผมเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ใจผมนี่หวังดีตลอดเลยนะครับ ใจผมนี้ทำ
       
       ชายคนที่ 2 - มันเป็นหน้าที่พี่นะ พี่เอาผมออกมา พี่ต้องเอาผมกลับ(หัวเราะ)
       
       ชายคนที่ 1 – ผมบอก … โอโห! ตอนท่านพูดกับผม ผมบอก นี่หนูช่วยราชสีห์แล้วโว้ย ผมดีใจนะ ดีใจจังได้ช่วยราชสีห์สักครั้งหนึ่ง
       
       ชายคนที่ 2 - เอาออกไป ต้องเอากลับมาให้ได้
       
       ชายคนที่ 1 - ต้องเอากลับมา แหม เป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ ครั้งสุดท้ายในชีวิต ในประวัติ เป็นประวัติชีวิตเลย เพราะว่าหลังจากนี้ไปก็ ไม่เป็นไรต่อละ พอละ แต่ต้องทำให้ได้สักที มันเป็นความภูมิใจนะครับ ของชีวิตของคนเรา
       
       ชายคนที่ 2 - เดี๋ยวเจอผมเร็วขึ้น ก็กลับเร็วได้ เครื่องมันออกกี่ทุ่ม หรือตั้งใจจะ shopping ต่อ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมเปลี่ยนเครื่องไม่ได้แล้วครับ พอท่านบอก 5 โมงผมก็ Confirm มาเลย
       
       ชายคนที่ 2 - เครื่องบินว่างมันไปได้ตลอด น่าจะว่าง วันนี้วันจันทร์ มีไฟลต์ทุ่มหนึ่ง
       
       ชายคนที่ 1 - ไปทุ่มนึงครับ ใช่้ฮะ ก็เรื่องทุกอย่างก็โอเค แล้วเรื่องของพม่าผมบอกกับนายกฯ ไปแล้วนะครับบอกว่า ใช้ ผบ.สูงสุดให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเลย เพราะไอ้มินอ่องหล่าย ซึ่งเป็น ผบ.สูงสุดของพม่า มันเป็นมือหนึ่งของท่านประธานาธิบดีเต็งเส่งเลย แล้วเต็งเส่งให้ความเกรงใจมากที่สุด และทีนี้ไอ้ ผบ.สูงสุดเขากับผบ.สูงสุดไทยนี่ มันเป็นเคาน์เตอร์พาร์ตกัน ผลัดกันกินข้าวคนละเดือน คนละเดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะบีบอะไรเรื่องทวาย นายกฯ เรียก ผบ.สูงสุดมาใช้ได้อีกงาน เป็นงานต่างประเทศ
       
       ชายคนที่ 2 - ผมก็ไปสงกรานต์กับมัน
       
       ชายคนที่ 1 - ผมไม่ทราบ ไม่้งั้นผมจะไป ไปเจอ
       
       ชายคนที่ 2 – ผมไปสงกรานต์กับไอ้เนี่ย ผบ.สูงสุดน่ะ
       
       ชายคนที่ 1 – อ๋อ! ไอ้มินอ่องหล่ายนี่นะฮะ มันชั้นหนึ่งเลย มันบอกผมนะ เฮ้ยไอ้รัฐมนตรีกลาโหมเนี่ย มันตั้งนะ มันเป็น ผบ.สูงสุด แต่ตั้งรัฐมนตรีนะ มันบอกเลย มันบอก และรัฐมนตรีอีกหลายคนมันเป็นคนตั้ง ไอ้นี่้ต้องเอาไว้ ไอ้นี่ต้องเอาไว้นะ แหม่
       
       ชายคนที่ 2 - พวกผมทั้งนั้นแหละ มันยกที่ให้ผมแปลงนึงดังเหมือนกัน ใจกลางเมืองย่างกุ้ง
       
       ชายคนที่ 1 - ถ้าได้นี่ต้องเอาไว้นะครับ พม่านี่เสร็จเราหมดเลย ต้องเอาให้ได้ มันเจอกับผมๆ บอกว่า ต่อไปนี้ทูตพม่าพูดไทยให้เป็นนะ ทูตทหาร มันบอกต่อไปนี้ส่งทูตทหารมาเรียนก่อนแล้วค่อยมาเป็น ไอ้มินอ่องหล่าย แล้วไอ้รัฐมนตรีกีฬากับโฮเต็ลของเขาอีกคน ไอ้นี่ก็มหาศาลเหมือนกันนะ ผมจะเรียกให้มาพบท่าน มันสร้างทำเนียบรัฐบาลให้ประธานาธิบดี มันสร้างรัฐสภาให้ ขณะนี้มันกำลังสร้าง Sport Complex ให้ มันรวยมหาศาลเลย เจ้าของบ่อหยก
       
       ชายคนที่ 2 - เหรอ
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ มันบอกผมบอก เจเนอรัลๆ จะไปพูดกับประธานาธิบดีมัน ไม่ต้องไปวิ่งหาคนโน้นคนนี้นะ บอกมัน มันยิงตรงเลย เพราะทุกอย่างอยู่ที่มันไง มันก็เล่าให้ฟัง เพราะงั้นเราได้ 2 คนนี้นะ ทางเศรษฐกิจคนนึง ทหาร โอ้โห! ท่านเอาไว้ เอาไว้ต่อไป หลังท่านนายกฯ ไปพม่า ผมไปรอรับฮะ
       
       ชายคนที่ 2 – เอ่อ! บิ๊กแอ๊วเป็นไง
       
       ชายคนที่ 1 – บิ๊กแอ๊วมันไม่ค่อยสบายฮะ เพราะว่า ที่มันผ่าตัดสมองนะครับ ที่มันเส้นเลือดจะแตกคราวที่แล้ว ทีนี้มันหายแล้ว มันกิ๊ปไว้ แต่มันก็ยัง effect มันก็ความจำ และขาเนี่ย ไอ้เส้นประสาทมันทำให้ขา เดินขาอ่อนไปหน่อย เดินขาลาก
       
       ชายคนที่ 2 - … แข็งแรงกว่า
       
       ชายคนที่ 1 - คนละเรื่องเลย บอกไอ้ห่า ลื้อนี่ขยันทำงานอยู่คนเดียว เบื่อไม่เป็นเลยวะ มันบอกอย่างนี้ ไม่เหมือนมันนั่งเล่นไพ่กับเพื่อนๆ มันหน่ะ ไอ้เด็จน่ะ
       
       ชายคนที่ 2 - กินเหล้า
       
       ชายคนที่ 1 - ตอนนี้เลิกแล้วครับ เหล้าเลิกแล้วครับ บุหรี่เลิกหมดเลยครับ แต่ยังไม่เลิกเล่นดัมมี่กับ อะไรนะไอ้เด็จครับ
       
       ชายคนที่ 2 - ยังเล่นอยู่
       
       ชายคนที่ 1 - ยังมีเล่นอยู่ฮะ กับไอ้พญาไม้น่ะ เล่นกัน 3 วัน 3 คืนไม่เลิก ไอ้ 2 คนเนี้ยะ นั่งหัวชนกันไม่เลิก เพื่อนมัน เพื่อนสนิทมัน แต่มันก็ยังดูแลนิคมอุตสาหกรรมมันอยู่นะครับ
       
       ชายคนที่ 2 - นวนคร
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ นวนคร ครับ ดูแลนวนครอยู่ ท่านนายกฯ ท่านไปเยี่ยมนะครับ มันก็ดีใจใหญ่ ท่านนายกฯ ท่านไปเยี่ยม
       
       ชายคนที่ 2 - แล้วตอนนี้มีเมียใหม่แล้วมั้ง
       
       ชายคนที่ 1 - ไม่มีครับ ไม่มีเมียใหม่ ไม่ไหวละมั้ง … แต่มันมีเลขาฯ คนนึงไปไหนไปด้วย ไปไหนไปด้วย ไอ้เราก็ไม่รู้มีอะไรหรือเปล่านะครับ แต่มีเลขาฯ ดูแลมันอยู่คนนึงเป็นผู้หญิง
       
       ชายคนที่ 2 - แล้วพี่นี้ยังใช้งานได้ดีอยู่
       
       ชายคนที่ 1 – ตอนนี้ต้องกิน ถั่งเช่า
       
       ชายคนที่ 2 - ไวอากร้า
       
       ชายคนที่ 1 - (หัวเราะ) กินถั่งเช่าครับ หลังท่านบอกผมก็เลยกินถั่งเช่าวันละตัวครับ ก็ยังพอจะมีความแข็งแรงอยู่ครับ
       
       ตอนที่ 3
       
       ชายคนที่ 1 - ผมยังมีอะไรกราบเรียนท่านอีกหลายอย่างนะ งานมันกำลังเดินดีนะครับ กองทัพเรือก็เขาไม่มีอะไรตอนนี้ เขาจะเกษียณอีก 2 เดือน เขาก็ไม่มีอะไร
       
       ชายคนที่ 2 - มองใครล่ะ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมยังไม่ได้มองใครเลย ผมจะไปกล้ามองอะไรครับ ท่านนายกฯ ครับ
       
       ชายคนที่ 2 - ไม่ใช่ ในแง่ของพี่ว่าใครจะขึ้น
       
       ชายคนที่ 1 - เขาก็พยายามจะ
       
       ชายคนที่ 2 - มันมีรอง
       
       ชายคนที่ 1 - มีรองครับ
       
       ชายคนที่ 2 - รอง กับมีอมรเทพ ซึ่งเป็น
       
       ชายคนที่ 1 – อมรเทพใช่ครับ ผู้ช่วยครับ
       
       ชายคนที่ 2 - ประธานที่ปรึกษา
       
       ชายคนที่ 1 - ประธานที่ปรึกษาครับ อมรเทพ
       
       ชายคนที่ 2 - มันก็มี เสธ.อีกคนหนึ่ง แต่ผู้ช่วยไม่ได้เรื่อง
       
       ชายคนที่ 1 - เอาคนที่พูดง่ายหน่อย
       
       ชายคนที่ 2 – ผมว่าอมรเทพ อ่ะ! มันเตรียมพร้อมกันหมด รุ่นเดียวกันหมด แต่อมรเทพนี่ไอ้หรุ่นมันอาจจะไม่ Happy เท่าไหร่ เพราะมันแข่งกัน
       
       ชายคนที่ 1 - เพราะมันแข่งกัน
       
       ชายคนที่ 2 - แต่ว่าอมรเทพมันเรียนเก่งหน่ะ สอบได้ที่ 1 ตลอด
       
       ชายคนที่ 1 - มันเป็นคนดีด้วยครับ อมรเทพ ตรงไปตรงมา แต่ต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ต้องคุยกันเหมือนกันครับ
       
       ชายคนที่ 2 – เมียมัน เมียมันเป็นไอ้เนี่ย … พี่สาว หรือ น้องสาวพรทิวา ผมรู้จักพ่อมัน รู้จักมานาน
       
       ชายคนที่ 1 – อ้อ! เหรอครับ
       
       ชายคนที่ 2 - พ่อเมียมันก็ไอ้เม้งไง ไอ้เม้งอาบอบนวดน่ะ
       
       ชายคนที่ 1 – อ้าว! เหรอครับ ที่มาทำอาบอบนวดใหญ่
       
       ชายคนที่ 2 - ใช่ ไอ้! อะไรของมัน โพไซดอน
       
       ชายคนที่ 1 - โพไซดอน ใช่ครับ
       
       ชายคนที่ 2 – ไอ้เม้ง เนี่ยมัน เมื่อก่อน ตอนเป็นพ่อตาผมคุมฝ่ายอบายมุข นครบาล ไอ้นี่มันตลอด เจอกัน ตรุษจีนมันไปไหว้พ่อตาผมเหมือนกัน ก็เลยจำมันได้ ตอนผมกลับมาอยู่พญาไท ก็เลยรู้จักพ่อมัน เมียมันก็เลยพามาหาผม อมรเทพคุณสมบัติมันดี
       
       ชายคนที่ 1 – อมรเทพก็ดี ทหารอากาศเรียบร้อยไหมครับ ประจิน ไอ้ประจินนี่้เมื่อก่อนเป็นมือของไอ้ชลิตเขา แต่ดีแล้วที่เราได้ประจิน แล้วเราใช้ประจินไปบีบไอ้ชลิตข้างบนอีกที ซึ่งมันเป็นไอ้องคมนตรีนะครับ ไอ้ชลิตถึงแม้ว่ามันจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปทำปฏิวัติคราวนั้นนะครับ แต่มันก็ยังพึ่งไอ้ประจินอยู่ เพราะฉะนั้นเราคุมประจินไว้ เพื่อให้ชลิตเนี่ยมันอ่อน ยอมลงมา
       
       ชายคนที่ 2 - ก็ ปีหน้าก็เกษียณหมด 57
       
       ชายคนที่1 – พอ 57 ก็เนี่ย
       
       ชายคนที่ 2 - เกลี้ยงทุกเหล่า
       
       ชายคนที่ 1 - ตั้งเอาเองเลย ไม่ต้องนั่นเลย
       
       ชายคนที่ 2 - เลือกเอาเองสบายๆ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมก็บอกมันนะครับ ผบ.สูงสุด กับ ผบ.ทบ. ผมเพิ่งบอก เฮ้ย! ปี 57 นี่นะ อย่างอั๊วเลิกทำงานละ อั๊วคิดว่าอั๊วทำงานเสร็จแล้ว เอาเจ้านายอั๊วกลับแล้ว คราวนี้เป็นตาลื้อบ้างสิ เพราะฉะนั้นลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น ตั้งแต่วันนี้ ลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น แล้วพอปี 57 เอ็งจะได้มีงานทำต่อ ไม่ต้องอยู่แก่เหมือนคนอื่นเขา เพราะมันว่าผมไม่แก่ ผมบอกจะได้ทำงานอย่างนี้ต่อ มันก็ Happy นะครับ มันไม่ได้บอกว่าโนเลย มันก็ เออๆ มันก็เริ่มมองเห็นว่า หลังจากเกษียณไปแล้ว มันอาจจะมีอนาคต สำคัญ
       
       ชายคนที่ 2 - ไว้ใจ ไว้ใจไอ้ตู่มาก
       
       ชายคนที่ 1 – ไอ้ตู่ เขาให้ความจริงใจนะครับ จริงใจมากเลย ตอนแรกกับผมมันก็ระวังมากเลย แต่หลังจาก XXXX เรียกมันไป แล้วเรียกผมไปให้รักกันนะครับ ให้ทำงานด้วยกัน ทุกอย่างมันก็เลยเรียบร้อยหมด … วันที่ 16 นี้ ผบ.สูงสุดจะเลี้ยงนายกฯ ครับ ที่ บก.กองทัพไทย และก็จะเชิญ ผบ. รอง เสธ.ทุกเหล่าทัพมาร่วมรับประทานข้าว คุยกันเป็นส่วนตัวกับนายกฯ ด้วย
       
       ชายคนที่ 2 - เออดี
       
       ชายคนที่ 1 - แล้วผมก็บอกว่า ให้มันเป็นตัวอย่างที่ดี และต่อไปนี้เดือนนึงก็ให้กองทัพเนี่ย หมุนเลี้ยงฮะ เชิญนายกฯ ไป เพื่อความใกล้ชิดกันนะครับ ยืนยันนะครับผมจะไม่ใกล้ชิดกับนายกฯ มากกว่านี้อีกแล้ว
       
       ชายคนที่ 2 - เอ้อ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมก็นึกบางอย่างผมก็นึกว่าท่านนายกฯ รู้แล้ว ผมก็เห็นคนเข้าไปชี้แจง ผมก็บอกเคยบอกพูดกับท่านเมื่อวันก่อนบอก เดี๋ยวผมกลับมาแล้วผมจะขออนุญาตเขียนรายงาน นายกฯ บอกไม่ต้องเขียนหรอกค่ะ โทรศัพท์บอกเลย
       
       ชายคนที่ 2 - ใช่ๆ อย่างนั้นแหละ นายกฯ เขาเอาง่ายๆ เลย แต่ว่าอย่างไรให้เขาตื่นตัว ให้เขารู้เรื่อง
       
       ชายคนที่ 1 – ครับ … แต่ถ้า ตอนคุยกับป๋า ผมก็จะบอกว่า ท่านป๋าเนี่ยผมมองนะฮะ เพราะกลัวท่านจะกลับมาเล่นการเมืองเต็มที่ ผมก็จะพูดเรื่องว่า
       
       ชายคนที่ 2 – ป๋าบอกมาเลย … ผมไม่ได้ไปติดใจ ไม่ได้จะไปแก้แค้นใคร และไม่ได้จะอยากจะแก้แค้นทางการเมือง และจริงๆ แล้วอยากจะจบชีวิตอย่างสบายๆ ไม่ใช่ว่ามีปัญหาแบบนี้มันจบไม่ลงไง ถึงให้ผมจบลงดีกว่า จบลงก็คือผมไม่เล่นการเมืองได้เลย ผมไม่ติดใจการเมืองอะไร ขอให้ผมจบสักที
       
       ชายคนที่ 1 - ผมจะบอกป๋าบอกว่า ไอ้งานเรื่องเศรษฐกิจ งานเรื่องกีฬา เรื่องการศึกษาอะไรต่างๆ ที่มันยังล้าหลังอยู่เนี่ย ถ้าได้ท่านนายกฯ ทักษิณมาจับแป๊บเดียว มันไปโลดเลย
       
       ชายคนที่ 2 - ให้ผมช่วย เป็นอีกแรงให้ดีกว่า ถ้าสมมติ ให้ผมต้องมา คือผมเองไม่ได้ติดใจอะไรเลยนะ
       
       ชายคนที่ 1 - เพราะคุยกับ ผบ.แล้วครับ ผบ.บอกต้องยืนยันนะ ต้องมีหลักฐานยืนยันนะ
       
       ชายคนที่ 2 - ว่า
       
       ชายคนที่ 1 - ว่าเมื่อท่านกลับมาแล้ว ท่านจะเอาอะไรมายืนยัน ผมก็บอก ยืนยันว่า จะไม่ คล้ายๆ อย่างที่ท่านพูดเมื่อกี้ จะไม่แก้แค้นท่านนะ ท่านกลัวครับ
       
       ชายคนที่ 2 - โอย… นี่ นี่ เอาอย่างงี้สิ บอกอย่างงี้สิ วิธีอยากดองผมง่ายนิดเดียว ตั้งผมไปเป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไม่เป็นองคมนตรี ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น แต่ว่า เมื่อถูกหนีบเอาไว้ตรงนั้นน่ะ ให้ Active ทางการเมืองยาก ถ้าถูกหนีบไว้ตรงนั้นนะ
       
       ชายคนที่ 1 - ผมพูดอย่างนี้นะฮะ
       
       ชายคนที่ 2 - เออ…จะใช้ผม ไม่ใช้ผมไม่เป็นไร แต่หนีบไว้ตรงนั้น ให้ทางการเมืองดิ้นยาก ทำให้ต้องไม่กล้าไปไหน ท่านจะปรึกษาก็ได้ ไม่ปรึกษาก็ได้ แต่ว่าถ้าที่ปรึกษาทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มันเท่ากับว่า เหมือนน้องๆ สายวังเลยนะ มันก็เหมือนทำตัวเป็นคนของเจ้านาย ทำตัวเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันต้องหนีบเลย ล็อกไว้เลย ผมไม่ขอเป็นองคมนตรีอยู่แล้ว เพราะว่า เราชอบเบี้ยว(หัวเราะ)
       
       ชายคนที่ 1 - ผมก็จะบอก เนี่ย ป๋าก็เอามาไว้ตรงนี้ ถ้าท่านถามผม เพราะว่า ผบ.มันถามผม ถามผมเหมือนกันบอกว่า พี่อ๊อดจะต้องยืนยันนะ มีอะไรยืนยัน
       
       ชายคนที่ 2 - สมมตินะ เอาอย่างนี้ดีกว่าพี่ พอเรื่องจบปุ๊บเนี่ย พอผมกลับบ้าน ก็ประกาศตั้งตรงนี้ไปเลย มันเท่ากับว่าพอประกาศมาปุ๊บนี่ กลายเป็นคนของ เท่ากับในวังเอาไปหนีบไว้แล้ว จบ! ไม่ต้องทำอย่างอื่น แค่เป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มันก็เหมือนโดนหนีบไว้ทางอ้อมอยู่แล้ว เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมาอีกตำแหน่งก็ได้ เงินเดือนไม่ต้องมีก็ได้อยู่แล้ว (หัวเราะ)
       
       ชายคนที่ 1 - ดีครับ อย่างนี้ดีมากเลย ผมก็คิดไม่ออก เดี๋ยวจะได้ใช้หลักฐานนี้
       
       ชายคนที่ 2 - ผมก็ทำปฏิบัติตัวลำบากแล้ว ต้องเคร่งครัดแล้ว ให้เป็นคนของเจ้านายแล้ว
       
       (เสียงเครื่องบิน)
       
       ชายคนที่ 1 - ก็ ยังไงก็สำเร็จครับ ผมไปดูหมอดูมาแล้ว ว่า สำเร็จไหม เขาบอกสำเร็จ แต่เหนื่อยหน่อยนะ อาจจะยาก ต้องอดทน ต้องสู้ อาจารย์เพชรนะครับ หลวงพ่อเพชร อาจารย์ของต่วนเขาด้วย เป็นหมอทางใน ผมบอกว่า ผมถามข้อเดียวว่าผมจะทำงานสำคัญในชีวิตสักครั้ง ครั้งสุดท้าย ท่านถามทำอะไร ผมบอกว่านี่ ผมจะเอาเจ้านายผม นายกรัฐมนตรีทักษิณกลับ ท่านบอกเหนื่อยนะ ยากด้วย อดทนไหวเหรอ แล้วบอกท่านถ้าไหวหล่ะ ถ้าไหวก็สำเร็จ อ้า! … อย่างนี้ผมมีกำลังใจหน่อย
       
       ชายคนที่ 2 - โอเคพี่ กลับบ้าน ขอบคุณพี่มากนะ ถ้ายังไงใกล้ชิดนายกฯ มีอะไรโทรศัพท์คุยได้ ไม่ต้องเขียนรายงาน ไม่ต้องรอมอบรายงาน เรียบร้อย พี่จะกลับเที่ยวทุ่มหนึ่งก็ได้เลย
       
       ชายคนที่ 1 - ครับ เดี๋ยวดู ครับ ครับ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เบื้องลึก’หนุมานอาสา’ชิงธงการนำหน้ากากขาว

 

เบื้องลึก’หนุมานอาสา’ ชิงธงการนำหน้ากากขาว : รายงาน
 ”หน้ากากขาว” ปรากฏตัวอย่างนิรนาม เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ตามแนวทางการต่อสู้สันติอหิงสา และยึดหลัก “ไม่มีแกนนำ แต่มีการนำ”
             “V For Thailand” เสมือนเป็นศูนย์ประสานงานการนัดหมายชุมนุมทั่วประเทศ แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แอดมินเพจ V For Thailand ได้ตัดสินใจแจ้งประกาศ “พัก” การชุมนุมชั่วคราว เพื่อทบทวนปัญหาต่างๆ ในระหว่างการชุมนุมที่ผ่านมา

             จะว่าไปแล้ว ปมปัญหาที่เพจหน้ากาก V ต้องพักชั่วคราว เพราะเริ่มกังวลต่อสถานการณ์ “การเผชิญหน้า” และวิถีทางที่ “ไม่สันติ อหิงสา”

             ย้อนไปในวันแรกที่กลุ่มหน้ากากขาวนัดชุมนุมผ่านเพจ V For Thailand ก็เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “ต้านระบอบทักษิณ” ด้วยการเดินทางเซ็นทรัลเวิลด์มาถึงหน้าหอศิลป์ กทม. ไม่มีการใช้เครื่องเสียง ไม่มีการส่งเสียงด่าทอหยาบคาย เมื่อร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีจบ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

             บังเอิญว่า วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2556 ขบวนการหน้ากากขาวเดินเท้ามาถึงหอศิลป์ และเตรียมสลายตัว “รถเครื่องเสียง” ที่มาจากสนามหลวง ประกาศให้มวลชนเดินต่อไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อร่วมทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง

             การ์ดอาสาของหน้ากากขาวส่วนหนึ่ง ได้ช่วยกันบอกต่อให้มวลชนหยุด จึงทำให้กิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่เกิดขึ้น และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฝ่ายการนำหน้ากาก V รู้สึกไม่สบายใจ

             “รถเครื่องเสียง” คันนั้นมาจากไหน? ในที่สุด ทุกคนก็ได้คำตอบจากเพจ “หนุมานอาสา ปฏิรูปประเทศไทย-โค่นระบอบทักษิณ” ว่า พวกเขาเป็นคนคุมรถเครื่องเสียงในวันดังกล่าว

             กลุ่มหนุมานอาสาฯ ถือกำเนิดมาจากกลุ่ม “ครัวจิตใจอาสา” ที่ช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุม ณ ท้องสนามหลวง มาตั้งแต่วันแรกที่ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พร้อมชาวคณะ เดินทัพทางไกลมาจากลำตะคอง และปักหลักพักค้างอยู่ในสนามหลวง

             เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวของขบวนการหน้ากาก V เดินจากเซ็นทรัลเวิลด์ถึงหอศิลป์ ชาวโรงครัวจิตใจอาสาก็ร่วมกับกลุ่มกองทัพปลดแอกฯ ไปเป็นการ์ดอาสาให้ทุกครั้ง

             “ผ่านไป 3 ครั้ง สิ่งที่ผมได้เห็นก็คือ การนัดกันไปรวมตัวที่ CTW, เดินบน sky walk, ถึงหอศิลป์เปิดเพลง (ซึ่งเนื้อหาแทบไม่เกี่ยวอะไรเลย) ร้องเพลงชาติ แล้วก็กลับ ผมเกิดความเบื่อหน่าย เพราะมันไม่ตอบโจทย์..แต่ในวันนั้นพอขบวนที่ผมนำมาเลี้ยว พี่น้องมากมายบน sky walk ต่างกรูกันลงมา หลังจากนั้นมีผู้ใหญ่มาบอกผมขอให้นำมวลชนกลับ..”

             จากวันนั้น กลุ่มโรงครัวสนามหลวง จึงประสานกับกลุ่ม “ลูกพระพาย รักแผ่นดิน” ที่ทำหน้ากากหนุมาน มันจึงกลายเป็น “หนุมานอาสา ปฏิรูปประเทศไทย-โค่นระบอบทักษิณ”

             มีรายงานข่าว พ่อครัวสนามหลวงส่วนหนึ่งเคยเป็น “การ์ดพันธมิตร” มาก่อน และเมื่อ 18 มิถุนายน 2556 พวกเขาได้ร่วมแถลงข่าวจัดตั้ง “กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ” ที่โรงแรมตรัง ถ.วิสุทธิกษัตริย์ ซึ่งมีแกนนำระดับปฏิบัติการขององค์การพิทักษ์สยาม เป็นผู้ประสานงานให้อดีตการ์ดพันธมิตร และม็อบ เสธ.อ้าย มาแลกเปลี่ยนสถานการณ์ พร้อมกับจัดตั้งองค์กรขึ้นมา

             ว่ากันว่า แอดมินเพจ V ก็ระแวงกลุ่มแกนนำกองทัพประชาชนฯ เนื่องจากแนวคิดของคนกลุ่มนี้ ค่อนข้างโลดโผน และไม่เดินตามแนวทาง “อหิงสาอย่างนิรนาม” ของหน้ากากขาว

             ในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 กลุ่มหนุมานอาสาฯ ยืนยันจะเข้าร่วมชุมนุมที่เซ็นทรัลเวิลด์ตามเดิม โดยไม่สนใจว่ากลุ่มหน้ากาก V จะประกาศพักการชุมนุม 1 สัปดาห์

             สำหรับ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทย หรือที่รู้จักในนาม “กลุ่มสนามหลวง” ได้แถลงข่าวปฏิเสธข่าวที่ว่าอยู่เบื้องหลังกลุ่มหนุมานฯ

             “จุดยืนของกลุ่มสนามหลวงยังสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาว แม้รูปแบบของทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายปฏิเสธนักการเมืองเช่นเดียวกัน”

             จริงๆ แล้ว นับแต่วันแรกที่หน้ากากขาวปรากฏตัว ก็มีกลุ่มสนามหลวงไปร่วมชุมนุม และหน้ากากขาวบางคนบางกลุ่มมาขึ้นเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง

             อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน กลุ่มสนามหลวงได้นำรถเครื่องเสียง พร้อมการ์ดไปที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยกลุ่มพลังธรรมาธิปไตยก็ส่งการ์ดอาสาสวมเสื้อยืดคอกลมสีฟ้าและสีเหลือง ตรงหน้าอกเขียนว่า “เพื่อชาติและราชบัลลังก์” และด้านหลังเสื้อมีดาวแดง ไปร่วมด้วยจำนวนหนึ่ง

             การเคลื่อนขบวนครั้งนั้น ไม่ยุติแค่หน้าหอศิลป์ กทม. เพราะรถเครื่องเสียงได้นำพามวลชนส่วนหนึ่งเดินทางไปสมทบเครือข่ายประชาชนไทย ที่ท้องสนามหลวง เนื่องจากวันรุ่งขึ้นไชยวัฒน์และเครือข่ายจะเคลื่อนมวลชนไปสำนักพระราชวัง เพื่อยื่นฎีการ้องทุกข์

             เหตุการณ์วันนั้น ก็ทำให้แอดมินเพจหน้ากากขาวแอบตั้งข้อสังเกตกับกลุ่มสนามหลวงมากขึ้น แต่ก็มิได้มีปฏิกิริยาคัดค้านอะไร กระทั่งเกิดเหตุการณ์ “เลยธง” ครั้งล่าสุด

             ที่น่าสนใจ 4 กรกฎาคม 2556 สมบูรณ์ ทองบุราณ แกนนำกลุ่มสนามหลวง จัดรายการวิเคราะห์ข่าวทางช่อง 13 สยามไท วิพากษ์แอดมินเพจหน้ากาก V ว่า “ผูกขาดความเป็นเจ้าของหน้ากากขาว” พร้อมแนะนำเพจใหม่ “สหพันธ์หน้ากากขาว V for Vendetta แห่งประเทศไทย”

             สรุปว่า วันอาทิตย์นี้ (7 ก.ค.) “สหพันธ์หน้ากากขาว V for Vendetta แห่งประเทศไทย” ร่วมกับกลุ่มหนุมานอาสาฯ จะนำพาชาวหน้ากากขาวเดินจากเซ็นทรัลเวิลด์มาถึงหอศิลป์ เหมือนเดิม

             ส่วน “เพจ V For Thailand” ได้ประกาศแล้วว่า “วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคมนี้ เราพี่น้องชาว V กรุงเทพมหานคร จะมาร่วมสร้างประติมากรรม ‘ครบรอบ 2 ปี ผลงานโบว์ดำ กับการชักใยของระบอบทักษิณ’ ด้วยกัน แล้วพบกัน 15.00 น. ลานพระบรมรูป ร.6 สวนลุมพินี ครับ V For Thailand”

             วันนั้นจะพิสูจน์ว่า แนวทาง “ไม่มีแกนนำ แต่มีการนำ” จะไปได้อย่างไร? พลังหน้ากากขาวจะถูกกระชากลากถูไปสู่วังวนความรุนแรงดังที่บางฝ่ายเป็นกังวลหรือไม่? 14 กรกฎาคม มีคำตอบ!

…………..

(หมายเหตุ : เบื้องลึก’หนุมานอาสา’ ชิงธงการนำหน้ากากขาว : คมชัดลึก รายงาน)

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ปัญหาของชาว V ขณะนี้คือ กำลังสับสนในวิธีต่อสู้ของสายเหยี่ยวกับสายพิราบ

พลันที่การชุมนุมครั้งที่ 5 ของการนัดหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คในนาม “V For Thailand” หรือ “หน้ากากขาว” ที่เรารับรู้กันได้จบลง เฟซบุ๊คกลางของ V For Thailand ซึ่งเป็นผู้นำเสนอปฏิญญา “V For Thailnd” เป็นกลุ่มแรก และกลายเป็นศูนย์ประสานงานชาว V ทั่วโลกในเวลาต่อมา ได้ประกาศพักการชุมนุมในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม สร้างความกังขาให้กับสังคมพอสมควร

ปัญหาของชาว V ขณะนี้คือกำลังสับสนในวิธีต่อสู้ของสายเหยี่ยวกับสายพิราบ ความขัดแย้งมันอยู่ตรงนี้ครับ

ฝ่ายหนึ่งต้องการใช้กฎหมายโดย ปปช. ศาล การยื่นถอดถอนหรือกดดันให้นายกตัดสินใจทางการเมือง..โดยมีประชาชนแสดงออกด้วยตนเอง สงบ สันติ อหิงสา ไม่ก้าวร้าวรุนแรง ไม่ยั่วยุฝ่ายอื่น เป็นไปตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญ ไม่เอาแกนนำ ทุกคนแสดงด้วยตัวเอง

แต่อีกฝั่งต้องการยกระดับให้รุนแรงหรือป่วนเมือง ซึ่งไม่มีวันสำเร็จเพราะแนวทางนี้สู้มันมาจนเบื่อ ชาวบ้านไม่เอาด้วย ฝั่งนี้ต้องการอำนาจพิเศษ ในขณะที่ฝ่ายแรกผู้คิดวิธีการ เชื่อในรัฐธรรมนูญ ทำตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อความต้องการเดินขับเคลื่อนมวลชนแตกต่างกัน มันก็เกิดการปะทะทางความคิดจนต้องประกาศพักการชุมนุมเพื่อให้สมาชิกกลับไปใคร่ครวญวิถีชาว V ว่าจริงๆ แล้วต้องการอย่างไร

สิ่งที่ชาว V ต้องเรียนรู้คือ เราจะสู้แบบรุนแรงที่เคยมาหรือไม่ ต้องการอำนาจนอกระบบหรือไม่ ต้องการนายกพระราชทานหรือไม่?

หรือชาว V ในโซเชียลมีเดีย ต้องการเดินตามกรอบรัฐธรรมนูญเท่านั้น

ผมคิดว่าเส้นแบ่งของมวลชนสองฝ่ายที่มีเป้าหมายโค่นล้มระบอบทักษิณตรงกัน แต่แตกต่างในวิธีการ

ชาว V ควรเลือกวิธีการต่อสู้ให้ได้ด้วยตนเอง จะชอบแบบม้อบสนามหลวง พันธมิตร เสธ.อ้าย ก็เลือกกันไปให้เด็ดขาด

หรือจะหาแนวทางใหม่ที่กลุ่ม เพจ V For Thailand นำเสนอและมีการประกาศปฏิญญาไปแล้วตั้งแต่ต้น

มีทางให้เลือกเดินอยู่แล้ว หากเข้า V ซึ่งอยู่ในเขตการค้าสำคัญของประเทศต้องสงบ สันติ อหิงสา ไม่ก้าวร้าวรุนแรง ไม่รบกวนประชาชนเกินความจำเป็น

หรือจะเลือกอีกแนวทางหนึ่งซึ่งทำกันมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา…

ผมคิดว่าเราไม่ได้แตกแยกในเป้าหมายล้มล้างระบอบทักษิณ แต่มีคนคิดวิธีใหม่ต่อสู้กับทักษิณ หากเคารพมวลชนในโซเชียลมีเดีย ควรเคารพปฏิญญาที่ได้ลงมติชื่นชอบกันไว้แล้วโดยยึดเอาเว็บใหญ่ของแต่ละฝ่ายเป้นตัวตัดสิน ใครชอบแบบไหนประกาศตัวให้ชัดเจน เข้าสยามสแควร์ก็เป็นชาวสยามสแควร์ ถือกฎสยามสแควร์

ชอบสนามหลวง สนามม้า หน้าทำเนียบก็ไปตามเส้นทางเดิม ๆ เรามีทางให้เลือกเดินหลายสาย ไม่ควรปะปนกันและอย่าเอาคนที่เห้นต่างในวิธีการต่อสู้ไปปะปนกัน มันจะเกิดปัญหาเพราะเพื่อนกันทั้งนั้น

เป็นกำลังใจให้กันไปเดินดูเพื่อนต่อสู้กันและกัน เคารพกติกาของแต่ละกลุ่มมวลชน หากแยกแยะตัวเองได้ว่าชื่นชอบแบบไหนก็เดินทางขับเคลื่อนไปในกลุ่มที่ตนศรัทธา

ประชาชนชาว V ถือกำเนิดในโซเชียลมีเดีย มีการเชื่อมร้อยแบบหลวมๆ และดำเนินการอย่างมีประสิทธิ์ภาพ ดำเนินการโดยสงบตามแนวทางมาได้ถึง 5 ครั้งนับว่าไม่ธรรมดา

เชื่อว่าไม่มีใครมาขโมยซีน ขโมยมวลชนคนชาว V ออกไปได้ เฉพาะปัญหาของ V กทม. คือไม่ยอมให้ใคจูงจมูก หรือเอาผลงานไปวางบิล

ขณะที่ V สายเหยี่ยวดันทุรังจะจัดชุมนุมที่เก่าเวลาเดิม แต่ V สายพิราบกลับเดินเข้าหามวลชนต่างจังหวัด กระะชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น เดินงานประชาสัมพันธุ์ตามหลักการทำมวลชน แต่สายเหยี่ยวยังมุจะเดินขบวนอย่างเดียว

งานนี้ สายเหยี่ยวจะเสียหมา ถ้าไม่ถอย

แคน ไทเมือง

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment